“ว่าอย่างไรนะ? กิลด์นักรบ? จะเป็นไปได้อย่างไร?!” ซีนั่วขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปทางโม่จ้านที่กำลังงงงวยมิต่างกัน
“แรกเริ่มเดิมทีเจ้าหมอนั่นยังคงปากแข็ง เพียงแต่เมื่อพูดจาวกไปวนมากลับหลุดปากเสียแล้ว สิ่งที่เก่งกาจยิ่งกว่านั้นคือ นึกมิถึงว่าเขายังจะพกเหรียญรางวัลติดตัว..”
ลาถีเท่อที่หัวเราะมิได้ร้องไห้มิออก กระแอมไอก่อนวางเหรียญรางวัลที่สื่อว่าผ่านการประเมินจอมเวทระดับสูงลงบนโต๊ะ
“ข้ามิเชื่อว่าเจ้านั่นจะเป็นของจริง เจ้านั่นยังบันดาลโทสะอีกด้วย...ข้ามิค่อยเข้าใจกระบวนการความคิดของพวกเขานัก ออกมาทำงานผิดกฎหมายกลับยังพกบัตรแสดงตัวตนมาด้วยงั้นหรือ?”
“ทว่าหากเป็นของปลอม ฝีมือการทำเจ้าสิ่งนี้ก็ดูจะประณีตเกินไปแล้วกระมัง...”
เก๋อจือรับเหรียญมา จ้องมองเลข ‘117’ ที่ถูกฉาบทองด้านบน สีหน้าของตนเปี่ยมด้วยความเหลือเชื่อ เด็กหนุ่มผมแดงยกนิ้วชี้ขึ้น ลองปล่อยพลังเวทเข้าไปทว่ากลับถูกสะท้อนกลับในทันที อัญมณีที่ฝังไว้ใจกลางเหรียญพลันสว่างวาบ เรืองแสงสีทองคลุมเครือที่สื่อถึงธาตุดินออกมา
“...เป็นของจริง ยืนยันได้ นำเจ้าสิ่งนี้ไปยังเมืองเฟยปู้หย่าก็จะสามารถค้นหานามของเขาได้แล้ว”
“ครั้นเอ่ยมาเช่นนี้...อีกสองคนที่เหลือ...”
สีหน้าของลาถีเท่อค่อนข้างซับซ้อน ล้วงหยิบเหรียญรางวัลอีกสองเหรียญออกจากกระเป๋าเสื้อช้าๆ เก๋อจือแย่งมาก่อนลองใส่พลังเวทลงไป อัญมณีเรืองแสงสีน้ำเงินใสแวววาวทันใด เด็กหนุ่มผมแดงวางเหรียญตรากลับไปไว้บนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ ตามด้วยก้มหน้าลงไปด้วยอารมณ์สับสนปนเป
“...สภาพสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว กระทั่งจอมเวทสายตรงยังร่อนเร่จนถึงขั้นช่วยกลุ่มโจรชิงทรัพย์เสียแล้ว”
“ยามพวกเราเห็นอีกฝ่ายทำให้ผืนดินที่แข็งถึงเพียงนั้นกลายเป็นหลุมเลนก็รู้แล้วว่าภายในกลุ่มโจรมีจอมเวทธาตุน้ำและธาตุดิน”
โม่จ้านเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ มองไปทางซีนั่วที่ทำท่าทางอ้ำอึ้งคล้ายอยากเอ่ยบางสิ่ง ตามด้วยหันไปปรายมองจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อที่นิ่งขรึมมิเอ่ยสิ่งใด
“เดิมทีคิดว่าเป็นพวกนอกรีตไม่กี่คน นึกมิถึงว่าจะเป็นทหารประจำการเสียเอง หากเป็นกองโจรธรรมดาจะสามารถจ้างจอมเวทที่ผ่านการประเมินไหวได้เช่นไรกัน?”
