หุบเขาหิมะหนาวะเืหนึ่งในร้อยขุนเขาในอาณาเขตขุนเขาสี่ฤดู
บรรยากาศหนาวเหน็บในหุบเขายังคงเป็เช่นกาลก่อนละอองหิมะขาวโพรนยังคงล่วงหล่นลงมาไม่ขาด่ สายลมหวีดหวิวพัดพาให้ได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างยังคงดุจเดิมไม่แปรเปลี่ยน…
ทว่า สถานที่ซึ่งเคยเงียบสงบ ใน่เวลานี้ชั่งแสนสับสนวุ่นวายกระท่อมซอมซ่อสองหลังใจกลางหุบเขาอันเคยเป็ที่พักอาศัยของสองชราตาหลานมาเนิ่นนานกลับไม่ได้เงียบงำอย่างที่เคยเป็อีกต่อไป ท่ามกลางความสับสนอลหม่านวุ่นวายยามนี้กระท่อมสองหลังกลับถูกทหารเกราะทองและกองกำลังชุดดำกว่าหนึ่งพันคนห้อมล้อมรายรอบ
เบื้องหน้ากระท่อมหลังน้อย ยืนไว้ด้วยชายชราร่างใหญ่ดวงหน้าอ่อนโยนยังคงเงียบขรึมนิ่งสงบจนน่ากลัวรอบตัวแผ่รัศมีบรรยากาศสูงส่งสั่นสะท้านจิตใจทุกผู้คน
ถัดออกมาด้านหน้าชายชราสามเมตร บุรุษหนุ่มรูปหล่อคมคายสวมใส่ชุดเกราะทองอร่ามยืนเด่นสง่าใบหน้าองค์รัชทายาทยังคงฉายแววอวดดีเย่อหยิ่งดวงตาชั่วร้ายหรี่ลงเล็กน้อยจับจ้องพิจารณาไป๋เทียนอวิ๋นอย่างฉงนชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หยางเสี้ยนยังคงมีใบหน้าถมึงทึงยืนอยู่ข้างกาย
ชั่ววินาทีต่อมา ชายชราสวมใส่เสื้อผ้าสีทองเหินบินลงมาข้างกายองค์รัชทายาทอย่างแช่มช้าส่งผลให้หนวดเคราและเส้นผมดำแซมขาวโบกสะบัดยุ่งเหยิงดวงตากรอกกริ้งหดเล็กจ้องมองไป๋เทียนอวิ๋นอย่างฉงนสนเท่เช่นเดียวกัน
ทันทีที่ชายชราชุดทองเหินร่างร่อนลงสู่พื้นท่าทีทหารรอบด้านล้วนแสดงออกถึงความกริ่งเกรง แม้กระทั่งใบหน้าบึ้งตึงของหยางเสี้ยนยังแสดงออกถึงความอ่อนน้อมนับถือ
“ท่านผู้าุโหยางเจี้ยนท่านเจอแม่นางเฟิงหรือไม่?” องค์รัชทายาทสอบถามชายชราชุดทองอย่างวิตกกังวลน้ำเสียงของมันแฝงไว้ด้วยความฉุนเฉียวหงุดหงิด
ที่แท้ชายชราชุดทองก็คือบุคคลที่องค์รัชทายาทใช้เวลาคอรอยกว่าสามวันมันมีนามว่า ‘หยางเจี้ยน’ มันผู้ซึ่งเป็ผู้าุโลำดับที่หกสิบสองของราชวงศ์หยางและเป็หนึ่งในสามผู้าุโที่เดินทางตามคำสั่งองค์กษัตริย์มายังขุนเขาสี่ฤดูเพื่อไล่ล่าสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์และพลังิญญาที่ชายชราหยางเจี้ยนปลดปล่อยออกมากับเป็พลังพรมแดนิญญาสถิตขั้นต้น!
