ห้องโถงเรือนอุดรนางถังจิ่วหยินรู้เื่บุตรชายจะไปกินข้าวที่ห้องของฟังเยว่ฉิวจากปากของอาซิ่นั้แ่่สายจึงเรียกเขามาคุยถึงเหตุการณ์ที่ฟังเยว่ฉิวทำให้เสี่ยวจื้อาเ็ต่อหน้าเผิงฉานตันด้วยอีกคน
“นางมาจากบ้านป่าเมืองเถื่อนหรืออย่างไรถึงได้ใจคออำมหิตทำร้ายแม้กระทั่งแมวของท่านย่าคงนึกว่าพวกเราไม่กล้าทำอะไรนางใช่ไหม”
“ข้าไม่เห็นเหตุผลที่นางจะทำร้ายเสี่ยวจื้อ”
“เสี่ยวจื้อถูกทำร้ายกว่าจะตามตัวพบก็ใกล้ค่ำ เ้ายัง้าเหตุผลอะไรจากนางอีกอวี้เอ๋อร์เห็นเหตุการณ์กับตา ไหนจะเหมยเหม่ยและอาซิ่นอีกแต่นางก็ปากแข็งยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้ทำท่าเดียว”
“แล้วท่านย่าว่าอย่างไรบ้าง”
“ย่าเ้าแทบเป็ลมน่ะสิดีที่ได้ยาของหมอฉาง ไม่อย่างนั้นละก็...”
“ข้าจะไปเยี่ยมท่านย่า”เผิงเซิ่งอี้ทำท่าจะลุก มารดาจึงฉุดแขนเขาไว้
“ไปตอนนี้เท่ากับรบกวนท่านย่าเ้าดื่มยาเสร็จก็เข้านอนไปแล้ว เื่ด่วนที่ต้องจัดการคือฟังเยว่ฉิวนางคงโกรธเคืองอวี้เอ๋อร์ พอหาที่ลงไม่ได้ก็คงระบายเอากับเสี่ยวจื้อ” นางถังจิ่วหยินผูกเื่ราวเป็ตุเป็ตะหวังให้สามีและบุตรชายคล้อยตามอันจะได้หาเหตุขับไล่ฟังเยว่ฉิวให้พ้นจากจวนเสียเร็ววัน
ฉงอวี้หลิงดวงตาแดงก่ำหญิงสาวยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหยดน้ำปลายหางตา เมื่อเผิงเซิ่งอี้หันมาให้ความสนใจนางนึกสงสารเสี่ยวจื้ออยู่หรอกที่เหมยเหม่ยหนักมือ แต่การจะกำจัดฟังเยว่ฉิวให้พ้นทางก็จำเป็ต้องมองข้ามเื่เล็กน้อยหยุมหยิมนี้ไป และมันก็ได้ผลแม่สามีของนางโกรธจนลมออกหูท่านย่าเสียใจที่สัตว์เลี้ยงแสนรักประสบเื่ร้ายจนส่งผลต่อสุขภาพส่วนพ่อสามีนั้นก็ดูไม่พอใจฟังเยว่ฉิวเป็อย่างมากเช่นกัน
“เยว่เอ๋อร์จะเคืองเ้าด้วยเื่อะไร”
ฉงอวี้หลิงสวมหน้ากากสตรีอ่อนแอมิรู้เื่ราวว่าตนเองถูกคนผูกใจเจ็บ“อวี้เอ๋อร์ไม่รู้”
“นางริษยาที่อวี้เอ๋อร์เป็เมียของเ้าน่ะสิผู้หญิงใจคอโหดร้ายปานนั้น เ้ายังจะเลี้ยงไว้อยู่หรือ นางจ้องแม่เขม็งแววตาอาฆาตใส่อวี้เอ๋อร์จนแม่ใจสะท้าน หากเมียเ้าท้องไส้ขึ้นมาวันหนึ่งวันใดข้างหน้าฟังเยว่ฉิวจะไม่คิดทำอันตรายลูกของพวกเ้ารึยังไม่ครบสองเดือน นางกลับขวัญกล้าเทียมฟ้ากระทำอำมหิตกลางจวนแม่ทัพ บอกพ่อเ้าเขาก็ไม่เห็นด้วยที่แม่จะไล่นางออกจากจวนไปเวลานี้ หากนางจะอยู่ก็อยู่ไปแต่เ้าก็ควรกำราบนางให้หนัก”
กำราบให้หนัก...มารดา้าให้เขาลงไม้ลงมือกับฟังเยว่ฉิวหรืออย่างไรชาติบุรุษหากลงมือกับสตรีแล้วไซร้ จะยังนับได้ว่าเป็ชายอีกหรือ
“หรือเ้าเห็นดีให้แม่ออกคำสั่งโบยนางสักสิบไม้”เห็นท่าทางลังเลของบุตรชายแล้ว นางถังจิ่วยวินนึกฉุนเฉียวในใจนัก อย่าบอกนะว่าเ้าลูกชายตัวดีหลงใหลเสน่ห์ยั่วเย้าของนางผู้นั้นไปแล้ว
