เรือนกาญจนา

    บทพิเศษ 1 ชีวิตที่เหลืออยู่ (ตอนจบ)

    ธัญตกใจสุดขีดที่เห็นแม่ถูกพันธนาการ โดนมัดข้อเท้า ส่วนแขนก็ถูกมัดไว้ด้านหลัง นั่งอยู่ติดกับผนังห้องด้านหนึ่ง มีผ้ารัดปากไว้ และแม่ก็พยายามส่งเสียงร้องไม่ให้ธัญเข้าไปหา

    ธัญไม่สังเกตอะไรทั้งนั้น เธอรีบวิ่งไปหาแม่ด้วยความตื่นตระหนก “ใคร ใครทำอะไรแม่คะ” และเธอก็กำลังจะแก้เชือกให้กับแม่

    แต่แล้วอยู่ดีๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ใช้ที่ช็อตไฟฟ้าช็อตไปที่หลังของธัญจนเธอสลบไป

    “หึ หึ มันยังไม่ตาย แม่นี่ช่างฉลาดจริงๆ แกล้งปล่อยข่าวว่ามันตายไปแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องตามไปแก้แค้นมัน ฐานที่มันบอกให้แฟนมันไปสืบหาคลิปที่ฉันขับรถชนวนัญญา” อนงค์พูดด้วยเสียงอำมหิต

    แม่พยายามร้องขอให้อนงค์ไว้ชีวิตธัญ ทั้งๆ ที่พูดไม่ได้ แต่แล้วอนงค์นาศก็ลากตัวธัญออกไปจากห้องและพาไปขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปบนดาดฟ้าของคอนโด

    ผ่านไปเพียงสิบนาที วัฒน์มัวแต่ไปเข้าห้องน้ำเลยติดตามธัญมาไม่ทัน เขาเห็นประตูห้องของอนงค์นาศเปิดไว้ เขาก็เลยเข้าไปดู ก็เห็นแม่ของธัญถูกมัดไว้

    ด้วยความตกใจเขาก็เลยรีบเข้าไปแก้มัดให้กับแม่ธัญ

    “มันเกิดอะไรขึ้นครับคุณแม่ แล้วธัญล่ะครับ” วัฒน์รีบถาม

    “รีบไปช่วยธัญเร็วเข้า อนงค์จะฆ่าธัญที่ดาดฟ้า” แม่ธัญรีบบอกหลังจากที่วัฒน์แก้ผ้ารัดปาก

    วัฒน์ช่วยพยุงตัวแม่ของธัญให้ลุกขึ้นยืน แล้วพากันวิ่งไปที่ลิฟท์เพื่อตามไปช่วยธัญ ในระหว่างนั้นวัฒน์ก็โทรแจ้งตำรวจ

    ************************************

    ธัญฟื้นตัวตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนั่งอยู่ติดกับราวขอบตึกบนดาดฟ้า และเธอก็สำรวจไปรอบๆ ก็เห็นอนงค์นาศถือปืนจ่อมาที่เธอ

    “อนงค์ น้องยอมมอบตัวเถอะนะ อย่าทำผิดอีกเลย” ธัญพยายามเกลี้ยกล่อมน้อง

    “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี แหม ในตอนแรกก็ทำตัวเป็นพี่ที่แสนดี ยอมรับผิดแทนฉัน แต่ที่ไหนได้ กลับให้แฟนไปสืบหาคลิปหลักฐานเพื่อเอาผิดฉัน” อนงค์เข้าใจผิด

    “พี่เปล่านะ ฟังพี่ก่อน” ธัญพยายามอธิบาย

    “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว แกแย่งแม่ไป แม่รักแกมากกว่าฉัน” อนงค์พูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด

    “ไม่จริง แม่รักอนงค์มากเลยนะ” ธัญพยายามพูด

    “แกรู้มั้ย แม่กับแฟนแกรวมหัวกันปล่อยข่าวว่าแกตายไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ฉันมาฆ่าแกเพื่อแก้แค้นที่แกหาหลักฐานมาเอาผิดฉัน”

    “โถ่ แม่…” ธัญเริ่มเข้าใจแม่

    “คงปลื้มใจล่ะสิว่าแม่รักแกมากแค่ไหน” อนงค์กล่าวด้วยอารมณ์โกรธ

    “ใครบอกล่ะ แม่แค่ต้องการปกป้องอนงค์ ไม่ให้อนงค์ทำผิดต่อไปอีกไง” ธัญพยายามพูด

    “ไม่เป็นไรแล้วล่ะ เพราะต่อไปก็ไม่มีแกอีกแล้ว” อนงค์กำลังจะลั่นไกปืน แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือ แม่วิ่งเข้าไปเอาตัวไปบังธัญไว้ จนกระทั่งแม่ถูกยิงที่ไหล่ขวา

