ตอนที่ 23 นายหญิงผู้เฒ่ามาแล้ว (1)
หลังจากมีความลับต้องรักษาร่วมกันเื่ร้านขายของชำ ลู่หลินกับเฉินเสี่ยวหมี่ก็สนิทสนมกันมากขึ้นไม่น้อย
ตอนนี้ในมือมีเงินแล้ว เฉินเสี่ยวหมี่ก็ไม่เร่งรีบหาเงินอีก
เนื่องจากใกล้ถึงฤดูหนาว เฉินเสี่ยวหมี่จึงไม่ต้องล่าสัตว์แล้ว แต่ต้องหาฟืนเพิ่ม
เฉินเสี่ยวหมี่ได้ยินจากลู่หลินว่า การจุดเตียงเตาในฤดูหนาวช่วยให้อบอุ่นมาก แต่ก็สิ้นเปลืองฟืน
เมื่อลู่หลินเห็นเฉินเสี่ยวหมี่ผ่าฟืน ก็ได้เห็นพลังอันมหาศาลของเฉินเสี่ยวหมี่อีกครั้ง อีกฝ่ายผ่าลงไปเพียงครั้งเดียวก็สามารถผ่ากิ่งไม้ที่หนาเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ให้แยกออกจากกันได้ทันที เฉินเสี่ยวหมี่แบกท่อนไม้วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เขาผ่าฟืนได้สามกอง ลู่หลินกลับยังไม่เสร็จสักกอง
เฉินเสี่ยวหมี่รู้ว่าชาติก่อนลู่หลินเป็ ‘คุณชาย’ จาก ‘ตระกูลเศรษฐี’ ไม่แปลกที่ทำงานไม่เป็ ทำงานได้ขนาดนี้ถือว่าดีมากแล้ว กอปรกับเงินที่ลู่หลินหามาได้ ความอดทนที่มีต่อลู่หลินจึงสูงมาก
สถานการณ์ทางตระกูลเฉินนี้ย่อมทำให้ชาวบ้านเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน
บ้านตระกูลเฉินทั้งตัดเสื้อผ้าใหม่ ทั้งซื้อเสบียงอาหาร ชาวบ้านอดทอดถอนใจไม่ได้ว่าการล่าสัตว์หาเงินได้ไวจริงๆ
หลังจากนั้นชาวบ้านก็เริ่มสนใจการขึ้นเขาล่าสัตว์มากขึ้น แต่เมื่อนึกถึงภัยอันตรายของมัน ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็ล้มเลิกความคิด
เฉินเสี่ยวหมี่กับลู่หลินใช้เวลาสิบกว่าวันรวบรวมฟืนได้จำนวนหนึ่ง นอกจากขุดซานเย่าเก็บไว้แล้ว ลู่หลินยังเก็บเห็ดกลับมาไม่น้อย ทั้งยังขุดหน่อไม้จำนวนหนึ่งเก็บไว้ในร้านขายของชำ
เห็ดมีอายุการเก็บรักษาไม่นาน โดยปกติต้องนำไปตากแห้งก่อนจึงจะเก็บไว้ได้นาน ซานเย่าก็เช่นกัน หากไม่รีบกินซานเย่าหลังจากขุดขึ้นมา ก็จะขึ้นราได้ง่าย แต่ถ้าเก็บไว้ในร้านขายของชำก็ไม่ต้องกังวลเื่นี้แล้ว
เฉินเสี่ยวหมี่กับลู่หลินยังหาเวลาว่างไปสร้างเตียงเตาให้นายพรานเฒ่าโจวที่อยู่ในหมู่บ้าน
หลังจากนายพรานเฒ่าโจวขาพิการ ทุกครั้งที่ฝนตกจะรู้สึกปวดบริเวณจุดที่หัก ลู่หลินบอกว่าการสร้างเตียงเตาช่วยบรรเทาได้มาก ซึ่งเฉินเสี่ยวหมี่ก็จดจำไว้ไม่ลืม
เดิมทีผู้เฒ่าโจวไม่สนใจสิ่งที่เรียกว่าเตียงเตานี่นัก แต่หลังจากสร้างเสร็จกลับชอบมาก นอนบนเตียงเตาทั้งวันไม่ยอมลงมา
เฉินเสี่ยวหมี่ยังเก็บฟืนจำนวนหนึ่งมาให้เขาและเก็บไว้ในห้องเก็บฟืน ไม่นานนักเื่เตียงเตาก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน
หลังจากลมหนาวระลอกหนึ่งพัดมา อากาศก็เย็นลงไม่น้อย ทุกคนต่างคิดหาวิธีรักษาความอบอุ่น
ไม่นานเื่ที่เฉินเสี่ยวหมี่สร้างเตียงเตาให้ผู้เฒ่าโจวก็เล่าลือไปทั่วหมู่บ้าน
ขาของนายพรานโจวไม่ค่อยดีและไม่มีที่นา โชคดี่หลายปีที่ผ่านมาอาศัยการล่าสัตว์และขายของป่าจึงเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง ครั้นตอนนี้มีเงินซื้อเสบียงอาหาร แต่การที่มีแต่รายจ่ายเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกกี่ปี
