"คุณ... ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกันใช่ไหมครับ"
เอสมองเด็กผมฟ้าอยู่สักครู่ ประเมินว่าจะตอบอะไร แล้วก็ตัดสินใจว่าไม่มีเหตุผลที่จะโกหก
"ใช่" เขาพูดตรงๆ "ฉันมีพรที่มือซ้าย"
เด็กผมฟ้าไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นเต้นอย่างที่เอสคาด แค่พยักหน้าเล็กน้อยเหมือนได้ยินสิ่งที่คิดไว้แล้ว
"แล้วนายล่ะ" เอสถามกลับ "มีพรหรือเปล่า นายเป็ใคร?"
เด็กคนนั้นนิ่งอยู่สักพักก่อนจะตอบ
"ผมชื่อ Jewel Gem ครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ถ้าเรียก Jewel ยากเรียกผมว่าจิวก็ได้ครับ"
"จิว" เอสทวนชื่อ "ส่วนฉันชื่อ เอส คราฟท์ เรียกเอสก็พอแล้ว แล้วพรของนายละ?"
จิวมองลงมาที่มือตัวเอง สักพักก็พูดว่า "ผมไม่แน่ใจครับ แต่รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน เหมือนมีอะไรบางอย่างในร่างกายที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร บางทีก็คิดว่าตัวเองแค่คิดไปเอง"
เอสฟังโดยไม่แสดงความคิดเห็น แต่ในหัวบันทึกไว้
รู้สึกแปลกๆ ในร่างกายแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ฟังดูเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่
ความเงียบระหว่างสองคนไม่ได้กดดัน แค่มีอยู่ เสียงเด็กคนอื่นๆ คุยกันอยู่ไกลๆ เสียงลมพัดผ่านรั้วไม้ เสียงกอร์ดะโอะไรบางอย่างอยู่อีกฝั่งของลานฝึก
แล้วจิวก็เปลี่ยนท่านั่ง ไม่มาก แค่เล็กน้อย แต่เอสสังเกตเห็นว่าไหล่ตึงขึ้นนิดหนึ่ง เหมือนกำลังเตรียมพูดอะไรบางอย่างที่ไม่ได้พูดบ่อย
"คุณเอสครับ" จิวพูดต่อ เสียงเปลี่ยนโทนเล็กน้อย ระมัดระวังกว่าเดิม "ผมขอพูดตรงๆ ได้ไหมครับ"
"พูดได้"
จิวไม่ได้พูดทันที มองลงมาที่มือตัวเองสักครู่ นิ้วกำเบาๆ แล้วก็คลาย ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะเอาคำไหนออกมาก่อน
"คุณดูแตกต่างจากคนอื่นมาก" เขาพูดช้าๆ เหมือนเรียงคำในหัวก่อน "ท่าทางดูเหมือนลูกคุณหนู แต่ไม่หยิ่ง ไม่ห่วงตัว แล้วก็ช่วยผมทั้งที่ไม่รู้จักกัน"
หยุดสักครู่
"ผมไม่ค่อยขอใครแบบนี้ครับ" เขาพูดเบากว่าเดิม ไม่ใช่เสียงสุภาพแบบที่ใช้กับคนทั่วไป แต่เป็เสียงที่ฟังดูจริงกว่านั้น "แต่ผมอยากอยู่ข้างคุณ"
เขาก้มศีรษะเล็กน้อย "ขอเป็ลูกน้องคุณเอสได้ไหมครับ"
เอสนิ่งไปสักวินาที
แล้วส่ายหัว
"อย่าเลย"
จิวเงยหน้าขึ้นมามองด้วยแววตาสงสัย ไม่ได้ผิดหวัง แต่ไม่เข้าใจ
"เราเป็เพื่อนกันดีกว่า" เอสพูด น้ำเสียงเรียบเหมือนเดิม แต่จริงจัง "ฉันไม่ได้้าลูกน้อง"