สีหน้าหยางเจี้ยนดำมืดก่อนจะกล่าวแช่มช้าด้วยจิตใจกระส่ำกระส่าย “กราบทูลองค์ชาย ข้าผู้ชราได้เสาะหาทั่วทุกมุมในหุบเขาลูกนี้แล้วแต่ไม่อาจพบเจอร่องรอยของแม่นางเฟิงแม้สักนิด”
“อะไรนะ! ท่านไม่เจอนาง?นางจะหนีไปไหนได้ทั้งที่ติดพิษร้ายแรงเช่นนั้น!” องค์รัชทายาทเกรี้ยวกราด สายตาคมกล้ากวาดมองไป๋เทียนอวิ๋นทันทีก่อนจะแสร้งเปลี่ยนเป็ใบหน้านอบน้อมพูดคุยด้วยสีหน้าเคารพนิ่งสงบ “ท่านผู้าุโ เื่ราวครั้งนี้ล้วนไม่เกี่ยวพันธ์อันใดกับท่านถ้าท่านส่งมอบหญิงสาวนางนั้นให้แก่ผู้เยาว์…ผู้เยาว์จะซาบซึ้งในพระคุณอย่างยิ่ง… ผู้เยาว์จะจากไปแต่โดยดีและจะไม่สร้างปัญหาอื่นใดที่ทำให้ผู้าุโขุ่นมัว!?”
องค์รัชทายาทกล่าวกับไป๋เทียนอวิ๋นด้วยใบหน้าและน้ำเสียงนิ่งสงบถึงกระนั้นในน้ำเสียงของมันยังแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งจองหองอยู่เรืองลางทว่ามันผู้เป็หนึ่งในองค์รัชทาราชที่มีโอกาสลืบทอดราชบัลลังราชวงศ์หยางอันเกรียงไกรถึงกับใช้คำเรียกขานแก่ชายชราว่า’ผู้เยาว์’ นี่ย่อมถือว่าให้เกียติไป๋เทียนอวิ๋นมากมายจนน่าใ!
จะอย่างไรบุคคลที่มีความสามารถด้านอักขระค่ายกลถึงเพียงนี้ย่อมไม่อาจดูแคลนได้อย่างน้อยในเขตปกครองของราชวงศ์หยางบุคคลที่มีความรู้ด้านอักษรอักระมีน้อยเสียจนนับคนได้….และชายชราเบื้องหน้าของมันองค์รัชทายาทก็คือบุคคลที่คู่ควรแก่การผูกมิตรถ้าราชวงศ์สามารถมีบุคคลเช่นนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนนับว่าเป็การเพิ่มกำลังกล้าแข็งขึ้นอีกหลายเท่า!
อีกหนึ่งสาเหตุที่องค์รัชทายาทเกิดความรู้สึกประหวั่นครั่นครามแก่ชายชราเบื้องหน้าก็คือ…จิตสังหารอันรุนแรงที่กดดันได้แม้กระทั่งผู้าุโหยางเจี้ยนด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นหนักหน่วงเช่นนี้มันและชายชราหยางเจี้ยนอดบังเกิดความรู้สึกเกรงกลัวขึ้นในจิตใจอย่างแท้จริง!
หลังจากบุกฝ่าขึ้นหุบเขามาได้ในที่สุดในใจองค์รัชทาราชกระหยิ่มยิ้มหิวกระหายราวสุนัขป่ามันได้วาดฝันวิมานหรูหราระหว่างมันและเฟิงเสวี่ยฉีเป็ที่เรียบร้อยแล้วเพียงผู้าุโหยางเจี้ยนมาเฟิงเสวี่ยฉีล้วนไม่อาจหลบหนีอุ้งมือมารไปได้
ทว่า ความฝันของมันต้องแตกสลายเนื่องด้วยสถานะการณ์ในปัจจุบันหลังจากบุกฝ่าขึ้นมาบนหุบเขาได้เป็ผลสำเร็จมันกลับทำได้เพียงยืนคุมเชิงประชันหน้ากับไป๋เทียนอวิ๋นมาเกือบสิบห้านาทีแล้วที่พวกมันไม่กล้าทำอันใดวู่วามเนื่องจากทันทีที่มันจะจับกุมไป๋เทียนอวิ๋นทุกคนที่เข้าใกล้ชายชราล้วนถูกรังสีฆ่าฟันกดดันจนต้องถอยหนีออกมา
กลับชายชราผู้ไร้ซึ่งพลังิญญาใดใดระเหยออกมาเบื้องหน้าหลังจากตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าบทสรุปที่พวกมันทุกคนมองเห็นกลับเป็เพียงชายชราธรรมดาคนหนึ่งจริงๆ…แล้วคนธรรมดาจะปลดปล่อยรังสีสังหารมากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? ถ้าบุคคลใดก็ตามที่สามารถปลดปล่อยแรงกดดันใส่ฝ่ายตรงข้ามได้นั่นย่อมแสดงว่าคนผู้นั้นมีความแข็งแกร่งกว่าอย่างน้อยหนึ่งพรมแดน!
