ตอนที่ 5
เวลา ตี 1
“อืมม หิวน้ำจัง ลงไปหยิบน้ำในครัวได้ไหมนะ” เขมิกาตัดสินใจเดินลงไปหยิบน้ำในครัว เพื่อดับกระหาย
“โห มืดจังพี่แก้วปิดไฟหมดเลยหรอเนี่ย ไหนละครัว อืม ทางนี้นี่นา” เขมิกาค่อยๆ ย่องเข้าไปในครัวช้าๆ ด้วยความไม่ชินทาง
“ทำอะไร ย่องอย่างกับแมวขโมย”
“ว๊ายย!! ตาเถร!! พ่อตายแม่ตาย!!” เขมิกาเอ่ยด้วยความใ ทำให้เสียหลักสะดุดขาเก้าอี้ในครัว
พ่อเลี้ยงเมื่อเห็นพี่เลี้ยงสาวกำลังจะล้มจึงเอาตัวไปรองรับพี่เลี้ยงสาวไว้ ทำให้เขมิกาล้มเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อเลี้ยงหนุ่มทันที ััแรกที่เธอรู้สึกคือกลิ่นแอลกอฮอล์ชั้นดี ที่ส่งกลิ่นแตะจมูกของเธอ หลังจากนั้นก็เป็ััของแขนที่มีมัดกล้ามดูสุขภาพดี ที่กอดรัดเธออยู่ หน้าท้องที่แข็งแรงคอยรับน้ำหนักจากการล้มกระแทกของเธอ รวมถึงความรู้สึกที่หน้าของเธอจมเข้าสู้อ้อมอกของพ่อเลี้ยง ทำให้ได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับแอลกอฮอร์จางๆ
ทางด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มเมื่อเอ่ยทักพี่เลี้ยงของลูกสาวจนทำให้เขมิกาใจนสะดุดล้มเข้าสู่อ้อมแขนของตน ก็ัักับกลุ่มผมที่มีกลิ่นหอมของแชมพูราคาแพง กลิ่นตัวที่มีกลิ่นของสบู่อ่อนๆ รวมทั้งหน้าอกขนาดคัพที่ใหญ่พอตัวเข้ามาัักับหน้าท้องของตน บวกกับแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ทำให้หัวใจของพ่อเลี้ยงเต้นแรง แก่นกายเกิดอาการปวดหนึบขึ้นมา จึงรีบจับเขมิกาให้ยืนมั่นคง
“เดินระวังหน่อยซิ” พ่อเลี้ยงเอ่ยเสียงดุ เพื่อระบายอารมณ์ที่เกิดขึ้น
“ขอโทษค่ะ พ่อเลี้ยง พอดีเขมหิวน้ำเลยลงมาหาน้ำดื่มค่ะ” เขมิกาตอบตะกุกตะกักเผื่อได้ยินเสียงพ่อเลี้ยงเอ่ยเสียงดุ
“แล้วทำไมไม่เปิดไปมาเดินมืดๆ ให้ตัวเองหกล้มหัวแตกทำไม” พ่อเลี้ยงต่อว่าขึ้นมา
“เขมไม่ทราบว่าไฟเปิดตรงไหนคะ ตอนปิดพี่แก้วเป็คนปิดค่ะ” เขมิกากล่าวให้พ่อเลี้ยงฟัง
“มาเอาน้ำใช่ไหม มานี้ตู้เย็น ดื่มเสร็จแล้วรีบกลับไปนอน ดึกแล้วนะ” พ่อเลี้ยงเอาน้ำให้เขมิกาดื่มแล้วเอ่ยไล่พี่เลี้ยงสาวด้วยความรวดเร็ว เมื่อเขมิการับไปแล้วก็ดื่มด้วยความรวดเร็วจนทำให้น้ำหกใส่เสื้อตอนเองเป็วงกว้าง น้ำหกเลอะพื้น
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ เขมรีบไปหน่อย” เขมิกาเอ่ยขอโทษพ่อเลี้ยงที่ทำให้พื้นเลอะ แต่พ่อเลี้ยงกลับไม่ได้ตอบอะไร แต่มองที่เสื้อของเขมิกาตาไม่กะพริบ เพราะตาของตนมองเห็นชัดกว่าคนปกติในที่แสงหน่อย ทำให้เห็นสิ่งที่อยู่หลังเสื้อที่เลอะน้ำอย่างชัดเจน
