เมนูเส้น
งานเทศกาลอาหารการแข่งขันทำอาหารปรุงประกอบ หรือมีชื่อจริงๆ ของงานที่ผู้คนไม่ค่อยจะพูดจบว่างานระลึกถึงจากการไป 1,000 ปีของชาวดาวฟู้ดด้าได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วนับตั้งแต่แสงแรกของวันโผล่พ้นขอบฟ้างานวันแรกตามที่คาดการณ์ไว้ผู้คนน่าจะยังไม่เยอะเพราะยังเหลืองานอีกหลายวันและวันแรกก็ไม่ได้มีการแข่งขันทำอาหารด้วย
ร้านของเพเนียสพนักงานจะถูกแบ่งเป็นสามกลุ่มจะได้ทำงานกลุ่มละ 8 ชั่วโมง ส่วนที่ว่าไว้ให้ทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมงนั่นคือแกล้งพูดเล่นเฉยๆร้านของเพเนียสจัดเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โทนของร้านออกไปทางสีส้มอ่อนหน้าร้านมีเคาน์เตอร์เหมือนร้านอาหารทั่วไป ส่วนของตกแต่งอื่นๆก็จัดไม่ต่างกันร้านอื่นมากนัก แน่นอนว่าตัวฉายโฮโลแกรมภาพอาหารต้องเปิดทำงานแล้วเช่นกันจากตอนแรกที่เพเนียสคิดไว้ว่าจะทำแค่แกงมัสมั่นอย่างเดียวแต่พอเอาเข้าจริงก็เพิ่มของหวานเข้ามาอีกอย่างนั่นก็คือพานาคอตต้าซอสส้มเหมือนที่ทำส่งเข้าประกวดรอบคัดเลือกครั้งที่ 2 นั่นเอง อย่างไรก็ทำล่วงหน้าได้อยู่แล้วเลยไม่ยุ่งยากคนที่อยู่หน้าร้านแต่อย่างใด
“แกงมัสมั่น2 ที่ แล้วก็พานาคอตต้า 3 ที่ครับ”
“มัสมั่นหนึ่งแล้วก็พานาคอตต้าอีกสองค่ะ”
“ได้ครับ รอสักครู่นะครับ”มิคุยิ้มรับออร์เดอร์จากลูกค้าที่ยืนต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบ
ถึงแม้จะบอกว่าในวันแรกผู้คนจะยังไม่เยอะแต่ก็นับว่าไม่น้อยแล้ว ได้ยินว่ายานบินเส้นทางการบินชั่วคราวมายังดาวฟู้ดด้าของสายการบินหนึ่งได้มาถึงแล้วเมื่อไม่กี่นาทีก่อนและก็ตามหลังมาด้วยยานบินลำอื่นๆ ซึ่งแต่ละลำแน่นอนว่าสามารถรับผู้โดยสารได้หลายร้อยหรือไม่ก็เป็นพันๆคนเลยทีเดียว แต่มันก็ขึ้นอยู่กับขนาดของยานบินลำนั้นๆ ด้วยล่ะนะ
วันแรกของการเปิดร้านกลุ่มที่เข้ากะแรกจะเป็นเพวิสพร้อมด้วยพ่อกับแม่ แล้วก็มิคุ อ้อแล้วก็มีเพเนียสที่มาคุมการปรุงอาหารของเจ้าแครอทกับเจ้าแจกันด้วยหุ่นยนต์ประจำบ้านทั้งสองตัวได้โอกาสออกงานมาโชว์ฝีมือแล้ว แต่ก็ต้องอยู่ในครัวล่ะนะแถมยังเปิดโหมดทำได้แค่สองเมนูนี้ด้วย ส่วนความทรงจำในการทำอาหารเมนูอื่นๆถูกล็อกไว้ชั่วคราวก่อนเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นสูตรลับที่ทั้งสองตัวกักเก็บข้อมูลไว้จะได้ไม่ถูกเปิดเผยได้ง่ายๆ