และชายชราผู้ไม่มีพลังิญญาระเหยออกมาแม้เพียงน้อยนิดด้านหน้ากลับปลดปล่อยแรงกดดันใส่ผู้าุโหยางเจี้ยนซึ่งอยู่พรมแดนิญญาสถิตขั้นต้นได้! นี่ย่อมแสดงว่าชายชราปริศนาต้องแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย…ในความคิดของพวกมันทุกคนต่างมองชายชราเป็บุคคลอันตราย
ด้วยเป็หนึ่งในสี่ขุมกำลังใหญ่ของทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์พวกมันล้วนเคยพบเจอบุคคลน่ากลัวเช่นนี้มามากมาย ทว่า ชายชราเบื้องหน้าชั่งน่าสงสัยจนเกินไปถ้ามันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ? ทำไมไม่ใช้กำลังขับไล่ใสส่งพวกมันให้ถอยหนีทำไมต้องซ่อนตัวหญิงสาวไว้ด้วย
ในจิตใจองค์รัชทายาทและผู้าุโหยางเจี้ยนล้วนแฝงแววข้อกังขาแต่ยังคงไม่วู่วาม รอดูสถาการณ์อย่างเยือกเย็น…
“แม่นางน้อยผู้นั้นได้ออกจากหุบเขาลูกนี้ไปนานแล้วถึงแม้พวกเ้าจะพลิกหุบเขาทั้งลูกก็ไม่อาจตามหานางพบ…พวกเ้ากลับไปเถอะ?!” ไป๋เทียนอวิ๋นยืนเคร่งขรึมสองมือไขว้หลังอย่างองอาจก่อนจะกล่าวตอบปฏิเสธอย่างเยือกเย็น รอบตัวแผ่รัศมีครั่นครามออกมาดุจขุนเขาสูงใหญ่
ได้ยินวาจาชายชราสีหน้าองค์รัชทายาทมืดครึ้ม จิตใจมันยังคงไม่เชื่อ “นางติดพิษร้ายแรงด้วยสภาพร่างกายของนางจะออกเดินทางไปได้เช่นไร? ถ้าผู้าุโพูดความจริงเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์โปรดให้ข้าเข้าไปค้นในกระท่อมด้านหลังท่านจะได้หรือไม่?”
ไป๋เทียนอวิ๋นยังคงนิ่งสงบกล่าวตอบอย่างธรรมชาติ “ พิษกัดกร่อนกระชากิญญา นะหรือร้ายแรง?...เื่พิษในร่างกายของนางล้วนถูกขจัดขับออกไปจนหมดสิ้นแล้ว!” ก่อนจะฝายมือไปทางกระท่อมอย่างสง่าผ่าเผย “ถ้าพวกเ้ามีความกล้ามากพอก็ลองไปค้นดูได้ตามสบาย”
คำว่า ‘พิษกัดกร่อนกระชากิญญานะหรือร้ายแรง’ หรืออีกความหมายว่า ‘พิษกระจอกนี้หรือร้ายแรง’ และเมื่อรวมกับคำกล่าว ‘พวกเ้ามีความกล้ามากพอ’ ประโยคเหล่านี้นับว่าคือคำพูดท้าทายอหังการอย่างแท้จริง!