จิวนิ่งอยู่สักครู่ แล้วดวงตาสีอัญมณีที่เพิ่งดูระมัดระวังอยู่ก็อ่อนลง มีอะไรบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นในนั้น
"ครับ" เขาพูดเบาๆ แล้วก็ยิ้ม ยิ้มที่ดูจริงใจกว่ายิ้มแบบที่คนยิ้มเพราะมารยาท "ขอบคุณครับ"
เอสพยักหน้า แล้วทั้งสองก็นั่งอยู่ข้างกำแพงในความเงียบที่ไม่ได้รู้สึกอึดอัด
หลังพักน้ำ กอร์ดพาเด็กทั้งหมดเดินไปดูหอพักที่จะพักตลอดภาคเรียน
อาคารหอพักเป็ตึกไม้สองชั้น ห้องยาวชั้นบนมีเตียงเรียงสองฝั่งฝั่งละสิบห้าเตียง หน้าต่างเปิดรับลมจากทิศตะวันออก ตอนเช้าจะสว่างก่อนห้องอื่น
"เลือกเตียงได้เอง คนละหนึ่งที่" กอร์ดพูดสั้นๆ แล้วหันหลังเดินออกไป
เด็กๆ กรูเข้าไปพร้อมกัน บางคนวิ่ง บางคนเดินเร็ว ต่างคนต่างจองเตียงที่ตัวเอง้า
เอสยืนอยู่ที่ประตูสักครู่ กวาดตามองห้อง
เตียงข้างหน้าต่างยังว่าง สองเตียงเรียงกัน วิวออกไปเห็นลานฝึกและต้นไม้ใหญ่ที่ขอบรั้ว ถ้ามีเื่อะไรในคืนไหน ทางหน้าต่างนั้นออกได้ง่าย
เอสเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างหน้าต่าง วางกระเป๋าลง
สักพักก็มีเสียงเท้าเดินตามมา
จิวยืนอยู่ที่ปลายเตียงข้างๆ มองเอสสักครู่ ดวงตาถามโดยไม่พูด
เอสพยักหน้า "นั่นของนาย"
จิววางกระเป๋าลงบนเตียงข้างๆ ไม่รีบ ไม่ทำท่าดีใจเกินไป แต่เอสสังเกตเห็นว่าไหล่ที่เคยตึงอยู่ตลอดวันนั้นหย่อนลงมา ไม่มาก แต่พอสังเกตได้ถ้ามองเป็
แล้วจิวก็หันมายิ้มเบาๆ ครั้งนี้ไม่ได้ยิ้มเพราะมารยาท แต่ยิ้มแบบที่คนยิ้มเมื่อได้อยู่ในที่ที่รู้สึกว่าโอเค
"ขอบคุณครับ" เขาพูดเงียบๆ
เอสไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้มองออกไปที่อื่น
เด็กคนอื่นๆ นอนหลับเกือบหมดแล้วเมื่อเอสลุกขึ้นนั่งบนเตียง
เขามองไปที่จิวที่นอนอยู่เตียงข้างๆ หน้าตาสงบในแสงจางของคืน ผมฟ้าอ่อนกระจายบนหมอน ดูเบาและเงียบเหมือนคนที่นอนหลับสนิทไม่มีความกังวล
แต่เอสคิดถึงสิ่งที่จิวพูดตอนกลางวัน
รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างในร่างกายที่ไม่เหมือนคนอื่น
ในตำราอาคมของพ่อ มีบันทึกเื่การ "ถอน" สิ่งที่ไม่ควรอยู่ในร่างกายคน บางครั้งเป็พลังงานสะสม บางครั้งเป็สิ่งที่ถูกฝากไว้โดยไม่รู้ตัว วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดในตำราของพ่อใช้ไข่ไก่ ไข่ดูดซับพลังงานได้ดี ไม่เป็อันตราย และถ้ามีอะไรอยู่จริง ไข่จะแสดงให้เห็น
เอสไม่เคยทำเื่นี้จริงๆ อ่านแต่ไม่เคยฝึก
แต่เพื่อเพื่อนคนแรก ลองดูก็คงไม่เสียหายอะไร
เขาหยิบไข่ไก่ที่ขอซื้อมาจากแม่ครัวออกมาจากกระเป๋า ลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างเตียงจิวเบาๆ แล้วเริ่มลูบตัวจิวด้วยไข่ช้าๆ จากศีรษะลงมาตามแนวลำตัว ท่องบทสวดเบาจนแทบไม่มีเสียง
