วันรุ่งขึ้นจงเป่าเปารีบลุกขึ้นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อช่วยท่านยายทำแพนเค้กไปขาย วันนี้พวกนางลองทำถึง 300 ชิ้น ไม่รู้จะขายหมดหรือไม่ ถ้าขายไม่หมดเป่าเปาคนนี้จะเสียสละกินเอง!
เมื่อทำเสร็จแล้ว จัดของทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็ขนของเพื่อไปขึ้นเกวียนรับจ้างของหมู่บ้าน วันนี้ก็มีชาวบ้านหลายคนที่เดินทางเข้าเมือง บ้างไปขายของ บ้างไปหางานทำ
เมื่อมาถึงตัวเมืองจงฮุ่ยชิวไปจัดการเื่ขอเช่าที่ หลังจากได้ที่แล้วก็มาช่วยกันจัดตั้งแผง ยังไม่ทันที่จะตั้งแผงเสร็จด้วยซ้ำ เหล่าชาวบ้านที่เห็นแม่ค้าตัวน้อยก็รีบตั้งแถวรอ
จงเป่าเปาเงยหน้าส่งยิ้มให้กับทุกคน ไอหยา มีคนมารอแต่เช้าเลย
“แม่ค้าตัวน้อย วันนี้ข้ามาคนแรกตามที่บอกเ้าด้วยนะ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยบอก จงเป่าเปาจำได้ว่าเขาบอกนางว่าจะมารอนางคนแรก ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำมันได้จริงๆ
“พี่ชาย ชิมๆ” เด็กตัวกลมปล่อยให้ท่านตา ท่านยายจัดแผงไป ส่วนตัวนางเดินถือจานแพนเค้กไปยื่นให้คนที่รอต่อแถวชิม
“อร่อยมาก” พี่ชายที่อยู่หัวแถวกล่าวชม อยากจะชิมอีกสักคำแต่ก็เกรงใจผู้อื่นที่ยืนรอชิมขนมอยู่ด้านหลัง
“ขอบคุงเ้าค่า” เด็กน้อยยิ้มรับคำชม ก่อนจะยื่นให้คนถัดไปชิม “พี่ฉาวคนฉวย ชิมๆ เ้าค่ะ”
หญิงสาวที่โดนชมว่าสวยยิ้มจนตัวม้วน จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบไม้ที่เสียบขนมในจานมากิน นางเป็สาวใช้วันนี้ถูกคุณหนูใช้ให้มาต่อแถวซื้อขนมที่ชื่อว่า แพนเจ้ก ถ้านางไม่ได้เป็คนมาต่อแถวคงไม่มีโอกาสได้กินแน่ๆ ถึงแม้ว่าจะได้กินเพียงคำเล็กๆ 1 คำ แต่ช่างอร่อยยิ่ง
“แม่ค้าตัวน้อย ข้าอยากจะเหมาขนมของเ้าไปให้คุณหนูของข้ายิ่งนัก” พูดจบก็ได้รับสายตาอาฆาตมาหลายสิบคู่ นางจึงต้องหัวเราะกลบเกลื่อน “ข้าล้อเล่นเ้าค่ะ”
จงเป่าเปายิ้มให้พี่สาว จากนั้นก็นำขนมไปให้ทุกคนชิมไปเรื่อยๆ จนครบ เป็จังหวะเดียวกับที่ท่านตา ท่านยายตั้งแผงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เสี่ยวเป่าเปาตั้งแผงเสร็จแล้ว” อันเจียอีร้องเรียกหลานสาว
เ้าของชื่อจึงรีบวิ่งกลับมาที่แผงขายของของตน
“เป่าเปาเอาแพนเจ้กไปให้พี่ๆ ชิมเ้าค่ะ” นางวางจานที่วางเปล่าลง
“ขยันจริงๆ” จงฮุ่ยชิวลูบศีรษะกลมของหลานสาว จงเป่าเปายิ้มให้ท่านตา ก่อนจะหันไปทางลูกค้าที่รออยู่
“แพนเจ้กเ้าค่า แพนเจ้ก ไม่ยาดน้ำผึ้ง 1 ชิ้น 3 อีแปะ ยาดน้ำผึ้ง 1 ชิ้น 4 อีแปะเ้าค่า” และแล้วแม่ค้าตัวน้อยก็เริ่มทำงานอย่างขยันขันแข็ง ะโบอกลูกค้าที่มายืนรออยู่ก่อนแล้วด้วยเสียงดังฟังชัด ถึงแม้ว่าจะพูดไม่ชัดก็ตาม แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากผู้คนได้