เมื่อชายชราเอ่ยประโยคเหล่านี้ออกไปประดุจสายฟ้าฟาดใส่ใบหน้าองค์รัชทายาทและผู้คนรอบด้านทันที ยิ่งรวมกับประโยคท้าทาย่หลังแล้ว… สีหน้าแต่ละคนแม้กระทั่งหยางเจี้ยนยังชาด้านคล้ายถูกตบฉาดใหญ่
องค์รัชทายาทจ้องมองชายชราด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ ท่าทางแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างมีโทสะ ทว่าก่อนที่มันจะได้เอ่ยคำใดชายชราหยางเจี้ยนชิงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่พอใจนัก
“ท่านผู้าุโที่ท่านเอ่ยวาจาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?ท่าน้าขัดขวางกองกำลังของราชวงศ์เช่นนั้นหรือท่านคงไม่คิดท้าทายอำนาจแห่งราชวงศ์หยางหรอกกระมัง? ต่อให้ท่านกล้าแข็งกว่านี้อีกเท่าตัวแต่เมื่อท่านกล้าบาดหมางกับเราเหล่าราชวงศ์…ต่อให้ท่านมีปีกก็ไม่อาจหลบหนีจากพวกเราได้?ทางที่ดีท่านส่งมอบบุคคลที่เรา้ามาแต่โดยดีเสียเถอะข้าผู้าุโแห่งราชวงศ์หยางจะให้คำสัตย์ว่าจะลืมเลือนท่านไปซะ แล้วจะนำกองกำลังจากไปทันที!”
ชายชราหยางเจี้ยนเว้น่เล็กน้อยหลังจากมองดูท่าทางเงียบเชียบจนน่าใจหายของไป๋เทียนอวิ๋นแก้วตาทั้งสองข้างของหยางเจี้ยนหดแคบอย่างพิจารณา กล่าวต่อ
“เอาเช่นนี้ถ้าผู้าุโยังไม่ใคร่พอใจกับข้อเสนอก่อนหน้า หลังจากท่านส่งมอบตัวผู้คนที่เรา้ามาแล้วข้าจะพาท่านออกจากสถานที่อันอุดอู้เช่นนี้นำพาท่านผู้าุโเข้าสู่พระราชวังเข้าพบองค์กษัตริย์โดยตรงด้วยความสามารถด้านอักษรจารึกอันสูงส่งของท่านการจะให้องค์กษัตริย์ยกมอบตำแหน่งปราชญ์อักษรนับว่าไม่ยากเย็นจนเกินไป ฉะนั้นข้อเสนอข้างต้นนับว่าดีพอหรือไม่?”
ขณะกล่าวร่างกายหยางเจี้ยนยืดตรงอย่างมาดมั่นสายตาของมันยังคงจ้องมองไป๋เทียนอวิ๋นอย่างรอคอยคำตอบ ขณะเดียวกัน สีหน้าดำมืดขององค์รัชทายาทฉายแววยินดีอย่างเห็นด้วย
สิ้นสุดคำกล่าวด้วยข้อเสนอให้องค์กษัตริย์พิจารณาตำแหน่งปราชญ์อักษรโดยตรงทำให้ทหารโดยรอบสั่นกระส่ายไม่หยุดหย่อนสีหน้าแต่ละคนจ้องมองมายังไป๋เทียนอวิ๋นฉายแววอิจฉาอย่างถึงที่สุด
ด้วยตำแหน่งปราชญ์อักษรต่อให้คนผู้นั้นเข้มแข็งสักเพียงใดตำแหน่งอันยิ่งใหญ่เช่นนี้นับว่าเป็ข้อเสนอที่น่าดึงดูดอย่างแท้จริง ถ้ากล่าวตามตรง ตำแหน่งปราชญ์อักษรในราชสำนักมีอำนาจถือครองยิ่งใหญ่เสียกว่าตำแหน่งผู้าุโบางคนเสียอีกเป็รองก็เพียงองค์กษัตริย์และสิบาุโของราชวงศ์เพียงเท่านั้น! นี่นับว่าเป็ตำแหน่งที่ควบคู่ไปกับอำนาจอย่างแท้จริง!
