บทที่ 10
ผู้มาเยือนทั้งสอง
"ไอร่าหัวขี้ หัวขี้!!!" จุติมาลงไปนอนดิ้นกับพื้น แสงอาทิตย์ร้อนแรงแผดเผาความอดทนของเด็กน้อยผมแดงจนถึงขีดสุด บนต้นไม้สูงใหญ่ไอร่าดีดตัวลงมาจากยอดไม้ไม่สนใจท่าทางเรียกร้องความสนใจ รีบหยิบคว้ากิ่งไม้เล็กๆมาขีดเขียนบนพื้นดิน
"ก่อนฟ้ามืดเราต้องออกจากป่านี้" ไอร่าวาดแผนที่คร่าวๆ ถึงตำแหน่งที่พวกตนกำลังอยู่ เธอปาดเหงื่อที่ไหลย้อยจนถึงปลายคางพิจารณาอาณาเขตที่วาดแบบคร่าวๆ จุติมาเด้งตัวขึ้นมาจากพื้นรีบคลานเข้ามาด้วยความสนอกสนใจ
ในโลกใบนี้มีเพียงบุคคลเดียวเท่านั้นที่พวกเธอทั้งสองสามารถพึ่งพาได้ เพียงแต่บุคคลดังกล่าวไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ใด สถานที่สำหรับเฝ้ารอดูเหมือนไม่ปลอดภัยหลังจากเกิดเื่ราวต่างๆ ไอร่าไม่นิ่งนอนใจเพราะสิ่งที่เกิดมันไม่ใช่เื่ปกติสามัญไอร่าจึงตัดสินใจพาจุติมาหลบหนีออกมา การอยู่ให้ไกลจากจุดเกิดเหตุน่าจะเหมาะสมที่สุดในเวลานี้
"นี่ๆ ไอร่าออกจากตรงนี้ไปคืออะไรเหรอ" จุติมาเอานิ้วชี้สั้นๆลากเลยไปจนสุดขอบ รูปที่ไอร่าวาดจุดนี้ดูน่าสนใจมันมีขนาดใหญ่กว่าจุดที่คาดว่าเป็หมู่บ้านที่พวกเธอเคยอาศัยหลายเท่าตัว เป็ลักษณะวงกลมวาดแบบง่ายๆมีรูปสามเหลี่ยมอยู่ตรงกลาง
"เมือง...เป็เมืองที่ใกล้ที่สุด..." ไอร่าตอบไปแบบไม่ใส่ใจเธอกำลังใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนัก
"โหววว ว๊าววว!" จุติมามีแววตาเป็ประกายแต่ก็หดความรู้สึกเ่าั้กลับไป
"จูเลี่ยนเคยบอก...ห้ามเลยผืนป่าออกไปไม่ใช่เหรอ? มันเป็ที่อยู่ของนกตัวใหญ่ พวกมันกินทุกคนเป็อาหารเลยนะ" จุติมากางแขนจนสุดทำสีหน้าจริงจังใส่ไอร่า แต่เวลานี้เด็กสาวผมทองกลับไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย ั้แ่จุติมาจำความได้เธอก็ไม่เคยไปไกลกว่าหมู่บ้านชูกะพอร์นเลย โลกใบนี้สำหรับเด็กน้อยผมแดงมันดูแปลกใหม่ไปเสียทั้งหมด
"แกควรไปนั่งเงียบๆ ฉันกำลังใช้ความคิด" ไอร่าโปกมือไล่เด็กน้อยไปเธอกำลังคำนวณหลายอย่างอยู่ในใจ หากเพียงเดินทางตามท้องถนนปกติเพียงสองวันก็จะไปถึงเมืองดังกล่าว แต่หากลัดเลาะไปตามป่าเขาคงใช้เวลานานอยู่หลายวัน ถ้าหากเธอบินไปโดยติดสอยเด็กน้อยผมแดงไปด้วยก็เกรงว่าจะถูกใครพบเห็น ถึงเวลานี้แลดูจะมีความเสี่ยงแต่ตอนกลางคืนนั้นยังคงมีความเป็ไปได้ด้วยพลังของเธอไม่ถึงชั่วโมงก็จะถึงที่หมาย แต่ปัญหาอยู่ที่บริเวณนั้นอยู่ห่างไกลจากชายป่าไม่มีที่สำหรับหลบซ่อนตัว ไอร่าพยายามทบทวนถึงเส้นทางที่ปลอดภัยใกล้กับถนนสายหลักเพื่อดักเจอจูเลี่ยนเมื่อเธอเดินทางกลับมาถึง