ชาวบ้านมากมายจะนำอาหารมาขายกับเขา หลังจากคนเ่าั้เข้าบ้านมา ย่อมสังเกตเห็นเตียงเตาในบ้านนายพรานโจว
ทุกคนที่เคยไปหาผู้เฒ่าโจวต่างรู้ว่า บ้านของผู้เฒ่าโจวมีของอัศจรรย์อยู่ชิ้นหนึ่ง เมื่อนอนอยู่ข้างบนแล้วอบอุ่นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นก็มีคนมากมายไปดูเตียงเตาของนายพรานโจว คนชนบทนั้นเรียบง่ายและจริงใจ คนที่มาดูเตียงเตาก็มักนำของมาด้วย ทั้งผักเอย! ไข่สองฟองเอย! ข้าวสารหนึ่งกำมือเอย! หรือไม่ก็ฟืนสักกอง
ถึงแม้ไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็ช่วยเหลือได้
คนที่มาดูเตียงเตานั้น เมื่อมาแล้วก็ต้องขึ้นไปนั่งบนเตียงเตาสักหน่อย
บ้านผู้เฒ่าโจวที่แต่เดิมเงียบเหงา ทันใดนั้นก็มีแขกมากมายมาเยี่ยมเยือนจนธรณีประตูแทบถูกเหยียบพังแล้ว
เมื่อรู้ว่าเฉินเสี่ยวหมี่เป็คนช่วยสร้างเตียงเตา ปฏิกิริยาของชาวบ้านจึงแตกต่างไปจากเดิม
ตามความทรงจำของชาวบ้าน เฉินเสี่ยวหมี่เป็คนที่ทำเื่ชั่วร้ายสารพัด ชาวบ้านหลายคนจึงประหลาดใจมากที่เฉินเสี่ยวหมี่รู้จักทำเื่ดีเช่นนี้
หลังจากเื่เตียงเตาเล่าลือมาถึงตระกูลเฉิน คนตระกูลเฉินก็เกรี้ยวโกรธ
นายหญิงผู้เฒ่าเฉินก่นด่าอยู่ในบ้านกว่าครึ่งค่อนวัน นางต่อว่าเฉินเสี่ยวหมี่ไม่หยุดว่าเป็คนเนรคุณ มอบแต่ของดีให้คนนอก
นายท่านผู้เฒ่าตระกูลลู่เองก็ไปลองเตียงเตาที่บ้านของนายพรานผู้เฒ่าโจวแล้ว รู้สึกว่าอบอุ่นมาก
หลังจากนายท่านผู้เฒ่าลู่ได้ลองก็เกิดความคิดบางอย่าง เขาคิดในใจว่า ‘ในเมื่อลู่หลินกับเฉินเสี่ยวหมี่สร้างเตียงเตาด้วยกัน เช่นนั้นลู่หลินคงรู้วิธีสร้างมัน ตอนนี้เื่เตียงเตาลือไปทั่วหมู่บ้านแล้ว บ้านใดเล่าจะไม่อยากได้! หากบ้านข้ามีสักหลัง ก็จะเชิดหน้าชูตาอย่างยิ่ง’
หลังจากนายท่านผู้เฒ่าลู่ตัดสินใจได้ก็ให้ลู่ถงไปหาลู่หลิน แต่ลู่ถงต้องกลับมาพร้อมความล้มเหลวอีกครั้ง
“เหตุใดเ้าเด็กนั่นไม่ยอมมา!” เมื่อนายหญิงผู้เฒ่าเห็นลู่ถงกลับมาคนเดียวอีกครั้ง ก็รู้สึกไม่พอใจทันที
ก่อนหน้านี้ลู่หลินไม่กลับมา่เก็บเกี่ยว นายหญิงผู้เฒ่าก็รู้สึกไม่พอใจอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่านายท่านผู้เฒ่าเรียกลู่หลินกลับมาสร้างเตียงเตา นายหญิงผู้เฒ่าก็อยากวางอำนาจสั่งสอนลู่หลินสักหน่อย แต่คาดไม่ถึงว่าลู่หลินจะไม่ยอมกลับมา
“ไม่กลับมาอีกแล้วหรือ”
ลู่ถงพยักหน้าพูดว่า “ใช่แล้ว พี่ชายใหญ่ไม่ยอมกลับมา เขาบอกว่าเขาทำไม่เป็ เฉินเสี่ยวหมี่เป็คนสร้างเตียงเตา เขาเป็แค่ผู้ช่วยเท่านั้น”
นายหญิงผู้เฒ่าแค่นเสียงหัวเราะ “ฮึ ทำไม่เป็อะไรกัน โกหก ก็แค่อยากอู้งาน หลังออกจากบ้านไปจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยกลับมาสักครั้ง ข้าว่าเขาแต่งออกไปแล้วคงไม่เห็นครอบครัวตนเองอยู่ในสายตา”
นายหญิงผู้เฒ่ารู้สึกว่าหากเป็เช่นนี้ต่อไปคงไม่เข้าท่า จึงตัดสินใจไปหาลู่หลิน
...