ฟากฝ่ายฉงอวี้หลิงครั้นแม่สามีเอ่ยเื่ตั้งครรภ์ให้นึกหวั่นใจนักนางมีเวลาร่วมห้องได้ปรนนิบัติสามีสามวันแล้วอย่างไรจนป่านนี้พรหมจรรย์นางก็ยังไม่มีร่องรอยของความด่างพร้อย
คืนนั้นชายหนุ่มเมามายหนักใน่เวลาที่นางกำลังคาดหวังถึงความสุขสมล้นใจอันใกล้มาถึงเขากลับหลับพับบนร่างนางไปเสียดื้อๆ ปล่อยนางแทบกลั้นใจตายอยู่ฝ่ายเดียวยังดีที่หลังตื่นนอน สภาพเปล่าเปลือยของนางและเขา ทำให้ชายหนุ่มยอมรับนางเื่กำลังดำเนินไปด้วยดี หากอาศัยความชิดใกล้อีกสักระยะเื่เขาจะมอบใจให้นางก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่แล้วฟังเยว่ฉิวก็โผล่เข้ามานางเป็ผู้หญิงในความทรงจำของเขา เป็ผู้หญิงที่เรียกเขาว่าพี่ต้าเผิงอย่างนี้แล้ว ผู้เป็สามีแต่ในนามยังจะมีแก่ใจมอบลูกชายให้นางอีกหรืออย่างไร
เขาคงนึกรังเกียจและต่อต้านที่มารดาบังคับให้รับนางจึงคิดมีทายาทกับองค์หญิงหงหญ่าเท่านั้นกระมังฟังเยว่ฉิวเคยทำให้พี่เซิ่งอี้ของนางยอมมอบป้ายหยกให้แล้ว ไม่แน่นางคนอัปลักษณ์อาจจะทำให้เขายอมมอบลูกชายเพื่อรับประกันสถานะของนางก็เป็ได้
อาการเผลอครุ่นคิดของฉงอวี้หลิงกอปรกับสีหน้าหม่นหมองอย่างคนอับจนหนทางทำให้แม่สามีกดดันทายาทคนเดียวของตระกูลอีกหน
“เ้าเก็บไปคิดให้หนักก็แล้วกันนะว่าควรจะทำดีกับนางอีกไหม ในเมื่อใจคอนางโหดร้ายออกปานนี้”
“ขอรับท่านแม่” เผิงเซิ่งอี้รับคำแล้วอยู่ร่วมกินมื้อค่ำกับครอบครัว เพื่อให้มารดาสบายใจเขาจึงเอาใจใส่ฉงอวี้หลิงตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมโต๊ะอาหารมิขาดตกบกพร่องหน้าที่ของสามีโดยจำยอมละทิ้งสัญญาเื่จะไปกินข้าวกับฟังเยว่ฉิว
หลังออกจากเรือนอุดรเผิงเซิ่งอี้ส่งฉงอวี้หลิงเข้าเรือนโดยลำพัง อาศัยข้ออ้างว่ามีงานต้องสะสางพรุ่งนี้จึงจะอยู่ค้างกับนางเป็กรณีพิเศษ ชายหนุ่มเดินกลับไปยังเรือนฝั่งขวาเขา้าพบฟังเยว่ฉิวคงเป็การไม่ยุติธรรมหากเขาตัดสินใจโดยพลการด้วยการฟังความข้างเดียว
ในเรือนนอน ฟังเยว่ฉิวนั่งอยู่ในห้องตามลำพังหญิงสาวกำลังทายาบนแผลที่แขนและหลังมือด้วยใบฮั่นเหลียนเฉา[1]ทุบจนแหลกซึ่งนับว่าฟ้ายังมีใจเมตตาให้นางพบต้นมันขึ้นแซมอยู่ในสวนกลางระหว่างเดินกลับห้อง
หญิงสาวได้ยินเสียงประตูเปิดเข้าใจว่าเป็อาซิ่น จึงบอกผ่านม่านออกมา
“เ้าไปนอนได้แล้วไม่ต้องอยู่เฝ้าข้าเพื่อคอยไปรายงานนายหญิงหรอก สัญญาว่าคืนนี้ข้าจะอยู่แต่ในห้อง”
“เหตุใดอาซิ่นต้องคอยรายงานเื่เ้ากับมารดาข้า”
พอรู้ว่าผู้มามิใช่อาซิ่นฟังเยว่ฉิวก็หันกายมองออกมานอกม่าน เผิงเซิ่งอี้กวาดฝ่ามือเปิดม่านแล้วพาร่างสูงใหญ่อย่างแม่ทัพชำนาญศึกเข้ามาในห้องส่วนในของหญิงสาว