    “แม่ แม่คะ แม่ทำใจดีๆ ไว้ค่ะแม่” ธัญรีบเข้าไปประคองแม่ไว้

    “ไม่ ไม่จริง ฉันยิงแม่” อนงค์ตกใจจนเธอทำปืนหลุดมือ

    วัฒน์รีบเข้าไปจับตัวอนงค์ไว้เพื่อรอตำรวจเข้ามาจับกุมตัว แม้ว่าเขาจะห่วงว่าที่แม่ยายและแฟนมากแค่ไหนก็ตาม โดยเขานำเชือกที่ถือติดมาด้วยมามัดตัวอนงค์ไว้ก่อน ในระหว่างนั้นเขาก็โทรเรียกรถพยาบาลเพราะมีคนเจ็บ

    ผ่านไปเพียงสิบนาที ตำรวจก็มาพร้อมกับจับกุมตัวอนงค์ไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่พยาบาลก็เข้ามาช่วยพาตัวแม่ของธัญส่งโรงพยาบาล

    ธัญยังไม่มีกะจิตกะใจให้ปากคำ ดังนั้นวัฒน์จำต้องไปสถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำเบื้องต้น ส่วนธัญคอยติดตามไปนั่งบนรถพยาบาล เธอจับมือแม่ไว้และพยายามเรียกแม่ตลอดเวลา เพราะกลัวแม่จากไป

    “แม่ แม่เข้มแข็งไว้นะคะ”

    “แม่ขอโทษนะลูก แม่ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายจิตใจหนูเลย แต่แม่จำต้องแสดงละครแบบนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้อนงค์ทำร้ายหนู” แม่พูดอย่างอ่อนแรง

    “เรื่องนั้นหนูไม่เคยโกรธแม่ค่ะ ตอนนี้อย่าเพิ่งกล่าวอะไรมากเลยนะคะ รอแม่หายค่อยว่ากันค่ะ” ธัญพูดทั้งๆ ที่น้ำตาไหล

    เมื่อถึงโรงพยาบาล แม่ของธัญถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียู ส่วนธัญต้องทำเรื่องติดต่อกับฝ่ายทะเบียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ค้นประวัติและคีย์ข้อมูลเข้าสู่ระบบของโรงพยาบาล และเธอก็รีบไปดูอาการแม่

    หมอเดินออกมาบอกธัญว่า คนไข้สูญเสียเลือดไปมาก แต่เธอมีเลือดหมู่เอ ซึ่งตอนนี้โรงพยาบาลกำลังขาดแคลนชั่วคราว

    ดังนั้นธัญผู้ซึ่งมีเลือดหมู่เดียวกับแม่ เธอก็เลยรีบไปบริจาคเลือดให้แม่ทันที

    เมื่อเลือดเต็มถุง เจ้าหน้าที่ในห้องเลือดก็บอกให้ธัญนอนพักก่อน ไม่เช่นนั้นเธออาจล้มวูบได้

    แต่ด้วยความเป็นห่วงแม่มาก ธัญไม่ฟังใครทั้งสิ้น เธอจึงลุกกะทันหัน และแล้วเธอก็วูบหน้ามืดจริงๆ โชคดีที่วัฒน์มารับตัวเธอทัน

    “เป็นอะไรหรือเปล่าครับธัญ คุณเพิ่งบริจาคเลือดเสร็จ ไม่ควรรีบลุกแบบนี้นะครับ” วัฒน์พูดเสียงดุ

    “ฉันเป็นห่วงแม่ค่ะ” ธัญพูดเสียงอ่อน

    “งั้นผมช่วยอุ้ม” วัฒน์รีบอุ้มแฟนสาวไปที่หน้าห้องไอซียู

    “คุณวัฒน์ ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ฉันเดินเองได้” ธัญรู้สึกอาย

    “คุณอยากไปถึงเร็วๆ ไม่ใช่หรอครับ” วัฒน์พูดยิ้มๆ

    แม้ธัญจะอาย แต่เธอก็อยากไปฟังอาการของแม่ เธอเลยปล่อยเลยตามเลย ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยในโรงพยาบาลพากันมองและพากันซุบซิบ

    พอมาถึงหน้าห้อง วัฒน์ก็วางตัวธัญให้ไปนั่งรอที่หน้าห้องดีๆ โดยที่พ่อเลี้ยงของธัญได้นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

    “สวัสดีค่ะคุณพ่อ” ธัญไหว้พ่อเลี้ยง

    “ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวของฉันด้วยนะ” พ่อเลี้ยงกล่าวอย่างรู้สึกผิด

    “หนูไม่เคยโกรธน้องค่ะ”

