ศศิรญาตื่นนอนแต่เช้าหลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนน่ากลัว เดินลงมาชั้นล่างมองลงมาเห็นธานุภาพตื่นนอนอยู่ก่อนแล้วเวลานี้เขากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหารทันทีที่เห็นหญิงสาวธานุภาพปิดหนังสือพิมพ์ลงแล้วหันมายิ้มให้
“ตื่นแล้วเหรอลูก เป็ยังไงเมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม”อดเป็ห่วงไม่ได้ที่เขาทำให้ว่าที่สะใภ้ต้องเจอกับเื่เลวร้ายด้วยฝีมือของบุตรชายตัวดี
หล่อนนั่งลงตรงข้ามคุณท่านแล้วตอบคำถาม “ญาหลับสบายดีค่ะ”
“วันนี้ญาไม่ต้องไปทำงานก็ได้นะลูก”
“ญาไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ค่ะเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าญามาเกาะที่นี่กินอีก” ไม่วายประชดหล่อนไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่นึกโมโหที่เขาเอาแต่ต่อว่าหล่อน
ธานุภาพรู้สึกถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็อย่างดี เพราะถูกกระทำมามากความอดทนเลยค่อยๆ ลดลง
“ญาไม่จำเป็ต้องไปใส่ใจกับคำพูดของเ้าธานต์มันนักหรอกนะลูก” ธานุภาพปลอบ
ชายหนุ่มเดินลงมาจากชั้นบนได้ยินบทสนทนาแสลงหูเข้ากรามขบแน่นสาวเท้าลงมาด้วยความหงุดหงิด
“ใครมันจะไปดีเหมือนเธอกันเล่าศศิรญาแค่เข้ามาอยู่ที่นี่ไม่นานก็บริหารเสน่ห์ซะพ่อฉันอยู่หมัดเลยอย่างเธอเหมาะแล้วที่จะบริหารเสน่ห์กับคนเฒ่าคนแก่ เพราะผู้ชายหนุ่มๆ เขาไม่โง่!”น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางดังลั่น
“เ้าธานต์!” ธานุภาพหันมองแล้วส่งเสียงดุ
ธานต์เมธาเมินหน้าหนี ก้าวยาวออกจากบ้านทันที
“คุณท่านญาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยลา
“แน่ใจเหรอลูกว่าจะไปรองประทานบริษัทอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบนี้”ไม่วายประชดประชันบุตรชายอีกระลอก
บอกตามตรงว่าหล่อนไม่อยากไปแต่ทว่ามีหลายอย่างที่ทำให้ลุกขึ้นสู้ ้าให้เขาเห็นว่าหล่อนไม่ได้กลัวการกระทำป่าเถื่อนนั้นเลยทั้งที่ความจริงแล้วกลัวมากเหลือเกินอีกอย่างหล่อนอยากทำงานเพื่อเก็บเงินสักก้อนไว้เป็ทุนเพื่อสักวันจะจากที่นี่ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเองนี่คือสิ่งที่้ามากที่สุด หล่อนคงไม่สามารถทนอยู่กับผู้ชายใจร้ายได้หรอก
“คงไม่เป็ไรหรอกค่ะเพราะญากับคุณธานต์ไม่ได้นั่งทำงานด้วยกัน”
“งั้นก็ตามใจนะลูกระวังเ้าลูกชายพ่อด้วยล่ะ มันยิ่งหาเื่หนูอยู่”คราวนี้เขารู้สึกหนักใจจริงๆ ลูกชายเลี้ยงมาตามใจ นึกอยากทำอะไรก็ทำจะดัดนิสัยตอนนี้คงยากแล้ว เพราะโตจนมีครอบครัวได้ เขาเองจนใจแต่โชคดีที่เ้าลูกตัวแสบยังเห็นแก่หน้าพ่ออยู่
“ค่ะงั้นญาขอตัวก่อนนะคะเดี๋ยวจะไปทำงานสาย”ยกมือไหว้แล้วลุกยืนเดินไปหน้าบ้าน
ธานุภาพเข็นรถออกมาส่ง แล้วะโเรียกสำรวยคนขับรถประจำบ้านชายกลางคนรีบวิ่งมาด้วยรอยยิ้ม
“สำรวยเดี๋ยวไปส่งหนูญาที่บริษัทหน่อยนะ”
“ได้ครับคุณท่าน”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะเดี๋ยวน้าสำรวยจะลำบากเปล่าๆ” หล่อนรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็ไรหรอกครับคุณญาน้ายินดีครับ” คนขับรถบอก แล้วยิ้มกว้างตลอดเวลาที่คุณญามาอยู่ที่นี่สาวใช้รวมถึงคนขับรถและคนสวนต่างนิยมชมชอบนิสัยใจคอหล่อนกันมากเพราะเป็คนอ่อนน้อมถ่อมตน งานยุ่งในครัวก็เข้ามาช่วยไม่เคยเดินเชิดหน้าถือตัวเลยสักครั้ง
