ลิขิตรักลู่เสียน

    บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

    ​“เฮือก!!” เสียงลมหายใจลึกดึงเอาร่างระหงที่กำลังหลับสนิทลุกขึ้นจากเตียง ลู่เสียนเหลือบมองสิ่งรอบตัวราวกับว่าพึงตื่นจากฝันร้าย ใบหน้างดงามผุดพรายไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดโต นางยกมือทาบอกอย่างอกสั่นขวัญแขวน สิ่งที่เห็นคือความฝันหรือกระไรกัน ทำไมช่างชัดเจนเสียเหลือเกิน


    “คุณหนู เกิดอะไรขึ้นหรือเ๽้าคะ” อู๋ทงสาวใช้วัยสิบเจ็ดหนาวที่เพิ่งลุกหลังจากได้ยินเสียงนายสาวสะดุ้งตื่นกลางดึก นางจุดตะเกียงอีกอันเพื่อเพิ่มแสงสว่างภายในห้องนอนกว้าง ลู่เสียนนึกถึงสิ่งที่เห็น นางมั่นใจว่านั่นมิใช่ความฝันแน่ แต่นางได้ย้อนกลับมาในอดีตแล้วจริง ๆ


    “เสี่ยวอู๋กี่ยามแล้ว”


    “ยามอิ๋น[1]แล้วเ๽้าค่ะ” สาวใช้หันหน้ากลับมาตอบ ทั้งที่กำลังวางตะเกียงใบเล็กบนชั้นข้างหน้าต่าง


    “เตรียมชุดให้เรา เราจะไปพบท่านพ่อที่ห้องหนังสือเสียหน่อย” ลู่เสียนทอดมองออกไปนอกหน้าที่ยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงของไฟตะเกียงที่ส่องเล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อย


            ลู่เฉาบิดานางเป็๲แม่ทัพฝีมือเก่งกาจเคยออกรบร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่หยางฮ่องเต้จนเป็๲ที่รู้ใจ ถึงขนาดฮ่องเต้ทรงมอบป้ายอาญาสิทธิ์ไว้ติดตัวเพื่อยามเหตุฉุกเฉิน บัดนี้แววตาเรียวรีกลับสั่นคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเมื่อนึกถึงคราวหนึ่งในยามที่อ๋องชั่วผู้นั้นยุยงให้นางแอบขโมยป้ายอาญาสิทธิ์นั้นไปมอบให้แก่เขา หมายหวังจะได้เป็๲ภรรยาเอกเคียงคู่


            ฝ่าเท้าย้ำเยียบไปตามทางเดินแคบ ๆ แสงของตะเกียงเริ่มริบหรี่พลางมองดูน้ำมันในตะเกียง ถึงอย่างไรนางก็ต้องไปพบหน้าบิดาให้ได้ ลู่เสียนหยุดยืนเพียงด้านหน้าประตูเหมือนบิดานางจะรู้ตัวรีบเอ่ยทัก


    “นั่นใคร?”

    “ลูกเองเ๯้าค่ะ..ท่านพ่อ”


    “เสียนเออร์หรือ เข้ามาสิ” บุรุษร่างสูงใหญ่ใบหน้าครามเรือไปด้วยหนวดเครา คิ้วหนายกชี้เสริมให้แววตาดูดุดันน่ากลัว ในมือถือตำราม้วนไม้ไผ่ ลู่เฉาวางมันลงพร้อมเงยหน้ามองบุตรีตนที่เพิ่งเดินผ่านธรณีประตูเข้ามา


    “ลูกเพียงเป็๞ห่วงท่านพ่อเลยแวะมาดูเ๯้าคะ” แม้ฟังดูผิดแปลกไปบ้างแต่นั่นก็คือสิ่งที่นางเป็๞กังวล ลู่เฉามีอาการปวดศีรษะอยู่บ่อยครั้งอาจเพราะอายุที่มากขึ้นทำให้เจ็บป่วยบ่อย


            ชาติก่อนเพราะนางถือทิฐิเข้าใจผิดคิดว่าบิดาตนรักบุตรลำเอียง เหตุเพราะให้นางหมั้นหมายกับองค์ชายเจ็ด บุรุษที่เจ็บป่วยอ่อนแอ ผิดกับน้องสาวต่างมารดาที่นางสามารถเลือกคู่ครองได้เอง บัดนี้นางได้โอกาสแก้ไขความเข้าใจผิดนี้จึงไม่รอช้ารีบมาดูแล ร่างระหงเดินไปหยุดที่โต๊ะต้มชาก่อนที่จะค่อย ๆ จุดไฟในเตา ลู่เฉาขมวดคิ้วหนามองท่าทางบุตรีแม้จะแปลกใจไปบ้าง แต่เขากลับรู้สึกพอใจที่นางเอาอกเอาใจบิดาเช่นเขา ลู่เฉามิเอ่ยปากถามปล่อยให้นางปฏิบัติติพัดวีอยู่ข้างกาย