“ปราชญ์อักษรแห่งราชวงศ์หยาง? เฮอะ! ไร้สาระสิ้นดี?!” ไป๋เทียนอวิ๋นเอ่ยปาก ก่อนจะแค่นเสียงเ็า “ราชวงศ์หยางอันสูงส่งกลับยื่นข้อเสนอมากมายให้ข้าผู้ชราถึงเพียงนี้กลับเพียงแค่้าแลกเปลี่ยนกับสตรีนางหนึ่งเท่านั้น? ชั่งเป็ข้อเสนออันฟุ่มเฟือยและหาได้ยากเย็นยิ่ง?...แต่น่าเสียดาย เพียงอิสสตรีบอบบางนางหนึ่งอันมีร่าง ‘เบญจธาตุอัคคีศักดิ์สิทธิ์’ พวกเ้าที่เรียกตนเองว่าราชวงศ์หยางอันยิ่งใหญ่กลับใช้วิธีหมาหมู่จับกุมและบีบคั้นให้นางต้องหลบหนีความปรารถนาส่วนตัวของเ้า?...เฮอะ ชั่งน่าอดสูยิ่งนัก!”
ทันทีที่วาจาไป๋เทียนอวิ๋นกล่าวถึง ‘ร่างเบญจธาตุอัคคีศักดิ์สิทธิ์’ ออกไปสีหน้าองค์รัชทายาทและชายชราหยางเจี้ยนสั่นสะท้านแววตาของพวกมันแฝงแววตื่นตระหนกพร้อมกับจ้องมองมาทางไป๋เทียนอวิ๋นอย่างปะทุร้าย
ทว่า เหมือนบุคคลอื่นจะไม่รับรู้เื่ราวอันน่าตื่นใครั้งนี้ไม่ว่าชายฉกรรจ์หยางเสี้ยนหรือผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าแตกตื่นกันถ้วนหน้า
ไป๋เทียนอวิ๋นใช้สายตาคมกล้าตวัดผ่านไปมาอย่างดูถูกร่างใหญ่ยังคงยืนตระหง่านยึดมั่นสองมือไขว้หลังอย่างองอาจก่อนจะกล่าวราบเรียบด้วยน้ำเสียงแฝงแววเหยียดหยัน
“ข้าผู้ชราไม่คิดเลยว่าราชวงศ์วงหยางอันเกรียงไกรแห่งทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธ์กลับมีบุคคลตกต่ำเช่นพวกเ้า!”
สำหรับไป๋เทียนอวิ๋นผู้เคยเป็กษัตริย์อันยิ่งใหญ่แล้วชายชราจงเกลียดจงชังวิธีสกปรกเช่นนี้อย่างถึงที่สุด
“เ้า เ้า...บังอาจ!” ใบหน้าองค์รัชทายาทยับยู่ยี่ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกคำดูิ่ของไป๋เทียนอวิ๋นนอกจากแรงกดดันอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงแล้วไม่มีพลังิญญาหรือสิ่งใดที่จะเป็ภัยคุกคามแก่มันองค์รัชทายาทอีกด้วยความคิดขององค์รัชทายาทมันเกิดทูลในอำนาจบารมีของวงศ์ตระกูลมันอย่างยึดมั่นทว่ายามนี้ มันกับถูกดูิ่ศักดิ์ศรีซึ่งๆหน้า มันจะยอมได้เช่นใด?....อีกอย่างมันเพียงคิดว่าชายชราเบื้องหน้าเพียงใช้ลูกเล่นพิสดารบางประการเพียงเท่านั้นมันออกคำสั่งหยางเจี้ยนทันที “ผู้าุโหยางเจี้ยนฆ่าเ้าเฒ่านี่ซ่ะ?!”