ยกมือไหว้น้าสำรวย“ขอบคุณค่ะน้าสำรวย”
มือบางรีบคว้ากระเป๋าหอบหิ้วเอกสารที่เอามาจากบริษัทเพื่อศึกษาไว้ในมือน้าสำรวยรีบมาช่วยหญิงสาวแล้วเดินนำไปที่รถ
เพียงเวลาไม่นานนักรถมาจอดเทียบหน้าบริษัทหญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณเปิดประตูลงมาจากรถ เร่งฝีเท้าเข้าห้องทำงาน
“สวัสดีค่ะคุณวัฒน์” หล่อนทักทายขณะนั่งประจำที่
“สวัสดีครับคุณญา”
“วันนี้มีอะไรให้ญาทำบ้างคะ”
“วันนี้ผมจะให้คุณญาช่วยงานผมสักหน่อยครับพอดีงานล้นมือจนผมทำไม่ทันแล้ว มีเอกสารบางส่วนที่เพียงฟ้าต้องทำให้ผมแต่ดูเหมือนเธอคงไม่ว่างน่ะครับ” เขาบอกแล้วยักไหล่ศศริญารู้ดีว่าผู้หญิงชื่อนี้คือใคร อภิสิทธิ์คงมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว “ยังไงคุณญาช่วยผมหน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
เอกสารกองใหญ่ถูกวางตรงหน้าหญิงสาวขมวดคิ้วแล้วระบายลมหายใจ
“หมดนี่เลยใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเขา
“ใช่ครับ ช่วยหน่อยนะครับ เพียงฟ้าไม่ได้ทำให้ผมเลยคุณญาย่อเอาแต่เนื้อหาสำคัญแล้วรวบรวมมาพิมพ์ใหม่ให้ทีนะครับ”
คนจ่ายเงินเดือนไม่ควรเป็บริษัทเสียแล้ว ผู้หญิงชื่อเพียงฟ้าน่าจะได้เงินจากเขาแทนเล่นไม่ทำงานเอาแต่เฝ้ารองประธานทั้งวัน สงสารแต่คุณวัฒน์ต้องรับศึกหนักแบบนี้สูดหายใจเข้าปอดแล้วเริ่มหยิบเอกสารออกมาจัดการ
เวลาล่วงเลยนานเท่าไหร่ไม่รู้รู้ตัวอีกทีเพื่อนรวมงานมายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ศศริญาเงยหน้าขึ้นมอง
“ไปทานข้าวกันเถอะครับเที่ยงแล้ว”
ยกนาฬิกาข้อมือดูเวลาเป็จริงดั่งเขาว่า “ญาลืมเวลาไปเลยค่ะ”
“พักก่อนนะครับเดี๋ยวหมดเวลา”เขายกยิ้ม
“ค่ะ” หล่อนวางมือจากเอกสาร
นันทวัฒน์พาหญิงสาวเดินเข้ามาในโรงอาหารของบริษัทสั่งอาหารแล้วพูดคุยเื่ทั่ว ไม่นานอาหารถูกนำมาเสรริฟ์
“มื้อนี่ผมขออนุญาตเป็เ้ามือเลี้ยงคุณญานะครับ”
“จะดีเหรอคะ”
“ดีสิครับ เพราะวันนี้คุณญาช่วยงานผมได้มากเลยขอบคุณมากนะครับ” นันทวัฒน์อมยิ้ม รู้สึกขัดเขิน
“มันเป็งานที่ญาต้องทำอยู่แล้วล่ะค่ะเพราะญามีหน้าที่เป็ผู้ช่วยคุณวัฒน์นี่คะ ดีเสียอีก มีงานให้ทำจะได้เป็งานไวๆ ค่ะแต่ถึงยังไงญาก็ขอบคุณมากนะคะที่เลี้ยงข้าว ไว้วันหลังญาเป็เ้ามือบ้าง”
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องทำงานควงคู่มากับเพียงฟ้าเมื่อถึงประตูสายตาเหลือบมองเห็นหญิงสาวกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับนันทวัฒน์ธานต์เมธากระตุกยิ้มที่มุมปาก ดูเหมือนสองคนนั้นสนิทสนมกันน่าดูตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหา
“คุณนันทวัฒน์มาทานข้าวหรือครับ” ธานต์เมธาถามถือวิสาสะนั่งลงข้างหญิงสาว
เพียงฟ้ามองตาม จำต้องนั่งลงข้างพนักงานที่ตนไม่ถูกชะตาอย่างช่วยไม่ได้มองเขาด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องลดตัวมาทานอาหารในโรงอาหารแบบนี้
“ครับ คุณธานต์” สีหน้าเขาอึดอัดรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกเพ่งเล็ง
“ถ้าอย่างนั้นผมขอร่วมวงด้วยก็แล้วกัน”ธานต์เมธายิ้มมุมปากจ้องมองผู้หญิงที่ตนเองชิงชัง
“ได้เลยครับท่านรอง”นันทวัฒน์รับคำแล้วยิ้มกว้าง แสร้งตีหน้ายินดี
ร่างบางกำมือแน่น หลุบตามองอาหารในจานตนเองไม่อยากสบตาหรือยุ่งด้วย ทำไมเขาจะต้องมาวุ่นวายกับหล่อนธานต์เมธาได้ทีเลยหันหาคนตัวเล็ก ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองมา
“คุณศศิรญาล่ะครับเป็ยังไงบ้างวันนี้”
“ก็ดีค่ะ” หญิงสาวตอบ
“เหรอครับ แหม...ผมล่ะอิจฉาคุณจริงๆ ได้ทั้งงานได้ทั้งผู้ชายคงไม่มีอะไรสมความปรารถนาคุณไปมากกว่านี้แล้วใช่ไหม”จงใจเอ่ยถ้อยคำกระทบกระแทก คนฟังสะอึก แต่พยายามข่มอารมณ์
เม้มริมฝีปากริมฝีปากเก็บความไม่พอใจหล่อนไม่กล้าต่อล้อต่อเถียง ในเมื่อเขาเป็ถึงรองประธานบริษัทหากหล่อนไปมีเื่ด้วย พนักงานคงไม่มีใครกล้าเสวนาด้วย
“เอ่อ... อาหารมาแล้วครับ ทานอาหารกันดีกว่านะครับ” นันทวัฒน์เอ่ยตัดบทเพื่อให้คลายบรรยากาศตึงเครียดบนโต๊ะอาหารนี้ลง
อาหารช่างฝืดคอรสชาติไม่รู้ดีหรือร้ายเขาเหลือบมองหล่อนเป็ระยะ นันทวัฒน์เห็นสีหน้าของหญิงสาวไม่สู้ดีมันกำลังซีดลงราวกับคนป่วย
“คุณญาเป็อะไรหรือเปล่าครับ”เขาถามสีหน้าแสดงความห่วงใย
“ญาไม่เป็อะไรหรอกค่ะคุณวัฒน์”
คนตัวใหญ่มองเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้สองคนเรียกชื่อเล่นกันแล้ว ทำงานภาษาอะไรไม่กี่วันสนิทกันขนาดนี้เชียว
“ผมว่าคุณศศิรญาคงไม่เป็อะไรหรอกครับคุณวัฒน์เธอแข็งแรงตามประสาคนบ้านนอกนั้นแหละ” ายหนุ่มประชด
พยายามนิ่ง หล่อนไม่อยากมีปัญหากับเขาอีกแค่นี้ก็แทบเป็บ้าอยู่แล้ว
“ญาขอตัวก่อนนะคะมีงานต้องทำต่อค่ะ” หล่อนบอกแล้วรีบลุกหนีออกจากโต๊ะทันที
ร่างบางเร่งฝีเท้า เพื่อเดินหนีจากบรรยากาศอึดอัดในเวลานี้เดินมาถึงห้องทำงานวางกระเป๋าลงแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ศศิรญาก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองต่อเพื่อไม่ต้องนึกถึงถ้อยคำถากถางให้เสียความรู้สึกอีกนันทวัฒน์กลับมาจากโรงอาหารนั่งลงข้างหญิงสาวมองดูหล่อนด้วยความเป็ห่วง
“คุณญาเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
“ญาไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณวัฒน์ไม่ต้องห่วงนะคะ” หล่อนตอบแล้วยิ้มบางๆ
“ปกติเ้านายไม่เป็แบบนี้นะครับวันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเป็อะไรไป”
“ไม่แปลกหรอกค่ะที่เ้านายคุณเป็แบบนี้และเขาคงเป็กับญาคนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ” เขาไม่เคยคิดพูดคุยดีๆด้วยเลย แค่เพียงคุณท่านบอกให้แต่งงานด้วยก็ตัดสินว่าหล่อนต้องหวังเงินทอง้ากอบโกย ทั้งที่ยังไม่ได้สนิทสนม ศึกษานิสัยใจคอ
มันน่าเจ็บใจที่ถูกตัดสินแบบไม่ยุติธรรมแล้วลงท้ายด้วยการกระทำเหยียดหยามต่างๆ นาๆ ถ้อยคำหยาบคาย การกระทำแสนเลวร้ายสารพัด
“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกนะครับถ้าหากคุณญาไม่สบายใจเื่อะไร ผมยินดีเป็ที่ปรึกษานะครับ”ดวงตาสบกัน ศศริญายิ้มให้ แต่เขากลับวาดฝันไกลกว่าเดิมหากหล่อนยอมสนิทสนมจนเป็คนรู้ใจคงดี
“ขอบคุณมากนะค่ะแค่นี้ญาก็รู้สึกดีมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ”
เวลางานผ่านไปหลายชั่วโมง เอกสารกองโตถูกจัดการจนเรียบร้อยร่างบางบิดกายไล่ความขบเมื่อยแล้วหันไปทางคนสอนงาน
