ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 อ้อมกอดหมีที่เต็มไปด้วยความรัก

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มอย่างเขินอายตอบว่า "ลวดลายบนคมดาบ เกิดจากการตีและพับเหล็กกล้าหลายร้อยหลายพันครั้งจนเกิดเป็นลวดลายตามธรรมชาติบนผิวดาบโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นสองแบบ คือลายน้ำไหล และลายเมฆา ซึ่งลายเมฆานั้นสร้างได้ยากที่สุดคมดาบแบบนี้มีความคมและทนทาน อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่น หากดาบชนิดอื่นเข้ามาปะทะ ก็มักจะหักเสียหายได้ง่ายถือว่าเป็นของชั้นยอดในบรรดาของชั้นยอดเจ้าค่ะ!"

            ช่างตีเหล็กหลิวได้ยินเช่นนั้นก็ประหลาดใจมากแต่ก็เชื่อในคำพูดของหวาชิงเสวี่ย

            "ถ้ามันวิเศษขนาดนั้นจริง...ถ้า...ถ้าหากข้าสามารถตีดาบแบบนี้ให้เหล่าทหารของแคว้นต้าฉีได้กองทัพต้าฉีของเรามิใช่ว่าจากนี้ไปจะไร้เทียมทานหรือ..." เมื่อช่างตีเหล็กหลิวคิดถึงข้อดีต่างๆของวิธีการตีเหล็กแบบนี้ เลือดในอกก็พลุ่งพล่าน!

            หากเขาสามารถตีลวดลายบนคมดาบออกมาได้ชีวิตนี้...ชาตินี้ของเขาก็ไม่เสียเปล่าที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้แล้ว!

            ช่างตีเหล็กหลิวรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันทีเขาหยิบดาบที่ยังตีไม่เสร็จจากน้ำเย็นขึ้นมาตีต่อ

            หวาชิงเสวี่ยคิดว่าไม่มีอะไรที่ตนต้องทำแล้วจึงเดินออกจากโรงงานไปเงียบๆ

            พอออกมาเท่านั้นแหละว้าว...

            เย็นสบายจังเลย

            ในโรงงานเมื่อครู่ อุณหภูมิสูงมากช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิยังหนาวเย็นอยู่ แต่นางแค่เข้าไปไม่นานก็เหงื่อไหลท่วมตัวแล้ว

            ต่อไป ควรไปที่ค่ายธนูหน้าไม้แล้ว

            หวาชิงเสวี่ยเดินไปยังค่ายธนูอย่างไม่รีบร้อนระหว่างทางเจอช่างฝีมือที่กำลังขนย้ายวัสดุ ก็ยิ้มแย้มทักทาย

            กรมสรรพาวุธเป็นโลกของบุรุษมาโดยตลอดทุกคนล้วนมีนิสัยหยาบกระด้าง ทันใดนั้นกลับมีสตรีนางหนึ่งเข้ามา พูดจาไพเราะอ่อนหวานรอยยิ้มงดงามสะกดสายตา เมื่อนางเดินผ่านไป ราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน!

            ทุกคนต่างก็ชอบเข้ามาใกล้

            "โอ้! แม่นางหวา!"

            "แม่นางหวากำลังยุ่งอยู่หรือขอรับ!"

            "สวัสดีแม่นางหวาแม่นางหวาจะไปที่ใดหรือขอรับ?"

            "แม่นางหวา..."

            "ไป ไป ไป! ไม่ต้องทำงานกันแล้วหรืออย่างไร!"เหลียงเหวินเฉิงที่ยืนอยู่หน้าประตูค่ายธนูหน้าไม้ตะโกนเสียงดัง

            ผู้คนจึงพากันแยกย้ายออกไป

            เหลียงเหวินเฉิงกวาดสายตามองด้วยความพอใจคิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะดีขนาดนี้

            ดูเหมือนว่า ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนอ่อนโยนและไม่ถือตัวแต่ในช่วงเวลาสำคัญ อำนาจของหัวหน้าช่างก็ยังใช้ได้ผล

            รู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้จากทางด้านหลังเหลียงเหวินเฉิงจึงหันกลับไปมอง—

            ท่านแม่ทัพมาแล้วนี่เอง!

