บทที่ 8
รอยร้าวในระบบ และบทเรียนของพี่เลี้ยงมือใหม่
แสงสีส้มรำไรของรุ่งเช้าทอผ่านหน้าต่างกระจกนาโนคาร์บอน ลินลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกสดชื่นที่ไม่ได้ััมานาน ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่ววินาที ก่อนที่หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวจะกะพริบเป็สีเหลืองหม่นพร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ทำให้หัวใจของวิศวกรสาวหล่นวูบ
[คำเตือน: ความเสถียรของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันขนาดจิ๋วลดลงเหลือ 68%]
[สาเหตุ: ตรวจพบการแทรกแซงจากมานาเข้มข้นในชั้นบรรยากาศ – เกิดสภาวะไอออนไนซ์ที่ไม่พึงประสงค์ในห้องเผาไหม้]
“บ้าจริง...” ลินสบถเบาๆ พลางดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา เธอประเมินสถานการณ์พลาดไปอย่างหนึ่ง โลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงออกซิเจนและไนโตรเจน แต่มันมี ‘มานา’ ซึ่งเป็พลังงานในรูปแบบอนุภาคที่ทำปฏิกิริยากับเทคโนโลยีขั้นสูงของเธอเหมือนสนิมที่กัดกร่อนแผงวงจร
แต่ก่อนที่เธอจะได้วิเคราะห์กราฟพลังงาน เสียงแผดร้องจ้าที่ดังมาจากเปลอัจฉริยะก็ดึงสติเธอให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าระบบพลังงานล่ม
“แง้!!!”
ไซรัส ตื่นแล้ว และดูเหมือนเ้าตัวเล็กจะไม่ได้รับรู้ถึงวิกฤตการณ์พลังงานระดับนาโนเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขา้าตอนนี้คือความใส่ใจ
ลินรีบปรี่ไปที่เปล “โอเคๆ ไซรัส แม่มาแล้ว... เอ่อ พี่สาวมาแล้ว” เธออุ้มเด็กน้อยขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ แม้ระบบจะช่วยปรับอุณหภูมิและแกว่งเปลให้ แต่การดูแลทารกในเชิงลึกคือสิ่งที่ลินไม่เคยมีในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์
“หิวเหรอ? หรือว่า...” ลินสำรวจดูแพมเพิร์สนาโนที่เธอสั่งซื้อมา [ความจุ: 15% - ยังสะอาดอยู่] “ไม่ใช่เื่ขับถ่าย งั้นก็ต้องเป็เื่กิน”
เธอรีบเดินไปที่เครื่องผลิตอาหารสังเคราะห์ (Matter Synthesizer) ซึ่งตอนนี้กำลังทำงานอย่างตะกุกตะกักเนื่องจากกระแสไฟไม่นิ่ง ลินกดสั่ง ‘นมผงดัดแปลงพันธุกรรมสูตรเสริมภูมิคุ้มกัน’ แต่สิ่งที่เครื่องพ่นออกมากลับเป็ของเหลวสีขาวขุ่นที่มีฟองฟูฟ่องแปลกๆ
[ข้อผิดพลาด: พลังงานไม่เพียงพอสำหรับการจัดเรียงโมเลกุลในระดับความร้อนที่กำหนด]
“ให้ตายเถอะ ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ!” ลินมองนมในขวดที่ดูเหมือนโฟมล้างหน้ามากกว่าอาหารทารก เธอไม่กล้าเสี่ยงให้ไซรัสกินสิ่งนี้ แต่เสียงร้องของเด็กน้อยเริ่มทวีความรุนแรงจนผิวหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงเข้ม
ในนาทีนั้น ลินตระหนักได้ว่าเธอมีความรู้เื่โครงสร้างสะพานและระบบขับเคลื่อนไอออน แต่เธอไม่มีความรู้เลยว่า ‘อาการท้องอืด’ ของทารกเป็อย่างไร และเธอไม่รู้ว่าเด็กทารกในโลกนี้อาจจะมีปฏิกิริยากับมานาในอากาศต่างจากมนุษย์โลกปกติ
ไซรัสเริ่มดิ้นพล่าน ตัวแข็งเกร็ง ลินตรวจเช็กระบบชีวมาตร (Biometric) บนข้อมือเด็กน้อย
[สถานะ: ตรวจพบแก๊สในกระเพาะอาหารสูง / ระดับความเครียด: สูง]
“ท้องอืด? ทำไมล่ะ? หรือเพราะอากาศเมื่อคืน?” ลินลนลาน เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาจากฐานข้อมูลเก่าว่าต้อง ‘ไล่ลม’ แต่เธอไม่รู้แรงที่เหมาะสม มือที่เคยจับค้อนไฮดรอลิกกลับสั่นเทาเมื่อต้องััแผ่นหลังเล็กๆ นั่น “ไซรัส... อย่าเพิ่งเป็อะไรนะลูก ….. พี่กำลังหาวิธีอยู่!”