    “ท่านพ่อ ต่อไปลูกจะมานั่งเป็๞เพื่อนท่านพ่อบ่อย ๆ ดีหรือไม่เ๯้าคะ” ลู่เสียนอยากลองกล่าววาจาเอาอกเอาใจบิดาดูบ้าง คราก่อนนางเพียงได้แต่นิ่งเงียบมองเห็นเพียงน้องสาวนางเป็๞ผู้กล่าววาจารื่นหูแก่บิดา แต่ครั้งนี้นางจะทำตามที่ใจอยากที่จะทำบ้าง“ตามใจเ๯้า ว่าแต่ลุกมาแต่เช้าเช่นนี้เ๯้ามิเหนื่อยหรือ”

    "หากท่านพ่อมิเหนื่อย ลูกจะเหนื่อยได้เช่นไรเ๽้าคะ” ลู่เสียนกล่าวแกมหยอกล้อ ลู่เฉาเครือเสียงหัวเราะในลำคอมองใบหน้างดงามที่มีดวงหน้าคล้ายภรรยารักขอตนถึงเจ็ดส่วน หากนางยังคงอยู่นางก็คงสอนอะไรต่อมิอะไรให้แก่บุตรีของเขาผู้นี้เสียมากกว่า เพราะหลังจากที่ภรรยาเอกของเขาจากไป


    ลู่เสียนก็เอาแต่เก็บตัวเงียบไม่ค่อยพูดจากับผู้ใด แม้ภรรยารองจะเอาอกเอาใจนางเช่นไร แต่ลู่เสียนก็ยังคงแสดงสีหน้าเฉยเมยอยู่เช่นเดิม จนเขาอดกังวลไม่น้อยถึงยามที่นางต้องออกเรือน แต่เพราะความเมตตาของหยางฮ่องเต้ทรงพระราชทานการหมั้นหมายนางให้แก่องค์ชายเจ็ด แม้พระองค์ร่างกายจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่นักแต่กิริยามารยาทอ่อนโยน ทั้งยังมีเมตตา เขาจึงวางใจหากภายหน้านางได้อภิเษกเป็๲ชายาองค์ชายนางก็คงไม่ถูกสามีกดขี่ ลู่เสียนมองตำราไม้ในมือบิดาพลางกล่าวอย่างสงสัย


    “เหตุใดท่านพ่อเอาแต่จ้องตำราม้วนนี้เ๽้าคะ” แม้ตำราในห้องหนังสือจะมากมายนัก แต่นางก็เห็นเพียงม้วนตำราไม้ม้วนนี้ที่ถูกหยิบขึ้นมาอ่านบ่อยครั้ง ลู่เฉาคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนส่งยื่นให้แก่นาง ตำราม้วนนี้มีลายมือที่ชัดเจน ลู่เสียนจดจำได้ดีว่ามารดาตนนั้นลายมืองดงามเพียงใด ตำราไม้ม้วนนี้ก็คงอักษรงดงามเช่นนั้น มันคือม้วนตำราเดียวที่มารดานางเขียนประพันธ์บทกลอนอันไพเราะไว้ครั้นเมื่อนางยังอยู่ ลู่เสียนก้มหน้าราวรู้สึกผิด“ลูกคิดว่าท่านพ่อจะลืมท่านแม่ไปเสียแล้ว” น้ำเสียงสั่นเครือไม่กล้าเงยหน้า มือหนาวางบนบ่าเล็ก ๆ ของนางพลางย้ำเอ่ยขึ้น


    “มารดาเ๽้า นางเป็๲เพียงผู้เดียวที่เข้าใจข้ามากที่สุด เช่นนั้นแล้วข้าจะหลงลืมนางได้เยี่ยงไรกัน แม้นางจะชิงจากลาข้าไปเสียก่อน แต่นางก็เป็๲เพียงสตรีเดียวที่จะคงอยู่ในใจข้าตลอดไป” ลู่เฉาตอบบุตรีด้วยน้ำเสียงเนิบนาบพลางยกมือปราดเช็ดความเห่อร้อนที่แตะขอบตา ลู่เสียนยกศีรษะขึ้นก่อนจะวางอิงไปที่ไหล่หนาของบิดาตน

    “สิ่งที่ท่านพ่อให้ลูกช่างมากนัก ลูกละอายเสียเหลือเกินที่ก่อนหน้านี้แสดงท่าทีไม่ดีใส่ท่านพ่อ”

    “นี่เ๽้าไม่โกรธพ่อแล้วหรือที่รับสัญญาหมั้นหมายองค์ชายเจ็ดให้แก่เ๽้านะ”

    “ไม่แล้วเ๯้าคะ สิ่งที่ท่านพ่อเลือกให้ลูกคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วเ๯้าคะ” ลู่เสียนตอบน้ำเสียงหนักแน่น ลู่เฉาพลางโล่งอกที่บุตรีเขามิโวยวายมากนัก หากนางมิยอมจริง ๆ เป็๞เขาเองก็คงต้องบากหน้าอ้างความดีความชอบกล่าวทูลขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมายนั้นไป




     ^ (03:00-04:59น) ​