“ อาอู่ ตอนนี้เ้าสมควรเริ่มฝึกวิชามวยได้แล้ว “ หลวงปู่เอ่ยขึ้น
“ หลวงปู่จะสอนเองหรือขอรับ “ อาอู่รีบถาม
“ ไม่หรอก ข้าได้เตรียมเชิญอาจารย์มาสอนเ้าแล้ว” หลวงปู่พูดจบก็เห็นชายคนหนึ่งเดินมาขึ้นกุฏิมา
“ ท่านแม่ทัพ มาแล้วรึ” หลวงปู่ทักทาย
“ อาจารย์แม่ทัพ " อาอู่ตะลึง
“ เ้าเด็กคนนี้ใช่ไหม ที่หลวงพ่อจะให้กระผมสอนวิชามวยให้” แม่ทัพเมฆามองมาที่อาอู่ดูหน่วยก้านของอาอู่
“ อาอู่ มากราบอาจารย์มวยของเ้า” หลวงปู่เรียกอาอู่มา
“ อาจารย์แม่ทัพ” อาอู่รีบมากราบทันที รู้สึกดีใจ ที่จะได้ฟังเื่ราวที่ตนอยากรู้
“ ต่อไปเรียกข้าว่าอาจารย์ ไม่ต้องเรียกแม่ทัพ เพราะข้าไม่ได้เป็แม่ทัพอีกแล้ว” อาจารย์เมฆากล่าวด้วยแววตาที่เหมือนมีความหลังอยู่
“ อาอู่เ้าไปรอข้างล่างก่อน ข้ามีเื่จะคุยกับท่านแม่ทัพ” หลวงปู่ไล่ให้อาอู่ไป
“ ท่านแม่ทัพดูเด็กคนนี้แล้วเห็นเป็อย่างไร” หลวงปู่เอ่ยถาม
“ ดูโครงสร้างร่างกายโดยรวมแล้วถือว่า เหนือเด็กทั่วไป ดูน้ำเสียงและแววตามีความกล้าหาญกว่าคนทั่วไป ไม่น่าที่จะเป็คนธรรมดาทั่วไปนะขอรับ” อดีตแม่ทัพเมฆาเห็นแล้ว อดคิดถึงใครบางคนไม่ได้
“ ถูกต้องแล้ว อาตมาั้แ่เกิดมาไม่เคยเห็นใครที่มีคุณสมบัติแห่งราชัน เช่นนี้มาก่อน” หลวงปู่กล่าวตามตรง
“ คุณสมบัติแห่งราชัน พ่อแม่มันเป็ใคร “ อดีตแม่ทัพถามอย่างตื่นเต้น
“ โยมซ่งอี้บอกแต่ว่า พ่อแม่ ของมันตายหมดแล้ว โยมซ่งอี้เอามาเลี้ยงเป็บุตร แต่ว่าอาตมาคิดว่าโยมซ่งอี้น่าจะรู้ว่าเด็กคนนี้มีที่มาอย่างไร แต่ไม่ยอมบอกคงกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย แต่ว่าอาตมาดูดวงจากโครงหน้า และลายมือแล้ว อาอู่ต้องเป็ลูกของ ผู้สูงศักดิ์แน่” หลวงปู่เอ่ยอย่างมั่นใจ
“ ถ้าเป็อย่างหลวงพ่อบอกกระผมจะถ่ายทอดทุกสิ่งที่กระผมรู้ให้กับมัน”อดีตแม่ทัพกล่าวอย่างตื่นเต้นหลังจากได้รู้ประวัติของอาอู่แล้วอดีตแม่ทัพก็รู้สึกมีไฟที่จะใช้ชิวิตต่ออีกครั้งหลังจากเขาได้รับความสูญเสีย จนต้องลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพเมืองละโว้เข้ามองอาอู่ที่ยืนรออยู่ด้านล่าง แล้วเอ่ยว่า