“มัสมั่นสอง พานาคอตต้าสองแล้วก็มัสมั่นหนึ่ง พานาคอตต้าหนึ่งเสร็จแล้วครับ ทานให้อร่อยนะครับ”
“อะ นั่น เพวิสไม่ใช่เหรอ”เพวิสยิ้มให้ลูกค้าเมื่อส่งอาหารให้แล้วก็ได้ยินเสียงจากบางคนที่เอ่ยขึ้นเมื่อจำเขาได้
“น่าจะใช่นะ ลองถามดูไหม เอ่อ ขอโทษนะคะใช่เพวิสหรือเปล่าคะ”
“ใช่ครับ” เพวิสเองก็พยักหน้ารับแถมยังแจกยิ้มให้สาวๆ ทันทีอย่างทั่วถึง
อ๊ายยย
แอบมีเสียงกรีดร้องเบาๆเล็ดลอดออกมาจากสาวๆ บ้างเล็กน้อย พวกเธอไม่อยากส่งเสียงดังรบกวนผู้คนเท่าไหร่เลยต้องยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้ก่อนเพื่อกักเสียงร้องตื่นเต้นของตนเอง
“ขอบคุณที่มาอุดหนุนร้านของน้องชายผมนะครับทานให้อร่อยนะครับ เชิญคิวถัดไปเลยครับ”
การขายผ่านไปแล้ว 3-4 ชั่วโมงนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสายและยังมาเป็นลูกค้าของร้านเพเนียสกันอย่างต่อเนื่องเช่นกันโดยเฉพาะแฟนคลับของเพเนียสที่ตั้งตารอมานานเป็นเดือน เมื่อวานเพเนียสก็ได้ไลฟ์สตรีมตอนที่จัดร้านไปด้วยแล้วแถมยังแปะพิกัดร้านแบบถูกต้องเป๊ะๆ ถ้าให้สกูตเตอร์นำทางมาก็จะลงจอดอย่างแผ่วเบาหน้าร้านแบบพอดิบพอดีนับได้ว่ากิจการไปได้สวย หมดมัสมั่นไก่ไปแล้วหลายร้อยน่อง (หนึ่งถ้วยได้หนึ่งน่อง)หุ่นยนต์แจกันกับแครอทก็ทำอาหารไปเรื่อยๆ ทดแทนส่วนที่ขาดและเพื่อรองรับลูกค้าส่วนเพเรน่าและสิวัชก็ช่วยหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ตักอาหารใส่ภาชนะไปด้วยดีหน่อยที่พานาคอตต้าอยู่ในแก้วใสพร้อมแล้วเมื่อลูกค้าสั่งก็ให้ทางหน้าร้านหยิบให้ลูกค้าตามจำนวนต้องการได้เลย
“ไปไหนกันมาน่ะ”เพวิสถามออกมาเมื่อเห็นกลุ่มลูกพี่ลูกน้องเดินเข้ามาใกล้หน้าร้านแต่เพราะตอนนี้มีลูกค้าอยู่พวกเขาเลยไม่ได้เข้ามายืนใกล้กับเคาน์เตอร์
“พวกเราเดินเล่นกันน่ะนี่ก็ได้ของกินมาหลายอย่างแล้วนะ ส่วนสองสาวก็กำลังไลฟ์อยู่น่ะเดินยังไม่ถึงครึ่งทางเลยพี่เลยมานี่ก่อน” กุลเป็นคนตอบออกมาพร้อมกับชูจานอาหารในมือให้ดูเช่นเดียวกับกรและกันที่ก็ได้มาคนละจาน ส่วนพี่น้องจากบ้านวาลาอิสก็ตามที่กุลว่าเพราะยูจินกับโซเฟียกำลังไลฟ์อยู่เลยยังมาไม่ถึง เจอร้านไหนน่าจะอร่อยก็แวะเข้าซื้ออาหารมาชิมร่วมกับผู้ชมส่วนแซคกับซึงจินก็ต้องช่วยถือของ(อาหาร)ที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“อ้อพวกพี่จะเข้ามานั่งกินในร้านก่อนไหม?”
