ตอนที่ 5: ท่อนเหล็กไร้ค่า
บรรยากาศหน้า "หอศาสตรา" เต็มไปด้วยความตึงเครียด ศิษย์สิบคนที่ผ่านเข้ารอบยืนเรียงแถวหน้ากระดาน เบื้องหน้าพวกเขามีกล่องไม้สักทองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ภายในบรรจุแผ่นป้ายชื่ออาวุธนานาชนิด
กติกาทดสอบรอบนี้คือ "โชคชะตาลิขิตศาสตรา" ผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริงต้องเชี่ยวชาญอาวุธทุกประเภท ไม่ว่าในมือจะถือสิ่งใด ก็ต้องสามารถบัญชาการให้เป็ดั่งแขนขาของตนได้
"คนแรก... หลี่เฟย!"
ศิษย์คนแรกล้วงมือลงไป หยิบได้ป้าย "ทวนยาว" เสียงเฮดังขึ้น ทวนยาวเป็อาวุธที่ได้เปรียบเื่ระยะและพลังทำลาย เหมาะกับศิษย์สายพละกำลัง
คนต่อๆ ไปต่างทยอยจับได้อาวุธดีๆ เช่น ดาบคู่, กระบี่อ่อน, พัดเหล็ก, หรือแม้แต่ลูกตุ้มดาวตก
จนกระทั่งถึงคิวของเยี่ยหลาง...
"เฮ้อ... ขออะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้ปราณบังคับ" เยี่ยหลางพึมพำกับตัวเองขณะล้วงมือลงไปในกล่อง เขาควานหาป้ายที่ให้ความรู้สึก 'ถูกชะตา' ที่สุด
มือของเขาััโดนแผ่นป้ายไม้เก่าๆ ที่ดูเหมือนจะมีเสี้ยนตำมือ "เอานี่แหละ!"
เขาดึงป้ายออกมาแล้วส่งให้กรรมการ
กรรมการรับไปดู แล้วทำหน้าปูเลี่ยนๆ ก่อนจะะโประกาศ "เยี่ยหลาง... ได้รับ 'กระบองเหล็กดำ'!"
เสียงฮือฮาดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงชื่นชม เป็เสียงกลั้นขำ "กระบองเหล็กดำ? นั่นมันไม่ใช่แท่งเหล็กสำหรับฝึกกำลังแขนหรอกรึ?" "ใช่ๆ ที่เอาไว้ถ่วงน้ำหนักเวลาวิ่งน่ะ มันหนักอึ้ง ทื่อด้าน ไม่มีคม แถมส่งผ่านลมปราณได้ยากที่สุด เป็ขยะในหมู่ศาสตราเลยนะนั่น"
เ้าหน้าที่หอศาสตราเดินไปลาก "อาวุธ" ของเยี่ยหลางออกมา มันคือท่อนเหล็กสีดำสนิท ยาวประมาณสองศอก (ราว 1 เมตร) หนาเท่าแขนเด็ก ผิวขรุขระ เต็มไปด้วยสนิมเขรอะ ไม่มีด้ามจับ ไม่มีลวดลาย ดูเหมือนเศษเหล็กที่หลุดมาจากเสาบ้านมากกว่าจะเป็อาวุธ
เยี่ยหลางรับมันมาถือไว้ น้ำหนักของมันทำให้แขนของเขาตกวูบลงเกือบถึงพื้น "โอ้โฮ... หนักใช้ได้เลยนะเนี่ย เอาไปทับกระดาษน่าจะดี"
เยี่ยหลางลองแกว่งดูสองสามที ลมแหวกอากาศดัง วูบ! วูบ! 'หนักมาก... ถ้าคนทั่วไปใช้คงเสียสมดุล แต่สำหรับข้าที่ฝึกแบกหินทุกวัน... น้ำหนักแค่นี้กำลังดีเพื่อสร้างโมเมนตัม'
...
"การประลองคู่ที่หนึ่งของรอบสิบคนสุดท้าย... เยี่ยหลาง ปะทะ ซุนิ!"