“ ต่อไปนี้เ้าต้องเรียนมวยขั้นสูงดังนั้น การฝึกฝนนั้นจะหนักมากเ้าจะทนไหวไหม”
“ ไหวขอรับ” อาอู่ยืดอกตอบรับ
“ ดีถ้าอย่างนั้นเ้าต้องมาอยู่ที่เรือนของข้า ไปบอกพ่อของเ้ามาคุยกับข้าเย็นนี้เลย” อดีตแม่ทัพสั่งอาอู่ไป
“ ขอรับ อาจารย์” อาอู่รีบตอบรับ
ตอนเย็นทางซ่งอี่ได้พบกับท่านแม่ทัพพอได้ฟังท่านแม่ทัพบอกซ่งอี้ก็ขอบคุณท่านแม่ทัพยิ่งนัก แล้วทางซ่งอี้ก็ให้คนไปเตรียมเสื้อผ้าของอาอู่ แล้วรีบไปส่งที่บ้านท่านแม่ทัพทันที บ้านของท่านแม่ทัพนั้นอยู่ไม่ห่างจากวัดที่เรียนมากนักท่านแม่ทัพตั้งใจให้ อาอู่ฝึกทั้งเช้า และ เย็น ส่วนตอนกลางวันก็ไปเรียนที่วัด
อาอู่ ได้มาอยู่บ้านอดีตแม่ทัพ วันแรก ก็รู้ว่าภายในบ้านของท่านแม่ทัพมีภรรยาเพียงคนเดียว และมีลูกสาววัย 30 ปีเพียงคนเดียวโดยเป็ครูสอนวิชาดนตรีให้กับเหล่าผู้สูงศักดิ์ที่เป็หญิงเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีบ่าวไพร่ อีก 10 กว่าคน
อาอู่ถูกจัดให้อยู่เรือนหลังเล็ก อยู่ในบริเวณบ้านของท่านแม่ทัพ วันนี้อาอู่ได้มานอนที่บ้านท่านแม่ทัพวันแรก อาจารย์เลยให้ไปกินข้าวเรือนใหญ่จะได้รู้จักกับลูกและภรรยา ท่านแม่ทัพด้วย ภรรยาท่านแม่ทัพชื่อว่า แม่พลอย ส่วนลูกสาวชื่อว่าพี่แพร
“ อาอู่พรุ่งนี้เช้าเราจะคุยเื่วิชามวยวันนี้เ้ากลับไปพักก่อน” ท่านเมฆาสั่งอาอู่ให้ไปนอนก่อน
“ คุณพี่ น้องรู้ถูกชะตากับอาอู่จริงๆ ไม่รู้ทำไม รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด” แม่พลอยเอ่ยขึ้น
“ ท่านแม่ คิดเหมือนลูกเลย ไม่รู้ทำไม ยิ่งมองที่ดวงตาแล้วเหมือนเคยรู้จักมาก่อน” แพร ลูกสายคนเดียวเอ่ยตามแม่
“ ใช่แล้ว อย่าว่าแต่พวกเ้าเลย ข้าเองก็คิดเหมือนกัน ไม่รู้ทำไม ข้ารู้สึก ไฟในตัวที่มันดับไปแล้ว กลับลุกขึ้นมาใหม่ ไม่รู้เพื่ออะไร หรือว่าจะเป็เพราะ อาอู่”ท่านเมฆา เฝ้ามองไปที่เรือนของอาอู่