    “งั้นพ่อจะเล่าอะไรให้ฟัง เริ่มตั้งแต่ตอนที่หนูอายุเพียง 18 ปี และหนูจะมาเยี่ยมพวกเรา รู้มั้ยว่าแม่หนูดีใจมากแค่ไหน เธออารมณ์ดีถึงขั้นไปซื้อของมาเตรียมทำอาหารรอหนูเลย แต่ทว่าพอตกดึก แม่ของหนูได้นำนมสดไปให้อนงค์ดื่มก่อนนอน แต่เธออาจเข้าไปก่อนเวลาและลืมเคาะประตู ทำให้เธอเข้ามาเห็นว่าอนงค์ถือตุ๊กตาบาบี้และติดชื่อหนูไว้บนตุ๊กตา เธอนำมีดมาเฉือนตุ๊กตาขาดจนไม่เหลือชิ้นดี” พ่อเลี้ยงเล่า

    “เอ่อ แสดงว่าอนงค์เขาเป็นแบบนี้มานานแล้วหรอคะ” ธัญคาดไม่ถึง

    “คงจะใช่ แต่พวกเรายังไม่มั่นใจว่าเธอเป็นโรคจิตหรือเป็นเพียงแค่คนมีอารมณ์รุนแรงเพราะเก็บกดเฉยๆ พวกเราไม่กล้าบอกให้อนงค์ไปหาจิตแพทย์ เพราะกลัวเธอจะอาละวาดไม่พอใจ นั่นจึงเป็นความผิดของพ่อและแม่ พวกเรานึกไม่ถึงว่าอนงค์จะเป็นมากถึงขนาดฆ่าคนได้” พ่อเลี้ยงก้มหน้ารู้สึกผิด

    “แล้วเรื่องที่บอกให้หนูรับผิดแทนนั่น เอ่อ แม่เขารู้มั้ยคะ ว่ามันเป็นการฆาตกรรม” ธัญอยากรู้

    “คงไม่รู้หรอกลูก แม่เขามาสารภาพกับพ่อเอง ว่าเธอเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้ลูกรับผิดแทนอนงค์ แต่เธอไม่รู้จริงๆ ว่าอนงค์ตั้งใจขับรถชนวนัญญาจนเสียชีวิต ทำให้แม่หนูรู้สึกผิดเช่นกัน แล้วหนูโกรธแม่มั้ยล่ะ”

    “ไม่ค่ะ หนูสงสารแม่”

    “ใช่ แม่หนูน่าสงสารมากเลย เธออยากกอดหนูมากและแสดงความรักกับหนูเหมือนแม่ทั่วไป แต่เธอทำไม่ได้เพราะกลัวอนงค์จะทำร้ายหนูเพราะคิดว่าแม่หนูรักหนูมากกว่าอนงค์”

    “โถ่ แม่” ธัญเห็นใจแม่

    “ในเมื่อลูกเข้าใจแม่ก็ดีแล้ว”

    “เอ่อ แล้วทำไม ในช่วงที่หนูยังไม่ฟื้น ถึงยกหนูให้คุณวัฒน์ดูแลล่ะคะ” ธัญถามด้วยอาการขัดเขิน

    “ตอนนั้นแม่หนูเสียใจมากที่หนูเกิดอุบัติเหตุ เธอรีบไปโรงพยาบาล และบริจาคเลือดให้หนู เหมือนที่หนูบริจาคในแม่ในตอนนี้ เธอร้องไห้คร่ำครวญขอโทษอย่างบ้าคลั่ง แต่พอได้ยินข่าวว่าอนงค์นาศทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหนีออกมาได้ ทำให้แม่หนูรู้ว่าหนูอาจไม่ปลอดภัย เพราะอนงค์อาจตามมาแก้แค้นหนูได้ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจติดต่อคุณวัฒน์ ยอมเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้คุณวัฒน์ฟัง จนคุณวัฒน์เข้าใจหนู ไม่เพียงเท่านั้นยังขอร้องให้คุณวัฒน์ดูแลหนูแทนเธอ”

    ธัญมองไปที่วัฒน์และเห็นเขามองมาแบบยิ้มๆ เธอก็เลยแอบเขิน และถามต่อ “แล้วมันเป็นความจริงมั้ยคะที่แม่ให้คุณวัฒน์ชดใช้หนี้นอกระบบให้ เพื่อเป็นค่าสินสอด”

    “จะว่ายังไงดีล่ะ ตอนที่แม่หนูเฝ้าหนูที่โรงพยาบาลพร้อมกับคุณวัฒน์ เจ้าหนี้ตามมาทวงเงินถึงที่โรงพยาบาล ดังนั้นคุณวัฒน์จึงยอมชดใช้หนี้ให้ จากนั้นก็ทำการตกลงกับแม่หนู ว่าจะดูแลหนูในฐานะภรรยาของเขา โดยให้ถือว่าเงินที่ใช้หนี้เป็นค่าสินสอด”

