จากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 86 ไม่ควรจะเป็นเขา จวินอู๋เสีย

            คำพูดของเหยียนอู๋อวี้รู้พอเหมาะพอควร กระนั้นน้ำเสียงกลับมิได้อ่อนโยน มั่วหนงก้มศีรษะฟัง ด้านหนึ่งรู้สึกเกลียดชัง อีกด้านหนึ่งรู้สึกหวาดกลัวเพราะพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของนาง จึงทำได้เพียงอดกลั้นฟังจนจบแล้วเอ่ยปากรับผิดพร้อมขอตัวกลับ หลังจากกลับมานางคิดจะสร้างเรื่องกลั่นแกล้งเหยียนอู๋อวี้เพื่อระบายความคับแค้นใจ

            หลังจากมั่วหนงไปแล้ว เหยียนอู๋อวี้แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อครู่ฉีตงหยวนเข้ามากอดขานาง นางเกือบจะถูกลากลงไปด้วย จึงตั้งใจถีบเขาออกไปโดยไม่ลังเล และหาจังหวะแอบกลับเข้าไปในห้อง ในขณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน นางรีบเปลี่ยนอาภรณ์เดินออกมารับหน้าจนผ่านวิกฤติครั้งนี้มาได้อย่างหวุดหวิด

            จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เหยียนอู๋อวี้มองออกถึงความไม่พร้อมของตำหนักเฟิ่งชัย

            ป้าโฉ่วเป็นคนที่นางไว้วางใจมากที่สุด ทว่านางไม่เคยอาศัยอยู่ในวังหลวง ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเล่ห์เหลี่ยมในวังหลวง โชคดีที่ครั้งนี้หากซูอิ่งไม่เฉลียวฉลาดมีไหวพริบ ผลที่ตามมาคงจะเป็นหายนะ

            ซวงสี่กับฉางฮวนเป็นคนของโจวหลู่ชิง ยามนี้สามารถใช้งานได้ เพียงแต่ไม่สามารถใช้งานสำคัญได้ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ยังใหม่กับวังหลวง ยังไม่เข้าใจเรื่องหลายสิ่งหลายอย่างในวังหลวง ดังนั้นบุคคลที่สามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้คงจะมีเพียงซูอิ่งเท่านั้น

            คราวนี้ป้าโฉ่วมีท่าทีร้อนรน แม้แต่มั่วหนงยังสังเกตเห็น ซูอิ่งต้องรู้แน่นอน นางมิได้ถามเหตุผล หนำซ้ำยังช่วยปกปิดไว้ได้ทันเวลา เพียงจุดนี้ เหยียนอู๋อวี้ก็รู้สึกว่าผู้ที่จะคุมสถานการณ์โดยรวมได้มีเพียงซูอิ่ง

            เมื่อเห็นซูอิ่งยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้าง เหยียนอู๋อวี้คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามว่า “ผ้าปักผืนนั้นมาจากที่ใด”

            ซูอิ่งรู้ว่าเรื่องที่เหยียนอู๋อวี้ถามคือของที่นางเพิ่งมอบให้มั่วหนง นางจึงตอบทันทีว่า “หรูอินมอบให้บ่าวมาเจ้าค่ะ”

            หรูอิน เหยียนอู๋อวี้จำชื่อนี้ได้ นางเคยมาพร้อมกับซูอิ่ง เพราะก่อนหน้านางอยู่ฝ่ายห้องเครื่องหลวง นางจึงมอบหน้าที่ตรวจสอบของเสวยทั้งหมดให้หรูอิน และต่อมาในรายชื่อที่ซูอิ่งส่งมาให้นางดู ความจริงแล้วนางเป็นสายที่ไทเฮาส่งมาอยู่ที่ตำหนักเฟิ่งชัยตั้งแต่แรกแล้ว

