อภินิหารเทพปฐมภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 32 ในม่านหมอกสีดำหอทัศนะวิจิตร (2)

    ในศาลาเรือนสนเมื่อสามเดือนก่อน... ฟังหานเต้าหยินชำเลืองมองไปทางหน้าต่างตรงต้นสนที่อยู่ห่างออกไป คล้ายมีความรู้สึกที่ยากบ่งบอก สัณชาติญาณของเขาไม่เคยผิดพลาดมาก่อน แต่เมื่อเพ่งออกไปไม่พบเห็นผู้ใด จึงหันกลับเข้ามาในเรือนรับรองมีหวังตุ้ยเต้าหยินศิษย์คนโตของเขานั่งอยู่เบื้องหน้า ส่วนหานอี้เต้าหยินเขาให้รอคอยอยู่ด้านนอก ภายในเรือนรับรองประสาทรับรู้ของเขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คุกรุ่นขึ้น " ตำแหน่งผู้อาวุโสพิทักษ์กฏเช่นนั้นรึ ศิษย์ไม่ต้องการศิษย์ไม่เข้าใจเหตุใดเรื่องราวเป็นเช่นนี้ "เสียงจากปากของศิษย์คนโตหวังตุ้ยเต้าหยินที่ไม่คาดคิดว่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าที่อาจารย์ครบวาระลงจากตำแหน่ง 79 ปี อาจารย์กลับจะให้ศิษย์น้องของเขารับตำแหน่งจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าและให้เขารับตำแหน่งผู้อาวุโสพิทักษ์กฎ ทั้งที่ธรรมเนียมปฏิบัติตำแหน่งจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าสมควรเป็นของเขา " รึเจ้ายังไม่รู้ตัว ? " ฟังหานเต้าหยินเขม่นมองศิษย์คนโตของเขา หวังตุ้ยเต้าหยินถามว่า " ไม่ว่าด้านใดศิษย์ล้วนเหนือล้ำกว่าหานอี้ เพราะเหตุใด ?" ฟังหานเต้าหยินเผยสีหน้าและน้ำเสียงเย้ยหยันตอบเขาไปว่า " " รึเจ้ายังไม่รู้ตัวจริงๆ ? " หวังตุ้ยเต้าหยินตอบโต้ในทันที" ที่ศิษย์รู้อย่างเดียวคือท่านลำเอียง หึ! เพียงพอใจที่หานอี้ประจบสอพลอท่าน ถึงกลับยกตำแหน่งจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าให้เขา " ฟังหานเต้าหยินไม่เชื่อตนจะได้ยินคำนี้จากปากของลูกศิษย์ตนโต จึงตวาดกลับไปว่า" หวังตุ้ยเจ้าว่ากระไร ? "  หวังตุ้ยคล้ายอัดอั้นมานาน ถึงคราได้ระบายปานรอค่อยวันนี้มาแสนนาน มุมปากเชิดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ" อาจารย์อย่าคิดว่าศิษย์ไม่รู้ที่ท่านลอบชี้แนะกระบวนท่าให้ศิษย์น้องหลายต่อหลายครั้งหวังให้เขาบรรลุขั้นต่อไปอย่างเร็วไว หึ เขาอ่อนหัดปานนั้น อาจารย์ท่านไฉนช่างเลอะเลือนเช่นนี้ ต่อให้ท่านสอนจนเคราขาวไปมากกว่านี้ ก็นับว่าใช้ถังก้นแตกหาบน้ำข้ามภูเขาแล้ว แฮะ!" คำพูดนี้ ถึงกลับทำให้ฟังหานเต้าหยินเดือดมีควันลอยออกจากหูแล้ว ตะเบ็งเสียงใส่หวังตุ้ยเต้าหยินว่า" เจ้า เจ้ากล้าพูดถึงเพียงนี้ " " หรือที่ศิษย์พูดไม่เป็นความจริง "เขาคล้ายไม่รับรู้ถึงอารมณ์ของฟังหานเต้าหยินที่เริ่มเดือดดาลขึ้นมา กลับส่งสายตาท้าทายมองไปที่อาจารย์ของตน ที่เขากล่าวมามีอันใดผิด ฟังหานเต้าหยินถึงกับขมวดคิ้วขึ้นสูงเพ่งมองดูดวงตาโปนโตที่มองมาที่เขา ตวาดอย่างขุ่นเคือง " ประเสริฐ ก็เจ้าเป็นเช่นนี้ไงเล่า หุนหันพลันแล่น มุทะลุ ขาดความสุขุมรอบคอบ ริอาจอยากเป็นจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้า น้ำหน้าอย่างเจ้านับว่าฝันเกินไปแล้ว " " #@^@#" หวังตุ้ยเต้าหยินแม้รู้สึกในใจไม่ยินยอม แต่เขารู้อาจารย์เป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา บอกหนึ่งไม่มีสองเช่นนั้นตำแหน่งจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าชาตินี้เขาคงไม่ได้เป็นแล้ว แต่สิ่งที่เขาปรารถนาสูงสุดเช่นเดียวกับผู้อื่นคือมีวรยุทธ์สูงส่งไร้ผู้ต้านทาน ด้วยความสามารถและพรสวรรค์ที่โดดเด่นของเขาย่อมพาเขาไปสู่จุดนั้นได้อย่างแน่นอน ถึงเขาไม่ได้รับตำแหน่งจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้า แต่อย่างน้อยเคล็ดวิชาหกสิบสี่กระบี่แปรผันในขั้นที่ 7 นั้น...  หวังตุ้ยทบทวนครู่หนึ่งรีบเก็บสีหน้าและน้ำเสียงก่อนหน้านี้ ก่อนจะปั้นสีหน้าจริงจัง เอ่ยว่า " ตำแหน่งจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าเมื่ออาจารย์ตัดสินใจแล้ว ถ้าเช่นนั้นศิษย์ยอมรับตำแหน่งผู้อาวุโสพิทักษ์กฎ ศิษย์เพียงขอฝึกปรือเคล็ดวิชาหกสิบสี่กระบี่แปรผันได้หรือไม่ " ฟังหานเต้าหยินยังคงใช้สีหน้าและแววตาและน้ำเสียงเดิมยันเขากลับมา" เหลวไหลหรือเจ้าเห็นข้ากลับกลอกปานนี้ เช่นนั้นเจ้าคงได้ฝึกปรือขั้นที่ 7 นี้ ตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว"  ขณะที่ทั้งสองตอบโต้คารมกันนั้น ในตำแหน่งที่ฟังหานเต้าหยินชำเลืองมองบนต้นสนที่อยู่ห่างออกไปในตอนแรกถึงกลับมีร่างของคนผู้หนึ่งที่ร่างกายคล้ายล่องหนอยู่ค่อยๆเคลื่อนกายห่างออกไปทางทิศทางอันเป็นที่ตั้งของมหาเจดีย์หยั่งฟ้า ผ่านไปสักพักขณะที่สองศิษย์อาจารย์ยังคงเร่งเร้าบรรยากาศให้คุกรุ่นกันขึ้นมาอีก ส่วนหานอี้เต้าหยินที่อยู่ด้านนอกกำลังครุ่นคิดติดสินใจขึ้นไปห้ามทัพดีหรือไม่นั้น ทันใดนั้นเองมีแสงสว่างที่ยิ่งกว่าพระอาทิตย์ยามเที่ยงวันสาดส่องเข้ามาทางศาลาเรือนสนตามด้วยเสียงครืนครันเปรี้ยงปร้างของฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหวตามมา ฟังหานเต้าหยินที่อยู่ภายในศาลาเรือนสนถึงกลับตะโกนออกไป" ใครกล้าบุกรุกมหาเจดีย์หยั่งฟ้า " เสียงยังแว่วอยู่แต่คนปานประกายไฟพุ่งวาบผ่านประตูออกจากศาลาเรือนสน หวังตุ้ยเต้าหยินและหานอี้เต้าหยินรีบติดตามอาจารย์ของตนออกไป ภายนอกถึงกลับสว่างยิ่งกว่ากลางวัน ตะวันทรงกลดสามดวงถึงกลับพลัดกันเคลื่อนวนกลางนภา มองไปที่ใดมีแต่แสงสว่างที่สาดส่องเข้าดวงตา ฟ้าที่มืดสนิทถึงกลับสว่างไสวเจิดจ้าไปทั่วทั้งบริเวณมหาเจดีย์หยั่งฟ้า แต่ไม่นานชั่วอึดใจฟ้ากลับวิปริตถึงกับกลับมามืดแต่มืดสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งใดที่สูงขึ้นไปปรากฏพระจันทร์ขึ้นหกดวงผุดสลับกันส่องแสงสกาวในทิศทางต่างๆจนจำแนกทิศทางมิได้กลายเป็นดินแดนพิศวงในชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาปรากฏตะวันทรงกลดสามดวงขึ้นอีกสลับมืดสลับสว่างเช่นนี้ไปมา