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวพวกเราจะเดินต่อแล้ว”กุลรีบโบกมือให้ทันที เพราะพวกเขาจะใช้เวลาก่อนเริ่มทำงานในเวลาของตนเองให้คุ้มค่าก่อนพอใกล้ถึงเวลาเริ่มงานค่อยกลับมา กะต่อไปเป็นของเพื่อนของเพวิสแล้วก็ซึงจินกับแซคเพื่อนของเพเนียสเลยยังนอนพักอยู่ที่ยานจะมีก็แต่แซคกับซึงจินที่ต้องตื่นก่อนเวลามาตามพี่กับน้องสาวของตัวเอง จริงๆเธอและน้องชายสองคนก็อาสาจะช่วยงาน แต่ว่าสองสาวนั้นเกรงใจบอกว่าใช้แรงงานพี่กับน้องชายตัวเองสบายใจกว่า
“เอางั้นก็ได้ครับ” เพวิสพยักหน้าเข้าใจส่วนมือก็ยังต้องหยิบจับทำงานช่วยมิคุอยู่ด้วย ลูกค้ามาเรื่อยๆเพราะอาหารราคาไม่แพงนัก พวกเขาเลยสามารถซื้อได้หลายอย่างเรียกได้ว่าถูกกว่าในภัตตาคารเป็นครึ่งหนึ่ง หรือเกินครึ่งเลยทีเดียว
“นายอยากกินอะไรไหม พี่จะได้ซื้อมาฝากมิคุด้วยนะ” กุลถาม
“ไม่รบกวนพี่ดีกว่าครับเดี๋ยวเลิกงานผมไปเดินดูอีกทีดีกว่า”
“ผมก็ยังไม่หิวครับ”เพวิสและมิคุตอบออกมาและยิ้มรับในน้ำใจของกุล
“ตามใจก็แล้วกัน”
วันแรกของการเปิดบูธขายอาหารผ่านไปด้วยดีเพราะงานมีตลอด 24 ชั่วโมงพื้นที่จัดงานแม้แต่ตอนมืดค่ำก็ยังเปิดไฟสว่างจ้าไปทั่วงานไม่ต่างจากตอนกลางวันเสียเท่าไหร่กล่าวได้ว่ายิ่งดึกยิ่งคนเยอะก็ว่าได้ ขายดีมากจนต้องสั่งไก่มาเผื่อไว้อีกเป็นตัน!
วันต่อมาของงานหลังจากที่เมื่อวานปล่อยให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหนึ่งพันคนให้สบายๆไปก่อน (ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครสบายใจก็ตามที) ถึงคราวที่ต้องเปิดศึกสังเวียนหน้าเตาแล้วเวทีกลมที่ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของงานถูกล้อมรอบด้วยที่นั่งมากมายตอนนี้ไม่เหลือที่ว่างให้แทรกตัวเข้ามาได้แล้วผู้เข้าชมหลังจากที่หาซื้ออาหารเสร็จแล้วก็ล้วนมานั่งชมการแข่งขันกันทั้งนั้นเนื่องจากว่ามีผู้แข่งขันถึงหนึ่งพันคนทำให้เคาน์เตอร์ทำอาหารเกือบจะอยู่ติดๆกันเลยทีเดียว ไหนจะกล้องบันทึกภาพ จอแสดงผลที่อยู่รอบๆ งานอีก นับได้ว่าอำนวยความสะดวกให้คนดูอยู่ไม่น้อยงานแบบนี้อยากให้มีทุกปีจริงๆ
“สวัสดีแขกทุกคนที่มาเยี่ยมชมงานระลึกถึงจากการไป1,000 ปีของชาวดาวฟู้ดด้า ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ของงานคือ...”
“ดังนั้นแล้ว เพื่อเป็นการดีเราจึงได้จัดการแข่งขันทำอาหารและจัดเทศกาลอาหารขึ้น โดยทางผู้จัดงานหวังว่า...” เสียงของพิธีกรชายชื่อดังเอ่ยเขาพูดเปิดการแข่งขันในเวลาเป็นสิบนาทีเลยทีเดียวแต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเมื่อวานที่ผู้ใหญ่ขึ้นพูดเปิดงานในตอนเช้า กว่าจะพูดเสร็จคนที่มาฟังกินอิ่มจนจะหิวอีกรอบแล้ว
“แล้วตอนนี้ทุกคนคงจะอยากเห็นฝีไม้ลายมือการทำอาหารของผู้แข่งขันทั้งหนึ่งพันคนแล้วใช่ไหมคะ”พิธีกรหญิงที่อยู่ในชุดสวยแต่คล่องตัวรับบทเป็นคนดีหลังจากที่พิธีกรชายพูดจบเธอก็เอ่ยประโยคเข้างานจริงๆ เสียทีพร้อมกับได้เสียงร้องตอบกลับจากคนข้างล่างว่า ‘ใช่’ ‘ใช่แล้ว’ ‘เริ่มเลย’
“ถ้าทุกคนพร้อมกันขนาดนี้งั้นเรามาดูหัวข้อการแข่งขันในครั้งนี้กันเลยดีกว่าครับ!!” หลังพิธีกรชายว่าจบโดยไม่ได้ถามผู้เข้าแข่งขันที่ยืนอยู่บนเวทีเลยว่าพร้อมแล้วหรือเปล่า
ท้องฟ้าเหนือเวทีขึ้นไปก็ปรากฏภาพขนาดในหมุนวนไปมาอย่างเวียนหัวประกอบกับเสียงดนตรีชวนลุ้นระทึก ทั้งผู้เข้าแข่งขัน ผู้เข้าร่วมงานหรือผู้จัดงานและคณะกรรมการทุกท่านก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองกันอย่างพร้อมเพรียงหลังจากที่เงยหน้าอยู่ประมาณหนึ่งนาที ในที่สุดภาพหมุนอย่างไร้รูปแบบก็หยุดลงแล้วปรากฏเป็นภาพของโจทย์ในวันนี้แทน
“หัวข้อในการแข่งขันครั้งนี้ก็คือเมนูเส้น! นั่นเองครับ”
“ใช่แล้วค่ะ เมนูเส้นจะเป็นเส้นแบบไหนก็ได้ แล้วก็ปรุงออกมายังไงก็ได้ ใช้วัตถุดิบใดๆก็ได้ที่มีให้นั่นเองค่ะ และต้องใช้ทั้งหมดที่คุณสั่งมาด้วยนะคะจะสั่งมาเผื่อมั่วๆ ไม่ได้นะ” พิธีกรสาวพูดติดตลกในตอนท้ายๆให้ทุกคนได้ผ่อนคลายลงบ้าง เพราะตอนที่เธอเดินขึ้นมาบนเวทีผู้เข้าร่วมแข่งขันล้วนทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย
“โดยจะมีเวลาทำอาหารทั้งสิ้น 60นาที แล้วก็เวลาเลือกวัตถุดิบ 10 นาทีแรกก่อนเริ่มการแข่งขันนั่นเองครับ”
“ทุกคนพร้อมหรือยังคะ!!” ในครั้งนี้พิธีกรถึงจะหันมาถามความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมการแข่งขันจริงๆบ้าง
“พร้อมแล้วครับ!”
“พร้อมค่ะ!”
“ถ้าพร้อมแล้ว ก็ลงมือสั่งของได้เลยครับ”หลังจากพิธีการชายพูดจบ เสียงสัญญาณก็เริ่มขึ้นตรงหน้าของผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนก็ปรากฏจอโฮโลแกรมขึ้นให้ผู้เข้าแข่งขันได้เลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ต้องใช้
