รัตติกาลที่จวนสกุลโหยวควรสงบเงียบ หากเวลานี้ผู้เป็เ้าของจวนกลับได้ยินเสียงของผู้ติดตามดังเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินภายในเรือนนอน
เกิดอันใดขึ้นกัน ดวงตาเข้มมีประกายของความสงสัย
หญิงสาวที่นอนอยู่ข้างกันครั้นรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของผู้เป็สามีก็ค่อยๆ พยุงกายขึ้นมา น้ำเสียงอ่อนใสเอ่ยถาม “ท่านพี่ เกิดสิ่งใดขึ้นเ้าคะ”
ดวงตาที่แฝงประกายความรักใคร่มองยังภรรยาตน “ไม่มีอันใดหรอก เ้านอนต่อเถอะ” เขาประคองร่างของภรรยาให้เอนตัวลงฝ่ามือใหญ่ดึงผ้าห่มให้นาง เสียงแ่เบากระซิบลงข้างหู “หลับเถอะหนา”
หญิงสาวนอนลงอย่างว่าง่าย จวบจนเปลือกตาปิดสนิทนิทราลงอีกครั้ง
โหยวเหิงครั้นเห็นภรรยาตนหลับไปแล้วจึงได้ลุกขึ้นไปยังด้านนอก ประตูถูกปิดลงอย่างเบามือ เขาเดินออกไปไม่กี่ก้าวริมระเบียงก็เห็นลูกน้องตนยืนรอรายงานอยู่เบื้องหน้า
โหยวเหิงเอ่ยถามขึ้น “มีสิ่งใด?”
เวิ่นเปิ่งมีสีหน้ายุ่งยากใจกล่าว “เกิดเื่ขึ้นที่ห้องทรงพระอักษรขอรับนายท่าน กีฎาเร่งด่วนส่งมาถึงท่านยามโฉ่ว [1] นี้เอง”
ครั้นเวิ่นเปิ่งกล่าวจบ หัวคิ้วของหลีโหยวเหิงให้ขมวดเข้าหากัน
ฝีเท้าใหญ่ตรงไปยังเรือนปีกข้างที่เป็ห้องหนังสือในทันที และนั่งลงหยิบฎีกาที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดูเนื้อความด้านใน หากสีหน้าของเขากลับไม่สู้ดีนัก
คืนนี้เขาคงต้องเดินทาง
“เวิ่นเปิ่ง บอกคนเตรียมรถม้า ข้าจะไปยังฉางหลิง”
ภายนอกเรือนหลัก เสียงของบ่าวไพร่เดินกันให้วุ่น เพราะผู้เป็เ้าของจวนกำลังออกเดินทางอย่างเร่งรีบ บรรดาบ่าวดูแลสัมภาระกุจีกุจอจัดเตรียมของจำเป็บรรจุลงรถม้าด้านหลังอีกคันจนเต็ม
“ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน” หลีโหยวเหิงในชุดเฉาฝูสีแดงสดก้าวขาขึ้นรถม้าใหญ่ของจวน
ฉีหยินที่เตรียมรถม้าให้นายท่านแปลกใจเล็กน้อยครั้นมองซ้ายขวาหากไร้เงาผู้เป็นายหญิง เขาจึงเอ่ยถามขึ้น “แล้วฮูหยินล่ะขอรับ”
หลีโหยวเหิงเปิดม่านออกเล็กน้อยกล่าวตอบ “เ้าค่อยบอกนางยามเช้า ว่าข้าจำต้องรีบเดินทาง” กล่าวเสร็จเขาก็ปิดม่านลงรถม้าวิ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนของเกือกม้ายังหน้าจวน
[1] ยามโฉ่ว (丑:chǒu) คือ 01.00 – 02.59 น.