เธอตัดสินใจเปิดระบบช่วยสอน (Tutorial Mode) ของระบบเลี้ยงเด็กอัจฉริยะ แต่มันกลับขึ้นหน้าจอสีแดงว่า: [ฟังก์ชันนี้ถูกระงับชั่วคราวเพื่อประหยัดพลังงานหลัก]
“ในเมื่อระบบพึ่งไม่ได้ ข้าต้องพึ่งสัญชาตญาณ” ลินกัดฟัน เธออุ้มไซรัสพาดบ่า เริ่มลูบหลังเบาๆ ตามที่เคยเห็นในวิดีโอเก่าๆ พลางเดินวนไปมาในบ้านที่ไฟกำลังกะพริบติดๆ ดับๆ
แต่ปัญหาก็คือ ยิ่งพลังงานของบ้านลดลง โล่ป้องกันพัลส์ (Pulse Shield) ก็เริ่มสั่นะเื คลื่นความถี่ต่ำจากโล่ที่พยายามรักษาเสถียรภาพส่งผลกระทบต่อประสาทััที่ไวต่อความรู้สึกของเด็กทารก ไซรัสไม่ได้ร้องเพราะหิวอย่างเดียว แต่เขากำลัง ‘เจ็บหู’ จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่รั่วไหล
ลินมองไปที่หน้าจอระบบพลังงาน: [ความเสถียรลดลงเหลือ 52% - ระบบพรางตัวกำลังจะปิดการทำงาน]
นั่นหมายความว่าภายในไม่กี่นาที บ้านโมเดิร์นสีเงินหลังนี้จะปรากฏสู่สายตาทุกคนบนยอดเขา และเธอจะกลายเป็เป้านิ่งท่ามกลางกลุ่มคนที่จ้องจะเล่นงาน
“ข้าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้... อย่างน้อยก็ในตอนนี้” ลินตัดสินใจเด็ดขาด เธอหยิบเป้อุ้มเด็กแบบพิเศษที่มีระบบปรับอุณหภูมิในตัว (ซึ่งโชคดีที่มีแบตเตอรี่แยกส่วน) บรรจุไซรัสลงไปพร้อมขวดน้ำเปล่าบริสุทธิ์ที่พอจะหาได้ “เราต้องไปหา ‘ตัวแปลงพลังงาน’ และยาสำหรับเ้าในเมืองอาเธลอส”
ลินคว้าเสื้อคลุมเก่าๆ มาสวมทับชุดปฏิบัติการสีดำรัดรูปของเธอ หยิบปืนช็อตไฟฟ้าพลาสม่าซ่อนไว้ที่ข้างเอว และที่สำคัญที่สุดคือเธอหยิบ ‘แกนมานา’ ที่ยึดมาได้จากพวกนักเลงเมื่อคืน
ลินก้าวเท้าออกจากเขตรั้วบ้าน ทันทีที่เธอพ้นเขตป้องกัน อากาศหนาวเย็นและความชื้นของป่าก็เข้าปะทะ ไซรัสสะดุ้งตัวโยนและเริ่มร้องไห้โยเยอีกครั้ง ลินต้องใช้มือหนึ่งโอบอุ้ม อีกมือหนึ่งถือแผนที่โฮโลแกรมที่ฉายจากข้อมือ
“ชู่ว... เงียบก่อนนะไซรัส เรากำลังจะไปหาของอร่อยกัน” เธอโกหกคำโต ทั้งที่ความจริงเธอกำลังจะพาลูกเข้าไปในรังของศัตรู
เมื่อมาถึงย่านการค้าล่างของอาเธลอส ลินพบว่าบรรยากาศเปลี่ยนไป ข่าวเื่ ‘บ้านเวทมนตร์’ กระจายไปเร็วกว่าที่คิด ชายในชุดผ้าคลุมหลายคนยืนจับกลุ่มคุยกัน สายตาของพวกเขาดูหวาดระแวงและละโมบ เธอตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ดูเก่าแก่และลึกลับที่สุด ‘ร้านของเก่ากัลวาน’
“ข้า้า ‘ศิลาคัดแยกธาตุ’ ระดับสูง และ ‘หญ้าหยาดน้ำค้าง’ สำหรับเด็กทารก” ลินเอ่ยเสียงเรียบกับชายชราหลังค่อมที่นั่งอยู่หลังตู้กระจก
ชายชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองเป้อุ้มเด็กที่อกของลิน “ศิลาคัดแยกธาตุ? ของพรรค์นั้นมีแต่พวกวิศวกรมนตราที่รับใช้เ้าเมืองถึงจะใช้กัน... ส่วนหญ้าหยาดน้ำค้างเ้าน่าจะหมายถึงยาแก้ท้องอืดสำหรับเด็กที่เกิดในเขตมานาเข้มข้นล่ะสิ?”