            "ข้าไปที่กระโจมเมื่อครู่แต่ไม่เห็นเจ้า"ฟู่ถิงเย่กล่าว

            แน่นอนว่าเหลียงเหวินเฉิงไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองว่าประโยคนี้พูดกับเขา...

            "เมื่อครู่ข้าไปค่ายเครื่องมือเหล็กมาเจ้าค่ะ"หวาชิงเสวี่ยยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเหมือนอารมณ์ดีน่าดู

            "ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?"ฟู่ถิงเย่เดินไปยืนข้างๆ นางอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นทั้งสองก็เดินเคียงคู่เข้าไปในค่ายธนูหน้าไม้ด้วยกัน

            หวาชิงเสวี่ย"อืม ราบรื่นดีเจ้าค่ะ สามารถรับสมัครช่างฝีมือมาสักสามสิบคนก่อน ให้ท่านลุงหลิวสอนและลองฝึกดู..."

            ...

            เหลียงเหวินเฉิงมองทั้งสองที่เดินจากไปไกลขึ้นเรื่อยๆคิดในใจว่า เขามาทำอะไรที่นี่?

            เขาตั้งใจจะมารับแม่นางหวาเหตุใดตอนนี้ถึงต้องมายืนคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่นี่ด้วย...

            ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน...

            ...

            พวกช่างฝีมือในค่ายธนูหน้าไม้กำลังทำธนูและลูกศรตามวิธีการของหวาชิงเสวี่ย

            ฟู่ถิงเย่หยิบชิ้นงานที่ยังทำไม่เสร็จขึ้นมาดูถึงแม้จะเคยดูภาพร่างแล้ว แต่พอเห็นของจริง ความรู้สึกเหมือนจะต่างกันเล็กน้อย

            "ธนูแบบนี้ ยิงได้ไกลถึงสี่ร้อยก้าวหรือ?"ฟู่ถิงเย่เอามือลูบปลายคันธนู รู้สึกว่าช่างเหลือเชื่อนัก

            เหลียงเหวินเฉิงกำลังจะอ้าปากอธิบายแต่เห็นฟู่ถิงเย่มองไปยังหวาชิงเสวี่ย

            เอาเถอะ...

            เขาไม่ไปสร้างความรำคาญให้ผู้อื่นจะดีกว่า

            หวาชิงเสวี่ยหยิบธนูเก่าคันหนึ่งกับธนูใหม่จากชั้นวางไม้มาเปรียบเทียบกันให้ฟู่ถิงเย่ดู

            "ธนูจะดีหรือไม่ดีนั้นต้องดูว่าประหยัดแรงหรือไม่ ใช้แรงได้สม่ำเสมอหรือไม่ ธนูตรงแบบดั้งเดิม มีข้อเสียที่ชัดเจนยิ่งออกแรงน้าวสายมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้แรงมากขึ้นในการดึงต่อ เส้นโค้งจากแรงดึงจะค่อยๆเพิ่มขึ้น ทำให้ใช้แรงได้ไม่สม่ำเสมอ แต่ข้อดีคือมีโครงสร้างที่เรียบง่ายที่สุด ไม่ว่าจะออกแรงดึงอย่างไรก็ไม่มีปัญหาลูกศรขึ้นสายรวดเร็ว ก็จะยิงออกไปได้เร็ว"

            นางหยิบธนูอีกคันหนึ่งขึ้นมาแล้วพูดต่อ "นี่คือธนูที่ทหารของเราใช้อยู่ในตอนนี้ โครงสร้างเป็นธนูแบบโค้ง ปลายทั้งสองด้านโค้งไปในทิศทางตรงข้ามกับตัวธนูเส้นโค้งจากแรงดึงของมันค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ไม่ประหยัดแรง ธนูหนึ่งคันหนักหนึ่งตั้น[1] การน้าวสายธนูก็ต้องใช้แรงหนึ่งตั้นเช่นกัน เมื่อตั้งท่าเล็งไปยังเป้าหมาย จึงต้องใช้แรงหนึ่งตั้นตลอดเวลาหากเล็งเป้าหมายนานเกินไป คนจะรู้สึกเหนื่อย ความแม่นยำก็จะลดลงตามไปด้วยเจ้าค่ะ"

            ฟู่ถิงเย่กำธนูไว้ในมือท่าทางครุ่นคิดบางอย่าง "เจ้าหมายความว่า...ธนูคันนี้ช่วยแก้ไขข้อเสียของธนูตรงแบบดั้งเดิมและธนูแบบโค้งได้งั้นหรือ?"

