“คุณหนู ได้เวลาออกเดินทางแล้วเ้าค่ะ”
อวี้ิลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตามเสี่ยวหยางไปนอกห้อง ก่อนจะเห็นเหวินจงกำลังยืนรอเขาอยู่ วันนี้เหวินจงแต่งตัวเต็มยศเป็พิเศษทำให้เขาดูดีกว่าวันไหน ๆ อันที่จริงแล้วเหวินจงนั้นก็เป็ชายหนุ่มที่หน้าตาดีอยู่มิใช่น้อย
เหวินจงมีใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตาคู่คมสีดำประกายน้ำตาลเหมือนกับสีผมของเขา ริมฝีปากเรียวสวยมีสีเืฝาดระเรื่อเล็กน้อย อีกทั้งเหวินจงเป็คนผิวขาวอยู่แล้ว พอเขาได้สวมชุดคลุมสีครามก็ยิ่งขับผิวให้ขาวผ่องดูสง่ามากขึ้น จนทำให้อวี้ิจ้องมองชื่นชมเหวินจงในใจไปเสียนาน
พอเหวินจงเห็นอวี้ิจ้องตัวเองอย่างไม่ละสายตา เขาก็กระแอมไอออกมาเสียงเบา “อวี้หลิน ได้เวลาขึ้นรถม้าแล้ว”
“อ้อเ้าค่ะ” อวี้ิเดินตามเหวินจงไปตามระเบียงทางเดิน สักพักเขาก็มองซ้ายมองขวาหาใครบางคนก่อนจะถามคนตรงหน้า “ท่านพี่แล้วเหวินจิวซินล่ะ”
“ข้าก็ไม่เห็นเขาั้แ่เช้าแล้ว สงสัยกำลังวุ่นเื่เขียนบัญชีอยู่กระมัง”
อวี้ิเดินตามเหวินจงจนไปถึงรถม้าคันงามที่จอดอยู่หน้าเรือน
ทันใดนั้น สายตาของอวี้ิก็ไปสะดุดตาชายคนหนึ่งที่เป็คนบังคับม้าสวมผ้าคลุมหน้าสีขาวปิดใบหน้าตนไว้ ดูทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ แปลกพิกล
พอคนบังคับม้าเห็นสายตาของอวี้ิจ้องมองมาที่เขาอยู่ ก็รีบหลบสายตาของอวี้ิโดยพลัน
“คุณหนูขึ้นรถม้าเ้าค่ะ” เสี่ยวหยางเดินมาเรียกอวี้ิแล้วพาเขาขึ้นไปนั่งในรถม้า ก่อนที่ตนจะเดินมานั่งหน้ารถม้าข้างกับคนบังคับม้า
‧:❉:‧ .。.:*・‧:❉:‧ .。.:*・‧:❉:‧ .。.:*・
เมื่อรถม้าขับเคลื่อนขึ้นเขา อวี้ิก็เปิดหน้าต่างออกเล็กน้อยชมวิวทิวทัศน์ที่ตนไม่เคยพบเห็นมาก่อนด้วยความตื่นเต้น
ภาพตรงหน้าของอวี้ินั้นราวกับว่าหลุดมาจากภาพวาดก็มิปาน ูเาหลายลูกตั้งตระหง่านเรียงกันสวยงาม โดยรอบมีไอหมอกสีขาวจางปกคลุมไปทั่วดั่งว่าที่แห่งนี้คือดินแดนของเซียน แต่น่าเสียดายที่ยามนี้สีของฟ้าดูมืดครึ้มจวนฝนจะตกลงมาอยู่เต็มที
ไม่นานนักรถม้าก็มาหยุดที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ คนบังคับม้าเดินมาเปิดประตูรถม้าออกแล้วกล่าวเสียงต่ำ “ข้าจะหยุดพักตรงนี้ให้ม้าหายเหนื่อยก่อนสักหน่อยค่อยออกเดินทางต่อ นายท่านและนายหญิงลงมาชมบรรยากาศของป่าแห่งนี้ได้นะขอรับ”
พออวี้ิเดินลงจากรถม้า เขาก็มองไปรอบ ๆ ก่อนจะหลับตาััถึงกลิ่นอายธรรมชาติ “นาน ๆ ทีได้ออกมาชมนกชมไม้เช่นนี้ก็ดีมิใช่น้อยเลยนะเ้าคะ”
“อืม” เหวินจงที่ยืนอยู่ข้างอวี้ิขานรับเสียงเบา