หลังจากที่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนที่มีวัสดุเครื่องไม้เครื่องมือวัตถุดิบหลายหมวดให้เลือกปรากฏขึ้น เพเนียสเลือกกดหาในส่วนของแป้งก่อนกันทีเมนูจากเส้น ก็ต้องมีแป้งสิจริงไหมระหว่างที่มือและปากทำหน้าที่ออกคำสั่งค้นหาในหัวเขาก็คิดไปด้วยว่าจะทำอาหารออกมาหน้าตาแบบไหนมีอะไรบ้าง รสชาติควรจะเป็นแนวไหน อุปกรณ์ที่ต้องการก็เริ่มตั้งแต่กระทะ-หม้อ มีด จาน ซึ่งทุกอย่างต้องกดสั่งมาเองทั้งสิ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ใช้เวลาไปจนหมดนั่นแหละเพเนียสถึงได้หยุดมือลงและก็รอให้หุ่นยนต์ขนาดเล็กบินเอาของที่เขาสั่งไปมาส่ง ซึ่งใช้เวลาแค่ 1 นาทีเท่านั้น
“เมื่อได้วัตถุดิบและอุปกรณ์แล้วก็เริ่มทำอาหารได้เลยครับ” เสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้งและความดังแน่นอนว่าดังกว่าเมื่อกี้นี้แน่นอน และการแข่งขันจริงๆก็เริ่มขึ้นเสียที จากผู้เข้าแข่งขันที่ยืนนิ่งในตอนแรกตอนนี้เนื้อตัวกระฉับกระเฉงมือไม้รวดเร็วมากทีเดียว ทุกคนจะมีกล้องจับอยู่แล้วผู้ชมอยากจะดูใครเป็นพิเศษก็สามารถกดเลือกได้เลย แถมรายการนี้ยังฉายไปทั่วทั้งเซเรนิออสอีกด้วยยอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นไปหลายหลักเลยทีเดียว
“แม่ว่าเพเนียสจะทำเมนูแบบไหน”เพวิสถามคนเป็นแม่ออกมาระหว่างที่นั่งดูเพเนียสแข่งขันไปด้วยกันพวกเขามาจองที่กันตั้งแต่เนิ่นๆ เลยได้ที่นั่งไม่ไกลจากเวทีมากนักคนที่ไม่ได้เฝ้าร้านตอนนี้ก็มานั่งให้กำลังเพเนียสกันหมดส่วนเวรเฝ้าร้านในตอนนี้เป็นของพวกไจ แต่ถึงจะอยู่ที่ร้านแต่พวกเขาก็ยังเปิดหน้าจอดูเพเนียสอยู่ตลอดเช่นกันยิ่งช่วงนี้ผู้คนให้ความสนใจกับการแข่งกันมาก ลูกค้าเลยน้องลง ที่ร้านก็มีเวลาดูเพเนียสทำอาหารเช่นกัน
“ไม่รู้สิลูก สปาเกตตีล่ะมั้ง”เพเรน่าเองก็ไม่เก่งเรื่องเดาใจลูกชายเธอส่ายหน้าให้เลยทีเดียว
“หรือว่าจะเป็นเส้นสีเหลืองๆที่เรียกว่าบะหมี่ครับ?” เพวิสเองก็ลองเดาดูเล่นๆ
“อ้อ แล้วแผ่นใหญ่ๆ สีใสๆนั่นเขาเรียกว่าเส้นด้วยหรือเปล่า”สิวัชก็ร่วมวงคาดเดาเมนูเส้นของเพเนียสด้วยเช่นกัน
“อันนั้นเส้นใหญ่น่ะพ่อวันที่ลูกทำราดหน้าใช่ไหม” เพเรน่าที่ฟังแล้วเลยเดาเมนูออกมา
“อ้อ ใช่ๆ ราดหน้า”
“ทำไมหนูฟังคุณลุง คุณป้าแล้วก็พี่เพวิสพูดแล้วยิ่งหิวล่ะคะเนี่ย หนูอยากย้ายไปอยู่ด้วยแล้วนะมีแต่อาหารอร่อยๆ ทุกวันแน่เลย” โซเฟียที่นั่งอยู่ข้างๆกับเพเรน่าว่าขึ้นอย่างสนใจ
“ได้อยู่แล้ว วันไหนว่างๆก็แวะมาได้ตลอดนั่นแหละ แต่เราเองนั่นแหละไม่ว่างมาหาป้ากับลุง แล้วก็พี่ๆเขาบ้างเลย” เพเรน่าชอบเด็กผู้หญิงเป็นพิเศษรีบตอบโซเฟียเสียงเล็กเสียงน้อยทันที
“ก็ช่วงนี้หนูเรียนหนักนี่คะได้ปิดเทอมเดือนหนึ่งก็ต้องทำงานอีก” โซเฟียตอบเสียงเศร้า