“ญาเคลียร์เอกสารพวกนี้หมดแล้วนะคะคุณนันทวัฒน์มีอะไรให้ญาทำอีกไหม”
“อ๋อ ไม่ต้องแล้วครับ แค่นี้ก็พอตอนนี้เย็นมากแล้วกลับบ้านถอะครับเดี๋ยวผมไปส่ง” นันทวัฒน์อาสา
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะญากลับเองได้ค่ะ” เห็นสายตาของนันทวัฒน์แล้วหล่อนพอรู้ว่าคิดเช่นไร เลยอยากรักษาระยะห่างเอาไว้ เกรงว่าเขาจะคิดเกินเลย
รองประธานออกจากห้องทำงาน สองเท้าชะงักเมื่อเห็นศัตรูเขายิ้มออกมา จงใจโอบไหล่เพียงฟ้าต่อหน้า นันทวัฒน์เหลือบมองเ้านาย
“คุณธานต์จะกลับแล้วเหรอครับ” ลูกน้องทักทายเ้านาย
“ยังหรอกนันทวัฒน์เพราะวันนี้ฉันมีนัดกับเพียงฟ้า...” เขาตอบแล้วปรายตามองทางหญิงสาว
นันทวัฒน์ยิ้มเจือนๆมองเพียงฟ้าแล้วนึกสมเพชในใจ “ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับผมจะไปส่งคุณญาต่อ”
“แหม... คุณธานต์คะฟ้าเพิ่งรู้ว่าคุณนันทวัฒน์จะมีรสนิยมต่ำแบบนี้!” เพียงฟ้าบอกแล้วหันไปหาเขายกแขนโอบรัดเอวสอบ
หล่อนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกละอายใจแทนหากคุณท่านมาเห็นคงเครียดน่าดูพนักงานในบริษัทกำลังแสดงท่าทางราวกับ้าเปิดหนังสดให้คนอื่นดู เขาเองก็เป็คนมีการศึกษาแทนที่จะรู้สึกอะไรบ้างหล่อนคงทำได้แค่นึกตำหนิในใจเท่านั้นคนอย่างเขาคงไม่มีทางสำนึกอะไรได้ด้วยตัวเองหรอก
“งั้นญาขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกแล้วรีบเดินเลี่ยงออกมา
เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มดังขึ้นเขาล้วงลงกระเป๋าเสื้อสูทหลุบตามองเบอร์หน้าจอแล้วถอนหายใจหนึ่งเฮือกด้วยความหงุดหงิด
“รับหนูญากลับบ้านมาด้วยถ้าพ่อไม่เห็นว่ากลับมาด้วยกันแกกับฉันไม่ต้องมาพูดกันอีก!”ธานุภาพสั่ง
“อะไรนะพ่อวันนี้ผมไม่ว่างผมจะไปที่อื่นต่อ!”
“ตามใจไม่ทำตามที่ฉันบอกก็ไม่เป็ไร!”ตัดสายทิ้งทันที
ร่างบางสาวเท้าเดินอย่างรีบเร่งไม่อยากอยู่ฟังถ้อยคำถากถางท่าทางดูถูก นอกจากเขาจะดูถูกหล่อนคนเดียวไม่พอ ยังลากเอาคู่ขามาพูดจาแสนทุเรศอีกคนช่างหยาบคายไร้ความเป็สุภาพบุรุษ ร่างสูงเร่งฝึเท้าตามหลังโดยมีนันทวัฒน์และเพียงฟ้าเดินตามมาด้วยไม่ห่าง
“เดี๋ยว!”ชายหนุ่มเรียก
ได้ยินเสียงแต่ไม่อยากหันเข็ดแล้วกับเื่ที่ตนถูกกระทำ ครั้งที่แล้วเขาก็ทำร้ายหล่อนไว้อย่างเจ็บแสบไม่อยากเป็เหยื่อให้เคี้ยวเล่นอีก ธานต์เมธาขบกรามแน่นเร่งฝีเท้าเรียวแขนถูกกระชากอย่างเต็มแรงด้วยความโมโห
“ว้าย!”
หญิงสาวทรงตัวไม่อยู่เซไปปะทะกายแกร่งเต็มแรงจนร่างกายแทบทรุดกงอกับพื้นเขามองด้วยความใรีบคว้าเอวบางไว้ส่งผลให้ทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นด้วยกันริมฝีปากบดเบียดแนบชิดอย่างไม่ทันตั้งตัว ศศิรญาตาเบิกค้างด้วยความใรีบหันหนียกมือดันแผงอกตั้งใจจะลุก แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งกอด่เอวไว้แน่นเหมือน้ากลั่นแกล้ง
“ปล่อยฉันคุณธานต์เมธา!”หล่อนส่งเสียงขู่ จ้องมองเขาสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่ทำมีอะไรไหม” เขากวนประสาท
เพียงฟ้ารีบเดินเข้ามาหาเขา ฉุดรั้งท่อนแขนให้ลุกขึ้นมาธานต์เมธาจึงยอมลุกตามความ้า นันทวัฒน์รีบเดินมาพยุงหญิงสาวศศิรญาก้มหน้าหลุบตามองพื้น อับอายผู้คนมากจนแทบแทรกแผ่นดินหนีหล่อนรู้สึกอับอายมากเหลือเกินเมื่อพนักงานในบริษัทกำลังมองมาด้วยท่าทางสนใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อครู่