ทว่า หลังจากคำสั่งอันเป็เด็ดขาดขององค์รัชทายาทเอ่ยออกไปชายชราหยางเจี้ยนไม่เพียงไม่ทำตามคำสั่งมันเพียงจ้องมองไปยังไป๋เทียนอวิ๋นอย่างฉงนเ็า
จะอย่างไรมันก็เป็ผู้าุโระดับสูงอันคร่ำครึของราชวงศ์คนหนึ่งประสบการของมันล้วนมากมายหลายร้อยปี กับเพียงคำสั่งของคนอายุน้อยขาดประสบการณ์ผู้หนึ่งมันจะกล้าเอาชีวิตที่ยืนยาวเข้าเสี่ยงได้เช่นไร?...แรงกดดันที่มันได้รับก่อนหน้าล้วนเป็ของจริงต่อให้อีกฝ่ายใช้ลวดลายพิสดารจริง ชายชราหยางเจี้ยนยังคงไม่คิดเสี่ยง
“ท่านผู้าุโหยางเจี้ยนท่านกล้าขัดขืนคำสั่ง?” องค์รัชทายาทจ้องมองหยางเจี้ยนอย่างไม่พอใจ
เห็นสายตาจ้องมองขององค์รัชทายาทชายชราหยางเจี้ยนสีหน้าแห้งเหี่ยว มันกระซิบกระซาบองค์รัชทายาททันที
“ฝ่าาทรงอย่ากริ้วจะอย่างไรชายชราเบื้องหน้าคนนี้ชั่งน่าสงสัยจนเกินไปฝ่าาโปรดให้กระหม่อมจัดการเอง”
หยางเจี้ยนสืบเท้าไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวรอยยิ้มแห้งเหี่ยวเฉื่อยชาถูกประดับออกมาจากใบหน้าหลังจากจัดความคิดใคร่ครวญความเสี่ยงแก่ชีวิตมันสักครู่ ชายชราเอ่ยปากกล่าว “ท่านผู้าุโพวกเรา้าคนเพียงเท่านั้นจะอย่างไรพวกเราก็ไม่อาจถอยหนีอย่างง่ายดายได้? ผู้าุโล้วนไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เราตามหาทางที่ดีท่านควรหลีกทางให้แก่พวกเราเสียเถอะ อย่าได้สร้างความลำบากใจแก่พวกเราเลย”
ได้ยินวาจาอีกฝ่ายใบหน้าไป๋เทียนอวิ๋นมืดครึ้มในบัดดลก่อนจะกล่าวน้ำเสียงกังวานอย่างไม่สะทกสะท้าน“พวกเ้าหูฝาดหรืออย่างไร?ข้าได้บอกพวกเ้าไปก่อนหน้านี้แล้ว ถ้ามีความสามารถมากพอ ก็เชิญ!”
ใบหน้าองค์รัชทายาทยิ่งมายิ่งเขียวคล้ำั้แ่มันถือกำเนิดในฐานะองค์รัชทายาท นอกจากบุคคลระดับสูงในสามขั้วอำนาจใหญ่แล้วมันไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แต่ทว่าขณะนี้ มันกลับโดนขัดขวางแผนการที่เฝ้าวางไว้นานด้วยชายชราลูกเล่นแพรวพราวผู้หนึ่งมันกัดฟันแน่นะโ
“ท่านผู้าุโในเมื่อท่านไม่ยอมเปิดทางให้แก่กองกำลังแห่งราชวงศ์เราแต่โดยดีท่านคง้าท้าทายอำนาจแห่งราชวงศ์กระมัง?”
“เฮอะ!” ไป๋เทียนอวิ๋นแค่นเสียงดูถูก “อำนาจราชวงศ์เช่นนั้นหรือ? กับบุคคลผู้ไม่เกี่ยงวิธีการเช่นเ้ายังมีหน้ามากล่าวอ้างคำพูดไร้แก่นสารต่อให้ราชวงศ์ของเ้ายิ่งใหญ่ดีเด่นสักเพียงใด? แต่ถ้ามีคนเช่นเ้าหนึ่งคนก็จะกลายเป็จุดด่างพร้อยทำให้เกียรติยศที่วงศ์ตระกูลสั่งสมมานานแปดเปื้อนเสื่อมเสีย!”