            "ธนูที่หัวหน้าช่างเหลียงออกแบบนี้เรียกว่าธนูผสม เพราะลักษณะโครงสร้างที่พิเศษ ธนูแบบนี้ยิ่งดึงไปข้างหลัง ยิ่งต้องใช้แรงน้อยลงธนูหนักหนึ่งตั้น ต้องใช้แรงหนึ่งตั้น แต่การรักษาท่าเล็งเป้าหมายต้องใช้แรงไม่ถึงครึ่งตั้นอัตราการประหยัดแรงจึงสูงมาก"

            หวาชิงเสวี่ยกลัวว่าฟู่ถิงเย่จะไม่เข้าใจความหมายของอัตราการประหยัดแรงจึงยกตัวอย่างอธิบายให้เขาฟัง "ธนูแบบโค้งหนักหนึ่งตั้นกับธนูผสมหนักหนึ่งตั้นอาจดูไม่ต่างกันนักแต่ธนูผสมมีคุณสมบัติพิเศษในการประหยัดแรง การน้าวสายค้างไว้จะใช้แรงน้อยกว่าธนูแบบโค้งนั่นหมายความว่า หากคนคนหนึ่งสามารถน้าวธนูแบบโค้งหนึ่งตั้นได้ เขาก็อาจจะสามารถน้าวสายธนูผสมสองตั้นได้ธนูหนักสองตั้นย่อมมีอานุภาพมากกว่าธนูหนักหนึ่งตั้น ระยะยิงก็ไกลกว่าธนูหนักหนึ่งตั้นทั่วไปมาก"

            ฟู่ถิงเย่ถาม"ข้าสามารถน้าวสายธนูแปดตั้นได้ หากเปลี่ยนเป็นธนูผสมที่เจ้าว่า นั่นหมายความว่า...เทียบเท่ากับธนูสิบหกตั้นใช่หรือไม่?"

            หวาชิงเสวี่ย"..."

            โอ้สวรรค์...

            คนผู้นี้เป็นปีศาจอะไรกัน?!น้าวสายธนูหนักแปดตั้นได้เชียวหรือ?!

            หนึ่งตั้นเท่ากับหกสิบกิโลกรัม!เก้าตั้นก็หนักเป็นพันจิน ตามตำนานเล่าว่ามีเพียงโฮ่วอี้ [2] เท่านั้นที่สามารถน้าวธนูเก้าตั้นได้คนผู้นี้เกือบจะเทียบเท่าโฮ่วอี้เลยหรือ?!

            เหลียงเหวินเฉิงพูดแทรกด้วยเสียงอันแผ่วเบา"แต่ท่านแม่ทัพ...ตอนนี้พวกเราทำธนูได้มากสุดแค่เก้าตั้นเท่านั้น..."

            สิบหกตั้นอะไรกัน ใครจะไปทำธนูประหลาดแบบนั้นกัน!

            เสียเวลาเปล่าๆ สู้เอาเวลาไปทำหน้าไม้ไว้โจมตีเมืองดีกว่า!

            ฟู่ถิงเย่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ถามเหลียงเหวินเฉิงว่า "ในเมื่อธนูนี้ร้ายกาจขนาดนั้น เหตุใดที่เจ้าทำออกมาถึงล้มเหลวหมด?"

            เหลียงเหวินเฉิงเหมือนโดนโจมตีจุดอ่อน"..."

            รู้อย่างนี้ไม่พูดแทรกดีกว่า...

            "ตอนแรกที่ออกแบบเขาให้ความสำคัญกับอัตราการประหยัดแรงมากเกินไปเจ้าค่ะ" หวาชิงเสวี่ยชำเลืองมองเหลียงเหวินเฉิงอธิบายแทนเขาด้วยความหวังดี "ข้าคิดว่าเจตนาเริ่มต้นของหัวหน้าช่างเหลียง คงเป็นเพราะอยากให้ทหารที่มีแรงน้าวธนูไม่มากพอสามารถแสดงฝีมือในสนามรบได้"

            ฟู่ถิงเย่พยักหน้าเล็กน้อยยกธนูในมือขึ้นมาดูอีกครั้ง "อิงจากความคืบหน้าแล้ว อีกสองวันน่าจะลองยิงได้แล้วกระมัง?"