"นี่ๆ ไอร่า ฉันหิวแล้ว..." เสียงท้องร้องดังแทรกขึ้นมาทันที ผ่านมาหนึ่งคืนั้แ่เกิดเื่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเด็กทั้งสอง เป็เื่ธรรมดาที่ความหิวจะเล่นงานทั้งคู่ ถึงแม้การแกะรอยล่าเหยื่อมาเป็อาหารจะเป็งานถนัดของไอร่า แต่เวลาแบบนี้เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัยแล้วหาทางพบจูเลี่ยนโดยเร็วที่สุด
"ใช่แล้ว!!! ฉันคิดออกแล้ว มันยังมีวิธีนั้นอยู่" ไอร่าแววตาเป็ประกายเปี่ยมไปด้วยความหวัง เธอหันไปเขย่าร่างจุติมา เด็กน้อยผมแดงเอียงคอมองด้วยความงุนงง
"เ้าของร้านเหล้าไง! เขาสนิทกับอาจารย์ของเรา" น้ำเสียงของไอร่าดูมีความหวัง
"คุณลุงที่ชอบถูแก้วน่ะเหรอ?" จุติมาเอียงคอคิดตาม
"ใช่ๆ ตาลุงคนนั้นแหละ!" ไอร่าะโจนตัวลอย ในความคิดของเธอที่แรกเมื่ออาจารย์ของพวกเธอเดินทางมาถึง จูเลี่ยนต้องใกับสภาพหมู่บ้านเป็อันดับแรก จากนั้นจูเลี่ยนจะพยายามหาพวกเธอแล้วตรงมาที่หอคอยกลางป่า แต่มันไม่เหลือซากอีกต่อไป เธอจะรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมากจากนั้นจึงลงไปยังหมู่บ้านหาเหล้าซักขวดดื่มให้สมองโล่ง คุณลุงร้านเหล้าจะบอกที่อยู่พวกเธอในที่สุด ไอร่าตัดสินใจลากเส้นไปยังสามเหลี่ยมบนพื้น
“แล้วพวกเราจะหาที่ซ่อนตัวใกล้ๆร้านเหล้าในเมืองนั้น” ภาพจินตนาการในหัวของไอร่าถูกเรียบเรียงอย่างดิบดี ว่ามันต้องเป็ไปตามนี้
"ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าสถานที่แรกที่จูเลี่ยนจะไป..." สีหน้าไอร่ามีความมั่นใจอย่างแรงกล้า
“ก็ร้านเหล้ายังไงล่ะ!” ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน
"เอาเป็ว่าตอนนี้...เธอรออยู่ที่นี่! ห้ามขยับ ห้ามไปไหน! เดี๋ยวฉันกลับมา" ปีกของไอร่าสยายออกมาจากแผ่นหลังในทันที สายลมตีขึ้นจนเส้นผมสีทองปลิวว่อน
"ไม่เอาอ่ะ จะไปด้วย! ฮือออ" เด็กน้อยผมแดงวิ่งเข้าไปกอดขาไอร่าเอาไว้มืออีกข้างขยี้ดวงตาไปมา ไอร่ารู้สึกเหนื่อยหนักใจ แต่ด้วยความเร่งรีบจึงสลัดเด็กน้อยผมแดงไว้อยู่ตรงนั้น
"ห้ามขยับ ห้ามไปไหน รออยู่ตรงนี้ ฉันจะรีบกลับมา!" ไอร่ากำชับคำพูดพร้อมทะยานร่างขึ้นไปเหนือน่านฟ้า ก่อนร่อนลงบินเรียดไปกับยอดไม้เพื่ออำพรางตัวตนไม่ให้ใครพบเห็น จุดมุ่งหมายเวลานี้คือคุณลุงเ้าของร้านที่เธอมักไปขนสุราชั้นเลิศจากร้านมากักตุนไว้ตามคำสั่งของจูเลี่ยนเป็ประจำ
บนทางเดินทอดยาวเข้าสู่หมู่บ้านชูกะพอร์น หญิงลึกลับนางหนึ่งกับชายวัยกลางคนรูปร่างใหญ่ที่มีอาวุธเป็ขวานขนาดใหญ่พาดอยู่บนบ่าที่เปลือยท่อนบนของร่างจนเห็นกล้ามเนื้อเป็มัดๆ ทั้งสองก้าวเดินท่ามกลางบรรยากาศวังเวงที่เวลานี้ไม่มีแม้สิ่งมีชีวิตใดใดสัญจรผ่าน ซึ่งเป็เื่ที่ดูผิดปกติสำหรับถนนเส้นหลัก