“นายท่านทั้งสอง ข้าได้ยินมาว่าแถวนี้มีน้ำตกที่ไหลเป็ลำธารมีน้ำที่ใสยิ่งนัก จนสามารถมองเห็นตัวปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำได้เลยขอรับ”
“น่าสนใจ...ท่านพี่ เราไปชมน้ำตกกันนะเ้าคะ” อวี้ิทำแววตาออดอ้อนไปทางเหวินจง
เหวินจงมองแววตาของอวี้ิไปพักหนึ่งก็หันหน้ามากล่าวถามคนบังคับม้า “น้ำตกที่เ้าว่าไกลจากตรงนี้มากหรือไม่”
“ไม่ขอรับ น้ำตกที่ข้าพูดถึงอยู่ทางซ้ายของป่าแห่งนี้ หากเดินเท้าไปใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงแล้วขอรับ”
เหวินจงพยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วพาอวี้หลินเดินไปทางซ้ายตามที่คนบังคับม้ากล่าว
เสี่ยวหยางกำลังจะเดินตามผู้เป็นายไปทว่าคนบังคับม้าก็รั้งแขนนางไว้โดยพลัน
“นี่เ้า..!!” ทันทีที่เสี่ยวหยางหันหน้ากลับไปนางก็พลันเบิกตากว้างด้วยความใ
‧:❉:‧ .。.:*・‧:❉:‧ .。.:*・‧:❉:‧ .。.:*・
‘งดงามยิ่งนัก!’ อวี้ิเบิกตากว้างด้วยความตะลึงในความงามของน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาเป็ลำธาร
“ท่านพี่ดูนี่สิ น้ำใสมากจนเห็นปลาเลยเ้าค่ะ”
“อืม” เหวินจงที่ยืนอยู่ข้างเขาขานรับเสียงเบา
ขณะที่อวี้ิกำลังนั่งลงแช่มือลงในน้ำััความเย็นจากน้ำอยู่นั้น เสียงทุ้มต่ำปริศนาก็ดังออกมาจากพุ่มไม้
“หืม...ผู้หญิงนี่ สหายรักข้าเจอของดีเข้าแล้วละ”
พออวี้ิได้ยินเช่นนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนมองหาเ้าของเสียงอย่างระวัง
ทันใดนั้น ก็มีชายฉกรรจ์สองคนเดินออกมาจากพุ่มไม้ ชายคนแรกร่างท้วม ส่วนอีกคนร่างใหญ่ ทั้งสองสวมเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งอีกทั้งหน้าตาก็ดูไม่น่าไว้ใจ เพียงแค่ปรายตามองก็รู้ว่านี่คือโจรอย่างแน่นอน!
ชายร่างใหญ่เดินมายืนตรงหน้าอวี้ิพร้อมกล่าววาจาเชิงชู้สาว “แม่นาง เหตุใดเ้าถึงได้มาอยู่ในป่าในเขาคนเดียวเช่นนี้กัน”
“นางไม่ได้มาคนเดียว” เหวินจงกล่าวขึ้นน้ำเสียงต่ำ
ชายร่างใหญ่ชำเลืองตามองไปเหวินจงครู่หนึ่งแล้วกอดอกแสยะยิ้มออกมา “โอ้...ชายหนุ่มร่างบางผู้นั้นเป็สามีเ้างั้นรึ”
“ใช่แล้วจะทำไม” อวี้ิกล่าวน้ำเสียงเ็าก่อนที่จะคว้าแขนของเหวินจงไว้แล้วดึงเขาให้มาอยู่ด้านหลังตนอย่างรวดเร็วจนเ้าตัวเป็อันงงในท่าทางของอวี้ิ
“แม่นาง ข้าว่าสามีเ้าไม่พอเลี้ยงอะไรเ้าได้หรอก ให้พวกข้าสองคนดูแลเ้าดีกว่ากระมัง”
ชายร่างใหญ่กล่าวจบก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้อวี้ิเรื่อย ๆ จนอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงตัวเขาอยู่แล้ว ทันใดนั้น อวี้ิก็กำหมัดแน่นพุ่งชกเข้าที่หน้าชายร่างใหญ่อย่างจัง “โอ๊ย!!”