“วันนี้นายคงต้องกลับบ้านคนเดียวแล้วล่ะนันทวัฒน์เพราะฉันคงต้องพาตัวศศิรญาไปเอง” ปลายเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนัก
เพียงฟ้าชะงักกอดรัดท่อนแขนแน่นในเมื่อนัดกันแล้วทำไมเขาถึงต้องไปส่งพนักงานใหม่ด้วย
“แล้วฟ้าล่ะคะคุณธานต์ไหนคุณธานต์บอกว่าวันนี้จะไปที่คอนโดฟ้าไงล่ะคะ”
“ไว้วันหลังแล้วกันนะฟ้าวันนี้ผมคงไม่ว่างแล้ว”
แม้ไม่พอใจในคำตอบแต่หล่อนจำต้องอดทนไม่เช่นนั้นธานต์เมธาอาจละทิ้งหล่อนได้ เขาเป็หนุ่มเนื้อหอมสาวที่ไหนก็อยากควง
“ก็ได้ค่ะคุณธานต์ขอแค่คุณธานต์ยังเอ็นดูฟ้าเหมือนเดิมก็พอค่ะ” เพียงฟ้าออดอ้อนชายหนุ่มยอมเดินถอยห่างออกไปเพื่อหลีกทาง
ศศิรญามองดูท่าทางทั้งสอง ดูอาลัยอาวรณ์กันเสียเหลือเกินหล่อนคงเป็ก้างชิ้นโตทำให้เขาไม่ได้พลอดรักกัน
“ฉันกลับเองก็ได้หากว่าคุณมีนัดไว้ฉันจะอธิบายคุณท่านให้ว่าคุณติดประชุมเลยทำให้มาส่งไม่ได้ท่านคงเข้าใจและไม่ว่าอะไรคุณหรอกค่ะ” ดีเหมือนกันหากไม่ต้องกลับไปด้วยกันทุกวันนี้อึดอัดแทบบ้า โดนพูดจาหยาบคายใส่ตลอดเวลาจนหล่อนเหนื่อยหน่าย
“เธอคิดว่าพ่อฉันโง่หรือไง! เขาจะไม่รู้เลยหรือไงว่าฉันประชุมหรือเปล่า เธอไม่รู้เหรอว่าพ่อฉันเป็ประธานบริษัท!” ชายหนุ่มย้อน
“ฉันขอกลับเองได้ไหมคะไว้เราเจอกันหน้าปากซอยก็ได้ค่ะคุณจะได้สะดวกด้วย”
“ไม่ได้!อย่าเื่มากนักได้ไหมศศิรญา ฉันไม่มีเวลามากที่จะมารอเธอสาธยายอะไรหรอกนะ!” น่ารำคาญ อิดออดอยู่ได้ทั้งที่ใจคิดอีกอย่าง
รั้งเรียวแขนคนเื่มากให้ก้าวตามภาพทั้งสองฉุดกระชากกันทำให้ทั้งนันทวัฒน์และเพียงฟ้าต่างสงสัยถึงความสัมพันธ์ มาถึงคนตัวเล็กถูกยัดไว้เบาะหน้ารถแล้วเ้าของมันขึ้นนั่งทำหน้าที่สารถีรถทะยานออกจากบริษัทอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวที่บัดนี้นั่งอยู่ข้าง
ศศิรญาพยายามมองวิวนอกกระจกรถเพราะไม่อยากสบตาแล้วทำให้เขาอยากหาเื่ ธานต์เมธาเห็นท่าทางแล้วหมั่นไส้
“เป็อะไร ถ้ากลัวฉันนักทำไมไม่ออกไปจากบ้านฉันสักที!”
ศศิรญายังคงนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ไม่อยากมีปัญหากับเขา คุณท่านก็ช่างกระไรทำไมถึงได้ให้เขาคอยรับส่งหล่อนทั้งที่คุณท่านรู้แก่ใจว่าลูกชายเกลียดหล่อนยิ่งกว่าอะไร
“ฉันถามทำไมถึงไม่ตอบ!” เขาเริ่มขู่
หล่อนหันควับสบตาแล้วระบายลมหายใจ
“ฉันไม่ได้เป็อะไรค่ะ”
“แล้วทำไมต้องนั่งเงียบก้มหน้าก้มตาด้วย”
“ก็คุณธานต์ไม่ชอบฉันไม่ใช่เหรอค่ะฉันคิดว่าการเงียบคือสิ่งที่ดีที่สุด”แต่ดูเหมือนไม่ว่าทางไหน เขาก็ไม่พอใจหล่อนอยู่ดี
“ฉันจะบอกอะไรเธอไว้อย่างหนึ่งนะศศิรญาต่อให้เธอเงียบหรือไม่ฉันก็ไม่ชอบเธออยู่ดี จนกว่าเธอจะออกไปจากบ้านของฉันซะถ้าเธอยังอยู่ฉันจะทำให้เธอทรมานไปจนวันตาย”
“ทำไมคุณธานต์จะต้องทำแบบนี้ด้วยคะ” หญิงสาวถาม เม้มริมฝีปากเพื่อข่มอารมณ์ตนเอง
“เพราะเธอทำให้ฉันต้องมาคอยดูแลแบบนี้ฉันจะทำอะไรพ่อก็คอยจับตามองตลอด ฉันไม่อยากแต่งงานกับเธอ แต่พ่อก็บังคับแล้วแบบนี้เธอจะให้ฉันทำดีกับเธอหรือไงศศิรญา!”
“ญาไม่ได้ตั้งใจค่ะญาไม่คิดว่าคุณท่านจะให้ญาแต่งงานกับคุณ”
“ฉันรักนภาลักษณ์เธอเข้าใจไหมแต่เธอทำให้ทุกอย่างมันพัง แล้วคนรักฉันเขาจะคิดยังไง!”