“แม่ค้าตัวน้อย ข้าเอาอย่างละ 2 ชิ้น” พี่ชายหัวแถวเอ่ยบอกจำนวนที่้า
“ได้เยยเ้าค่าพี่ชาย” แม่ค้าตัวกลมรับคำ จากนั้นก็หันกลับมารับขนมจากท่านยายที่ยื่นส่งมาให้ เมื่อได้ขนมก็ส่งต่อให้พี่ชายทันที
“ฉิบฉี่อีแปะเ้าค่ะ”
“ไอหยา เ้าคำนวณเป็แล้วหรือนี่” พี่ชายแปลกใจ เด็กตัวแค่นี้แต่คิดคำนวณได้แล้ว แม้แต่จงฮุ่ยชิวกับอันเจียอียังอดที่จะแปลกใจกับหลานสาวตนไม่ได้
“ท่านตาสอนเ้าค่า” จงเป่าเปาชี้นิ้วมาทางด้านจงฮุ่ยชิว โยนให้ซึ่งๆ หน้าแบบนี้ไปเลย คิกคิก
เพราะเมื่อวานคนที่คิดเงินค่าขนมคือท่านตา นางจึงไม่ได้แสดงความสามารถด้านการคำนวณ วันนี้เผลอคิดไปเสียได้ คนที่โดนแอบอ้างได้แต่ยิ้มค้าง เขาไปสอนนางตอนไหนกัน ทำไมจำไม่เห็นได้เลย
“พี่ชายไปก่อนนะ ไว้จะมาอุดหนุนใหม่” พี่ชายหัวแถวกล่าวลาเพราะรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจากทางด้านหลังจึงต้องรีบขอตัว
“ขอบคุงพี่ชายเ้าค่า” พี่ชายหัวแถวไปแล้ว คนต่อมาก็คือพี่สาวที่จะเหมาขนมของนาง
“แม่ค้าตัวน้อยข้าเอาแบบไม่ราดน้ำผึ้ง และแบบราดน้ำผึ้งอย่างละ 10 ชิ้น”
จงเป่าเปาตาโต “ได้เยยเ้าคะพี่ฉาวคนฉวย” นางหันไปหยิบขนมจากท่านยาย
“ทั้งหมดเจ็ดฉิบอีแปะเ้าค่า”
“นี่จ้ะ” หญิงสาวยื่นเงินให้เด็กน้อย
“ขอบคุงพี่ฉาวคนฉวยเ้าค่า” จงเป่าเปารับเงินมาแล้วส่งให้ท่านตา ครอบครัวจงแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน จงเป่าเปารับลูกค้า ท่านยายเตรียมขนมให้ลูกค้า ท่านตารับเงิน
วันนี้ก็เป็เช่นเมื่อวาน ขายไม่ถึงครึ่งชั่วยามขนมทั้ง 300 ชิ้นก็หมดแล้ว
“วันพรุ่งมาอีกหรือไม่เ้าคะ” บางคนมาช้าทำให้มาซื้อไม่ทัน รวมถึงหญิงสาวกลุ่มนี้ด้วย
“มาเ้าค่ะ” เป็อันเจียอีที่เอ่ยตอบ ถ้าได้มาขายทุกวันก็แปลว่าครอบครัวนางจะมีรายได้ทุกวัน
“เมื่อวานข้ากินแล้ว ขนมของท่านอร่อยยิ่ง ข้าว่าถ้าท่านทำเยอะสักหน่อยก็ย่อมขายหมดแน่นอนเ้าค่ะ”
“ข้าจะกลับไปคิดเ้าค่ะ” ขนมนี้ทำกันเพียง 3 คน ตายายหลาน ถ้าเพิ่มจำนวนอีกไม่รู้จะทำไหวหรือไม่
“เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจะรีบมานะเ้าคะ” กล่าวจบหญิงสาวกลุ่มนั้นก็เดินจากไป
“พวกเราก็เก็บของกันเถิด” เมื่อลูกค้าไปแล้ว ครอบครัวจงก็ช่วยกันเก็บของ
“แม่ค้าตัวน้อย” ได้ยินคนเรียกแม่ค้าตัวน้อย จงเป่าเปาก็หันไปมอง เป็พี่สาวชุดสีเขียวอ่อนเมื่อวานนี้ แต่วันนี้พี่สาวอยู่ในชุดสีชมพูมีหญิงสาวตามมาด้านหลังอีก 1 คน
“พี่ฉาว” จงเป่าเปาเอ่ยและเดินเข้ามาหา พี่สาวตรงหน้านางนี้ คาดว่าอายุน่าจะประมาณ 8-9 หนาว
“ข้ามาซื้อขนมแพนเจ้ก”
จงเป่าเปามองตาปริบๆ “พี่ฉาววันนี้ขนมแพนเจ้กของข้าหมดแย้วเ้าคะ”
เหมือนฟ้าถล่มลงมาเมื่อเด็กหญิงชุดสีชมพูได้ยินคำตอบ “เ้าว่าอย่างไรนะ” นางมาช้าไปหรือ
“ขนมแพนเจ้กหมดแย้วเ้าค่ะ” จงเป่าเปากล่าวย้ำคำตอบเดิม