"สิ่งที่ไม่ใช่ของที่นี่ จงออกมา สิ่งที่ไม่ใช่ของร่างนี้ จงปรากฏ"
ลูบซ้าย ลูบขวา ลูบตามแขน ตามขา กลับมาที่หน้าอก
จิวไม่ตื่น แค่ขยับตัวนิดหนึ่งแล้วก็นิ่ง
เอสทำซ้ำสามรอบตามที่ตำราบอก แล้วหยุด ถือไข่ไว้ในมือ มองดู เปลือกไข่ยังดูปกติ ไม่ร้าว ไม่เปลี่ยนสี
เขาเดินออกไปที่หน้าต่าง วางถ้วยน้ำขนาดเล็กที่เตรียมไว้ลงบนขอบหน้าต่าง แล้วค่อยๆ ตอกไข่
เปลือกแตก ไข่ขาวและไข่แดงลงไปในถ้วย
และตรงกลาง ท่ามกลางไข่แดงสีเหลือง มีบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ที่นั่น
ดวงตา
เล็กมาก สีเทาอมเขียว เปลือกตาปิดอยู่ ลอยนิ่งอยู่ในไข่แดงเหมือนสิ่งที่กำลังหลับอยู่
เอสถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที มือที่ถือถ้วยกำแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ แน่นจนปลายนิ้วซีด เขาหายใจออกช้าๆ บังคับตัวเองให้ไม่ขยับ ไม่ส่งเสียง ไม่ทำอะไรที่จะปลุกคนในห้องขึ้นมา
แต่ข้างในนั้น ความเย็นวิ่งขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง
สิ่งนี้อยู่ในร่างของจิว
เขามองดวงตานั้นอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เห็นผิด ไม่ใช่ฟองอากาศ ไม่ใช่เืในไข่ ไม่ใช่อะไรที่อธิบายได้ตามธรรมชาติ
มันคือดวงตา เปลือกตาชัดเจน ขนตาบางๆ แนบอยู่กับเปลือก ลอยอยู่ในน้ำสีเหลืองราวกับกำลังนอนหลับรอบางอย่าง
เอสไม่ขยับอยู่นานกว่าที่ตัวเองคาด
สายตาแวบไปที่จิวที่ยังนอนหลับอยู่ ผมฟ้าบนหมอน หน้าตาสงบ ไม่รู้ว่าเพิ่งถูกดึงอะไรออกจากร่างกายตัวเอง ไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามีอะไรบางอย่างฝังอยู่ในนั้น
มันอยู่ในตัวเขานานแค่ไหน และใครเป็คนใส่มันเข้าไป
เอสหยิบผ้าเล็กๆ ออกมา ห่อถ้วยนั้นไว้อย่างระมัดระวัง มือยังนิ่งอยู่ แต่แน่นเกินไปจนไม่เป็ธรรมชาติ เขารู้ตัวดี แต่คลายออกไม่ได้ก่อนที่จะเก็บถ้วยใส่กระเป๋าด้านใน
บอกหรือไม่บอกดี
เขานั่งลงบนเตียงตัวเอง มองเพดาน
จิวเพิ่งรู้จักกันวันเดียว การบอกว่า "เฮ้ ฉันลูบตัวแกด้วยไข่ตอนแกหลับแล้วเจอดวงตาอยู่ในนั้น" ฟังดูไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นมิตรภาพ
แต่ก็ไม่ใช่เื่ที่เก็บเงียบได้ตลอดไป
เก็บไว้ก่อน ดูว่าดวงตานั้นจะทำอะไรต่อ หาข้อมูลให้มากกว่านี้ก่อนที่จะพูด
เอสนอนลง มองเพดานในความมืด มือขวากำกระเป๋าผ้าที่ห่อถ้วยไข่ไว้แน่น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะยังรับไม่ได้ว่าสิ่งที่เพิ่งเห็นนั้นมีอยู่จริง
นี่มันไม่ใช่เื่ปกติ
และจิวไม่รู้เื่นี้เลยสักนิด