ไม่รอช้าอวี้ิก็รีบคว้าแขนเหวินจงไว้แล้วพาเขาวิ่งไปอีกทาง แต่เหวินจงทำของบางอย่างหล่นลงพื้นจึงสะบัดมือของอวี้ิออกแล้วรีบไปหยิบของชิ้นนั้นมาไว้ในมือตน
พอชายร่างท้วมเห็นโอกาสก็รีบคว้าตัวเหวินจงมารั้งแขนทั้งสองข้างไว้ “ข้าจับสามีนางได้แล้วพี่ใหญ่-- แอ้ก!!” ชายร่างท้วมกล่าวยังไม่ทันจบก็ถูกอวี้ิะโถีบเข้าที่หน้าไปหนึ่งทีจนเืกำเดาไหลหงายหลังล้มลงพื้นทันใด
“เก่งนักใช่ไหม!” ชายร่างใหญ่เช็ดเืที่มุมปากตนแล้วพุ่งตัวเข้าใส่อวี้ิอย่างแรงจนร่างของทั้งสองตกลงไปในน้ำโดยพลัน
โชคดีนักที่น้ำในน้ำลำธารลึกเพียงแค่ข้อเท้า อวี้ิมองชายร่างใหญ่ที่คร่อมอยู่บนร่างตนไปพักหนึ่งก็ยกเข่าขึ้นกระทุ้งเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของเขาอย่างจัง จนชายร่างใหญ่นั่งขดตัวอยู่เช่นนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดเพราะความจุก
พอได้โอกาสอวี้ิก็ยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากน้ำแล้วจัดการใช้เข่ากระแทกเข้าที่คางของชายร่างใหญ่อย่างแรงจนชายคนนั้นหงายหลังสลบคาที่อยู่ตรงนั้นทันใด
ซ่าา
ไม่นานนักฝนห่าใหญ่ก็พลันตกลงมาอย่างหนักพร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังโครมครามสนั่นไปทั่ว
อวี้ิหอบหายใจด้วยความเหนื่อยไปครู่หนึ่งก็เสยผมยาวของตนที่เปียกโชกขึ้น แล้วหันหน้าไปถามเหวินจงด้วยความเป็ห่วง “ท่านพี่ท่านเป็อย่างไรบ้าง!”
เหวินจงที่ยืนอยู่บนฝั่งนั้นกำลังยืนนิ่งตัวแข็งทื่อมองอวี้ิด้วยแววตาที่ตกตะลึง
เมื่ออวี้ิเห็นเหวินจงมองตนด้วยสายตาประหลาดเขาก็รู้สึกใจหายขึ้นมาทันใด
พออวี้ิก้มหน้าลงมองตามสายตาของเหวินจงที่มองมาทางตน อวี้ิก็พลันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เพราะเสื้อผ้า่บนของเขาหลุดลุ่ยออกเผยให้เห็นแผ่นอกที่แบนราบอย่างชัดเจน
“เ้าเป็ใครกันแน่!”
เปรี้ยง!
พอเหวินจงกล่าวเสียงดังเสียงฟ้าผ่าก็พลันดังลั่นทันใด
“...” อวี้ิเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
“เ้าไม่ได้ยินที่ข้าถามงั้นรึ!”
“...ที่จริงแล้วข้าคืออวี้ิ”
“จะเป็ไปได้อย่างไร ก็อวี้ิตายไปแล้วมิใช่รึ!!” เหวินจงตวาดเสียงดังแข่งกับเสียงสายฝนที่สาดลงมาอย่างหนัก
พออวี้ิเห็นฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็พลันนึกถึงในวันที่พายุเข้าก่อนที่ตนจะตายมาอยู่ในร่างของอวี้ิ ทำให้เขารู้สึกเป็ห่วงเหวินจงจนอยู่ไม่สุข
อวี้ิกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก็เห็นปากถ้ำทางด้านหลังน้ำตกที่พอจะเป็ที่หลบฝนได้ ไม่รอช้าอวี้ิก็รีบขึ้นฝั่งเดินมาหาเหวินจงอย่างรวดเร็ว “เหวินจงตอนนี้ฝนตกหนักนัก ข้าว่าเราไปหลบฝนในถ้ำหลังน้ำตกกันก่อน แล้วข้าจะอธิบายให้เ้าฟัง”
“อวี้ิ เ้าหลอกข้า...” เหวินจงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
อวี้ิชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะกล่าว “เหวินจงมากับข้าก่อนเถอะนะ”
“ไม่! ข้าจะอยู่ตรงนี้ ข้าจะไม่ไหนกับเ้าทั้งนั้น!!”
อวี้ิหรี่ตามองคนตรงหน้าไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
‘ดื้อนักใช่ไหม’
ทันใดนั้น อวี้ิก็เดินตรงรี่เข้าหาเหวินจงอย่างรวดเร็วแล้วแบกเขาขึ้นพาดบ่าฝั่งซ้ายของตนทันใด ทำให้คนที่ถูกแบกขึ้นนั้นเป็อันใด้วยความหวาดเสียว “ปล่อยข้าลง!”
“ถ้าเ้าไม่กลัวตกก็ดิ้นต่อไปเถิด ข้าไม่ห้าม” อวี้ิกล่าวเสียงเข้มเป็เชิงขู่ จนเหวินจงหน้าซีดเผือดยอมหยุดกิริยาทุกอย่างแล้วยอมอยู่นิ่ง ๆ แต่โดยดี
‧:❉:‧ .。.:*・‧:❉:‧ .。.:*・‧:❉:‧ .。.:*・
อวี้ิถอดชุดกระโปรงยาวของตนออกเผยให้เห็น่บนที่เปลือยเปล่าเหลือไว้แต่เพียงกางเกงขายาวสีขาวที่บังส่วนล่างไว้ แล้วเดินนำชุดของตนไปวางตากไว้ที่โขดหินก่อนที่จะเดินมาหาเหวินจงแล้วกล่าวเสียงต่ำ
“ถอดเสื้อคลุมออก หากสวมชุดเปียก ๆ อยู่อย่างนี้เดี๋ยวไม่สบายกันพอดี”
“...”
เหวินจงนั่งนิ่งไปพักหนึ่งก็ยอมถอดเสื้อคลุมออก เหลือไว้เพียงเสื้อและกางเกงขายาวสีขาวแล้วยื่นเสื้อคลุมไปให้คนตรงหน้า
พออวี้ิรับเสื้อคลุมที่เปียกชุ่มจากมือของเหวินจงไปวางตากไว้ที่โขดหินอีกฝั่งแล้ว เขาก็เดินมานั่งข้างเหวินจงโดยที่เว้นระยะห่างไว้เล็กน้อย
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อที่อวี้ิและเหวินจงต่างฝ่ายต่างเงียบโดยที่ไม่มีใครเริ่มบทสนทนาก่อน จนบรรยากาศภายในถ้ำเริ่มอึดอัด
อวี้ิค่อย ๆ หันหน้าไปทางเหวินจงแล้วกล่าวเสียงเบา “เหวินจงข้าขอโทษ...”
เหวินจงที่กำลังนั่งกอดอกอยู่นั้นพอได้ยินคำกล่าวของอวี้ิก็พลันใจกระตุกทันใด
“ข้าขอโทษที่ข้าหลอกเ้า ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อให้อวี้หลินน้องสาวของข้าได้อยู่กับคนที่นางรัก” อวี้ิเว้น่ไปพักหนึ่งแล้วกล่าวเสียงเบา “และข้าไม่อยากให้ท่านพ่อผิดในคำสัญญา ข้าจึงเลือกที่จะแต่งงานแทนอวี้หลินเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสองสกุล”
“...” แม้ว่าเหวินจงจะเคยกล่าวว่าแต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์เหมือนที่อวี้ิกล่าวกับเขาในตอนนี้ก็ตาม แต่พอเหวินจงได้ยินประโยคนี้จากปากของอวี้ิแล้ว เขากลับรู้สึกว่าหัวใจกำลังแห้งเหี่ยวลง
“และอีกเื่ตอนที่ข้ายังเป็เด็ก ข้านั้นมีโรคประจำตัวจึงได้แต่นอนซมอยู่ในเรือน ทั้งถูกชาวบ้านกล่าวนินทาต่าง ๆ นานา ท่านพ่อของข้าจึงแต่งเื่ขึ้นเพื่อปกป้องข้าก็เท่านั้น แต่ตอนนี้ข้าได้หายจากอาการป่วยแล้ว”
“...”
พออวี้ิเห็นเหวินจงยังคงนิ่งเงียบอยู่ เขาก็พยายามคิดเื่บางอย่างเพื่อชวนคุย ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบมองไปเห็นมือของเหวินจงกำลังกำอะไรบางอย่างไว้แน่น จึงกล่าวถามด้วยความสงสัย “เหวินจง ตอนนั้นเ้าทำอะไรหล่นงั้นรึ ถึงได้รีบวิ่งไปเก็บโดยที่ไม่ห่วงตัวเองเช่นนั้น”
ไม่นานนักเหวินจงก็ถอนหายใจออกมาแล้วยื่นของที่อยู่ในมือตนไปให้คนที่นั่งข้างเขาดู
“นี่มันถุงเครื่องรางที่ข้าปักเป็ลายเป็ดน้ำให้เ้านี่? มิใช่ว่าเ้าไม่ชอบมันหรอกรึ” อวี้ิถามด้วยความตะลึงงัน
“นกเป็ดน้ำสื่อถึงความสื่อสัตย์ในความรักที่มีต่อใครผู้หนึ่งถือว่าเป็ความหมายที่ดี ถึงแม้ลายจะไม่ได้งดงามอะไรมากนัก แต่ข้าก็ััได้ถึงความตั้งใจที่เ้าทำให้ข้าอยู่มิใช่น้อย ข้าจึงเก็บไว้อยู่กับตัวก็เท่านั้น” กล่าวจบเหวินจงก็ดึงมือกลับมากอดอกตัวเองอยู่เช่นเดิม
หัวใจของอวี้ิก็พลันเต้นระรัวทันใด เขาเคยได้ยินคำว่านกเป็ดน้ำหรือยวนยางมาก่อน แต่คาดไม่ถึงว่าเหวินจงจะคิดถึงความหมายจากลายปักผ้าไร้ฝีมือของเขาได้เช่นนี้
เหวินจงนั่งเม้มริมฝีปากตนแน่นไปพักหนึ่งราวกับกำลังนึกคิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง ไม่นานนักเขาก็กล่าวขึ้นเสียงเบา “อวี้ิ...ข้าเองก็ต้องขอโทษที่ข้าเคยพูดว่ากล่าวเ้า”
“...?”