จนแม้นักพรตของมหาอาศรมหยั่งฟ้าเองที่รู้ถึงความร้ายกาจของค่ายกลนี้ยังปวดเศียรวิงเวียนขึ้นมา ที่เป็นเช่นนี้เนื่องเพราะเว่ยฉือเต้าหยินจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้ารุ่นที่ 3 ที่ถือว่าเป็นเลิศในวิชาค่ายกลของมหาอาศรมหยั่งฟ้า ได้สร้างค่ายกลสามสุริยาปิดฟ้าหกจันทราเปลี่ยนวิถีปิดครอบมหาเจีดีย์หยั่งฟ้าไว้ชั้นนอก เพื่อป้องกันผู้บุกรุก แต่เวลานี้ค่ายกลกลับเริ่มทำงานขึ้นมาอย่างกะทันหัน สุดท้ายเมื่อทุกคนตรวจสอบบริเวณนี้โดยรอบ รวมทั้งศิษย์ที่ทำหน้าที่เฝ้ายามยืนยันว่าไม่เห็นมีผู้บุกรุก จึงต่างลงความเห็นว่าเป็นกวางเลือดที่ชอบออกหากินในเวลากลางคืนในแถบเทือกเขาบรรพตค้ำฟ้าหรือสัตว์ขนาดใหญ่ที่ไปบังเอิญกระตุ้นค่ายกลนี้ขึ้นไม่มีผู้บุกรุกอย่างที่เข้าใจ เมื่อตรวจสอบว่าไม่มีผู้ใดอยู่บริเวณนี้จริงๆ ฟังหานเต้าหยินจึงสั่งให้จ้าวศาลาธารศิลาถังปิงเต้าหยินที่ชำนาญในวิชาค่ายกลปิดค่ายกลนี้เสีย ถังปิงเต้าหยินโปกไม้โปกมือตวัดไปมาพักใหญ่ ฟ้าก็กลับมามืดปกติดุจเดิม และหลังเคลื่อนย้ายหลักศิลาที่เคลื่อนไหวเมื่อค่ายกลทำงานกลับไปยังจุดสุริยาทั้งสามและจันทราทั้งหกเช่นเดิมทุกอย่างจึงสงบลงได้ หลังวุ่นวายกันชั่วครู่ใหญ่ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับเรือนพักของตน สักพักหวังตุ้ยเต้าหยินก็กลับไปยังเรือนพักส่วนตัวที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของศาลาเรือนสน เช่นกัน เนื่องจากมหาอาศรมหยั่งฟ้ามีอาณาเขตกว้างขวางที่พักจึงอยู่ห่างไกลกัน  หลังเขาย่ำเท้าเข้าไปในเรือนพักส่วนตัว และปิดประตูเรือนพักลง เมื่อเลี้ยวผ่านผนังไม้บังตาเข้าไปภายในห้องที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีเครื่องเรือนตั้งวางอยู่เท่าที่จำเป็นไม่กี่ชิ้น หน้าต่างที่ก่อนไปเขาปิดไว้หนาแน่น ตรงกลางห้องที่มีโต๊ะไม้ตั้งอยู่ถูกแสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างจนเห็นถ้วยชาที่วางทิ้งไว้แต่ตอนกลางวันและเงาทึบทอดยาวโค้งปิดโต๊ะไว้ส่วนหนึ่ง ตรงหน้าต่างที่ถูกเปิดออกโดยพลกาลนั้น พบว่ามีเงาของคนผู้หนึ่งยืนปรากฏอยู่ กลับเป็นร่างระหงในชุดสีดำมิดชิดรัดกุมผู้หนึ่ง อ๊ะ ! หวังตุ้ยเต้าหยินตกใจไม่น้อยชักกระบี่เมฆเพลิงแดงของเขาพาดขึ้นตรงหน้าทันที" เจ้าเป็นผู้ใด เข้ามาที่นี้ได้อย่างไร ? " คนชุดดำนั้นยังคงนิ่งเงียบคล้ายต้องการดูท่าทีของเขาอยู่เช่นกัน" รึเจ้าเป็นผู้บุกรุกเข้าสู่มหาเจดีย์หยั่งฟ้า หากเจ้าไม่พูดออกมา งั้นข้าต้องจับกุมเจ้าไปให้อาจารย์แล้ว" ขณะที่เขาจะเคลื่อนขยับตัว คนชุดดำกล่าวว่า " หึ ! อาจารย์ที่ไร้เหตุผลเช่นนั้น ท่านยังนับถือ ? " หวังตุ้ยตวาดขึ้นว่า " บัดซบ ! กล่าวเหลวไหลอันใด " คนชุดดำยังคงมีท่าทีสงบ ส่งเสียงอย่างใจเย็นว่า " รึเต้าหยินไม่ต้องการเคล็ดวิชาหกสิบสี่กระบี่แปรผันแล้ว " อ๊ะ ! หวังตุ้ยเต้าหยินถึงกับอุทานออกไป " เจ้าว่ากระไร หรือเจ้าได้ยินที่..