ลินชะงัก “เด็กที่เกิดในเขตมานาเข้มข้น?”
“ใช่แล้ว แม่สาวน้อย” ชายชราหัวเราะหึๆ “เด็กที่นี่ถ้าไม่ได้รับการปรับสมดุลมานาในร่างกายั้แ่วันแรกๆ มานาจะเข้าไปสะสมในลำไส้ ทำให้ปวดมวนท้องเหมือนมีเข็มเป็พันเล่มแทงอยู่ข้างใน บ้านของเ้า... คงจะมีพลังงานหนาแน่นเกินไปสินะ เด็กถึงได้ร้องประท้วงขนาดนี้”
ลินรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า ความเก่งกาจด้านวิศวกรรมของเธอกลายเป็ยาพิษสำหรับไซรัส เพราะเธอพยายามสร้าง ‘โลกที่สมบูรณ์แบบ’ โดยลืมไปว่าร่างกายของไซรัสคือส่วนหนึ่งของโลกใบนี้
ในขณะที่ลินกำลังจะจ่ายเงินด้วยเหรียญทองระบบ (ซึ่งเธอต้องแปลงเป็ทองแท่งขนาดเล็กเพื่อไม่ให้สะดุดตา) ประตู้ร้านก็ถูกพังเข้ามา!
“อยู่นี่เองนังตัวแสบ!” เสียงคำรามดังขึ้น ไม่ใช่จากอน แต่เป็กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเกราะหนังที่ดูเป็ระเบียบกว่า พวกเขาคือ ‘หน่วยล่าสมบัติ’ ที่ขึ้นตรงกับกลุ่มอิทธิพลมืดในเมือง
“เอาตัวผู้หญิงมา แล้วชิงเอา ‘กล่องวิเศษ’ ที่หน้าอกนางมาให้ได้!”
ลินไม่ได้รอให้พวกมันเข้ามาถึงตัว เธอเตะโต๊ะไม้ล้มลงเพื่อเป็ที่กำบัง สัญชาตญาณนักสู้ที่ถูกฝึกมาเพื่อปกป้องโปรเจกต์สำคัญทำงานทันที แต่ครั้งนี้สิ่งที่เธอต้องปกป้องไม่ใช่พิมพ์เขียว แตเป็สิ่งมีชีวิตที่กำลังร้องไห้อยู่ที่อก
“ไซรัส หลับตาลง!” ลินะโ (ถึงรู้ว่าเด็กจะฟังไม่รู้เื่ก็ตาม)
เธอชักปืนพลาสม่าออกมา แต่มันกลับส่งเสียง วี๊ด... แล้วดับไป
[คำเตือน: มานาในอากาศรบกวนการจ่ายพลังงาน – ระบบลัดวงจร]
“บ้าที่สุด!” ลินเหวี่ยงปืนทิ้ง เธอต้องใช้ ‘วิศวกรรมเฉพาะหน้า’ เธอคว้าขวดเหล้าแรงสูงจากชั้นวางข้างๆ ผสมกับผงศิลาคัดแยกธาตุที่เพิ่งซื้อมา แล้วขว้างเข้าใส่กลุ่มนักล่า
เพล้ง!