“รีบขึ้นไปนอนได้แล้ว” พ่อเลี้ยงเอ่ยดุเขมิกาอีกรอบด้วยเสียงที่เข้มกว่าเดิม เพราะแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในร่างกาย ทำให้ควบคุมอารมณ์บางอย่างค่อนข้างยาก
“งั้นเขมขึ้นไปนอนก่อนนะคะ” เขมิกาไม่รอให้พ่อเลี้ยงดุเป็ครั้งที่สาม ก็รีบวิ่งขึ้นไป้าด้วยความรีบเร่ง เมื่อเข้าห้องตนเองก็หอบหายใจด้วยความตื่นกลัว เธอเกือบโดนด่าไปแล้วดีนะวิ่งออกมาทัน เธอแอบใครในใจ
“โอ๊ย เสื้อเปียกหมดเลย ดีนะ ที่ในห้องครัวมืดไม่งั้นคงอับอายไปมากกว่านี้” เขมิกาพูดกับตัวเองเมื่อกลับมาถึงห้องแล้วเห็นสภาพของตนเองที่มีน้ำเลอะเสื้อจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน เมื่อเขมิกาเปลี่ยนเสื้อเสร็จจึงได้รีบเข้านอนด้วยความรวดเร็วเพราะพรุ่งนี้เธอยังต้องทำงานอยู่
ทางด้านพ่อเลี้ยง เมื่อพี่เลี้ยงสาววิ่งขึ้นชั้นบนจนลับตา ก็หันมาเปิดน้ำดื่มเพื่อดับกระหาย
ไม่รู้ว่ากระหายน้ำเพราะดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปหรือกระหายอย่างอื่นมากกว่ากัน เค้าพึ่งกลับจากการลองชิมไวน์ในโรงบ่มไวน์ภายในไร่องุ่นของตนเอง แต่ลองชิมไปหลายชนิดจึงทำให้มีอาการอย่างที่เป็อยู่
“รีบขึ้นไปอาบน้ำดีกว่า มันร้อนแปลกๆ เว้ย” พ่อเลี้ยงบ่นกับตัวเอง เมื่อพ่อเลี้ยงอาบน้ำล้างคราบสกปรกหลังจากทำงานมาทั้งวัน ก็เตรียมเข้านอน แต่ก่อนเข้านอนก็แวะไปเปิดห้องลูกสาวดูความเรียบร้อย ก่อนจะเบนสายตาไปดูประตูห้องของพี่เลี้ยงสาวที่ยังมีภาพของเสื้อนอนที่เปียกน้ำติดตาเค้าอยู่ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าห้องตัวเองไปพร้อมกับภาพติดตานั้น
เช้าวันต่อมา วันนี้พ่อเลี้ยงตื่นเช้ากว่าปกติเพราะอยากคุยธุระกับพี่เลี้ยงชั่วคราวของลูกสาว
“ปะป๊า ลงมาแล้วหรอคะ” ธาราเอ่ยทักพ่อของตนในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน เมื่อเห็นพ่อลงมารอตอนก่อนแล้ว
“พี่เขม รีบลงมาค่ะ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วจะได้ไปทำงานค่ะ” ธาราเร่งพี่เลี้ยงของตน
“ค่อยๆ เดินค่ะ เดี๋ยวตกบันไดนะคะ โอ๊ะ” เขมิกาเอ่ยด้วยความใเมื่อธาราวิ่งลงบันไดแต่ก้าวพลาด แต่เธอคว้าตัวธาราไว้ได้ทันจึงไม่ได้รับอันตราย พ่อเลี้ยงเมื่อหันมาเห็นลูกสาววิ่งลงบันไดมาก็กำลังจะเอ่ยเตือนแต่ห้ามไว้ไม่ทัน เป็จังหวะเดียวกับที่ธารากำลังจะตกลงไปแต่พี่เลี้ยงคว้าไว้ได้ทันพอดี