“ พี่เทพธิดา ข้ารู้สึกมีใครกำลังมองข้าอยู่นะ” อาอู่นั่งสมาธิอยู่ในเรือนหลังเล็กอยู่คนเดียวใช้จิตคุยกับพี่เทพธิดา
“ มีตาแก่ผีเรือนจับตาเ้าอยู่ เ้ามาอยู่ใหม่ไปกราบไหว้เขาซะ” พี่เทพธิดาบอก
“ขอรับ” อาอู่รับคำพี่เทพธิดา แล้วจึงเดินไปที่ ศาลเ้าที่ แล้วก้มลงกราบ
“ ท่านปู่ข้ามาวันนี้เป็วันแรก ข้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะขอรับ” อาอู่ใช้จิตบอกปู่ผีเรือนไป
“ เ้าหนู จิตััเ้าแข็งแกร่งนัก และยังมีเทพธิดาเฝ้าคุ้มครองอีก ไม่ต้องกลัวผู้ใดจะทำร้ายเ้าได้หรอก” ปู่ผีเรือนตนนี้กล่าว
“ ท่านปู่แล้วข้ารู้สึกมีบางสิ่งบางอย่างที่ริมน้ำท่านรู้จักหรือไม่” อาอู่ถาม
“ เ้าััมันได้ด้วยรึ นั่นมันเป็ผีพราย มันจ้องจะทำร้ายผู้คนไปเป็ตัวตายตัวแทนของมัน เ้าหนูเวลาไปเดินท่าน้ำเ้าต้องระวังตัวด้วย เพราะมันอยู่นอกตัวเรือนข้าช่วยไม่ได้” ปู่ผีเรือนเตือนอาอู่
“ แล้วถ้าปล่อยเอาไว้ มันก็ฆ่าคนเป็ตัวตายตัวแทนของมันนะซิ แล้วมันต้องฆ่ากี่คน และทำไมมันเพิ่งมาเอาตอนนี้” อาอู่รีบถามต่ออีกหลายคำถาม
“ มันมีพลังที่จะทำร้ายผู้คนได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น เฉพาะในคืนเดือนมืด มันจะฆ่าแค่คนเดียว แล้วมันก็จะได้ไปผุดไปเกิด” ปู่ผีเรือนบอก
“ ข้าจะไปดู “ อาอู่พูดเสร็จก็เดินออกไปบริเวณท่าน้ำ ในขณะที่ปู่ผีเรือนร้องห้ามว่าวันนี้เป็คืนเดือนมืด มันอันตราย แต่อาอู่ไม่ฟัง พอถึงท่าน้ำ อาอู่ััได้ถึงจิตวิญญานของผีพรายตัวนี้
“ เ้าเป็ใคร ทำไมต้องมาเฝ้ารอทำร้ายผู้คนที่เรือนหลังนี้” อาอู่เอ่ยถาม
“ เ้าเด็กน้อย มาพอดีข้า้าไปเกิดเสียที เ้ามาเฝ้าที่นี่แทนข้าเถอะ” ผีพรายเอ่ยเสียงเยือกเย็น แล้วโผล่ร่างออกมาจากน้ำ แล้วใช้มือที่แหลมคมยื่นไปที่ลำคอของอาอู่อย่างรวดเร็ว อาอู่ยกมือซ้ายปล่อยยันต์แปดทิศพุ่งใส่ผีพรายตัวนี้ พรึบ!