เกิดการะเิของปฏิกิริยาเคมีผสมมานา แสงสว่างจ้าและควันสีม่วงตลบอบอวลไปทั่วร้าน ลินใช้จังหวะนั้นพุ่งตัวออกทางหน้าต่างหลังร้าน เธอวิ่งกะเผลกเนื่องจากแรงกระแทก แต่แขนทั้งสองข้างยังโอบกอดไซรัสไว้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
ลินหนีกลับมาถึงเนินเขายามบ่ายคล้อย บ้านนาโนคาร์บอนของเธอตอนนี้อยู่ในสภาพพรางตัวไม่สมบูรณ์ เห็นเป็ภาพซ้อนทับระหว่างกระท่อมไม้กับกำแพงโลหะดูสยดสยอง
เธอรีบเข้าไปข้างใน วางไซรัสลงบนที่นอนที่ทำจากผ้าทอธรรมดาที่เธอซื้อมาใหม่ (ไม่ใช่ผ้าใยสังเคราะห์) แล้วเริ่มบดหญ้าหยาดน้ำค้างผสมกับน้ำสะอาดตามคำแนะนำของชายชรา
“กินซะนะเด็กดี... ข้าขอโทษ” ลินป้อนยาให้ไซรัสด้วยมือที่ยังเปื้อนเขม่าควัน
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เสียงร้องก็ค่อยๆ สงบลง ไซรัสเรอออกมาดังๆ หนึ่งครั้งก่อนจะหลับปุ๋ยไปอย่างอ่อนแรง ลินทรุดตัวลงนั่งพิงผนังบ้านที่เย็นเฉียบ เธอเหนื่อยล้ากว่าการคุมงานก่อสร้างเขื่อนั์เสียอีก
เธอเปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้สั่งซ่อมระบบป้องกันภัยเป็อันดับแรก แต่เธอสั่งซื้อ:
[คำสั่งซื้อ: เครื่องแปลงมานาเป็กระแสไฟฟ้า (Mana-to-Power Converter) - ราคา 500 เหรียญทอง]
[คำสั่งซื้อ: คู่มือการเลี้ยงเด็กในโลกแฟนตาซี ฉบับพื้นฐาน - ราคา 10 เหรียญทอง]
“เฟืองตัวที่สองเกือบจะพังเพราะความประมาทของข้าเอง...” ลินพึมพำพลางมองดูไซรัส “เทคโนโลยีอาจจะสร้างบ้านได้ แต่มันเลี้ยงเด็กไม่ได้จริงๆ”
รอยร้าวในเครื่องปฏิกรณ์ได้รับการแก้ไขด้วยการติดตั้งตัวแปลงพลังงานใหม่ แสงไฟในบ้านกลับมานิ่งสนิทและอบอุ่นอีกครั้ง แต่ลินรู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น ความลับเื่บ้านของเธอรั่วไหลออกไปแล้ว และศัตรูรายต่อไปอาจไม่ใช่แค่ นักเลงข้างถนน แต่เป็ใครบางคนที่เข้าใจ ‘วิทยาศาสตร์’ ในรูปแบบของพวกเขาเอง
ลินกระชับผ้าห่มให้ไซรัส ก่อนจะเริ่มเขียนแบบแปลน ‘ป้อมปราการ’ เวอร์ชั่นอัปเกรดที่ไม่ได้มีไว้แค่กันะุ แต่ต้องเป็ ‘บ้าน’ ที่แท้จริงสำหรับลูกของเธอ
……………………
"ในที่สุดพี่เลี้ยงมือใหม่อย่างลินก็ได้บทเรียนราคาแพงไปเต็มๆ เลยค่ะ! บทนี้เขียนไปก็ลุ้นไป เพราะต่อให้ลินจะเก่งวิศวกรรมระดับโลกแค่ไหน แต่พอเจอ 'อาการท้องอืด' ของเ้าหนูไซรัสเข้าไป พิมพ์เขียวที่ว่าแน่ก็แทบจะกลายเป็เศษกระดาษเลยทีเดียว
การเลี้ยงเด็กในโลกที่มี 'มานา' ปนเปื้อนในอากาศไม่ใช่เื่ง่ายจริงๆ ค่ะ และดูเหมือนว่าเทคโนโลยีจากโลกเก่าของลินเริ่มจะเจออุปสรรคเข้าให้แล้ว ความผิดพลาดในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ลินต้องออกไปเสี่ยงอันตราย แต่ยังทำให้ความลับของ 'ป้อมปราการล่องหน' เริ่มสั่นคลอนอีกด้วย
บทต่อไป ลินจะรับมืออย่างไรเมื่อศัตรูเริ่มรู้จุดอ่อนของเทคโนโลยีเธอ? และเ้าหนูไซรัสจะมี 'เซอร์ไพรส์' อะไรให้พี่เลี้ยงจำเป็คนนี้ปวดหัวอีกหรือไม่?
ขอบคุณทุกการติดตามและทุกกำลังใจที่มีให้วิศวกรสาวกับเ้าก้อนแป้งนะคะ ใครมีเทคนิคเลี้ยงเด็กหรืออยากแนะนำไอเทมไฮเทคอะไรให้ลินใช้ คอมเมนต์บอกกันได้เลยน้า! พบกันใหม่บทหน้าค่ะ!"