“ธารา ค่อยๆ เดินลูก เกือบตกบันไดแล้วนะ” พ่อเลี้ยงเอ่ยเสียงดุกว่าปกติ
ธาราเมื่อได้ยินก็รีบหยุดวิ่งทันทีพร้อมทั้งหันไปขอบคุณพี่เลี้ยงของตนที่คว้าตัวเองไว้ได้ทัน
“ขอบคุณค่ะ พี่เขม ธาราเดินแล้วค่ะ ไม่วิ่งแล้วค่ะ” ธาราหันไปตอบกับพี่เลี้ยงและพ่อของตน
“มา ให้ปะป๊ากอดหน่อยเมื่อคืนหลับฝันร้ายไหมครับ” พ่อเลี้ยงกอดปลอบลูกสาวพร้อมกับเอ่ยถามอาการนอนฝันร้ายของลูกสาว
“เมื่อคืนนอนสบายดีค่ะ ฝนไม่ตกหนูนอนเก่งๆ ค่ะ” ธาราอวดว่าตนเองเก่งที่นอนคนเดียวได้
“เก่งมากครับ มาทานข้าวกันครับ เดี๋ยวจะได้ไปโรงเรียน เธอก็ทานที่นี้แหละเดี๋ยวทานเสร็จฉันจะคุยธุระด้วย” พ่อเลี้ยงเอ่ยกับลูกแล้วหันไปคุยกับพี่เลี้ยงทันที
“อ่อ ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” เขมิกากล่าวออกไปแล้วนั่งทานข้าวกับสองพ่อลูกด้วยความสงบ พร้อมกับคอยมองดูคุณหนูธาราไปด้วยว่าทานข้าวเรียบร้อยดีไหม
“ธารา ปากเลอะค่ะ เอียงแก้มมาค่ะ เดี๋ยวพี่เช็ดให้” ธาราเอียงแก้มให้พี่เขมเห็นโดยอัตโนมัติ
“อาว ปะป๊าก็ทานเลอะเหมือนกันนะคะ มาค่ะเอียงแก้มให้พี่เขมเช็ดเหมือนธาราค่ะ มาค่ะ” ธาราบอกพ่อของตน
“เอ่ออ ปะป๊าของธาราน่าจะเห็นเองได้นะคะ ไม่ต้องให้พี่เข็ดให้หรอกค่ะ” เขมิกาเอ่ยด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน
“ไม่ได้ค่ะ ปะป๊าเอียงแก้มมาค่ะ เร็วๆ” ธาราเร่งปะป๊าของตน จนพ่อเลี้ยงต้องเอียงหน้าให้เขมิกาเช็ดให้เพราะธาราจ้องมองด้วยตาเขม็งกลัวปะป๊าตัวเองจะไม่ได้เช็ดหน้า เขมิกาจึงจำใจต้องเช็ดให้ตามคำเรียกร้อง พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีที่เกิดจากความอายของตน
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” เขมิกาเอ่ยบอกพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงจึงเอนหน้ากลับไปพร้อมกับแอบยิ้มมุมปากโดยที่ไม่มีใครเห็น
“ปะป๊าเก่งมากค่ะ คราวหลังอย่าทานเลอะอีกนะคะ” ธารากำชับพ่อของตน
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย หลังส่งธาราขึ้นรถไปโรงเรียน พ่อเลี้ยงก็หันมามองพี่เลี้ยงของลูกสาวพร้อมกับบอกว่าให้เดินขึ้นไปคุยธุระที่ห้องทำงานชั้น 2 ตน้าบอกรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของลูกสาวให้เขมิกาฟังจะได้รับมือได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น
