ตอนที่ 2: กฎของกรงขัง
ความมืดสลัวรอบระเบียงทางเดินทอดยาวของคฤหาสน์ตระกูลเวลดิงตันดูเหมือนจะลึกล้ำและเยือกเย็นกว่าปกติในยามค่ำคืน แสงโคมไฟติดผนังสีส้มสลัวทอดเงาร่างบอบบางของพริมให้บิดเบี้ยวไปตามเหลี่ยมมุมของผนังหินขัดโบราณ เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องนอนส่วนตัวของคุณหนูโรส นิ้วมือชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบขณะกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น แสงสว่างจากหน้าจอสว่างวาบขึ้นมาตอกย้ำเวลาที่น่าสะพรึงกลัว
19:59 น.
อีกเพียงนาทีเดียวจะถึงสองทุ่มตรง... เวลาที่คุณหนูโรสกำหนดไว้ในข้อความนัดหมายอย่างเฉียบขาด
พริมยืนหอบหายใจแ่เบาเพื่อพยายามควบคุมอาการสั่นสะท้านในอก เสียงหัวใจเต้นโครมครามรุนแรงจนรู้สึกราวกับมันจะหลุดกระดอนออกมาข้างนอก ความเงียบสงัดรอบตัวทำให้เสียงหายใจและเสียงชีพจรของตัวเองดังชัดเจนจนน่าอึดอัด ในหัวของเธอยังคงมีถ้อยคำคุกคามของคุณหนูโรสเมื่อตอนกลางวันดังก้องวนเวียนอยู่ไม่หยุดหย่อน ภาพความลึกลับและอำนาจเหนือกว่าในห้องแต่งตัวนั้นทำลายความมั่นใจของเธอจนหมดสิ้น
หนี้สินก้อนโตของพ่อที่ไม่มีปัญญาจ่าย อาการป่วยเรื้อรังของแม่ที่ต้องใช้เงินรักษามหาศาล... ทุกอย่างถูกโรสสืบรู้จนหมดสิ้น และบัดนี้ชีวิตของครอบครัวเธอกำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่อยู่ในอุ้งมือของคุณหนูโรส
ทางเลือกของเธอช่างน้อยนิด... หรืออาจกล่าวได้ว่าไม่มีเลยั้แ่แรก
กลิ่นน้ำหอมกุหลาบสดที่หอมอมเปรี้ยวอันเป็เอกลักษณ์โชยลอดแ่เบาผ่านช่องใต้ประตูไม้โอ๊กหนาหน้าห้อง ราวกับว่าบานประตูนี้กำลังระบายลมหายใจเอาความลึกลับของเ้าของห้องออกมารุมล้อมเธอไว้ล่วงหน้า พริมหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกความกล้าครั้งสุดท้าย
เมื่อตัวเลขบนหน้าจอมือถือขยับเปลี่ยนเป็ 20:00 น. ตรงพอดี
พริมยกมือขวาอันสั่นเทาขึ้นมาและเคาะลงบนแผ่นไม้เนื้อหนาสามครั้ง เสียงเคาะประตูดังสะท้อนขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์โบราณ
"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..."
ความเงียบทอดตัวยาวนานอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่ทรงพลังอันน่าคุ้นเคยจะดังลอดออกมาจากด้านใน
"เข้ามา"
พริมสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้งจนรู้สึกเจ็บหน้าอก มือเรียวเอื้อมไปจับลูกบิดทองเหลืองโบราณที่เย็นเฉียบ หมุนมันอย่างแ่เบาและผลักประตูเปิดออกช้า ๆ ก้าวเท้าผ่านขีดจำกัดของกรงขังเข้าไปก่อนจะดึงประตูปิดตามหลัง
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นกุหลาบป่าที่หอมอบอวลเข้มข้นจนเกือบอึดอัดก็ปะทะเข้าจมูกอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องนอนส่วนตัวของคุณหนูโรสช่างแตกต่างจากห้องแต่งตัวที่เคยพบเห็นเมื่อกลางวัน ห้องนี้มีขนาดกว้างขวางทว่ากลับมืดสลัวและเต็มไปด้วยเงาทอดทึบ แสงสว่างเดียวในห้องมาจากเทียนไขเล่มหนาที่จุดอยู่บนเชิงเทียนโบราณข้างเตียงนอนหลังใหญ่ เปลวไฟสีส้มวับแวมสั่นไหวเบา ๆ ตามแรงลมธรรมชาติที่พัดโชยผ่านช่องหน้าต่างกระจกบานสูงที่ถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อย
