The Thornborder ไม่เหมือนป่าตาย
ป่าตายเงียบในแบบที่ว่างเปล่า แต่ที่นี่เงียบในแบบที่หนาแน่น ต้นไม้ทุกต้นล้มในทิศทางเดียวกัน เหมือนแรงอะไรบางอย่างผ่านมาในทิศนั้นครั้งเดียวแล้วก็ไป รากโผล่ขึ้นเหนือดินเหมือนมือที่พยายามยึดกับอะไรบางอย่างที่ไม่มีอยู่แล้ว บางต้นยังมีกิ่งที่เขียวอยู่ — ไม่เขียวสด แต่เขียวพอที่จะบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ด้วยพลังงานที่เหลืออยู่ในดินเบื้องล่าง
Kaelen เดินเข้าไปสักยี่สิบก้าวแล้วหยุด
เขาวางเข่าลงและวางฝ่ามือบนดิน ไม่ใช่การอ่านปกติ เขาแค่้ารู้สึกว่าพื้นที่นี้เป็อย่างไรก่อนที่จะเดินต่อ เวทป่าของเขาไหลลงไปตามนิ้ว ตามฝ่ามือ ลงสู่ดิน
แล้วดึงอะไรกลับออกมาที่เขาไม่ได้เตรียมตัวรับ
ไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับดิน ไม่ใช่รากหรือน้ำหรือพลังงาน มันเป็น้ำหนัก น้ำหนักของคนที่ตายในที่นี้และยังอยู่ในดินอยู่ ไม่ใช่ิญญา เวทป่าไม่ได้ทำงานกับิญญา มันทำงานกับพลังงาน และพลังงานของคนที่ตายด้วยอารมณ์รุนแรง — ความกลัว ความเ็ป ความโกรธ — มันติดอยู่ในดินได้นาน
เขาถอนมือออกเร็ว
Elira มองเขา ไม่ถามทันที เธอรอสักวินาทีก่อน "อะไร"
"ดินที่นี่จำมากกว่าที่ควร"
เธอไม่ถามต่อว่าหมายความว่าอะไร เธอนั่งลงและวางมือบนดินเองสักครู่ ไม่ปล่อยเวท เพียงแต่วาง แล้วพูดเบา ๆ ว่า "ฉันรู้สึกแค่ดิน แต่มันรู้สึกหนัก"
Kaelen ยืนขึ้น ปัดดินออกจากฝ่ามือ "เราเดินต่อได้"
เธอลุกขึ้นตามเขา ไม่พูดอะไรอีก แต่เขาสังเกตว่าเธอเดินใกล้กว่าเดิมนิดหนึ่ง ไม่มากพอที่จะสังเกตได้ถ้าไม่ได้ตั้งใจมอง เขาไม่ตีความมัน แค่รับรู้ว่ามันเกิดขึ้น แล้วเดินต่อ
เธอพบสัญลักษณ์ก่อน
"Kaelen"
เขาเดินกลับไปหาเธอ เธอยืนอยู่หน้าต้นไม้ที่ล้มขวางทาง บนลำต้นมีรอยสลักที่ยังชัดเจนแม้ผ่านมาหลายร้อยปี เธอชี้ไปที่ครึ่งซ้ายของสัญลักษณ์ "นี่คือสัญลักษณ์แม่มดสายผนึก วงกลมคู่ที่ซ้อนกัน แต่ส่วนนี้" เธอชี้ต่อ "ไม่ตรงกับที่ฉันเรียนมา มีอะไรเพิ่มเข้าไปที่ฉันไม่รู้จัก"
เขามองส่วนที่เธอชี้ แล้วมองครึ่งขวาของสัญลักษณ์ที่ต่างออกไป
"ส่วนนี้คือโครงสร้างของสัญลักษณ์ผู้พิทักษ์รุ่นแรก" เขาพูดช้า ๆ เหมือนกำลังคิดออกมาพร้อมกัน "ใช้มุมหักสามสิบองศาตามทิศเวท แต่รูปแบบนี้ไม่ได้ใช้มาหลายร้อยปีแล้ว มันหายไปก่อนที่ระบบผู้พิทักษ์ปัจจุบันจะตั้งขึ้น"
Elira มองเขา "แล้วมันอยู่บนต้นไม้เดียวกับสัญลักษณ์แม่มดได้ยังไง"
เขาไม่ตอบทันที เพราะเขาไม่มีคำตอบ