            "เจ้าค่ะ"หวาชิงเสวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มแจ่มใส "ทุกคนมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม ความคืบหน้าจึงเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มากพอธนูในมือของพวกเขาเสร็จแล้ว ข้ากับหัวหน้าช่างเหลียงจะเลือกธนูคุณภาพดีที่สุดสิบคันให้นายทหารยิงทดสอบเจ้าค่ะ"

            ฟู่ถิงเย่ได้ยินเช่นนั้นสายตาที่มองหวาชิงเสวี่ยก็อ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว "ช่วงนี้เจ้าคงเหนื่อยมาก"

            เหลียงเหวินเฉิงก้มหน้าลงอย่างเคอะเขินพยายามเบนสายตาไปทางอื่น...

            "ทุกคนต่างหากที่เหนื่อยข้าแค่พูดไปเรื่อยๆ อย่างมากก็แค่ร่างภาพแบบง่ายๆ" หวาชิงเสวี่ยไม่โอ้อวดความดีความชอบเลยแม้แต่น้อยดูอ่อนโยนและอ่อนน้อม

            ฟู่ถิงเย่เห็นแล้วก็รู้สึกมีความสุขคิดอย่างภาคภูมิใจว่า ‘ไม่เสียทีที่เป็นสตรีของข้า!’

            สายตาที่มีความหมายลึกซึ้งของเขาคนอื่นอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่หวาชิงเสวี่ยกลับทนไม่ไหว ถูกจ้องมองด้วยสายตาที่ร้อนแรงจนใบหน้าร้อนผ่าวจึงก้มหน้าลงอย่างเขินอาย

            คนผู้นี้...สายตาที่แสดงความเป็นเจ้าของนั้นรุนแรงเกินไปแล้ว...

            หวาชิงเสวี่ยพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตนนางเดินไปหาพวกช่างฝีมือ ตรวจสอบธนูในมือของพวกเขา หากมีข้อบกพร่องใดๆ ก็จะเอ่ยคำแนะนำ

            ปกติช่างฝีมือเหล่านี้มักจะกรูกันเข้ามารุมล้อมหวาชิงเสวี่ยเพื่อถามคำถามต่างๆ แต่วันนี้ท่านแม่ทัพอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงไม่กล้าทำตัวเหลวไหลใครทำอะไรก็ทำไป ไม่แม้แต่จะส่งเสียง

            หวาชิงเสวี่ยเดินวนรอบโรงงานเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าฟู่ถิงเย่ยังมองนางอยู่...

            "ท่านแม่ทัพเจ้าคะ"หวาชิงเสวี่ยเรียกเขาด้วยความจนใจปนความเขินอาย

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่กลับมาเคร่งขรึมพูดอย่างจริงจังว่า "ข้าจะเดินไปส่งเจ้ากลับกระโจม"

            หวาชิงเสวี่ยมองไปทางเหลียงเหวินเฉิง

            เหลียงเหวินเฉิงรีบพูดว่า"แม่นางหวากลับไปพักผ่อนเถิดขอรับ ที่นี่มีข้าดูแลอยู่ หากมีปัญหาอะไร ข้าจะไปขอคำแนะนำจากท่านอีกที"

            รีบไปเถอะ รีบไปเถอะ!ตอนไปก็อย่าลืมพาท่านแม่ทัพไปด้วย! ยืนอยู่ที่นี่น่ากลัวจริงๆ ...

            ดังนั้นหวาชิงเสวี่ยจึงเดินตามหลังฟู่ถิงเย่ไปเหมือนภรรยาตัวน้อยๆ

            ...

            พอกลับมาถึงกระโจม ฟู่ถิงเย่ก็โผเข้ากอดหวาชิงเสวี่ยทันทีเพราะอดใจไม่ไหว!