“กระนั้นต่อให้เขาพลั้งปาก ก็มิอาจหักล้างหลักฐานที่ว่ากิลด์นักรบสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มโจร”
ซีนั่วสูดหายใจเข้าลึก ตนสัมผัสได้ว่าสิ่งต่างๆ ดูคล้ายจะมิง่ายดายนัก เพียงแต่ยามนี้ยังมิจําเป็นและไม่มีวิธีที่จะสืบสาวลึกลงไป
“สำหรับพวกเราในยามนี้ การหาจุดประสงค์ของพวกเขาคืองานรอง และงานหลักคือการส่งมอบสิ่งของให้ถึงมือผู้ไหว้วาน”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่ใช้นิ้วมือหนาใหญ่ลูบและนวดเคราเบาๆ
กิลด์นักรบและกิลด์ทหารรับจ้างเป็นพันธมิตรกัน แต่ไหนแต่ไรมาพวกเขาล้วนแต่อาศัยจำนวนการรับส่งภารกิจที่มีความแน่นอนและจำนวนมากมากดข่มกิลด์อื่นๆ หากเป็นคำสั่งของระดับสูงในกิลด์นักรบ ตนมิอาจมิได้รับข่าวสารนี้
“รอกระทั่งกลับไปแล้วจึงค่อยตรวจสอบเถิด หากได้รับการจ้างวานจากกิลด์นักรบจริง ข้าจะร้องขอให้พวกเขาดำเนินการสืบสวนและชดเชย”
เก๋อจือกับลาถีเท่อมิเอ่ยสิ่งใด ทว่าสายตาเปี่ยมด้วยความไม่เชื่อมั่นเสียจนแทบจะเขียนคำว่า ‘กิลด์ที่เป็นพันธมิตรกันอย่างพวกเจ้ากำลังทำบ้าอันใดกัน’ ออกมาเสียแล้ว จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อยกยิ้มอย่างจนปัญญาก่อนจะแบมือพลางยักไหล่
“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นหัวหน้ากิลด์ การใช้เล่ห์เหลี่ยมกับกิลด์พันธมิตรย่อมไม่เกิดผลดีอันใด ข้านึกอยากจะหาเงินอย่างราบรื่นเสียด้วยซ้ำ”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรกับจอมเวทผู้นั้น? พาไปด้วยในฐานะพยาน?”
คำถามของลาถีเท่อทำให้ทั้งห้องเงียบไปชั่วขณะ— หากจัดการเสียประเดี๋ยวนี้ก็จะไม่มีหลักฐานหลงเหลือ หากต้องพาไปด้วยตลอด มิเพียงแต่ต้องแบ่งกำลังไปคุมตัวคน กลับยังต้องคอยป้องกันมิให้อีกฝ่ายหนีไป
“อืม ข้าน้อยมีความเห็น สามารถลดจำนวนการใช้กำลังโดยเปล่าประโยชน์ได้มากที่สุด”
เคอเอินที่เอาแต่นิ่งเงียบมาโดยตลอดสบสายตากับจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ ในที่สุดก็มีโอกาสปริปาก ความสนใจของพวกเขาไม่กี่คนล้วนแต่โดนดึงดูดไปและรอชายหนุ่มผมม่วงเสนอความคิดอันล้ำเลิศ
“... กรอกยาสลบเขา ทำให้เขาหลับตลอดทางไปจนถึงตรอกขี้เถ้า”
“...เอ่อ ข้าเองก็คิดเช่นนี้เช่นเดียวกัน” เก๋อจือหัวเราะออกมาครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“...ช่างป่าเถื่อนเสียจริง เพียงแต่เมื่อดูจากสถานการณ์ในยามนี้คงมีเพียงต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อยักไหล่ก่อนเบนสายตาไปทางซีนั่ว สีหน้าของมังกรกึ่งมนุษย์ฉายแววค่อนข้างลำบากใจ
“ภายในขบวนของพวกเราไม่มีนักเล่นแร่แปรธาตุ จะนำยานอนหลับมาจากที่ใด...”
“กลุ่มทหารรับจ้างของพวกเราเตรียมเอาไว้ก่อนออกเดินทาง---”
“พวกเรามี! เป็นยานอนหลับที่ดีที่สุดที่สามารถหาซื้อได้ตามตลาด!!”
คำพูดของเคอเอินถูกเสียงดังลั่นของเก๋อจือขัดจังหวะอีกครั้งจึงหันไปถลึงตาจ้องเด็กหนุ่มผมแดง เจียนั่วกระแอมไอ สายตากวาดมองสี่ทิศรอบหนึ่ง น้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังอย่างยิ่ง
“ยานอนหลับของเก๋อจือมีตราประทับครั่งและปิดผนึกแบบเปิดใช้ได้เพียงครั้งเดียว เป็นสินค้าของแท้จากโรงงานหลัวเล่อแห่งจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ พวกเรายินดีเสนอให้โดยไม่คิดเงิน”
เคอเอินยังคิดอยากเอ่ยบางสิ่ง เพียงแต่ไม่รอให้เขาปริปากกลับถูกเก๋อจือชิงตัดหน้า
“ผู้ที่เข้าโจมตีขบวนคือกิลด์พันธมิตรของพวกเจ้า หากยังให้เชลยกินยาของพวกเจ้าจะไม่นำพามาซึ่งความระแวงงั้นหรือ?”