เขารักคุณนภาลักษณ์อย่างนั้นหรือแล้วทำไมถึงได้ไปคั่วอยู่กับพนักงานในบริษัทที่ชื่อเพียงฟ้ารักกันภาษาอะไรช่างน่าแปลกนัก
“คุณรักคุณนภาลักษณ์แต่ทำไมคุณยังไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นอยู่อีกล่ะคะ แบบนี้เขาเรียกว่ารักได้ยังไงกันคนรักกันต้องซื่อสัตย์ต่อคนที่เรารักสิค่ะ แบบนี้เขาไม่เรียกว่ารักหรอกค่ะ เขาเรียกว่าเห็นแก่ตัวมากกว่า!” ศศิรญาหลุดปากออกมาโดยที่หล่อนไม่ทันได้คิด
คนฟังขบกรามแน่น “นี่เธอด่าฉันอย่างนั้นเหรอ!”
หญิงสาวสะดุ้งนึกได้ว่าหล่อนอยู่ในสถานการณ์แบบไหนไม่น่าไปต่อปากต่อคำเขาเลยหากโกรธขึ้นมา ไม่วายหล่อนต้องเจ็บตัว เจ็บใจอีกหล่อนส่ายหน้าแทนคำตอบ ธานต์เมธาชักสีหน้าไม่พอใจ
“เพียงฟ้าคือผู้หญิงที่ฉันเล่นสนุกด้วยเท่านั้นส่วนนภาลักษณ์คือผู้หญิงที่ฉันรักแล้วมันผิดตรงไหนที่ฉันจะหาความสุขใส่ตัวในเมื่อหล่อนมาเสนอให้ฉันเอง ส่วนเธอต่อให้มาแก้ผ้านอนบนเตียงฉันยังไม่คิดจะเอาเลย!” ชายหนุ่มยิ้มเหยียด
หญิงสาวกัดฟัน พูดจาแสนทุเรศออกมาอีกแล้วปากคอเขาเหมือนบิดาไม่มีผิด เพียงแต่คุณท่านเป็คนพูดตรงมีเหตุผลแต่เขาเรียกว่าพาลเสียมากกว่า
“ฉันก็ไม่เคยคิดจะทำตัวไร้ยางอายไปนอนแก้ผ้าให้คุณเห็นบนเตียงหรอกค่ะความคิดแบบนั้นไม่เคยมีในหัวฉันสักนิด!”หญิงสาวตอกกลับเขาเพราะความฉุน
เอี๊ยด!
เสียงเบรกรถดังสนั่นชายหนุ่มหันมาจ้องหน้าหญิงสาวอย่างเอาเื่กระชากร่างบางเข้ามาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ
“ก็ดีแล้ว อย่าดิ้นรนมาร้องหาฉันก็แล้วกันศศิรญาวันใดที่เธอแต่งงานกับฉัน แล้วเธอจะได้รู้ว่านรกมันเป็ยังไง!” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวผลักร่างบางจนหญิงสาวไปกระแทกกับประตูรถ
“โอ้ย!”
ธานต์เมธาหันไปตามเสียงร้องของหญิงสาวแล้วยิ้มเยาะออกมาด้วยความสะใจ
“ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอได้ลอยหน้าในบ้านได้นานไปกว่านี้แน่ศศิรญา!”
เท้าเหยียบคันเร่งทะยานรถอย่างรวดเร็วแม้หญิงสาวกลัวเท่าไหร่แต่ไม่ยอมปริปากร้องอีก ใจหล่อนได้แค่หวังว่าสักวันเื่ราวดีๆ จะผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง
เสียงเครื่องยนต์ดับสนิทเมื่อรถของชายหนุ่มเลี้ยวเข้ามาภายในบ้านศศิรญารีบเปิดประตูลงมาจากรถทันทีเพราะกลัวว่าจะมีเื่กับเขาอีกธานต์เมธามองตามแผ่นหลังที่เดินลิ่วๆ หายเข้าไปในตัวบ้าน เขาสาวเท้าเดินตาม คนตัวเล็กหยุดเท้าเมื่อเห็นธานุภาพกำลังนั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่ชายชราหันมา
“หนูญากลับมาแล้วหรือลูกเป็ไงบ้างวันนี้ทำงานเหนื่อยไหม”
หล่อนยกมือไหว้แล้วเดินเข้าไปหา
“ไม่เหนื่อยค่ะคุณนันทวัฒน์ดูแลญาเป็อย่างดี”
“ดีแล้วล่ะ” เขาชะเง้อมองหา“แล้วเ้าธานต์ล่ะ ทำอะไรหนูอีกหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะคุณธานต์ไม่ได้ทำอะไรญาเลยค่ะ”ที่ไม่พูดเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีกคุณท่านคงไม่สามารถช่วยเหลือหล่อนให้รอดพ้นเงื้อมมือเขาได้ตลอดเวลาหล่อนต้องหาทางทำให้ทุกอย่างมันสงบ
ธานต์เมธาเดินเข้ามาเหลือบเห็นหญิงสาวนั่งคุยกับบิดาชายหนุ่มรีบเดินตรงเข้าไปขัดจังหวะทันที