ผ้าม่านลูกไม้สีดำผืนโตปลิวไสวช้า ๆ กรองแสงจันทร์สลัวที่ส่องมาจากภายนอกให้ทอดลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเยือก ราวกับฉากหน้าที่สร้างขึ้นเพื่อซ่อนเร้นความลับทั้งหมดไว้จากโลกภายนอก
ที่ใจกลางห้องนอน บนเตียงนอนหลังใหญ่สไตล์โกธิกสีเข้มที่ปูลาดด้วยผ้าปูที่นอนสีเทาเข้ม
คุณหนูโรสนั่งเอนหลังพิงหมอนใบโตอยู่ตรงนั้น
ในค่ำคืนนี้ เธอไม่ได้สวมใส่ชุดเดรสลูกไม้คอตั้งสไตล์สุภาพสตรีชนชั้นสูงหรือกระโปรงบานหรูหราที่ประคองภาพลักษณ์งดงามเรียบร้อยประหนึ่งรูปสลักหินอ่อนที่ใครต่างชื่นชม บัดนี้เรือนร่างสง่างามสวมเพียงเสื้อคลุมผ้าซาตินบางสีดำสนิททิ้งตัวพาดผ่านตักยาวคลุมเข่า สาบเสื้อด้านหน้าเปิดขยายกว้างออกตามท่านั่งที่ผ่อนคลาย เผยให้เห็นทรวงอกกลมกลึงนุ่มหยุ่นเต่งตึงประหนึ่งสตรีเพศอันงดงาม ทว่ากลับมีแผงอกตึงแน่นและบ่ากว้างแข็งแรงเด่นชัดอยู่ใต้เนื้อผ้าซาตินบางเบา ทรวงอกสองเต้าอวบอิ่มชื้นเหงื่อสั่นไหวตามจังหวะหายใจ ล่อสายตาและชวนสับสนอย่างที่สุดเมื่อมาอยู่คู่กับกลิ่นอายคุกคามอันแกร่งกร้าวแบบเพศชาย
มีเพียงความกว้างและมัดกล้ามเนื้อไหล่ที่บึกบึนเด่นชัดอยู่ใต้เนื้อผ้าซาตินบางเบาปะปนกับความนุ่มหยุ่นของทรวงอกคู่งาม
แสงเทียนวับแวมตกกระทบครึ่งหนึ่งของใบหน้าสวยสด งดงามจนเกือบทำให้ลืมหายใจ ทว่าโครงหน้ากลับดูคมสันและแฝงความดุดัน ั์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำราวกับก้นมหาสมุทรจ้องมองมายังพริมที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างประตู แววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงสายตาของนักล่าที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกตารางนิ้ว
พริมใจนแทบหยุดหายใจ ภาพเบื้องหน้าตอกย้ำความจริงอันน่าประหลาดและหวาดหวั่นที่เธอได้รู้เมื่อกลางวัน คุณหนูโรส... นายหญิงผู้สง่างาม แท้จริงแล้วเป็ชายหนุ่มแต่งหญิงที่มีหน้าอกนุ่มหยุ่นทว่าซ่อนแก่นกายแกร่งและพละกำลังดุดันของบุรุษเพศไว้ใต้ร่มผ้าของหญิงสาวชนชั้นสูง
"ปิดประตู แล้วลงกลอนซะ พริม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและห้าวของโรสสั่งการอย่างราบเรียบแต่เฉียบขาด ไม่มีน้ำเสียงหวานประดิษฐ์สะกดสายตาแบบตอนกลางวันหลงเหลืออยู่ มันคือเสียงของชายหนุ่มเต็มตัวที่มีทั้งความมั่นใจและทรงอำนาจในการบงการ
พริมหันกลับไปทำตามอย่างปฏิเสธไม่ได้ มือสั่นระริกขณะจับกลอนสลักเหล็กเลื่อนเข้าล็อก เสียงเหล็กกระทบกันในความเงียบงันเหมือนเป็เสียงตรวนที่ล็อกพันธนาการตัวเธอไว้ในค่ำคืนนี้
"เดินเข้ามาหาฉันใกล้ ๆ" โรสสั่งซ้ำอีกครั้ง พลางขยับนิ้วชี้เรียกเบา ๆ
พริมฝืนก้าวเท้าขยับเข้าไปอย่างเชื่องช้า พื้นหินอ่อนเย็นจัดแผ่ซ่านผ่านถุงเท้าบาง ๆ เข้ามาถึงขั้วหัวใจ เขารู้สึกเหมือนกวางตัวน้อยที่กำลังก้าวเดินเข้าหาปากเหวที่มีหมาป่ารอคอย ทุกก้าวช่างหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างถึงที่สุด
เมื่อพริมหยุดยืนอยู่ห่างจากขอบเตียงเพียงไม่กี่ก้าว สายตาคมกริบของคุณหนูโรสก็ไล่เลียงประเมินร่างกายของเธอทุกสัดส่วน มองสำรวจเสื้อเชิ้ตและกระโปรงทำงานที่ค่อนข้างเรียบร้อยของพริมราวกับ้าปอกเปลือกมันออกด้วยสายตา
"คุกเข่าลง..." โรสเอ่ยสั่งเสียงต่ำ
พริมเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นสะท้านจนหน้าอกกระเพื่อม ความรู้สึกสับสนแล่นพล่านในใจทว่าเมื่อนึกถึงหน้าของแม่ที่นอนป่วยและหนี้สินที่ทับถมจนไร้ทางออก ความหวาดกลัวและอำนาจเงินตราทำให้เธอต้องยินยอม พริมค่อย ๆ ย่อตัวคุกเข่าลงบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มสีเข้มเบื้องหน้าเท้าของคุณหนูโรส มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันแน่นจนผิวเนื้อข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด
โรสขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง ปล่อยให้สาบเสื้อคลุมซาตินแยกตัวกว้างขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบและทรวงอกกลมกลึงนุ่มหยุ่นชัดเจนขึ้นไปอีก โรสเอื้อมมือหนาอุ่น เรียวนิ้วยาวแบบมือของบุรุษเพศเชยคางมนของพริมขึ้นอย่างแ่เบาทว่าแฝงแรงบีบบังคับจนพริมต้องเงยหน้าขึ้นประสานตากับั์ตาสีดำสนิทคู่นั้นโดยตรง
"นึกว่าจะไม่มาเสียแล้ว" รอยยิ้มหยันประดับมุมปากของคุณหนูโรสขณะสบตา "กลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้วหรือ พริม?"
ปลายนิ้วโป้งอุ่นของโรสลากไล้แ่เบาไปตามแก้มเนียนละเอียดและขอบริมฝีปากที่สั่นระริกของพริม ััร้อนผ่าวส่งผ่านผิวััปลุกกระแสไฟแล่นพล่านในกายของพริมจนสะดุ้งน้อย ๆ หัวใจเต้นรัวเร็วและร่างกายสั่นสะท้านอย่างยอมรับัั
"หนู... จำเป็ต้องมาค่ะ..." พริมตอบเสียงแ่เบา สบตากับดวงตาคู่สวยที่ดุร้ายอยู่ตรงหน้า
"ดี" โรสกล่าวพลางโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมกุหลาบผสมผสานกับไอร้อนดิบชื้นของบุรุษเพศแตะจมูกของพริมจนเธอหายใจสะดุด "เพราะนายฉลาดพอที่จะรู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อนายรู้ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน และฉันก็กุมชีวิตและอนาคตของครอบครัวนายไว้ทั้งหมด..."
โรสจ้องมองสบตาเธอนิ่งพลางเอ่ยเงื่อนไขด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเฉียบขาด
"กฎของกรงขังแห่งนี้ง่ายมาก พริม... ข้อแรก ั้แ่คืนนี้เป็ต้นไป เธอมีหน้าที่เดียวคือเป็ของเล่นส่วนตัวของฉัน คอยรองรับความ้าและระบายอารมณ์ทุกอย่างของฉันในยามค่ำคืน เมื่อฉันเรียกหา เธอต้องมา และทำตามคำสั่งฉันทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น"
"ข้อสอง หนี้สินทั้งหมดของพ่อของเธอรวมถึงเงินกู้นอกระบบที่ครอบครัวเธอต้องชดใช้ ฉันจะเป็คนจ่ายให้จนหมดสิ้น และค่าผ่าตัด ค่ายารักษาพยาบาลของแม่เธอในโรงพยาบาล ฉันจะจุนเจือและดูแลให้อย่างเงียบ ๆ ทุกเดือน ครอบครัวเธอจะมีเงินใช้และปลอดภัย"
"และข้อสุดท้าย... หากเธอคิดจะหนี แพร่งพรายความลับเื่ตัวตนจริงของฉันให้ใครรู้ หรือคิดเล่นแง่กับฉันแม้แต่เพียงนิดเดียว... เงินที่โอนไปทั้งหมดจะถูกดึงกลับ และความลับของครอบครัวเธอจะถูกนำไปเปิดเผยให้หนี้สินตามมาบดขยี้ชีวิตพ่อแม่เธอทันที รวมถึงคดีลักทรัพย์ที่ฉันพร้อมจะสร้างขึ้นส่งเธอเข้าคุกโดยไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวัน เธอก็รู้ดีว่าอิทธิพลของตระกูลฉันจัดการเื่นี้ได้ง่ายเหมือนขยี้มด"
คำพูดของคุณหนูโรสทำให้กระแสความเย็นเยือกแล่นวาบไปตามกระดูกสันหลังของพริม ความอับจนหนทางและความกดดันทางชนชั้นบีบรัดหัวใจจนแทบกระอักออกมาเป็เื เธอรู้ดีว่าคำพูดเ่าั้ไม่ใช่เพียงคำขู่ แต่เป็ความจริงที่ตระกูลเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลสามารถกระทำได้จริงโดยไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม
แต่สิ่งที่ทำให้พริมรู้สึกทรมานและน่าละอายแก่ใจยิ่งกว่าคือร่างกายของเธอเอง... ท่ามกลางความหวาดกลัว คุกคาม และอับจนหนทางนี้ ผิวเนื้อที่คุกเข่าอยู่กลับเริ่มร้อนผ่าวขึ้นอย่างประหลาด ลมหายใจอุ่นร้อนหอบสะท้านเบา ๆ เหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลังและลาดไหล่บางของเธอ ร่างกายส่วนลึกกลับสั่นตื่นตัวและยอมจำนนต่อคำสั่งเด็ดขาดของคนตรงหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ สัญชาตญาณตอบสนองต่อการควบคุมของโรส ราวกับยินยอมให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาเหยียบย่ำบงการชีวิต
โรสจ้องมองั์ตาสั่นไหวหวานเยิ้มและชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสจาง ๆ ของพริมด้วยความพึงพอใจลึกซึ้ง แววตาคมสะท้อนความตระหนักรู้ว่าเหยื่อตัวน้อยตรงหน้ายอมแพ้แก่เธออย่างหมดรูปแล้ว
"ว่าอย่างไรล่ะ? จะตกลงยอมรับกฎข้อนี้ไหม?" โรสถามเสียงทุ้มต่ำชิดผิวแก้ม ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดจนแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ
พริมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงลำคอที่แห้งผาก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวสติที่ยังเหลืออยู่ก่อนจะฝืนพยักหน้ารับช้า ๆ
"ค่ะ... หนูยอมรับกฎค่ะ... คุณหนูโรส..."
โรสขยับยิ้มพึงพอใจอย่างดุร้าย แววตาคมกริบเปล่งประกายลุ่มหลงยามเห็นเหยื่อยอมจำนนและคล้อยตาม มือหนาที่ช้อนคางเลื่อนช้า ๆ ลงมาตามลำคอขาวผ่อง ผ่านลำคอและกระดูกไหปลาร้าที่สั่นระริก ก่อนจะกำปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของพริมไว้แน่นแล้วออกแรงกระชากเบา ๆ ดึงร่างบอบบางที่คุกเข่าอยู่ให้ลอยขึ้นมาซบหน้าลงแทบหน้าตักกว้างและแกร่งของตนเอง
พริมสะดุ้งตัวโยนในอ้อมอกกว้าง ใบหน้าซุกซบแนบชิดอยู่กับหน้าตักและหน้าท้องแบนราบที่มีเพียงเสื้อคลุมผ้าซาตินบางเบาสีดำกั้นกลาง กลิ่นผิวอุ่นร้อนชื้นของเพศชายและกลิ่นน้ำหอมกุหลาบป่าผสมผสานปะทะเข้าเต็มปอดจนสับสน หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกอกออกมา
"เด็กดี..." โรสกระซิบเสียงห้าวต่ำชิดขมับของพริม ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดซอกคอและหน้าผากมนจนคนบนตักสั่นสะท้านไปทั้งตัว "ถ้างั้น... เรามาเริ่มพิสูจน์ความภักดีของเธอต่อกฎข้อแรกกันเลยดีกว่า"
มือหนาอุ่นเอื้อมลงมาจับมือขวาอันสั่นเทาของพริมให้ยกขึ้นมา วางลงบนหน้าท้องแบนราบตรงตำแหน่งสายรัดเอวผ้าซาตินสีดำที่ผูกปมไว้แ่า
"แกะสายรัดเอวของฉันออกซะ พริม..." โรสสั่งเสียงแหบพร่าอย่างคุกคามเป่ารดหน้าผากของคนบนตัก "ใช้มือของเธอแกะมันออก แล้วเปิดเสื้อคลุมตัวนี้ซะ... ให้ตัวตนจริงของฉันปรากฏแก่สายตาเธอเต็มตาเป็ก้าวแรก"
พริมตัวแข็งทื่อ ปลายนิ้วััสายรัดเอวผ้าซาตินที่เรียบลื่นทว่าเปียกชื้นบางเบาจากหยาดเหงื่อและความร้อน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวหน้าผากและซอกคอของเธออย่างบ้าคลั่ง เป็วินาทีที่พริมตระหนักรู้แก่ใจว่ากรงขังนี้ได้ปิดตายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว และไม่มีทางที่เธอจะถอยหลังกลับไปได้อีก...
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)