“ผมจะแจ้งรายละเอียดอาการป่วยของธาราให้คุณฟังเพื่อที่จะได้รับมือได้ถ้าผมไม่อยู่” พ่อเลี้ยงอธิบายให้เขมิกาฟังโดยละเอียดถึงอาการต่างๆ จะได้ไม่เป็ปัญหาถ้าตนเองไม่อยู่บ้าน เมื่อคุยไปได้สักพักก็สอบเขมิกาว่าสงสัยตรงไหนหรือไม่
“เขมเข้าใจค่ะ แล้วถ้าเกิดกรณีฉุกเฉินแล้วพ่อเลี้ยงไม่อยู่ เขมสามารถติดต่อพ่อเลี้ยงทางไหนได้บ้างคะ หรือให้โทรแจ้งพี่นิน” เขมิกาถามเอาไว้
“098................... นี้เบอร์ติดต่อส่วนตัวของผม คุณโทรเข้ามาได้เลยถ้าเป็เื่ด่วนของธารา ผมเปิดไว้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือถ้าติดต่อไม่ได้ก็โทรบอกชนินทร์ได้เลย มีเบอร์ชนินทร์แล้วใช่ไหม” พ่อเลี้ยงถามพี่เลี้ยงชั่วคราวของลูกสาวตนเอง
“มีเบอร์ติดต่อกันแล้วค่ะ แลกเบอร์กันไว้เมื่อวาน” เขมิกาอธิบายให้พ่อเลี้ยงฟัง
“โอเค งั้นแยกย้ายไปทำงานได้ ส่วนเื่เงินค่าจ้างเดี๋ยวรอให้ทำงานครบ 1 สัปดาห์ตามที่คุณบอกแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที”
“ได้เลยค่ะพ่อเลี้ยงงั้นเขมขอตัวไปทำงานที่ไร่ก่อนนะคะ” เขมิกาหันหลังออกจากห้องทำงานของพ่อเลี้ยง
“อ้อ เื่การเดินทางไปกลับจากบ้านถึงฟาร์มในไร่ ผมเตรียมรถกอล์ฟของทางรีสอร์ตเอาไว้ให้คุณเดินทางไปกลับแทนนะ จะได้ไม่ต้องรบกวนชนินทร์ให้คอยไปรับไปส่ง คุณขับได้ใช่ไหม” พ่อเลี้ยงถามเขมิกา
“ขับได้ค่ะ เขมมีใบขับขี่รถยนต์อยู่แล้ว รถกอล์ฟขับได้สบายค่ะ” เขมิกาอธิบายออกไป
“งั้นก็ลงไปเอารถที่โรงจอดรถนะ คันสีขาวนั้นละ ผมให้คนขับเข้ามาให้แล้วเมื่อเช้า คุณขับไปได้เลย”
“ขอบคุณมากค่ะ” เขมิกายกมือไหว้ขอบคุณเ้านายที่เห็นถึงความสำคัญของการเดินทางไปทำงานของเธอ เมื่อเขมิกาเดินออกไป และได้ขับรถออกไปทำงาน พ่อเลี้ยงก็ออกจากบ้านเพื่อไปทำงานเช่นกัน หวังว่าคืนนี้จะไม่งานยุ่งจนต้องทิ้งลูกสาวไว้กับพี่เลี้ยงแค่ 2 คนอีก พ่อเลี้ยงแอบคิดในใจ
เมื่อเวลาตกเย็นมาถึง เขมิกาขับรถกอล์ฟเข้ามาบริเวณบ้านของพ่อเลี้ยงเ้าของไร่
“เฮ้อ วันนี้เมื่อยจัง ธารากลับมาจากโรงเรียนหรือยังเนี่ย วันนี้อากาศเหมือนฝนจะตกเลย คืนนี้น่าจะตกนะเนี่ย” เขมิกาเงยมองท้องฟ้าที่ตั้งเค้าทำท่าว่าจะมีฝนตก