"แบกฉันที..." น้ำเสียงดูเหนื่อยล้าของสตรีลึกลับ อยู่ดีดีเธอก็ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นกะทันหัน เธอถอดชุดคลุมตัวยาวสีน้ำตาลสกปรกที่ปิดบังทุกส่วนของร่างกายออกเนื่องจากอากาศอันร้อนอบอ้าว เผยให้เห็นเส้นผมสั้นจนเกือบจะติดหนังหัวกับเสื้อหนังแขนกุดสีน้ำตาล หากมองผิวเผินเธอดูไม่ต่างอะไรกับชายหนุ่มร่างเล็ก ขัดตรงทรวดทรงอันบอบบางกับโครงหน้าที่สวยงามหากเส้นผมของเธอยาวกว่านี้คงไม่แพ้หญิงงามผู้ใดเมื่อพบเห็น
"ฉันเหนื่อยแล้ว!" เธอลงไปนอนเหยียดบนถนนไร้ผู้คน ชายร่างโตยืนนิ่งถอดถอนหายใจ ก่อนเอื้อมมือมาคว้าสตรีผู้เอาแต่ใจขึ้นมานั่งบนบ่าอีกข้าง ร่างสตรีผมสั้นถูกหิ้วขึ้นไปอย่างง่ายดาย ร่างบอบบางพยายามทรงตัวบนหัวไหล่
"จะทำอะไรน่ะ! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!" มือเรียวบางเหนี่ยวเส้นผมรุงรังไว้แน่น
"เก็บแรงเอาไว้...หมู่บ้านอยู่ข้างหน้า ฉันเริ่มได้กลิ่น..." ชายร่างโตเหมือนััได้ถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์
สตรีผมสั้นแก้มสองข้างเป็สีชมพูเรื่อด้วยความอับอาย รีบดมตามร่างกายของตนทันทีหมายหาที่มาของกลิ่น เธอคิดขึ้นมาได้ว่าไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันตลอดการเดินทาง กลิ่นที่ว่าอาจส่งออกมาจากตัวเธอก็เป็ได้
"นายสิตัวเหม็นกว่า!" เธอแสร้งมองไปทางอื่นพยายามกลบเกลื่อนด้วยอารมณ์โมโห เป็เื่น่าแปลกยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้านที่เป็เป้าหมายการเดินทางกลิ่นที่ว่าก็เริ่มชัดเจนขึ้น แม้แต่เธอก็ยังััได้ถึงมัน
ทั้งสองมาหยุดอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็แหล่งผลิตสุราชั้นเลิศ บรรยากาศดูเงียบสงบไม่เห็นแม้ผู้คนซักคนเดียว สิ่งที่เห็นชัดเจนสุดในเวลานี้คงจะเป็ร่องรอยขนาดใหญ่ทำลายบ้านเรือนไปเป็แถบทอดยาวออกไปจนทะลุชายป่าด้านหลัง
"แล้วเราจะเอายังไงต่อ..." สตรีผมสั้นะโลงจากไหล่ขวาแล้วยืนมองไปรอบๆหมู่บ้าน
"นั่งรอ" ชายร่างโตปักคมขวานลงพื้น สายตามองตรงไปข้างหน้า
"ไม่! ฉันจะไปเดินเล่นซักหน่อย ส่วนนายจะนั่งอยู่ตรงนี้ก็เชิญตามสบาย" เธอบิดี้เีตรงดิ่งเข้าไปใจกลางหมู่บ้าน โดยทิ้งชายร่างโตไว้เื้ั
"ระวังด้วย...ริน" ชายร่างโตยื่นมือออกไป หมายจะคว้าร่างสตรีผมสั้นกลับมาแต่เธอก็ทิ้งระยะออกไปเสียแล้ว
"รู้แล้วน่า! ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก" รินโบกมือปัดขึ้นลงเป็เชิงรำคาญ อันที่จริงการกระทำของชายร่างโตเมื่อครู่มันทำให้เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก รินเดินไกลออกมาจนลับสายตาการปลีกตัวออกมาทำใจให้สงบคงเป็เื่ดีกว่า แม้ว่าเขาจะดูแก่แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ร่วมเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกัน