รอยต่อแห่งโชคชะตา
แสงอรุณรุ่งสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างคฤหาสน์ตระกูลเรย์ ล่วงเลยจากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อไม่กี่วันก่อนมาสู่เช้าวันใหม่ที่ดูปกติสุขเช่นทุกวัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับเสียงของมีอาที่ดังขึ้นจากด้านนอก "คุณหนูเ้าคะ คุณหนู ไอวี่มาหาเ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูไอวี่รออยู่ที่โถงด้านหน้าแล้วนะคะ"
เซเลสที่เพิ่งตื่นนอนค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นจากเตียง เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางพึมพำกับตัวเองหน้ากระจก "วันนี้ก็ต้องออกไปข้างนอกอีกแล้วสินะ... แค่คิดถึงบรรยากาศในเมืองที่มีแต่คนพลุกพล่านก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันที หวังว่าวันนี้คงจะไม่เจอเื่วุ่นวายอะไรอีกนะ"
เซเลสจัดการแต่งกายอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบตามนิสัย ก่อนจะเดินลงมาพบกับไอวี่ที่รออยู่อย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นเพื่อนรักเดินลงมา ไอวี่ก็รีบขยับเข้ามาหาทันที
ไอวี่ "เลซจัง วันนี้ฉันตั้งใจจะพาเธอไปเลือกซื้อของเตรียมตัวสำหรับภาคเรียนแรกนี้โดยเฉพาะเลยนะ ตื่นเต้นจัง อีกไม่กี่วันเราก็จะได้เป็นักเรียนปีหนึ่งอย่างเต็มตัวแล้ว อยากรู้จังว่าที่โรงเรียนจะมีอะไรสนุกๆ ให้ทำบ้าง แล้วเราจะวัดระดับแก่นพลังได้ระดับไหนกันนะ"
เซเลสหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของเพื่อน "ใจเย็นๆ ก่อนนะคะไอวี่ แค่เริ่มต้นก็ตื่นเต้นขนาดนี้ แล้ววันเปิดเรียนจริงๆ เธอจะขนาดไหนกันคะเนี่ย"
ไอวี่หัวเราะร่าพลางคว้ามือเซเลสมาจับ "ก็มันอดใจไม่ไหวนี่นา โดยเฉพาะเวลาได้เลือกของใหม่ๆ อย่างนี้ ฉันล่ะชอบที่สุดเลย!"
หลังจบประโยค ทั้งคู่ก็พากันเดินมาที่รถม้าเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก แต่ทันใดนั้นมีอาก็เดินถือของกระจุกกระจิกเข้ามาด้วยท่าทางเสียดาย
มีอา "คุณหนูเ้าคะ... ถ้าข้าขับรถม้าเองได้หรือว่างจากงานบ้านในคฤหาสน์ ข้าคงะโขึ้นไปนั่งด้วยคนแล้วเ้าค่ะ จะได้ไปช่วยคุณหนูเลือกของให้สบายใจ แต่นี่ข้าดันมีงานที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย เลยต้องเฝ้าบ้านรอคุณหนูอยู่ตรงนี้ น่าอิจฉาจังเลยนะเ้าคะ"
เซเลสมองมีอาที่ทำหน้ามุ่ยแบบน่ารักๆ แล้วยิ้มออกมา "เอาไว้คราวหน้าฉันจะพาไปเดินเล่นด้วยนะคะมีอา อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยค่ะ"
มีอาทำหน้ากวนๆ พลางขยิบตา "พูดแล้วนะเ้าคะคุณหนู! งั้นฝากคุณไอวี่ดูแลคุณหนูดีๆ นะเ้าคะ อย่าปล่อยให้ใครมาเดินชนคุณหนูข้าเชียว ไม่งั้นข้าตามไปจัดการถึงที่แน่เ้าค่ะ"
ไอวี่หัวเราะร่า "ไม่ต้องห่วงเลยมีอา ฉันจะดูแลเลซจังให้ดีที่สุดเลย!"