แต่ละเคาน์เตอร์ครัวทำอาหารของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนถึงแม้ว่าจะอยู่ใกล้และดูแออัดกัน แต่จริงๆ แล้วพวกเขาไม่สามารถมองเห็นการทำอาหารของผู้อื่นได้เลยด้วยระบบแบบพิเศษสามารถป้องกันการแอบส่องดูวิธีการทำของโต๊ะใกล้ๆ ได้ดีทีเดียวและตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันก็เริ่มลงมือทำแล้วพวกเขาวาดภาพอาหารและนึกสูตรที่มีอยู่ในหัวแล้ว ใครที่พอจะทำเมนูเส้นเป็นก็โชคดีไปแต่บางคนทั้งชีวิตอาจจะไม่ได้เคยทำเมนูเส้นเลยก็มีซึ่งโจทย์ครั้งนี้ก็ถือว่าหินสำหรับพวกเขาเลยทีเดียว
ส่วนเพเนียสเองก็เริ่มจากการเตรียมเส้น ส่วนผสมของการทำเส้นถูกเพเนียสเทรวมกันตามขั้นตามตอนลงในโถเพื่อที่จะปั่นนวดแป้งให้เข้ากันวัตถุดิบหลักทั่วไปถูกผสมก่อนจะถามมาด้วยสีตามธรรมชาติอย่างหมึกดำที่ได้มาจากถุงหมึกของตัวหมึกแล้วก็สีส้มจากไข่ของปลา Tobiuo เพเนียสค่อยๆใส่ลงไปให้ได้สีตามที่ต้องการ ซึ่งก็คือดำปี๋ และสีส้มวาวสวยเมื่อได้ที่แล้วก็นำมาขึ้นรูปเริ่มจากรีดเป็นแผ่น ก่อนจะตัดเป็นเส้นวันนี้เพเนียสทำพาสต้าที่มีชื่อเรียกของเส้นว่า ทาญเลียเตลเล่ (Tagliatelle) ตัวเส้นจะมีความแบนและยาวคล้ายกับเส้นริบบิ้น ซึ่งแค่เตรียมเส้นก็หมดไปมากกว่า20 นาทีแล้ว เมื่อส่งเส้นลงหม้อต้มแล้ว เขาต้องเตรียมในส่วนของซอสต่อแต่ระหว่างนี้ก็ต้องคอยดูเส้นด้วยนะ ถ้าหากมันสุกจนเกินไปก็จะไม่น่ากินอีกเช่นกัน
พาสต้าของเพเนียสวันนี้จะกินคู่กับอาหารทะเลเพราะกลิ่นจากเส้นก็ได้จากหมึกดำและไข่ปลาก็ได้ความเป็นทะเลมาแล้วเขาเลยอยากจะให้มันไปในแนวทางเดียวกัน วันนี้เขาใช้ทั้งหอยและกุ้งขนาดตัวกำลังดี
ในนาทีที่30นิดๆ เมื่อเพเนียสตั้งกระทะใส่เนยลงไป กลิ่นหอมๆก็เริ่มต้นกระจายออกจากโต๊ะทำอาหารของเขาถึงแม้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจะไม่เห็นเขาทำอาหาร แต่กลิ่นนั้นไม่ใช่ มันไปได้ทั่วถึงจริงๆ แค่การละลายเนยให้หอมใครๆ ก็ทำได้ผู้เข้าแข่งขันบางคนทำไปไกลกว่าเขาแล้วก็มีแต่ก็มีอีกบางส่วนที่ทำส่วนของเส้นยังไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำพอได้กลิ่นของเนยที่เป็นการบ่งบอกว่าถึงขั้นตอนไหนแล้วหลายๆคนที่ยังไม่ถึงไหนเลยเริ่มเจ็บใจและเร่งมือเข้าไปอีก
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มๆในที่สุดอาหารของเพเนียสก็เสร็จสิ้นอย่างสวยงาม เขาใช้เส้นพาสต้าสีดำและส้มตัดกันสวยงามดูแปลกตามาผัดคลุกเคล้ากับอาหารทะเลที่ผัดออกมามีกลิ่นไวน์ขาวนิดๆตกแต่งหน้าตาด้วยใบพาสลีย์และตัวกุ้งและหอยอีกหลายตัวที่เรียงอยู่ในจานแต่มันยังไม่จบเท่านั้น เขายังนำเส้นส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ต้มไปทอดกรอบอีกด้วยได้ออกมาเป็นเส้นสั้นๆ ตามที่เขาตักไว้ส่วนนี้ก่อนที่เขาจะทอดได้เพิ่มรสชาติให้เข้มข้นขึ้นและเพิ่มรสเผ็ดเข้าไปอีกนิดหน่อยเมื่อนำมาโรยหน้าพาสต้าแล้วจะยังมีรสชาติในตัวอยู่ถึงแม้ไม่ได้คลุกเคล้าเข้ากับตัวน้ำซอสซึ่งสามารถเพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติใหม่ในการกินอาหารได้มากทีเดียวอาหารจานเส้นจำนวน 3 จานตามกำหนดเพเนียสรู้สึกพอใจมากๆ
ในขณะที่อาหารกำลังถูกลำเลียงไปให้คณะกรรมการชิม(ไม่รู้จะชิมไหวหรือเปล่า)ด้านล่างก็กลืนน้ำลายไปหลายอึกแล้ว อาหารกว่า 1,000 เมนูและก็เมนูละ 3 จาน พวกเขาขอให้มันลอยมาหาพวกเขาสักจานก็ยังดีนั่งอยู่อย่างอดทนและมีอาหารจากร้านที่ซื้อมาบรรเทาอาหารหิวแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจต้านทานกลิ่นอาหารปรุงประกอบที่ปรุงเสร็จใหม่ๆแบบนี้ได้อยู่ดี ยิ่งจอใหญ่ยักษ์ขึ้นภาพอาหารที่หน้าตาน่ากินขนาดนั้น อดใจไม่ไหวอยากจับตัวกรรมการสักคนไปขังไว้ แล้วมานั่งตัดสินเองจริงๆ
ระหว่างที่คณะกรรมชิมผู้เข้าแข่งขันก็จะมีโอกาสเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้ได้พรีเซนต์อาหารของเขาบ้างและมันก็ถึงคิวของเพเนียสเสียที เขาไม่รู้ว่ากรรมการอิ่มไปหรือยังนะซึ่งแค่ขั้นตอนการชิมนั้นก็ใช้เวลาไปอย่างน้อยๆ เป็นชั่วโมงแล้วดีที่มีคณะกรรมการหลายกลุ่ม เลยช่วยกันชิมและตัดสินได้ถึงแม้ใจจริงพวกเขาอยากจะชิมเองทั้งหนึ่งพันเมนู แต่เกรงว่าท้องจะแตกไปเสียก่อน
“เชิญคุณเพเนียสนำเสนอผลงานเลยค่ะ”พิธีกรสาวอีกคนที่ได้รับหน้าที่ในช่วงนี้บอกกับเพเนียสออกมา เขาอยู่กลุ่มที่ 16จาก 20 กลุ่มของการตัดสิน กรรมการแต่ละกลุ่มจะดูแลและชิมอาหาร50 จานซึ่งการแบ่งกลุ่มนี้พึ่งจะมีการจัดเมื่อทำอาหารเสร็จนี่เอง เลยวุ่นวายหน่อยๆแต่ก็เป็นการลุ้นอีกแบบดีเหมือนกัน อ้อ หนึ่งในกรรมการยังมีเซนหัวหน้ากลุ่มนักสำรวจริวโรวด้วยนะแต่ดีแล้วที่เซนไม่ได้ตัดสินอาหารของเพเนียสเพราะพวกเขารู้จักกันอาจจะมีคำครหาเกิดขึ้นก็ได้
“สวัสดีครับ วันนี้ผมทำเป็นพาสต้าเส้นแบนครับเส้นสีดำผมผสมหมึกลงไป ส่วนสีส้มคือได้จากไข่ของปลาครับซึ่งจะผัดกับไวน์ขาวและอาหารทะเลอย่างกุ้งแล้วก็หอย มีส่วนผสมของเครื่องเทศอีกนิดหน่อยแล้วก็เพิ่มรสสัมผัสและรสชาติด้วยพาสต้าที่ผมตัดให้เป็นท่อนแล้วนำไปทอดให้กรอบครับ”
“สีสันดูน่าสนใจนะครับ”กรรมการคนหนึ่งพูด ก่อนจะพยักหน้าให้กับอีกสองคน และก็ลงมือชิม พวกเขากินไปคนละคำ แต่ก็ตักทุกส่วนประกอบเข้าปากอย่างพอดิบพอดี
“ตัวเส้นดูน่าสนใจนะครับสีดำกับสีส้มสดมากๆ ตัวเส้นเองก็ยังมีกลิ่นของทะเลอยู่ด้วยอย่างชัดเจนแต่ก็ไม่คาวเลย” กรรมการวิจารณ์อีกหลายคำ ก่อนที่จะเริ่มชิมในจานถัดไป