คู่ต่อสู้ของเยี่ยหลางเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย 'ซุนิ' เป็ศิษย์สายความเร็ว ในมือของเขาถือ "แส้หางแมงป่อง" (อาวุธที่จับฉลากได้) ซึ่งเป็แส้หนังถักเกลียวฝังใบมีดเล็กๆ ตลอดเส้น
"เยี่ยหลางเอ๋ย... เ้าคิดจะใช้ท่อนเหล็กทื่อๆ นั่นมาสู้กับแส้ของข้ารึ?" ซุนิสะบัดแส้เสียงดัง เพี๊ยะ! ปลายแส้ตวัดกินเนื้อไม้บนพื้นเวทีจนเป็รอยลึก "แส้ของข้าตลบตะแลง พลิกแพลงไร้ทิศทาง ท่อนเหล็กโง่ๆ ของเ้าจะกันอะไรได้?"
เยี่ยหลางยกท่อนเหล็กพาดบ่า ยืนแคะขี้ฟัน "ศิษย์พี่ซุน... ท่านรู้หรือไม่ว่าเหล็กแท่งนี้มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง?"
"ข้อดี? ฮ่าๆ มันเอาไว้ทุบหัวสุนัขรึไง?"
"ผิดแล้ว..." เยี่ยหลางแสยะยิ้ม แววตาเปลี่ยนเป็คมกริบ "ข้อดีของมันคือ... มันไม่เ็ป"
"เพ้อเจ้อ! รับมือ!"
ฟุ่บ!
ซุนิสะบัดข้อมือ ส่งปลายแส้พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเยี่ยหลางราวกับงูพิษ วิถีของแส้โค้งอ้อมการป้องกันตรงกลาง เล็งไปที่ขมับซ้าย
เยี่ยหลางไม่ได้ยกท่อนเหล็กขึ้นรับตรงๆ เพราะรู้ว่าแส้จะตวัดอ้อมเหล็กมาโดนตัวได้ (Wrap around) แต่เขากลับ 'พุ่งสวน' เข้าหาเหล็ก
เขาใช้ท่อนเหล็กดำในมือขวา ยกขึ้นในแนวเฉียง แล้ว 'หมุน' ข้อมือเป็วงกลม แทนที่จะปัดป้อง เยี่ยหลางใช้ความขรุขระของผิวเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิม เข้าไป 'เกี่ยว' พันกับหนังของแส้
ครืดดดด!
เสียงแส้ครูดกับท่อนเหล็กดังแสบแก้วหู ปลายแส้ที่ควรจะฟาดโดนหน้า กลับถูกแรงหมุนของท่อนเหล็กพันเกี่ยวเอาไว้จนแน่น
"อะไรกัน!?" ซุนิใ พยายามกระตุกแส้กลับ แต่เยี่ยหลางเกร็งข้อมือแน่น ท่อนเหล็กหนักอึ้งกลายเป็แกนหมุนที่ตรึงแส้ไว้
"จับได้แล้ว..." เยี่ยหลางพูดเสียงเย็น
"ปล่อยนะโว้ย!" ซุนิระดมลมปราณกระชากสุดแรง
เยี่ยหลางอาศัยจังหวะที่ซุนิกระชากกลับนั่นเอง... เขา 'ปล่อยมือ' จากท่อนเหล็ก
ท่อนเหล็กหนักอึ้งที่ถูกพันด้วยแส้ และถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล พุ่งสวนกลับไปหาเ้าของแส้ราวกับะุปืนใหญ่!
ซุนิเบิกตากว้าง ท่อนเหล็กดำพุ่งแหวกอากาศเข้ามาที่หน้าอกเขา เขาต้องทิ้งแส้แล้วะโหลบอย่างทุลักทุเล
ตูม!
ท่อนเหล็กกระแทกพื้นเวทีตรงจุดที่ซุนิเคยยืนจนหินแตกกระจาย
"ไอ้บ้า! เ้าทิ้งอาวุธตัวเองเนี่ยนะ!?" ซุนิะโด่า "ตอนนี้เ้าก็มือเปล่าแล้ว... ตายซะเถอะ!"
ซุนิชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ออกมา (อาวุธสำรองตามกฎ) แล้วพุ่งเข้าหาเยี่ยหลางที่ยืนมือเปล่า
แต่เยี่ยหลางกลับยิ้มกว้างกว่าเดิม "ข้าบอกแล้วไงว่ามันเป็ท่อนเหล็กไร้ค่า... หน้าที่ของมันคือเอามาถ่วงน้ำหนักแส้ของท่านต่างหาก"
เมื่อระยะห่างเหลือศูนย์... คือแดนปะาของเยี่ยหลาง
ซุนิแทงมีดเข้ามา เยี่ยหลางปัดข้อมือซุนิออกด้านข้าง (Parry) แล้วสอดแขนซ้ายเข้าไปคล้องคออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว (Headlock Setup)
แต่คราวนี้เขาไม่ได้ทุ่ม... เยี่ยหลางก้มตัวลง เก็บ 'ท่อนเหล็ก' ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาด้วยมือขวาอย่างรวดเร็ว
"มาดูกันว่า ท่อนเหล็กนี้ใช้ทำอะไรได้อีก!"
เยี่ยหลางสอดท่อนเหล็กเข้าไปที่ 'ด้านหน้าลำคอ' ของซุนิ ในขณะที่แขนซ้ายล็อกหลังคออยู่ ท่อนเหล็กในมือขวากลายเป็คานงัดที่กดลงบนหลอดลมโดยตรง
วิชาล็อกคอผสมอาวุธ: กิโยตินคานเหล็ก (Iron Bar Guillotine)
"อึก... อ๊อก!"
ซุนิตาเหลือก ตัวลอยขึ้นจากพื้นเพราะแรงงัด ท่อนเหล็กแข็งๆ กดทับลูกกระเดือกโดยไม่มีความยืดหยุ่นเหมือนท่อนแขน ความเ็ปและแรงกดนั้นมหาศาลกว่าการบีบคอด้วยมือเปล่าหลายเท่า
"ยอมไหม?" เยี่ยหลางกระซิบข้างหู "ถ้าไม่ยอม ข้าจะงัดจนกว่าลูกกระเดือกท่านจะยุบไปติดกระดูกสันหลัง"
ซุนิดิ้นพราดๆ ขาตะเกียกตะกายกลางอากาศ ใบหน้าเปลี่ยนจากสีแดงเป็สีม่วงคล้ำ มีดสั้นร่วงหล่นจากมือ เขาตบแขนเยี่ยหลางรัวๆ เป็สัญญาณยอมแพ้
ตุบ!
เยี่ยหลางคลายท่อนเหล็กออก ปล่อยร่างคู่ต่อสู้ร่วงลงกองกับพื้น ซุนินอนไอโขลกๆ สูดอากาศเข้าปอดเหมือนคนจมน้ำ
กรรมการมองดูเหตุการณ์ด้วยความสยดสยองเล็กน้อย ก่อนจะประกาศ "ผู้ชนะ... เยี่ยหลาง!"
เยี่ยหลางหยิบท่อนเหล็กขึ้นมาพาดบ่าอีกครั้ง ผิวหน้าเหล็กเปื้อนเหงื่อและคราบน้ำลายของคู่ต่อสู้ เขาเดินผิวปากลงจากเวที ท่ามกลางสายตาที่เปลี่ยนจาก 'ขบขัน' เป็ 'หวาดระแวง'
บนอัฒจันทร์ หลิวซืออินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ "ใช้อาวุธไม่ได้เพื่อฟันแทง... แต่ใช้เพื่อเป็ 'เครื่องมือ' ในการทรมานและล็อกสังหาร... จิตใจของหมอนี่ทำด้วยอะไรกันแน่?"
นางหันไปมองบิดา เ้าสำนักกระบี่์ ซึ่งบัดนี้ไม่ได้ยิ้มอีกต่อไปแล้ว ดวงตาของผู้เฒ่าจับจ้องไปที่เยี่ยหลางด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้ง "น่าสนใจ... ใช้วัตถุไร้ชีวิต มาเสริมจุดหมุนของร่างกาย... นี่มันหลักการของ 'คานดีดคานงัด' ที่หายสาบสูญไปนานแล้วไม่ใช่รึ?"
การประลองยังคงดำเนินต่อไป... แต่ในใจของศิษย์ที่เหลืออีก 8 คน เริ่มมีคำถามเดียวกันผุดขึ้นมา
'ถ้าต้องเจอกับไอ้ปีศาจที่ใช้ท่อนเหล็กนั่น... ข้าจะโดนหักกระดูกส่วนไหน?'