ทั้งคู่พากันขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ย่านการค้า บรรยากาศภายในรถม้าเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยอย่างสนิทสนมจนกระทั่งรถม้าค่อยๆ ชะลอความเร็วและจอดสนิทที่หน้าประตูร้านเบลลาโดน่า
ทั้งสองก้าวเข้าสู่โถงหลักของร้าน โดยมีไอวี่เดินนำหน้าด้วยความร่าเริง ก่อนจะหยิบสมุดปกหนังสีเข้มเล่มหนาขึ้นมาโบกไปมา
ไอวี่ "เลซจัง เล่มนี้เป็ไง ปกหนังทนทาน แถมกระดาษข้างในลงเวทมนตร์กันน้ำหมึกซึมด้วยนะ เหมาะกับนักเรียนปีหนึ่งที่สุดเลย"
เซเลสรับสมุดมาเปิดดูผ่านๆ แล้วยิ้มตอบอย่างสุภาพ "สวยจังเลยค่ะ ไอวี่เลือกเก่งจัง ถ้าเธอชอบเล่มนี้เอาไว้ใช้เองก็น่าจะดีนะคะ"
เซเลสยื่นสมุดคืนให้อย่างนุ่มนวล ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นสมุดอีกเล่มวางอยู่บนชั้นล่างสุด เป็สมุดที่ไม่มีลวดลายหรูหรา ปกสีเทาเรียบๆ แต่ให้ััที่ดูแ่าและเงียบสงบในความรู้สึก
เซเลสหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาลูบเบาๆ "ถ้าเป็เล่มนี้ ฉันว่าฉันคงใช้มันได้นานกว่าน่ะค่ะ"
ไอวี่มองสมุดในมือเซเลสแล้วขมวดคิ้ว "เล่มนี้เนี่ยนะ มันเรียบเกินไปไหมน่ะ ไหนๆ จะเข้าเรียนปีหนึ่งทั้งที ต้องเอาเล่มที่ดูมีรสนิยมหน่อยสิ แต่เอาเถอะ ถ้าชอบแบบนี้ ก็เอาไปพร้อมกันเลยละกัน"
ไม่ทันที่เซเลสจะได้ปฏิเสธ ไอวี่ก็กวาดอุปกรณ์ชิ้นนั้นชิ้นนี้ ทั้งปากกาขนนกที่ดูหรูหราเกินความจำเป็ รวมถึงอุปกรณ์เสริมอีกหลายอย่างลงในถุงของเพื่อนสาวจนเต็ม
เซเลสหัวเราะออกมาอย่างจนใจ "ไอวี่ มันจะเยอะเกินไปแล้วนะคะ ฉันใช้ไม่หมดหรอก"
ไอวี่ยักไหล่พลางหัวเราะร่า "ไม่เป็ไรหรอกน่า ของพวกนี้มันจำเป็ทั้งนั้นแหละ เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดนะรู้ไหม"
การโต้ตอบกันอย่างสนิทสนมทำให้คนรอบข้างเริ่มหันมาซุบซิบชี้ชวนกันดู ซึ่งเซเลสก็เพียงแค่ยิ้มรับด้วยท่าทางเรียบเฉยตามนิสัย
หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย ทั้งสามเดินเลี่ยงออกมาทางประตูด้านหลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถม้าในตรอกส่วนตัวที่เงียบสงบ ทันใดนั้น ร่างของชายหนุ่มในชุดธรรมดาก็เดินสวนทางมาพอดี เขาปล่อยผมสีขาวสลวยให้ปรกใบหน้าลงมาเล็กน้อย ทำให้มองเห็นดวงตาได้ไม่ชัดเจนนัก
เซเลสชะงักฝีเท้า ความรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมาที่ฝ่ามือที่ถือถุงของ
ในจังหวะที่เดินสวนกัน ชายหนุ่มไม่ได้หยุดเดิน แต่เขากลับปรายสายตามองมาที่เซเลสเพียงเสี้ยววินาที ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านร่างของทั้งคู่เกิดขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไอวี่ (มองตามไปงงๆ) "คนเมื่อกี้ใครกันน่ะ ดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย แต่มองมาที่เซเลสจังด้วยแฮะ"
เซเลสนิ่งไปครู่หนึ่ง มือที่ถือถุงของเริ่มสั่นเบาๆ "ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ช่างเถอะค่ะ เราไปกันเถอะ"
ทั้งสองสาวเดินห่างออกมาจนเกือบจะพ้นเขตตรอก ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มในชุดธรรมดาที่เดินห่างออกไปก็หยุดฝีเท้าลงอย่างช้าๆ เขาค่อยๆ เงยใบหน้าที่เคยถูกเส้นผมปรกไว้ขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานที่วาวโรจน์ท่ามกลางแสงสลัวของยามเย็น
เขามองตามแผ่นหลังของเซเลสไปพร้อมรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะพึมพำออกมาแ่เบาจนแทบกลืนไปกับสายลม
ชายหนุ่ม "เจอตัวแล้ว"