สายตาคมตวัดมองท่อนแขนเรียวขาวที่มีรอยแดงเป็ทางยาวตลอดจนหลังมือขาวผ่องของนางซึ่งตอนนี้มีกลุ่มก้อนคล้ายสมุนไพรโปะอยู่
เมื่อถูกสายตาของเขาจับจ้องยังาแฟังเยว่ฉิวจึงรีบดึงแขนเสื้อลง หันกายกลับไปเก็บสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะทว่าก็ช้ากว่าฝ่ามือใหญ่ของเผิงเซิ่งอี้ ที่คว้าเอาท่อนแขนนางหวังให้นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
แรงมือของชายฉกรรจ์ทำให้ฟังเยว่ฉิวครางโอยหญิงสาวนิ่วหน้า มิอาจปิดบังความเ็ปของาแใต้ร่มผ้า
“ขอโทษที่ทำเ้าเจ็บ”
“เยว่เอ๋อร์ไม่ได้ทำร้ายเสี่ยวจื้อ”เขาคงจะมาเอาโทษนางดังเช่นมารดาของเขากระมัง
เผิงเซิ่งอี้ฉุดมือของนางให้นั่งลง
“ข้าดูมันได้หรือไม่”เขาเอ่ยขออนุญาตนาง แล้วค่อยๆ เปิดชายแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างชายหนุ่มเงยหน้าสบตานางที่เฝ้ามองทุกการกระทำของเขา
“รอข้า” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอันเป็ปรกติ ไม่มีโกรธเคืองแฝงอยู่แล้วผลุนผลันออกจากห้องนอนของนางไป เร็วเกินกว่าที่นางจะทักถามเหตุใดเขาจึงมาที่เรือนพักของนาง
ด้วยความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของคนฝึกยุทธ์เผิงเซิ่งอี้จากไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกล่องยาในมือ ชายหนุ่มลงนั่งฝั่งตรงกันข้ามหญิงสาวเขาประคองเรียวแขนนางวางพาดบนโต๊ะ แล้วเปิดตลับยากวาดเรียวนิ้วลงตวัดเอาตัวยาขึ้นมาแล้วค่อยๆ ทาบางๆลงบนแผลของนางอย่างเบามือที่สุด
ฟังเยว่ฉิวร้องไห้ออกมาเงียบๆภาพเบื้องหน้าตอนนี้ก็เหมือนดังเช่นในครั้งอดีตที่นางเคยถูกแมลงกัดแล้วพี่ต้าเผิงก็ค่อยๆ บรรจงทายาให้นาง เขายังดีกับนางเสมอไม่ว่าจะจดจำนางได้หรือไม่ แต่นางเล่าจะทนอยู่จนถึงวันที่เขารับรู้ถึงการมีตัวตนของนางในชีวิตของเขาเมื่อครั้งหลบภัยอยู่เมืองไท่ซาหรือไม่
เผิงเซิ่งอี้ได้ยินเสียงสะอื้นแ่เบาของฟังเยว่ฉิวแต่เขาก็ยังบรรจงทายาให้นางต่อจนทั่วทั้งสองแขนและสองมือหญิงสาวเจ็บตัวเพื่อแลกกับการทารุณเสี่ยวจื้อ...ไม่นางคงไม่โง่พอทำร้ายตัวเองให้ดูย่ำแย่ในสายตามารดาของเขาอันจะทำให้เขาไม่รักใคร่เอ็นดู
[1]ต้นกะเม็งสรรพคุณช่วยห้ามเื ป้องกันแผลติดเชื้อได้ เป็พืชล้มลุกขนาดเล็กดอกสีขาวเป็กระจุก ออกดอกแล้วก็ตาย ขึ้นได้ตลอดทั้งปี สูงประมาณ ๓๐-๕๐ ซม.ลำต้นมีขน กิ่งก้านแตกที่โคนต้น ใบรูปรีหรือรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบริมขอบหยักเป็ฟันเลื่อยออกตรงกันข้าม ถ้าเกิดในที่ชุ่มชื้นมีน้ำมากใบก็จะใหญ่เกิดในที่แห้งแล้งใบก็เล็ก