ขณะกล่าว น้ำเสียงราบเรียบของชายชราแฝงแววสั่งสอนตำหนิคล้ายผู้ใหญ่พูดกับเด็กแรกเกิดแต่กลับองค์รัชทายาทนั้นต่างออกไป ใบหน้าของมันแดงเถือกเป็ฝืนเป็ไฟแม้กระทั่งทรวงอกหอบหายใจพองโตคล้ายจะแตกะเิได้ทุกเมื่อ ทว่าถึงแม้จะเป็เช่นนั้นมันยังคงแสดงท่าทีเยียบเย็นเพียงแต่เก็บความรู้สึกเดือดฉันไว้ภายในเท่านั้นก่อนที่สายตาโกรธแค้นจะมองไปทางชายชราหยางเจี้ยนอย่างรู้ความนัย
“ท่านผู้าุโโปรดอย่าได้ตำหนิพวกเราเลยที่พวกเราทำล้วนมีเหตุจำเป็ต้องกระทำทั้งสิ้น” ชายชราหยางเจี้ยนว่ากล่าวออกตัวจากนั้นแววตาแฝงลึกไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม พูดต่อไป “แต่รัศมีพลังคุกคามที่ท่านผู้าุโปลดปล่อยออกมาย่อมเป็ของจริง?ซึ่งนั่นทำให้ข้าหยางเจี้ยนผู้น้อยที่คลั่งไคล้วิชายุทธ์คนนี้บังเกิดความเลี่ยมใสในตัวท่านผู้าุโจากก้นบึ้งของจิตใจ…ท่านผู้าุโจะว่ากระไรหรือไม่? หากข้าผู้น้อยจะขอให้ท่านผู้าุโโปรดชี้แนะแลกเปลี่ยนฝีมือกันสักหนึ่งกระบวนท่าเพียงรัศมีคุกคามที่ท่านผู้าุโปลดปล่อยออกมาก็ทำให้ข้าน้อยผู้นี้แน่ใจอย่างยิ่งแล้วว่าการเอาชนะข้าน้อยคนนี้สำหรับท่านผู้าุโคงไม่ยากลำบากจนเกินไป”
“หากเป็เช่นนั้นพวกเราจะรู้ถึงความอ่อนด้อยของตนเองและจะถือว่าเป็เกียรติแก่พวกเราอย่างยิ่งด้วย? พวกเราขอให้คำสัตย์ในเกียรติของราชวงศ์หยางว่าจะไม่รบกวนท่านผู้าุโและจะจากไปแต่โดยดี?”
สิ้นสุดคำประกาศก้องของหยางเจี้ยนใบหน้าองค์รัชทายาท และผู้คนโดยรอบต่างแฝงแววพึงพอใจกันถ้วนหน้าภายในใจองค์รัชทายาทกระหยิ่มยิ้มชื่นชมในความปราดเปรื่องของชายชราหยางเจี้ยนยิ่งแผนการนี้นับว่าตอบโจทย์ปัญหาที่ให้บทสรุปคำตอบในรัศมีพลังคุกคามของไป๋เทียนอวิ๋นได้เป็อย่างดีเยี่ยม
ในพื้นที่กองกำลังขององค์รัชทายาทยามนี้เป็ชายชราหยางเจี้ยนที่ถือครองความแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มและถ้าชายชราปริศนามีความแข็งแกร่งกว่าหยางเจี้ยนแล้วละก็พวกมันยังคงถอยร่นหนีและจากไปอย่างปลอดภัย
แต่ถ้าชายชราปริศนามีความแข็งแกร่งกว่าเพียงเล็กน้อยพวกมันสามารถถอยหนีไปตั้งหลักและเรียกผู้าุโที่แข็งแกร่งกว่ามาจัดการได้
ประการสุดท้าย ถ้าคำท้าทายถูกปฏิเสธนั่นย่อมตีหมายความได้เพียงอย่างเดียวว่ารัศมีพลังคุกคามเป็เพียงลูกเล่นประการหนึ่งที่ชายชราปริศนาทำขึ้นมาเองเท่านั้น...ด้วยศาสตร์อักษรจารึกอันสูงส่งของชายชราปริศนาเบื้องหน้าการจะจัดตั้งค่ายกลเช่นนี้นับว่าคงไม่เกินเลยความสามารถจนเกินไป!
ไป๋เทียนอวิ๋นถอยหายใจอย่างเงียบเชียบชายชรายังคงแสดงทีท่าองอาจด้วยใบหน้าเรียบเฉย กล่าวแ่เบาช้าๆ
“ถ้านั่นถือเป็ความตั้งใจของพวกเ้า...เช่นนั้นข้าผู้ชราขอน้อมรับข้อเสนอ!”
"!!"