            ยิ่งมองหวาชิงเสวี่ยเขาก็ยิ่งพอใจยิ่งมองก็ยิ่งรักจนเข้ากระดูกดำ

            เหตุใดถึงได้ถูกใจขนาดนี้นะ?ฟู่ถิงเย่อดไม่ได้ที่จะถามตัวเองในใจ

            ตอนนี้เขานึกเสียใจมากที่เหตุใดตอนนั้นไม่ขอแต่งงานเร็วกว่านี้เสียเวลาลังเลไปตั้งนานขนาดนั้น ทำให้ตอนนี้ต้องรออีกปีหนึ่งถึงจะแต่งงานได้

            เมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมแขนเข้ามาแนบชิดกับตนเหมือนกับขยับเข้ามาซุกในอ้อมแขนของเขา มุมปากของฟู่ถิงเย่ก็ยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

            เห็นไหม เขารู้แล้วสตรีนางนี้ก็ชอบเขา!

            หวาชิงเสวี่ยพยายามเอาหน้าผากแนบกับอกแข็งแกร่งของชายหนุ่มเพื่อหลบหนวดเคราที่แหลมคมของเขา...

            หวาชิงเสวี่ยเริ่มชินแล้วกับอ้อมกอดเจ้าหมีของฟู่ถิงเย่

            ยังดีที่บุรุษผู้นี้ไม่ทำอะไรเกินเลยซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับนิสัยที่เคร่งครัดและจริงจังของเขา การที่จู่ๆ โผเข้ากอดนางก็นับว่าเป็นเรื่องไม่คาดฝันแล้ว...

            แต่...

            ทันใดนั้นหวาชิงเสวี่ยก็นึกอะไรแปลกๆขึ้นมาในหัว

            คงไม่ได้เป็นเพราะ...ที่จริงแล้วเขาทำอย่างอื่นไม่เป็นใช่หรือไม่?

            หวาชิงเสวี่ยคิดอย่างถี่ถ้วนรู้สึกว่าเป็นไปได้มาก! เพราะชีวิตประจำวันของฟู่ถิงเย่ในสายตาของนางนั้นน่าเบื่อมากนอกจากฝึกทหารก็ฝึกทหาร ไม่ฝึกคนอื่นก็ฝึกตัวเอง แทบจะไม่เห็นเขามีกิจกรรมสันทนาการใดๆและแทบจะไม่มีประสบการณ์ในการติดต่อกับสตรีเลย

            พอคิดดูดีๆ แล้วก็น่าสงสารเหมือนกันนะ...

            ตอนนี้เขาก็เป็นถึงท่านอ๋องแล้วแต่กลับไม่ได้เสพสุขแบบคนเป็นอ๋องเลย ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยถึงขีดสุดนั้นไม่เคยเกี่ยวข้องกับเขาสิ่งที่เขาคิดอยู่ตลอดคือจะต้านทานกองทัพเหลียวอย่างไร หรือจะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนของแคว้นต้าฉีมีชีวิตที่สงบสุข

            หวาชิงเสวี่ยคิดเช่นนั้นใจก็รู้สึกอบอุ่น มือทั้งสองข้างที่ห้อยลงก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว และโอบกอดบุรุษผู้นี้เงียบๆ

            ร่างกายของฟู่ถิงเย่เกร็งขึ้นมาในทันที!

            ลมหายใจของเขาไม่มั่นคงเล็กน้อย

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกถึงความเกร็งของเขาขณะที่กำลังรู้สึกแปลกใจ นางก็รู้สึกว่ามีของแข็งๆ มาชนที่ท้องของนาง...

            —————————————————————————

            [1]ตั้น(石)หน่วยวัดน้ำหนักของจีน1 ตั้น เท่ากับประมาณ 60 กิโลกรัม

            [2]โฮ่วอี้(后羿)วีรบุรุษผู้ยิงดวงตะวันในปกรณัมจีนเล่าไว้ว่าเมื่อก่อนนั้นบนท้องฟ้ามีพระอาทิตย์ถึงสิบดวง เป็นโฮ่วอี้ที่ยิงพระอาทิตย์ตกลงมาถึง9 ดวง ทำให้เหลือดวงอาทิตย์เพียงดวงเดียวบนท้องฟ้า

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185