ครั้นถูกเด็กหนุ่มผมแดงเอ่ยจี้จุด เคอเอินอดกลั้นเสียจนทรมาน กระนั้นกลับมิอาจบันดาลโทสะออกมา จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อตบบ่าของเคอเอิน ส่ายหน้าสื่อว่าไม่จำเป็น
เคอเอินมีโรคเก่าอย่างอาการเมายานพาหนะ เมื่อยามเช้าสั่นคลอนเสียจนเด็กหนุ่มผมม่วงทรมานเกินบรรยายจึงฉวยโอกาสงีบหลับยามกลางวันสักประเดี๋ยว ส่วนสถานการณ์ร้ายแรงเพียงใดนั้น กระทั่งยามกลุ่มโจรเข้าโจมตี เคอเอินที่อยู่ในรถม้ากลับยังไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
หลังจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อได้เห็นถึงศักยภาพแท้จริงของพวกโม่จ้านพลันตกตะลึงเสียจนเหงื่อซึม เดิมทีตนยังคิดว่าคุณชายน้อยพาอัศวินสองคนกับข้ารับใช้มาเล่นสนุกเป็นทหารรับจ้างกลุ่มเล็กที่มิอาจเล็กยิ่งกว่านี้ นี่เป็นสาเหตุที่ตนยอมให้หลู่เต๋อยั่วยุตามอำเภอใจยามอยู่ในป่า --- ขอเพียงตนใช้พลังธาตุกดข่มอัศวินธาตุน้ำแข็งผู้นั้นเอาไว้ จอมเวทฝั่งตนก็จะสามารถจัดการเจ้าเก๋อจือได้อย่างง่ายดาย
นึกมิถึงว่าเวลาผ่านไปครึ่งปี ผู้ที่ตนคิดว่าเป็นข้ารับใช้หลังเขาจะเปลี่ยนไปมิต่างกับแปลงกาย กลายเป็นผู้ที่มีพลังรบน่าหวาดกลัวมิน้อยทีเดียว --- ผู้หนึ่งร่างกายแข็งแรงราวกับสัตว์ร้าย อีกผู้หนึ่งมีวิธีการโจมตีแปลกประหลาดไร้สิ่งได้เปรียบ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมิต่างกับปีศาจร้าย เพิ่งแสดงฝีมือคราแรกกลับทำให้ตนตกตะลึงมิน้อยเสียแล้ว
เมื่อวิเคราะห์จากสถานการณ์เมื่อครู่ ความก้าวหน้าของเก๋อจือมิใช่มิมากนัก เพียงแต่ศักยภาพกลับด้อยกว่าในบรรดาคนทั้งสี่ ด้วยระดับความก้าวหน้าที่บ้าระห่ำเช่นนี้ คนทั้งสามคือครรภ์พิสดารอันใดกัน?
อีกฝ่ายกำลังมีอิทธิพล ตนจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกับพวกเขา หลู่เต๋อเพิ่งผ่านพ้นประสบการณ์เมื่อครู่มา คงจะสำรวมตนอยู่บ้างเป็นการชั่วคราว
แผนการที่ตนวางเอาไว้คือ ใช้ยาที่ฝ่ายของตนทำขึ้นมาทำให้จอมเวทธาตุดินสลบ จากนั้นจึงค่อยแอบไปกรอกยาปลุกสติกลางดึกเพื่อไต่สวนว่าแท้จริงแล้วเกี่ยวโยงกับกิลด์นักรบหรือไม่ เพียงแต่เมื่อดูจากยามนี้ ควรจะปล่อยให้อีกฝ่ายไปถึงตรอกขี้เถ้าอย่างปลอดภัยเสียก่อนแล้วจึงค่อยคิดหาวิธีการจะดีเสียกว่า
เหล่าทหารรับจ้างล้วนแต่ได้รับบาดเจ็บภายนอก มินับว่าเป็นอันใดมาก เพียงแค่แต่ละคนล้วนหน้าตามอมแมมเท่านั้น มิต่างกับเพิ่งลงไปกลิ้งเกลือกในหลุมโคลน หากเดินทางด้วยสภาพเช่นนี้ จะต้องทำให้พวกกลุ่มโจรคิดว่าเป็นกลุ่มทหารที่รอดตายจากสงคราม ชักนำปัญหาเข้ามาไม่มีจบไม่มีสิ้น จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกับซีนั่วผู้เป็นหัวหน้าต่างจนปัญญา ทำได้เพียงสั่งให้เหล่าทหารรับจ้างไปล้างเนื้อล้างตัวข้างลำธาร
อีกฝั่งหนึ่ง ลาถีเท่อกำลังง้างปากเชลยพร้อมนำยากรอกเข้าไปในปากจอมเวท รอกระทั่งเด็กหนุ่มเผ่าหมานมั่นใจว่ายาออกฤทธิ์แล้วจึงถอยออกมา จัดการมัดจอมเวทธาตุดินไว้กับฟูกนอนก่อนจะยัดเข้าในมุมหนึ่งของรถม้า
การเฝ้าระวังที่เจียนั่วมีต่อจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่มีผู้ใดรู้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นลูกไม้อันใดกับยาหรือไม่ หากภายในยาถูกลอบใส่สารเจือจางหรือเปลี่ยนอัตราส่วน ทำให้จอมเวทธาตุดินฟื้นขึ้นมากลางคัน มีแนวโน้มที่จะเปิดเผยข้อมูลของกลุ่มต่อภายนอก นี่จึงจะเป็นสิ่งที่ตนกังวลมากที่สุด
เพียงแต่แม้ว่าเจียนั่วกับลาถีเท่อจะนึกถึงจุดนี้ กระนั้นกลับยังมิอาจป้องกันเล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่าย...