“แหม... พ่อ ร้อยวันพันปีไม่เห็นทักผมบ้างที่แม่นี่มาอยู่ถามสารทุกข์สุขดิบกันจัง ไปทำงานนะพ่อไม่ได้ไปสนามรบจะอะไรกันนักกันหนาลูกตัวเองล่ะไม่ห่วงไปห่วงใครก็ไม่รู้” ชายหนุ่มประชด
“ถ้าจะว่าหนูญาไปสนามรบก็ได้เพราะที่ไหนที่มีแกที่นั้นคือสนามรบสำหรับหนูญาทั้งนั้น แล้วแกน่ะเ้าธานต์พฤติกรรมในบริษัทของแกตอนนี้พนักงานมันเอาไปนินทากันหมดแล้วเป็ถึงรองประธานทำตัวทุเรศสิ้นดีอุตริอะไรไปคั่วพนักงานในบริษัทตัวเองแกใช้อะไรคิด”
“ใครรายงานอะไรพ่ออีก!” ย้อนถามบิดาด้วยความหงุดหงิด
“ไม่มีใครต้องรายงานพฤติกรรมแกหรอกเพราะมีนักข่าวจับตาแกแล้วเอาข่าวของแกมาขายให้กับฉันทุกวันฉันอยากจะรู้นักเ้าธานต์ ถ้าแม่นภาลักษณ์คู่หมั้นสุดรักของแกรู้เื่นี้เข้าจะเป็ยังไง”
“ผมกับนภาคุยกันรู้เื่อยู่แล้วยังไงเสียนภาก็รักผมและผมเชื่อว่ายังไงนภาก็ไม่มีวันเลิกกับผมเพราะเื่แค่นี้หรอกพ่อ” เขาย้อน
“ฉันเชื่อ!เ้าธานต์ ฉันเชื่อว่าแม่นภาของแกไม่มีวันเลิกกับแกเพราะเหตุผลแค่นี้หรอกแกมันยังมีผลประโยชน์สำหรับแม่นั้นอยู่ลองแกเหลือแต่ตัวสิ ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกปลิงดูดเืที่คอยสูบเงินจากแกจะยังเห็นค่าแกไหม!”
คำพูดพ่อแต่ละคำช่างเจ็บแสบเสียจริงเขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงจนเกิดประเด็นอีก ทำไมพักหลังพ่อถึงต่อว่าเขาตลอดเวลามันเกิดขึ้นั้แ่ศศริญามาอยู่ แม่นี่เป่าหูอะไรนักหนา
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียว!” ธานต์เมธาหันมาจ้องหน้าหญิงสาวสายตากร้าว
“แกอย่ามาโทษหนูญาแกนิสัยเสียแบบนี้มาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว และฉันก็พยายามจะอดทนกับแกจำไว้นะเ้าธานต์สะใภ้ที่ฉัน้ามีเพียงหนูญาเท่านั้นและถ้าแกไม่แต่งงานกับหนูญา สักแดงฉันก็จะไม่ให้แก!” ธานุภาพยื่นคำขาดกับบุตรชาย
“พ่อ!ทำไมพ่อพูดกับผมแบบนี้ แม่นี่สำคัญอะไรพ่อถึงได้ทำกับผมแบบนี้ ผมเบื่อเต็มทนแล้วมันเื่อะไรกันเนี่ยผมไม่เข้าใจ พ่อไม่เคยเป็แบบนี้เลย ทำไม! ทำไม! พ่อต้องบังคับในสิ่งที่ผมไม่้าด้วย!” เสียงสั่นเครือตัดพ้อบิดา
“ไม่ว่าแกจะ้าหรือไม่แกต้องแต่งงานกับหนูญา แกไปได้แล้วฉันไม่มีอะไรจะพูดกับแก!”
มือหนากำแน่นเพื่อระงับโทสะที่กำลังพลุ่งพล่านใบหน้าคมคายหันมาจ้องมองหญิงสาวสายตาวาวโรจน์ศศิรญานั่งก้มหน้านิ่งเมื่อเห็นการปะทะคารมอันรุนแรงของพ่อลูกหญิงสาวไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็อย่างไรต่อไป เพราะธานต์เมธาคงหาเื่หล่อนไม่จบสิ้นเป็แน่ ชายหนุ่มถอนหายใจหนักยืนขึ้นขบกรามแน่นแล้วเดินจากไป
ปัง!
เสียงปิดประตูห้องดังลั่นทุกคนต่างสะดุ้งกับเสียงที่ได้ยิน
ธานุภาพหันมามองหญิงสาวที่บัดนี้กำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ มือบางชื่นเหงื่อด้วยความกลัว หล่อนไม่เคยเห็นสายตาหรืออารมณ์ของเขารุนแรงเท่าวันนี้มาก่อนเลย
“หนูญาไม่ต้องกลัวหรอกลูกเ้าธานต์มันเป็แบบนี้แหละเดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็หาย”ธานุภาพพยายามปลอบ
“ค่ะ”
“ขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวก่อนเถอะลูก...”