พวกเขาเดินต่อและพบสัญลักษณ์ลักษณะเดียวกันอีก — ต้นไม้ที่สี่ ต้นไม้ที่เจ็ด ต้นที่สิบสอง ไม่ใช่สัญลักษณ์เดียวกันทุกอัน แต่ผสมในสัดส่วนต่างกัน บางอันเวทแม่มดมากกว่า บางอันเวทเอลฟ์มากกว่า Kaelen สังเกตว่ามันไม่ได้สุ่ม มันวางเป็ระบบ เหมือนจุดต่าง ๆ ของพิธีกรรมเดียวกันที่ต้องใช้เวทจากหลายแหล่งพร้อมกัน
"ถ้าสัญลักษณ์แม่มดและเอลฟ์อยู่ที่เดียวกันในแบบนี้" Elira พูดตรง น้ำเสียงเธอไม่ใช่การสรุป แต่เป็การบอกว่าเธอเห็นสิ่งที่เห็น "แปลว่าใครบางคนในานั้นทำงานด้วยกัน ไม่ใช่ต่อสู้กัน"
Kaelen หยุด เขาหันหลังมองทิศที่พวกเขามาจาก ทิศของ Dawnroot Citadel ซึ่งมองไม่เห็นจากตรงนี้แล้ว แต่เขารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
เขาไม่ตอบ เพราะเขาไม่รู้ว่าตอบว่าอะไร
"คุณถูกสอนมาว่าานี้เกิดขึ้นยังไง"
น้ำเสียงของ Elira เป็กลาง ไม่ใช่การท้าทาย มันเป็คำถามที่ถามเพราะอยากรู้ ไม่ใช่เพราะอยากโต้เถียง
Kaelen คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ ไม่ใช่เพราะลังเล แต่เพราะเขาไม่เคยต้องอธิบาย Version ที่เขาเรียนมาให้คนข้างนอกฟัง "แม่มดพยายามใช้เวทต้องห้ามเพื่อควบคุมป่าโบราณ ป่าไม่ใช่สิ่งที่ใครควร เอลฟ์ต่อต้าน เกิดา เอลฟ์ชนะและผนึกเวทต้องห้ามนั้นไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครใช้อีก แม่มดถูกจำกัดพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ"
เธอฟังจบแล้วพยักหน้า "Version แม่มดต่างกัน" เธอพูดในน้ำเสียงเดิม "เอลฟ์พยายามเวทที่แม่มดรักษาไว้มาหลายพันปีก่อนที่เอลฟ์จะมาถึงป่านี้ เมื่อแม่มดต่อต้าน เอลฟ์เรียกมันว่าา แทนที่จะเรียกว่าการปกป้อง"
Kaelen มองสัญลักษณ์ที่อยู่บนต้นไม้ข้าง ๆ ผสมของสองเผ่าในต้นเดียว "ถ้าทั้งสองเวอร์ชันถูก แสดงว่าทั้งสองเวอร์ชันก็ผิด"
"หรือทั้งสองเวอร์ชันเล่าเื่เดียวกันจากคนละจุด" เธอพูด "และจุดที่หายไปคือสิ่งที่เราไม่รู้"
เขาหยุดอยู่กับความคิดนั้นสักครู่ ไม่ขยับไปไหน
*ฉันเรียนประวัติศาสตร์มาทั้งชีวิต แต่ฉันไม่เคยถามว่าใครเป็คนเขียนมัน*
มันไม่ใช่ความคิดที่น่ากลัว แต่มันเป็ความคิดที่เปลี่ยนน้ำหนักของทุกอย่างที่เขาเรียนมาทีละเล็กทีละน้อย เหมือนรากที่ยึดไว้ไม่ได้หลุด แต่เริ่มรู้สึกถึงดิน
เขาเดินต่อ
เวทป่าเตือนก่อนที่เขาจะเห็น
สัญญาณสองจุด ห่างออกไปสามสิบเมตร ทิศที่สี่และทิศที่เก้า ขยับตามจังหวะการเดินของพวกเขา ไม่ใช่สัตว์ สัตว์ไม่ได้ขยับในลักษณะนั้น
เขาไม่บอก Elira แต่เบนเส้นทางเล็กน้อย เดินไปทางต้นไม้ที่ล้มกลุ่มใหญ่ซึ่งบังทัศนวิสัยได้ดีกว่า
Elira สังเกตการเปลี่ยนทิศ เขาเห็นเธอสังเกต แต่เธอไม่ถาม เธอดึงเวทจันทร์ขึ้นมาเบา ๆ ในแบบที่เขาเริ่มจำรูปแบบออกแล้ว — เวทของเธอเวลาอ่านพื้นที่จะอยู่ที่ปลายนิ้ว ไม่ใช่ที่ฝ่ามือ สีเงินจางที่ไม่เห็นถ้าไม่ได้มอง
เธอเดินต่อโดยไม่พูดอะไร
ทั้งคู่เดินผ่านกลุ่มต้นไม้ล้มออกมาอีกฝั่ง สัญญาณทั้งสองหยุดติดตาม หรืออาจแค่หยุดรอ
"คนของใคร"
"ไม่รู้" Kaelen ตอบ "แต่ไม่ใช่เวทที่ฉันรู้จัก"
เธอพยักหน้า "ฉันก็เหมือนกัน"
เธอไม่ถามต่อว่าเขารู้ได้ยังไง เขาไม่ถามว่าเธอตรวจจับอะไร พวกเขาเดินต่อด้วยข้อมูลเท่าเดิม
ค่ายที่ชายขอบ Thornborder มีพื้นที่โล่งพอสำหรับสองคนและกองไฟเล็ก ๆ
Kaelen วาดสัญลักษณ์ผู้พิทักษ์รอบค่ายในแบบที่เขาทำทุกคืน เวทสีทองอ่อน ๆ ผุดขึ้นตามรอยที่วาด สร้างเกราะที่มองแทบไม่เห็นถ้าไม่รู้ว่ามีอยู่
Elira นั่งอยู่ข้าง ๆ กองไฟ เปิดสมุด เธอมักเปิดเวทจันทร์ไว้ระดับต่ำในเวลาเช่นนี้ เขาสังเกตมาสองวันแล้วว่าเธอไม่ค่อยปิดมันสนิท — มันไม่ใช่การพลั้งเผลอ มันเป็นิสัย เวทของเธออยู่กับเธอตลอดเวลาในแบบที่ไม่ได้ประกาศตัว
เขาวาดรอยสุดท้ายและปล่อยเวทออกไป
แล้วมันเกิดขึ้น
เวทจันทร์ของ Elira ที่เปิดไว้ระดับต่ำนั้นัักับเวทผนึกของเขาตรงจุดที่รอยมากัน ไม่ใช่การชน มันเหมือนน้ำสองสีที่ไหลมาพบกัน สีทองและสีเงินวนเข้าหากัน แล้วสร้างบางอย่างที่ไม่ใช่สีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เกราะขยายออกสองเท่า และแข็งแกร่งกว่าที่เขาเคยสร้างคนเดียวอย่างเห็นได้ชัด
ข้างในเวทของเธอ เธอรู้สึกถึงมันด้วย — เวทจันทร์ของเธอถูกดึงออกไปเล็กน้อยแล้วกลับมา เหมือนบางอย่างรับมันไว้และส่งคืน มันไม่เหมือนการสูญเสีย มันเหมือนการแลกเปลี่ยน
Elira เงยหน้าขึ้นจากสมุด มองสิ่งที่เรืองอยู่รอบค่าย แล้วมองเขา
เขามองเธอกลับ
ทั้งคู่มองกันสักสามวินาที แล้วต่างคนต่างมองออกไปทางอื่นพร้อมกัน ไม่มีใครพูด
Elira กลับไปที่สมุด เขียนและวาดสัญลักษณ์ที่เธอเห็นในวันนี้ลงไปทีละอัน เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามของกองไฟ ทำแกล้งทำเป็ว่ากำลังตรวจเส้นทางสำหรับวันพรุ่งนี้
"สัญลักษณ์ต้นสุดท้ายที่เราผ่านดูเหมือนพิกัด" เธอพูดเบา ๆ ไม่ได้หันมาหาเขา
เขาชะเง้อมองสมุดของเธอจากระยะห่าง เธอวาดรูปทรงเหลี่ยมที่ซ้อนกันไว้สามชั้น มีเส้นลากออกไปจากมุมของชั้นในสุด "เอาไว้คุยตอนเช้า"
เธอปิดสมุด "โอเค"
เขานอนลง
เกราะเวทที่ผสมกันของทั้งคู่ยังเรืองอยู่รอบค่ายในแสงที่เป็ของมันเองอยู่นานหลังจากที่กองไฟมอดลง