เ้าผีพรายตัวนี้หยุดทันที คราวนี้เป็ตัวมันเองที่ขยับไม่ได้ ถูกตรึงไว้ในยันต์แปดทิศ เริ่มส่งเสียงร้องคร่ำครวญ
“ ช่วยข้าด้วย ปล่อยข้าเถิด ข้ากลัวแล้ว” เสียงผีพรายส่งเสียงร้องคล้ายถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ อย่างน่าสงสาร
“ บอกข้ามาว่าทำไมต้องมาฆ่าคนไปเป็ตัวตายตัวแทนเ้าที่เรือนหลังนี้” อาอู่ถามอีกครั้ง
“ ข้าถูกคนที่นี่ทำร้ายาเ็ แล้วข้าหนีไปเจอกับผีพรายตนหนึ่งมันบีบคอข้าจนตาย แล้วมันบอกว่าข้าต้องอยู่ที่แห่งนี้เฝ้าประตูทางเข้าวังบาดาล แล้วทุก3ปี ข้าจะมีโอกาสไปเกิดใหม่ได้ แต่ข้าจะต้องฆ่าคนในคืนเดือนมืดให้ตายเพื่อมาเป็ตัวแทนของข้าไปเฝ้าประตูต่อไป” ผีพรายเล่าด้วยความเศร้า
“ วังบาดาลคืออะไร” อาอู่ถาม
“ ข้าไม่รู้ แต่ว่ามีนานๆ ทีก็มีคนเข้า และออกด้วย” ผีพรายตอบ
“ ช่างเถอะ ข้าจะช่วยส่งให้เ้าไปผุดไปเกิดก็แล้วกัน” อาอู่เลยใช้คาถาพญายมสวดให้ผีพรายตนนี้
“ ปะโตแมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ จิตะเมตะ นิพพานัง สุขโตจุต”
พอได้รับเสียงสวดมนต์ กับอยู่ในยันต์ 8 ทิศ ร่างของผีพรายก็ถูกดูดลงไปในพื้นดินทันที
“ พี่เทพธิดา ท่านรู้จักวังบาดาลแห่งนี้หรือไม่” อาอู่ถาม
“ ที่นี่เป็วังพญานาค เ้าอย่าไปยุ่งกับพวกเขา ไว้โตกว่านี้ เ้าอยากจะเข้าไปก็ไม่ใช่ปัญหา “ พี่เทพธิดาเอ่ยเตือน
“ขอรับ” อาอู่รับคำ แล้วเดินกลับที่เรือน
รุ่งเช้าอาอู่รีบไปรอที่ลานฝึกแต่เช้า อาจารย์เมฆา
“ วิชามวย นั้นเป็วิชาต่อสู้โดยใช้ร่างกายเป็อาวุธ โดยหลักทั่วไปวิชามวยแบบทั่วไปก็เป็แบบหนึ่ง วิชามวยเพื่อฆ่าคนก็แบบหนึ่ง ตอนนี้เ้าเรียนวิชามวยแบบทั่วไปธรรมดาไปก่อน โดยการ วิชามวยเริ่มแรกเ้าต้องฝึก
อันดับแรก คือการใช้ หมัด ต้องฝึก หมัดตรง หมัดเหวี่ยง หมัดโค้ง หมัดตบ หมัดขว้าง หมัดหลอก หมัดฉก เป็ต้น
อันดับสอง คือการใช้ เท้า ต้องฝึก เตะตรง เตะเฉียง เตะเหวี่ยง เตะตัด เตะตวัด
เตะกลับหลัง เตะหลังเท้า และ ถีบตรง ถีบยัน ถีบข้าง ถีบกลับหลัง ถีบเสยเป็ต้น
อันดับสาม คือการใช้ เข่า ต้องฝึก เข่าลอย เข่าเฉียง เข่ากระชาก เข่าพุ่ง เข่าคู่เป็ต้น
อันดับสี่ คือการใช้ ศอก ต้องฝึก ศอกเฉียง ศอกเหวี่ยง ศอกตัด ศอกกระชาก ศอกจาม ศอกกลับ ศอกเฉือน ศอกกระทุ้ง ศอกเสยเป็ต้น เ้าต้องฝึกออกอาวุธทั้ง 4 ให้คล่องแคล่ว นั่นคือทางรุก หลังจากนั้น ข้าจะให้เ้าฝึกท่ารับ ครบเดือนข้าจะหาคู่ซ้อมให้เ้าทดสอบ” อาจารย์อธิบายโดยละเอียด พร้อมออกท่าทางประกอบไปด้วย
“ อาจารย์ข้าอยากรู้ ว่ามวยสำหรับฆ่าคนฝึกอย่างไร” อาอู่อยากรู้
“ ก็ต้องฆ่าคนถึงจะฝึกได้” อาจารย์ตอบเสียงเรียบ...