“อาหารของเพเนียสหน้าตาดูดีมากเลยนะคะต้องอร่อยมากแน่ๆ” กุลว่าเมื่อมองจออย่างไม่กะพริบตา
“กรรมการก็ดูนะชอบนะ”
“ที่บ้านพี่เพเนียสเคยทำเมนูนี้ไหมคะ”โซเฟียลองถามออกมาดูบ้าง เพราะดูแล้วตอนเพเนียสทำดูคล่องแคล่วเอามากๆไม่เหมือนคนที่ทำเป็นครั้งแรก
“พาสต้าก็เคยทำแต่เส้นสีดำสีส้มป้าก็พึ่งจะเคยเห็น” เพรน่าบอก ตอนแรกเธอก็ตกใจเหมือนกันที่เพเนียสทำออกมาเป็นเส้นสีดำปี๋แบบนั้นเธอใจหายวูบเลยนึกว่าลูกชายทำผิดพลาด
นอกจากผู้ชมที่ดูอยู่ข้างขอบเวทีแล้วช่องทางออนไลน์เองก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะช่องทางหลักหรือจากสตรีมเมอร์อีกหลายคนที่พาทัวร์และดูการแข่งขันครั้งนี้อาหารมากมายละลานตาเชิญชวนให้พวกเขาตามเพื่อนเข้ามาชมและให้กำลังใจคนที่ชอบ แฟนคลับของเพเนียสหรือเพวิสที่ไม่ได้ไปเองก็ส่งกำลังให้ทางนี้เช่นกัน
“เดี๋ยวก็ถึงแล้วน่า ทำหน้าเครียดไปได้ขับไปก็ดูข้างหน้าด้วยเดี๋ยวขยะได้ลอยมาชนพอดี”
“ที่จริงผมต้องไปถึงตั้งแต่ 12ชั่วโมงที่แล้ว” คีเฟอร์ว่าออกมาอย่างไม่พอใจ เขาจัดการงานและสั่งงานลูกน้องไว้แล้วอย่างเป็นระบบวางแผนจะออกเดินทางตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนแต่กลับถูกรั้งไว้ด้วยพี่สาวที่บอกว่าจะตามมาด้วยให้ได้ แต่เขาก็อิดออดไม่อยากให้มาด้วยเพราะยังไงครอบครัวเขาคนอื่นๆ ก็จะตามมาอยู่แล้ว แต่ไคล่ากลับดึงดันอยากมาก่อนหรือมาพร้อมเขาให้ได้เลยให้เขาต้องรอเธอทำงานชิ้นสุดท้ายเสร็จก่อน และเขาก็ต้องล่าช้าไปหลายชั่วโมงต้องผิดคำพูด และก็ไปไม่ทันการแข่งขันของเพเนียสในรอบแรก
“อย่าเครียดไปเลยน่าน้องเพเนียสได้แข่งต่อในรอบถัดไปอยู่แล้ว” ไคล่าว่าปลอบใจน้องชายพร้อมกับฝ่ามือที่ตบลงไปบนบ่าน้องชายอย่างไม่ออมแรงเท่าไหร่
“แต่ผมอยากดูทุกรอบ!” แต่คีเฟอร์ก็ยังตอบกลับอย่างเคืองๆ อยู่ดี มีความผิดแล้วยังกล้ามาใช้ความรุนแรงกับเขาอีก
“เอาน่า พี่ขอโทษก็แล้วกันเดี๋ยวชดเชยให้ทีหลังได้ไหมล่ะ” ในตอนนี้ก็ต้องหาของมาง้อน้องชายเท่านั้นหลังจากไคล่าพูดจบ มุมปากของคีเฟอร์ก็แอบยกขึ้นนิดๆแต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้นก่อนจะกลับมาตีหน้ายุ่งเช่นเดิม
“จริง?”
“แน่นอน อะไรก็ได้ตามที่น้องชายคนนี้ของพี่ต้องการเลย”ไคล่าใจใหญ่มากทีเดียว
“ขอคิดก่อนก็แล้วกัน”แต่ทำไมเธอรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ ไม่น่าใจกล้าพลั้งปากแบบนั้นไปเลยแต่จะไม่พูดอะไรมาโน้มน้าวก็ไม่ได้ ไม่งั้นเธออาจจะถูกทิ้งไว้กลางทางเอาได้เห็นน้องชายมองหน้าจออยู่หลายรอบเหมือนว่าจะลงจอดดาวที่อยู่ในเส้นทางสักดวงแล้วปล่อยเธอลงไว้ให้หาทางไปเองอย่างไรอย่างนั้น