เจ้าเป็นผู้ใดบอกมา " หรือนางผู้นี้ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในศาลาเรือนสนที่เขากับอาจารย์.. ? คนชุดดำยังคงกล่าวต่อไปว่า " หวังตุ้ยเต้าหยินศิษย์คนโตของฟังหานเต้าหยินที่มากด้วยความสามารถและพรสวรรค์ คุณสมบัติเหนือล้ำกว่าศิษย์ผู้น้อง กลับไม่ได้รับตำแหน่งจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้า อาจารย์ของท่านช่างไม่มีนัยน์ตาจริงๆ " หวังตุ้ยพูดเสียงดังขึ้นว่า " เจ้ากล้าว่าอาจารย์ของข้า " แม้ปกติเขาจะคิดเสมอว่าอาจารย์ลำเอียงแต่หากมีผู้อื่นว่าให้อาจารย์ของตนกลับรู้สึกไม่ยินยอม คนชุดดำสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า " หึ !หรือว่าไม่จริง หากท่านยอมร่วมมือกับเราสิ่งที่ท่านต้องการ ย่อมไม่อาจพ้นมือท่านไปได้ " คำนี้หวังตุ้ยเต้าหยินฟังจนตะลึงขึ้นมา ตวาดถามทันที" เจ้าเป็นใคร และต้องการอะไรกันแน่ ? " " เราก็เป็นคนที่จะทำให้ท่านได้ทุกสิ่งตามที่ท่านปรารถนา ทุกสิ่งที่อยู่ในมหาเจดีย์หยั่งฟ้า เราขอเพียงอย่างเดียวที่อยู่ในมหาเจดีย์หยั่งฟ้าแห่งนั้น "เสียงของคนชุดดำฟังดูเย้ายวนอยู่ในที หวังตุ้ยเต้าหยินฉุกคิดขึ้นมา น้ำเสียงเริ่มชะลอช้าลง" เจ้าเป็นผู้บุกรุกเข้าไปมหาเจดีย์หยั่งฟ้าจริงๆ แต่เราค้นหาจนทั่วทั้งบริเวณ กลับไม่มีผู้ใดพบเห็นเจ้า " คนชุดดำตอบว่า" เรื่องนั้นท่านอย่าได้ใส่ใจ ท่านน่าจะใส่ใจมากกว่าว่าท่านทำเช่นไรสิ่งที่ท่านหวังจะเป็นความจริง " พอฟังถึงตอนนี้ แม้หวังตุ้ยเต้าหยินจะยังมีความระแวงในใจอยู่ แต่มือก็เก็บกระบี่และเริ่มคล้อยตามสตรีชุดดำนึกถึงเคล็ดวิชาหกสิบสี่กระบี่แปรผันที่ตนเองใฝ่ฝันจะได้ฝึกปรือและมหาคัมภีร์หยั่งฟ้าที่อาจารย์เคยพูดถึง " เจ้าต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยน " สุดท้ายเมื่อความโลภลุ่มหลงเข้าครอบคลุมจิตใจเขา ทำในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะทำ เขาจึงสอบถามถึงความต้องการของสตรีชุดดำผู้นี้ เพราะในโลกนี้ย่อมไม่มีผู้ใดที่ทำอะไรโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คนชุดดำเน้นอย่างชัดถ้อยชัดคำอย่างช้าๆ" คัมภีร์ย้อนสวรรค์…ที่อยู่ในมหาเจดีย์หยั่งฟ้าแห่งนั้น " หวังตุ้ยเต้าหยินถามอย่างสงสัยว่า " เจ้ารู้เรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร? " คนชุดดำยังคงยืนยันคำเดิมว่า" เราบอกแล้วท่านไม่จำเป็นต้องใส่ใจว่าเรารู้ได้อย่างไร ท่านเพียงต้องรู้ว่าจะได้ในสิ่งที่ท่านต้องการได้อย่างไรก็พอ " " เช่นนั้น หากข้ายินดีร่วมมือกับเจ้า ข้าต้องทำเช่นไร " หวังตุ้ยเต้าหยินถามกลับคืนอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าสตรีนางนี้ย่อมมีวิธีการใดในใจไว้แล้ว คนชุดดำเมื่อรู้ว่าเจรจาประสบผลแล้ว ในใจลอบยินดีขึ้น บอกวิธีการที่เพิ่งคิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เองออกไปว่า" ท่านต้องทำสองประการ หนึ่งหาวิธีขโมยกุญแจกลไกและพาข้าขึ้นไปบนมหาเจดีย์หยั่งฟ้านั้น " " สิ่งที่สองเล่า ! " หวังตุ้ยเต้าหยินถาม " ทานยาเม็ดนี้ " คนชุดดำยื่นยาเม็ดสีดำที่นอกจากสีที่เงาแล้วกลับไม่มีกลิ่นอันใดระเหยออมา " ฮะ เจ้ากล่าววาจาเหลวไหลอันใด หากนี้เป็นยาพิษเล่า" หวังตุ้ยพูดอย่างคลางแคลงใจ " ท่านเชื่อหรือไม่ตอนนี้หากเราต้องการให้ท่านตาย ท่านมีอีกเก้าชีวิตก็ไม่เพียงพอ "ดวงตาของนางที่โผล่พ้นชุดดำที่ปิดบังใบหน้าไว้ถึงกลับมีรังสีเจิดจ้าสะท้อนขึ้นมา พลังอันไร้สภาพกลับคลี่ขยายจากร่างของสตรีชุดดำผู้นั้นโถมออกมา จนตัวของหวังตุ้ยเต้าหยินรู้สึกอึดอัดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุจนต้องถอยห่างออกมาก้าวหนึ่งในจิตใจถึงกลับเริ่มสั่นไหวขึ้นมา ร่ำร้องออกไปว่า" ท่าน..ท่านเป็นผู้ใดกันแน่ " คนชุดดำกล่าวอย่างช้าๆ ตอบเขาว่า" เราคือ..จักรพรรดิเหนือหล้า ! ".................................... ภาพสะท้านจากห้วงความคิดของหวังตุ้ยเต้าหยินเมื่อสามเดือนก่อนทำให้เขาย้อนทวนกลับมาคิด......แม้บัดนี้หวังตุ้ยเต้าหยินรู้สึกว่าเรื่องราวนี้ลุกลามปานไฟลามทุ่งเกินที่จะควบคุม แม้เขาอยากถอยกลับตอนนี้คงทำไม่ได้แล้ว เมื่อเขาตัดสินใจกลืนกินยาเม็ดนั้นหวังตุ้ยเต้าหยินพบว่าพลังฝึกปรือของเขากลับเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด เมื่อโคจรพลังภายในร่างก็ตรวจไม่พบอันตรายอันใด จนสามเดือนมานี้เขากลืนกินไปถึงสามเม็ด แม้รู้สึกว่าพลังฝึกปรือรุดหน้าไปอย่างมากมาย แต่กลับมีผลต่อการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกจนบางครั้งถึงกลับขาดความยับยั้งชั่งใจ เช่นเมื่ออาทิตย์ก่อนที่เขาผ่านไปยังร้านอาหารของเถ้าแก่เมิ่งที่ตั้งอยู่บริเวณทิศทางตะวันตกของเทือกเขาบรรพตค้ำฟ้า และบังเอิญประสบพบเหตุที่มารเก้าบินสังหารพวกของเจียงเฉิงเซ่อที่ฉุดฆ่าสตรีนางหนึ่ง เขากลับสังหารเถ้าแก่เมิ่งอย่างอเน็จอนาถและใส่ร้ายมารเก้าบิน แม้รู้ว่ายาเม็ดที่กินเข้าไปมีผลเช่นนี้ แต่กลับไม่สามารถที่จะหยุดกินยาเม็ดนี้ได้ นอกจากพลังฝึกปรือที่รุดหน้าขึ้นแล้วสิ่งที่เขาต้องการคือพิสูจน์ให้อาจารย์รู้ว่าเขาคิดผิดที่ตั้งความหวังทุกอย่างไว้ที่ศิษย์น้องของเขา แต่หวังตุ้ยเต้าหยินรู้ว่าจักรพรรดิเหนือหล้าผู้นี้แม้ลึกลับอยู่บ้างแต่หากสามารถช่วยให้เขาได้สิ่งที่ปรารถนา ตอนนี้ได้แต่ปั้นหน้ายอมร่วมมือกับนางไปก่อนเท่านั้น .................................................

    คล้ายกับเรื่องอภินิหารเทพปฐมภพ ที่คุณอ่าน