            ด้วยเหตุนี้เองที่เหยียนอู๋อวี้จึงส่งฉางฮวนไปที่ห้องเครื่องพร้อมกับหรูอิน เพื่อดูแลสำรับอาหารของนาง

            หรูอินมีใบหน้าแลดูสัตย์ซื่อ ทว่าการกระทำไม่เหมือนดั่งใบหน้า

            หลังจากเหยียนอู๋อวี้ได้ยินคำพูดของซูอิ่งจึงหันไปหาป้าโฉ่วพร้อมกล่าวว่า “นำผ้าเช็ดหน้าสองสามผืนมาที่นี่ เอาที่เป็นงานเย็บปักของหนิงเสินเจิน จริงสิ เอาผ้าปักสองชิ้นที่ข้าเพิ่งได้มาใหม่ก่อนหน้านี้มาด้วย”

            ป้าโฉ่วรีบตอบรับคำ ซูอิ่งมองนางด้วยความสับสน “นายหญิง นี่คือ......”

            “ทำสิ่งใดในวังหลวง ต้องใช้เงินทองของมีค่าเป็นค่าเบิกทาง มอบสิ่งของที่ผู้อื่นชื่นชอบนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้ข้าได้สั่งสอนมั่วหนงไปแล้ว ต่อไปนางคงไม่สร้างปัญหาให้เจ้ามากนัก เจ้ารับของพวกนี้ไว้ หาจุดอ่อนของพวกเขา ไม่ให้เจ้าต้องลำบากใจอีก”

            ซูอิ่งรีบตอบรับคำ จากนั้นเหยียนอู๋อวี้จึงหยิบสิ่งของมีค่าออกมาจากลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งแล้วมอบให้นางพร้อมกำชับว่า “เจ้าเก็บสิ่งของเหล่านี้ไว้ ต่อไปเจ้าคิดจะทำสิ่งใดในวังหลวง อาจจะต้องใช้ของเหล่านี้”

            เมื่อซูอิ่งได้ยินคำพูดนี้พลันรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง มันเป็นกฎที่มิได้เขียนไว้ในวังหลวงสำหรับนายหญิงที่จะตกรางวัลให้นางกำนัล ทว่ามันจะมีความหมายที่แตกต่างออกไปหากนางได้รับมาเพื่อจัดการงานบางอย่าง

            ซูอิ่งน้ำตาเอ่อคลอ “นายหญิง......”

            “เจ้าเป็นคนเดียวในตำหนักเฟิ่งชัยที่รับผิดชอบงานใหญ่ได้” เหยียนอู๋อวี้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ต่อไปหากข้าต้องออกไปจัดการเรื่องข้างนอก สถานการณ์ในตำหนักเฟิ่งชัยต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว ดูแลมันดีไม่มีรางวัล หากทำไม่ดีจะถูกลงโทษ”

            ซูอิ่งคุกเข่าลงทันทีพลางโขกศีรษะเอ่ยว่า “ซูอิ่งจะไม่ทรยศต่อความไว้วางใจของนายหญิงอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

            “เมื่อเจ้าออกจากวังในอีกไม่กี่ปี ข้าจะเตรียมของขวัญล้ำค่าไว้เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเครื่องนุ่งห่มหลังเจ้าออกไปจากวังหลวงแห่งนี้ ขอเพียงเจ้าภักดีต่อข้า ข้าจะรับรองความปลอดภัยของเจ้า ให้เจ้าออกจากวังหลวงได้อย่างราบรื่น”

            คำพูดเหล่านี้โดนใจซูอิ่ง นางมิได้ขออันใดมาก นางเพียงแค่อยากมีชีวิตที่มั่นคงและเดินออกจากวังได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าคนอื่นจะสัญญากับนางมากมายเพียงใด ล้วนเป็นเพียงความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งเท่านั้น