ศศิรญาทำตามคำสั่งของธานุภาพหญิงสาวขึ้นไปอาบน้ำ้าลงมาทานอาหารที่โต๊ะอาหาร หล่อนคิดว่าเขาคงไม่ลงมาทานแล้วเพราะท่าทางโกรธมากแต่ผิดคาดเมื่อหล่อนเห็นเขาเดินลงมานั่งทานข้าวปกติแต่ไม่ยอมพูดจาอะไรกับใครเลยบรรยากาศบนโต๊ะอาหารจึงค่อนข้างอึดอัด
เสียงรถยนต์จอดเทียบหน้าบ้านสาวใช้เข้ามารายงาน ไม่นานนักแขกเดินเข้ามา
“อาชาไชยลมอะไรหอบมาล่ะนี่” ธานุภาพเอ่ยทักทันทีที่เห็นเพื่อนของตนเอง
“พอดียัยดาเค้าอยากมาปรึกษาเื่ธุรกิจกับธานต์นะสิ ฉันเลยต้องมาเป็เพื่อน”
“งั้นเหรอเรากำลังจะทานข้าวกันอยู่พอดีทานด้วยกันไหม?” ธานุภาพชวน
“ก็ดีเหมือนกันนี่ก็ซื้ออาหารมาหลายอย่าง บอกให้คนใช้ไปจัดใส่จานเลยแล้วกัน” อาชาไชยยื่นถุงอาหารให้สาวใช้ แล้วนั่งลงข้างศศิรญา
จีรดาเช่นกันหล่อนถือวิสาสะนั่งข้างธานต์เมธา ธานุภาพมองพ่อลูกคู่นี้เขารู้ดีว่าสองคน้าอะไรและมันคงไม่ดีแน่หากปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆสอางค์จัดการตักข้าวให้จนครบ แล้วเดินเลี่ยงออกไปเพื่อให้เ้านายสนทนากัน
จีรดายิ้มหวานให้กับเขาทันที “คุณธานต์คะพอดีวันนี้ดามีเื่อยากปรึกษานิดหน่อยน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ดาไม่ได้บอกกล่าวไว้ก่อน...”
“ไม่เป็ไรหรอกครับคุณดามีอะไรปรึกษาผมได้เสมอนะครับผมยินดี”
“ขอบคุณมากนะคะคุณธานต์ใจดีจังใครได้เป็แฟนคงโชคดี”
“หนูดาเ้าธานต์คงไม่มีแฟนแล้วหละเพราะตอนนี้เ้าธานต์กำลังจะแต่งงานกับหนูญา”ธานุภาพขัดขึ้นมาทันที
“อ๋อค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ดาลืมไป เพราะดาไม่เคยเห็นข่าวตามหน้าหนังสือเลยน่ะค่ะว่าคุณธานต์มีแฟนที่จะแต่งงานด้วย”
ธานุภาพชะงักหันไปยิ้มให้กับบุตรสาวเพื่อนร้ายซะจริงผู้หญิงที่มาชอบลูกชายเขาแต่ละคน แบบนี้คนอย่างศศิรญาจะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือได้
“พอดีอาอยากจะเซอร์ไพรส์น่ะไม่นานหรอกหนูดา หนูจะได้เห็นข่าวดีของลูกชายอาตามหน้าหนังสือแล้วล่ะ”
บุตรสาวรัฐมนตรีชะงักครู่หนึ่งแล้วฉีกยิ้มหวานเช่นเดิมไม่ว่ายังไงเขาสองคนก็ยังไมได้แต่งงานกัน หล่อนยังมีหวังไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ หรอก
“แล้วหนูญาล่ะ ทำงานหรือยัง?”อาชาไชยเอ่ยถามหญิงสาวบ้าง
ธานต์เมธาเหลือบมองรัฐมนตรีเฒ่าที่กำลังทำท่าทางราวกับจ้องจะตะครุบเหยื่อชายหนุ่มยิ้มเหยียดเมื่อเห็นสายตาของอาชาไชยกำลังจ้องมองไปยังร่างบางที่เมินหน้าหนีเขาไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายรุ่นราวคราวพ่อจะตัณหากลับคิดจะเคี้ยวหญ้าอ่อนแบบนี้
“ทำแล้วค่ะญาทำงานอยู่ที่บริษัทคุณท่านค่ะ”
“ทำแล้วเหรอแล้วทำหน้าที่อะไรละหนูญา”อาชาไชยถามเสียงพร่าพลางจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา
“ตอนนี้กำลังฝึกงานเป็เลขาอยู่ค่ะ”
“แหม...อาก็นึกว่าหนูญายังไม่ได้ทำงาน ไม่อย่างนั้นอาจะชวนไปทำงานกับอาสักหน่อยอากำลังอยากได้เลขาอยู่พอดีเลย”
“โอ้ย!นายอย่าไปชวนสะใภ้ฉันเลย ตอนนี้ฉันให้หนูญาฝึกงานเป็เลขาเ้าธานต์อยู่” ธานุภาพตัดบท
เสียงพูดคุยบทโต๊ะอาหารดูจะสงบลงเพราะทุกคนต่างทานอาหารตรงหน้าของตนเองไม่นานนักมื้อค่ำคืนนี้ก็จบไปธานต์เมธาแยกมาคุยกับจีรดาที่ส่วนหลังบ้าน ส่วนหญิงสาวนั่งคุยกับอาชาไชยพร้อมกับธานุภาพสักพักสองพ่อลูกก็ขอตัวกลับบ้านไป