    “เอ่อ แล้วแม่ยอมหรอคะ” ธัญสงสัย

    “ตอนแรกแม่หนูก็ไม่ยอม แต่เธอก็กลัวว่าคุณวัฒน์จะไม่ยกย่องหนูในฐานะภรรยา และเห็นหนูเป็นเพียงผู้หญิงของเขาเท่านั้น เพราะคุณวัฒน์มีข่าวกับผู้หญิงไฮโซหลายคน ทำให้ภาพลักษณ์ของเขากลายเป็นผู้ชายเจ้าชู้ ดังนั้นเธอจึงตอบตกลง” พ่อเลี้ยงเล่า

    “เห็นมั้ยครับ ผมและแม่คุณรักคุณมากแค่ไหน” วัฒน์พูดยิ้มๆ

    ธัญหน้าแดง แต่พอเห็นหมอ เธอก็รีบเดินไปหาหมอทันที “แม่เป็นไงบ้างคะ”

    “พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ตอนนี้ยังให้เข้าเยี่ยมไม่ได้ครับ” หมอกล่าว

    ธัญดีใจจนลืมตัวจะไปกอดหมอ ยังดีที่วัฒน์ดึงตัวว่าที่เจ้าสาวมากอดทัน “คุณน่ะ อย่าทำแบบนี้สิครับ ผมหึงรู้มั้ย”

    “ฉันดีใจจนลืมตัวค่ะ”

    “เอาล่ะ เห็นลูกๆ จะต้องแต่งงานพรุ่งนี้แล้ว ไปเตรียมตัวเถอะลูก เดี๋ยวพ่อเฝ้าที่นี่เอง” พ่อเลี้ยงกล่าว

    “แต่ว่า” ธัญยังเป็นห่วงแม่

    “พักผ่อนก่อนเถอะนะคุณ ไว้ให้หมอบอกให้เยี่ยมได้เมื่อไหร่ ผมจะพามาที่นี่เองนะคุณ” วัฒน์กล่อม

    ธัญเลยยอมกลับไปกับวัฒน์

    เช้าวันรุ่งขึ้นธัญเข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงงานเลี้ยงตอนกลางคืน ใจนึงเธอก็ดีใจที่ได้แต่งงาน แต่อีกใจก็อยากไปดูอาการของแม่

    จนกระทั่งถึงตอนที่พิธีกรสอบถามความรู้สึกเจ้าบ่าวเจ้าสาวบนเวที

    เจ้าสาวกำลังจะพูดบอกความรู้สึก แต่พอภัณฑิรา แม่ของธัญมาปรากฏตัวพร้อมกับพ่อเลี้ยง ทำให้ธัญดีใจจนน้ำตาไหล

    แม่ธัญเดินขึ้นไปบนเวที เจ้าสาวรีบเดินเข้าไปกอดแม่ร้องไห้ด้วยความปลื้มใจ

    “แม่ แม่หายแล้ว ลูกดีใจจริงๆ ค่ะแม่” ธัญน้ำตาไหลด้วยความปลื้มใจ

    “แม่ก็ดีใจที่ลูกได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีนะลูก แม่ขอโทษนะลูก”

    “อย่าพูดถึงเรื่องในอดีตเลยนะคะแม่ ลูกลืมมันไปหมดแล้ว”

    “ก็ได้จ้ะ แต่แม่มาได้เพียงไม่นาน แม่ต้องกลับไปพักฟื้นที่โรงพยาบาล” แม่กล่าวเสียงเศร้า

    “โถ่ แม่ เสร็จพิธีแต่งงาน ลูกก็จะไปหาแม่ที่โรงพยาบาลอยู่แล้วค่ะ” ธัญตั้งใจไว้แล้ว

    “ไม่ได้นะลูก ลูกต้องเข้าหอสิถึงจะเสร็จพิธี เดี๋ยวเจ้าบ่าวโกรธแม่แย่เลย แม่กลับก่อนนะลูก”

    พ่อเลี้ยงจึงมาช่วยประคองแม่ของธัญกลับไปนั่งรถเข็นแล้วพากลับโรงพยาบาล

    นับว่าเหมือนฟ้าหลังฝน ที่ธัญได้เข้าใจการกระทำของแม่ และรู้แล้วว่าแม่รักเธอมากแค่ไหน เธอขอบคุณเรือนกาญจนาอยู่ในใจที่ได้ให้โอกาสให้เธอได้มีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งโอกาสครั้งนี้ทำให้เธอได้สมหวังในความรัก และเข้าใจความรู้สึกของแม่ ต่อไปในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ธัญจะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

    จบบทพิเศษ

    คล้ายกับเรื่องเรือนกาญจนา ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405