เด็กหญิงชุดสีชมพูได้ยินอีกครั้งถึงกับกล่าวสิ่งใดไม่ออก
“แต่วันพรุ่งเป่าเปาจะมาขายอีก พี่ฉาวต้องยีบมานะเ้าคะ” จงเป่าเปาบอกแต่เหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่รับรู้เสียแล้ว
“คุณหนูเ้าคะ” สาวใช้ที่ตามคุณหนูมา เดินเข้ามาเรียกคุณหนูของตน
“เมื่อ เมื่อกี้เ้าว่าอันใดนะ” เด็กหญิงชุดสีชมพูที่ได้สติกลับมาเอ่ยถามจงเป่าเปา
จงเป่าเปายิ้มให้พี่สาว ไม่ได้คิดมากที่เมื่อครู่นางไม่ได้ฟังสิ่งที่ตนเองกล่าว “วันพรุ่งเป่าเปาจะมาขายแพนเจ้กอีกเ้าค่ะ พี่ฉาวยีบมานะเ้าคะ”
“แน่นอน! วันพรุ่งข้าต้องรีบมาแน่” วันนี้นางมาไม่ทัน แต่วันพรุ่งนางจะไม่พลาดแน่ “เ้าชื่อเป่าเปาหรือ” เมื่อไม่ได้ขนมก็ขอคุยกับแม่ค้าตัวน้อยสักหน่อย
“เ้าค่ะ เป่าเปาชื่อเป่าเปา” จงเป่าเปาแนะนำตัว “พี่ฉาวชื่ออะไยหยือเ้าคะ” ไม่ลืมที่จะถามกลับ
“ข้าชื่อฟางซิน” ‘ฟางซิน’ หรือ ‘หลานฟางซิน’ เอ่ยแนะนำตนเอง
“พี่ฉาวฟางซินยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่า” จงเป่าเปายิ้มจนเห็นฟันซี่น้อยๆ เรียงตัวสวยอย่างน่ารัก
“ยินดีที่ได้รู้จักแม่ค้าตัวน้อยเป่าเปา” หลานฟางซินรู้สึกอยากมีน้องสาวเป็ของตนเองยิ่งนัก หรือจะขโมยเป่าเปากลับบ้านไปด้วย
แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดลง เมื่อท่านตากับท่านยายของจงเป่าเปาเดินมาตามนาง เนื่องจากเก็บของเสร็จแล้ว ทั้งคู่จึงต้องบอกลากัน
“ท่านตาเ้าคะ ท่านยายเ้าคะ เป่าเปาอยากได้กระดาษ แท่งหมึก พู่กันเ้าค่ะ” ในระหว่างที่เดินเพื่อจะไปซื้อของ จะต้องผ่านร้านตำรานางจึงนึกขึ้นได้ว่านางอยากได้เครื่องเขียน แต่สิ่งของพวกนี้เป็สินค้าที่ราคาแพงมาก ไม่รู้ท่านตากับท่านยายจะซื้อให้หรือไม่ ถ้าไม่ซื้อให้นางก็ไม่ว่าอันใดหรอก
“เ้าอยากได้ไปทำอันใดหรือ” จงฮุ่ยชิวถาม ไม่ใช่ว่าจะซื้อให้ไม่ได้ เพียงแต่ต้องถามก่อนว่านางอยากได้ไปทำอันใด เพราะกระดาษ แท่งหมึก พู่กัน เป็สินค้าราคาแพง
“เป่าเปาจะเอาไปทำยายรับยายจ่ายเ้าค่ะ และทำป้ายย้าน” เด็กน้อยกล่าว
“งั้นไปดูกันก่อนก็แล้วกันตาเฒ่า” ท่านยายผู้ตามใจหลานสาวย่อมไม่กล้าเอ่ยขัด
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” แล้วทั้งสามก็มุ่งหน้าไปร้านตำรา
จงเป่าเปาเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกชาวบ้านหลายครอบครัว จึงไม่ส่งเสียบุตรให้ร่ำเรียน ไม่ใช่แค่ต้องช่วยงานที่บ้านเท่านั้น แต่อุปกรณ์สำหรับการเรียนช่างแพงยิ่ง ราคาสร้างตึกจริงๆ
เป่าเปาจึงตัดสินใจซื้อเพียงกระดาษหยาบๆ เท่านั้น ที่บ้านมีถ่าน ค่อยใช้ถ่านเขียนแทนหมึกก็ได้
*********************************
แก้ไขคำผิดแล้วนะคะ แต่อาจจะยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง ต้องขออภัยด้วยนะคะ ^_^