            ทว่านางอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ มีคนร่ำรวยและสูงศักดิ์กว่านางมากมายนัก ต่อให้มีทรัพย์สมบัติมากมายเพียงใด ก็ไม่มีสิ่งใดมากไปกว่านั้น การออกจากวังหลวงจึงเป็นเพียงความคิดเดียวของนางในยามนี้ และยังเป็นความมุ่งมั่นเดียวของนาง

            ซูอิ่งไม่รู้ว่าเหยียนอู๋อวี้ใช้วิธีการใดกันแน่ เพียงแต่นางรู้สึกอยู่เสมอว่าเหยียนอู๋อวี้ทำความปรารถนาของนางให้เป็นจริงได้อย่างแน่นอน และน่าเชื่อถือกว่าผู้อื่นมากนัก

            ซูอิ่งเก็บสิ่งของเหล่านี้ ในที่สุดก็เอ่ยปากถามว่า “นายหญิง บ่าวมีเรื่องหนึ่งอยากร้องขอเจ้าค่ะ?”

            “เจ้าว่ามา” เหยียนอู๋อวี้ค่อนข้างประหลาดใจกับคำถามของนาง

            “ครั้งหน้าหากนายหญิงออกไปข้างนอก บอกซูอิ่งได้หรือไม่?” ซูอิ่งเอ่ยพลางมองเหยียนอู๋อวี้อย่างไม่สบายใจ “ซูอิ่งรู้ว่าไม่ควรถาม ทว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เกรงว่า...…”

            เหยียนอู๋อวี้เอ่ยเสียงเบาว่า “เจ้าออกไปเถิด”

            ซูอิ่งคำนับอย่างมีความสุขอีกครั้งก่อนเดินออกจากห้อง

            ขณะที่ประตูกำลังจะปิด เหยียนอู๋อวี้อ้าปากอาเจียนออกมาเป็นเลือด เลือดหยดลงบนอาภรณ์สีขาวราวหิมะแจ่มชัดสะดุดตาอย่างยิ่ง

            ป้าโฉ่วรีบก้าวไปข้างหน้าจับข้อมือเพื่อตรวจชีพจรพร้อมหยิบยามาให้นางทาน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรัก ทว่านางไม่สามารถพูดออกไปได้

            “เจ้าโกรธหรือไม่ที่ข้ามอบหน้าที่สำคัญให้ซูอิ่งทำ?” เหยียนอู๋อวี้หยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลือดที่บริเวณมุมปากก่อนหันไปถามนาง ขณะที่นางเอ่ยกลิ่นคาวเลือดยังคงฟุ้งออกมาจากปากนาง

            ป้าโฉ่วเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “แม่นางกล่าวเกินไป เดิมทีข้าไม่เก่งเรื่องพวกนี้ ซูอิ่งดูน่าเชื่อถือและสามารถใช้เพื่อจุดประสงค์นี้ได้ ย่อมเป็นเรื่องที่ดี คืนนี้อันตรายนัก หากไม่ใช่ซูอิ่งเข้ามาช่วยได้ทัน เกรงว่ามั่วหนงคงบุกเข้ามาในห้องแน่นอน”

            “หากนางกล้าที่จะบุกเข้ามาในห้อง ข้าจะทำให้นางไม่สามารถยืนหยัดได้ตลอดชีวิต” แววตาของเหยียนอู๋อวี้เผยให้เห็นไอสังหาร “เป็นเพียงนางกำนัลกล้ากระทำหยาบคายกับข้า ฮวารั่วซีนางคิดว่าปิดบังเบื้องสูงได้หรือ?”