“ข้าพยายามเปลี่ยนตัวเองแล้ว แต่ดูเหมือนจะยากนัก...ในวัยเด็กข้ามักถูกเพื่อนร่วมชั้นกล่าวว่าข้าเป็คนซื่อบื้อไม่ทันคนอยู่เสมอ...ข้าพยายามทำตัวเองให้เหมือนพวกเขาแล้วแต่ข้ากลับทำไม่ได้ ข้าจึงตัดสินใจเลือกที่จะตีตัวออกห่างจากพวกเขาโดยการถือตัวและพูดจาไม่เป็มิตรอยู่เสมอ จนเพื่อนร่วมชั้นไม่กล้ามาวุ่นวายกับข้าอีก แต่กลายเป็ว่าข้าทำแบบนี้จนติดเป็นิสัยดั่งที่ข้าเคยทำกับเ้าในตอนที่เราพบกันครั้งแรก กระทั่งตอนนี้ข้าก็รู้สึกว่าตัวเองยังคงทิ้งความซื่อบื้อออกไปจากตัวไม่ได้สักที...” หลังจากที่เหวินจงยอมระบายความในใจให้อวี้ิฟัง เขาก็หรี่แววตาที่หมองมัวลงแล้วกอดแขนตัวเองไว้ด้วยกายที่สั่นเทา
พออวี้ิได้ฟังเื่ราวอดีตจากเหวินจงก็ทำให้เขานึกถึงวัยเด็กของตนที่เคยโดนเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้งอยู่เสมอ จึงทำให้เขารู้สึกปวดใจแทนเหวินจงขึ้นมาโดยพลัน
อวี้ิคว้าแขนเหวินจงไว้แล้วดึงตัวเขาให้มาอยู่ในอ้อมแขนของตนโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว
“เ้าไม่จำเป็ที่จะต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใครหรอก เ้าเป็อย่างที่เ้าเป็น่ะดีแล้ว คนที่ซื่อก็ใช่ว่าจะไม่ดีเสียหน่อย”
อวี้ิกอดคนในอ้อมแขนไว้อย่างแนบชิดเสียจนเหวินจงแทบจะััได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
“ข้าชอบเ้า” อวี้ิพูดคำว่าชอบ เป็ภาษาไทยออกมาเสียงเบา
เหวินจงชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะหันหน้าไปสบตาดำขลับของอวี้ิแล้วกล่าวขึ้นอย่างตะกุกตะกัก “...เมื่อกี้...เ้าพูดว่าอะไรงั้นรึ”
อวี้ิเงียบไปพักหนึ่งแล้วกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน “เมื่อกี้ข้าบอกว่า...ข้าเป็ห่วงเ้าน่ะ ดังนั้นแล้ว อะไรที่ไม่ดีหรือเื่อะไรที่เคยผ่านมาแล้วเ้าไม่ต้องเก็บมาคิดหรอก”
“...”
เหวินจงอยู่ในอ้อมแขนของอวี้ิได้ไม่นานนัก เขาค่อย ๆ ผละตัวออกห่างจากอวี้ิ แต่อวี้ิกลับดึงตัวเหวินจงไว้ให้เขามาอยู่ในอ้อมแขนของตนเช่นเดิม
ตึ้กตั้ก ตึ้กตั้ก
สักพักอวี้ิก็ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นดังระรัวมาจากอกข้างซ้ายของเหวินจง ทำให้เขารู้ว่าคนในอ้อมแขนของเขากำลังคิดอะไรอยู่
ทันใดนั้น อวี้ิก็เคลื่อนมือไปจับมือของเหวินจงขึ้นมาแนบที่อกของตนให้ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าในยามนี้หัวใจของเขาก็เต้นแรงไม่ต่างจากเหวินจงเช่นกัน
“ขออยู่แบบนี้ก่อนได้หรือไม่” อวี้ิกล่าวเสียงแ่แล้วซบหน้าผากลงที่ศีรษะของเหวินจงเบา ๆ
เหวินจงไม่ตอบกลับอะไร เพียงแต่นั่งนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของอวี้ิอยู่เช่นนั้นโดยที่ไม่ขยับไปไหน
ถึงแม้ว่าด้านนอกเสียงน้ำตกจะดังแทบกลบเสียงฝนที่ตกลงมาก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็มิอาจกลบเสียงหัวใจของบุรุษทั้งสองที่มีให้กันได้เลยแม้แต่น้อย