            ป้าโฉ่วมิได้มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพียงเอ่ยว่า “แม่นางต่อไปควรกลับมาให้เร็วกว่านี้ เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นถึงสองครั้ง น่าเป็นกังวลมากจริงๆ”

            “ข้ารู้” เหยียนอู๋อวี้แย้มยิ้มสดใส นางไม่เคยปกปิดเรื่องเหล่านี้กับป้าโฉ่ว รอยยิ้มยังเผยให้เห็นความเขินอายอยู่เล็กน้อยด้วย ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป

            ไม่รู้ว่าจวินอู๋เสียไปถึงตำหนักรับรองของอาลักษณ์อู๋หรือยัง เขาพบหลักฐานเหล่านั้นแล้วหรือยัง มีเพียงตามหาหลักฐานเท่านั้น จึงจะสามารถมีวิธีโน้มน้าวให้ซ่งอี้หานออกหน้า

            เหยียนอู๋อวี้ขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพลันรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย เพราะเมื่อถึงเวลาพูดโน้มน้าวซ่งอี้หาน นางคงไม่สามารถออกหน้าได้แน่นอน นางควรจะมอบหน้าที่นี้ให้ผู้ใด?

            ......

            เงาร่างหนึ่งยืนอยู่บริเวณประตูจวนเสียนอ๋อง โคมไฟสีแดงสดบริเวณประตูส่องแสงสลัว แสงสลัวสีแดงตกกระทบบนร่างนั้น เนื่องจากเสื้อคลุมขนาดใหญ่ปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย ทำให้ไม่สามารถเห็นใบหน้าได้ชัดเจนนัก

            ครู่หนึ่งประตูพลันเปิดออก พ่อบ้านเดินออกมาพร้อมกับรีบนำทางคนผู้นั้นเข้าไป และเร่งรัดให้บ่าวรับใช้ปิดประตูทันที

            พ่อบ้านเดินนำทางไปถึงห้องอ่านหนังสือจึงค่อยจากไป

            ชายผู้นั้นถอดเสื้อคลุมออก เผยใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาดอกท้อที่ทำให้ผู้คนละสายตาไม่ได้ ครู่หนึ่งเขาผลักประตูและเห็นซ่งอี้หานยืนอยู่เบื้องหน้า

            เมื่อซ่งอี้หานเห็นเขา สีหน้าพลันรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง “องค์ชายจวิน?”

            จวินอู๋เสียยกมือขึ้นคำนับ ก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น “เสียนอ๋อง ไม่ต้อนรับข้าน้อยหรือ?”

            ซ่งอี้หานมองเขาด้วยสายตาค้นหาและสงสัย

            ในฐานะที่เป็นรัชทายาทที่ถูกปลดจากตำแหน่ง เขาจึงมีสถานะพิเศษ ภายนอก ขุนนางแทบทุกคนในราชสำนักไม่กล้าข้องแวะไปมาหาสู่กับเขา ในเวลาปกติแทบจะไม่มีผู้ใดมาหาเขาเลย ยกเว้นชาวบ้านธรรมดาทั่วไปและตัวประกันจากแคว้นอื่นบ้าง

            ดังนั้นเขาเคยติดต่อสัมพันธ์กับจวินอู๋เสียบ้างเป็นครั้งคราว ดื่มสุราและรื่นเริงด้วยกันเป็นบางครั้ง เขามักจะอยู่กับผู้อื่นเสียมากกว่า ทว่าคุยเรื่องจริงจังกับผู้อื่นนั้นน้อยยิ่งนัก

            เนื่องจากจวินอู๋เสียเป็นตัวประกันของราชวงศ์ใต้ ทางราชสำนักราชวงศ์ใต้ไม่มีผู้ใดสนใจเขา ทว่าเขาได้ใช้สถานะของเขาสร้างความสัมพันธ์ ทำให้ทุกคนที่พบเขาต้องการผูกมิตรกับเขา แม้เขาจะไม่ค่อยมีท่าทีกระตือรือร้นต่อผู้อื่นมากนัก กระนั้นมารยาทที่พึงกระทำก็ควรมีให้ มิเช่นนั้นอาจทำลายชื่อเสียงตนเองได้

            เพียงแต่คืนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกเขาควรพบหน้ากัน

            และคนที่ซ่งอี้หานต้องการพบในคืนนี้ไม่ควรเป็นเขา จวินอู๋เสีย!


    คล้ายกับเรื่องจากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663