“คุณเขมคะ คุณหนูกลับมาแล้วค่ะ เหมือนเธอจะมีอาการตัวร้อนหลังจากกลับมาจากโรงเรียนด้วย คุณเขมขึ้นไปดูบนห้องหน่อยได้ไหมคะ คุณหนูบอกว่าง่วงนอนอยากพักผ่อน เธอยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลยค่ะ วันนี้พ่อเลี้ยงไปทำธุระในตัวเมืองคงกลับบ้านดึกค่ะ” พี่แก้วบอกกับพี่เลี้ยงสาวด้วยความกังวล เพราะปกติถ้าคุณหนูมีอาการไม่สบายจะงอแงคิดถึงพ่อเป็พิเศษถ้ามีนมสายอยู่ด้วยยังพอช่วยกันดูแลไหว และวันนี้พ่อเลี้ยงแจ้งเธอมาว่าต้องกลับบ้านดึกเพราะมีงานประชุมที่เขตในตัวเมือง กว่าจะเดินทางกลับน่าจะดึกดื่นให้แจ้งพี่เลี้ยงเอาไว้ แต่คุณหนูกลับตัวร้อนเป็ไข้ขึ้น วันนี้มีพี่เลี้ยงอยู่ดูแลคนเดียวไม่รู้ว่าจะรับมือไหวหรือไม่
“ธาราอยู่บนห้องใช่ไหมคะ ถ้างั้นรบกวนพี่เลี้ยงทำข้าวต้มขึ้นไปให้คุณหนูบนห้องด้วยนะคะ” เขมิกาบอกพี่แก้ว
“ได้ค่ะ แล้วยาให้เตรียมขึ้นไปด้วยเลยไหมคะ” พี่แก้วถาม
“เตรียมยาทุกอย่างขึ้นมาพร้อมกันเลยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเขมดูอาการแล้วจะได้ให้ทานยาหลังทานข้าวเย็นไปด้วยเลย พี่แก้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลา” เขมิกากล่าวบอกแม่บ้านออกไป พร้อมกับเดินขึ้นไปดูธาราที่ชั้น 3 ด้วยความเร่งรีบ เพราะกลัวเดี๋ยวจะมีอาการไข้ขึ้นลูกจนเกิดอาการชักได้ เพราะเด็กในวัยนี้ไม่ควรให้มีไข้สูงโดยเด็ดขาด เธอคุ้นเคยกับการดูแลผู้ป่วยดีเพราะมารดาของเธอต้องคอยรักษาตัวเนื่องจากอาการป่วยที่เป็อยู่ตลอดเวลา บางวันก็ไข้ขึ้นสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ต้องรีบเช็ดตัว บางวันก็มีอาการปวดหัวบ้านหมุนทำให้ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
“ก๊อกๆ ธาราคะ พี่เขมเข้าไปได้ไหมคะ” เขมิกาเคาะประตูเพื่อขออนุญาตเ้าของห้อง
“แค๊ก แค๊ก พี่เขมเข้ามาได้เลยค่ะ ธาราเจ็บคอไม่ค่อยมีเสียงพูดค่ะ แถมยังปวดหัว ปวดตัวมากๆ ด้วย” ธาราเอ่ยบอกอาการกับพี่เลี้ยงสาวไปเมื่อพี่เขมเปิดประตูห้องเข้ามา
“ไหนขอพี่เขมดูอาการหน่อย เป็อย่างไรบ้างคะ ตัวร้อนไหม ไหนพี่ดูซิ อืม เหมือนตัวจะร้อนนะคะ เดี๋ยวธาราอย่าพึ่งนอนนะ พี่บอกพี่แก้วให้เอาข้าวต้มขึ้นมาให้เดี๋ยวทานข้าวแล้วทานยานะคะจะได้พักผ่อน” เขมิกาอธิบายออกไปให้เด็กน้อยเข้าใจ
“เขมิกาคิดถึงปะป๊าจังเลยค่ะ พี่เขมบอกปะป๊าให้รีบกลับมาหาธาราหน่อยได้ไหมคะ ธาราอยากกอดๆ ธารารู้สึกปวดตัวไปหมดถ้ากอดๆ ปะป๊า ธาราจะได้หายๆ” ธาราเอ่ยบอกกับพี่เลี้ยงถึงความ้าของตนเอง
“ได้เลย เดี๋ยวพี่โทรบอกปะป๊าให้รีบๆ มานะคะ แต่ธาราต้องทานข้าวทานยาให้เรียบร้อยก่อน ปะป๊าจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงมาก”
“ก๊อก ก๊อก ขอพี่แก้วเข้าหน่อยนะคะ นี้ข้าวกับยาค่ะคุณเขม เดี๋ยวพี่แก้วไปเตรียมผ้าเช็ดตัวกับน้ำให้นะคะ น่าจะต้องได้เช็ดตัวเพื่อลดไข้” พี่แก้วบอกออกไปพร้อมกับไปเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้
“ธารารู้สึกเป็อย่างไรบ้างคะ มาให้พี่วัดไข้หน่อยจ๊า อ้าแขนออกเร็ว” เขมิกาวัดไข้ให้ธารา ไข้อยู่ประมาณ 39.6 องศา ถือว่ามีไข้ค่อนข้างสูง
“ธาราปวดหัว ปวดตัว เจ็บคอค่ะ ปวดแผลที่หัวเข่าด้วย ธาราปวดหมดทุกอย่างเลยค่ะ”
“ธารามาทานข้าวกัน เดี๋ยววันนี้พี่เขมจะป้อน พี่แก้วคะ รบกวนเช็ดตัวให้ธาราระหว่างที่เขมป้อนข้าวได้เลยนะคะ ไข้เหมือนจะสูงมากเดี๋ยวถ้าช้าไปจะลดไข้ไม่ทันค่ะ” เขมิกากล่าวออกไปเมื่อพี่แก้วเดินออกมาพร้อมอุปกรณ์เช็ดตัว เมื่อป้อนข้าวให้ธาราเสร็จ ก็เอายาให้ธาราทานโดยด่วน
“ธาราทานยานะคะ เดี๋ยววันนี้พี่เขมจะนอนเป็เพื่อนธาราแทนปะป๊านะคะ ให้พี่เขมนอนด้วยได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ แต่ถ้าปะป๊ามาพี่เขมรีบให้ปะป๊ามานอนกับธารานะคะ” ธารากล่าวออกไปด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอ
“ได้เลย เดี๋ยวพี่บอกปะป๊าให้นะ พรุ่งนี้ตื่นมาธาราจะได้เห็นปะป๊าแน่นอนค่ะ” เขมิกาปลอบเด็กน้อยออกไป พร้อมกับหันไปสั่งพี่แก้วว่าเธอจะออกไปโทรหาพ่อเลี้ยงเื่อาการป่วยของธารา
“ตู๊ด ตู๊ด ครับ ใครครับ” พ่อเลี้ยงกล่าวออกมา
“ฮัลโหลค่ะพ่อเลี้ยง นี้เบอร์เขมเองนะคะ พอดีเขมกลับมาจากไร่แล้วคุณหนูมีอาการเป็ไข้ค่ะ ถ้าพ่อเลี้ยงเสร็จธุระแล้วรบกวนรีบกลับมาด่วนเลยนะคะ ธารางอแงหาพี่พ่อเลี้ยงค่ะ” เขมิกาอธิบายให้คนปลายสายฟัง
“ได้เดี๋ยวผมจะรีบทำธุระให้เสร็จ ตอนนี้ยังอยู่ที่ตัวเมืองอยู่เลย คิดว่ารีบยังไงก็น่าจะถึงบ้านเกือบๆ ตี 1 คุณช่วยดูไปก่อนนะ ถ้าไม่ไหวยังไงให้โทรเข้ามาหาผมได้ตลอด” พ่อเลี้ยงสั่งเขมิกา
“ได้ค่ะ ถ้างั้นเขมวางสายแล้วนะคะ” เมื่อเขมิกากดวางสายไปก็เข้าไปดูอาการป่วยของธาราต่อ ตอนนี้พี่แก้วกำลังเช็ดตัวเพื่อนลดไข้ให้กับธารา
“คุณหนูเพลียหลับไปแล้วค่ะ เดี๋ยววันนี้พี่แก้วคงจะอยู่ช่วยไม่ได้พอดีลูกชายที่บ้านพรุ่งนี้ต้องไปเข้าค่ายลูกเสือั้แ่เช้า คุณเขมดูแลไหวไหมคะ ให้ธาราตามนมสายให้ไหมคะ” พี่แก้วเสนอเขมิกา
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวเขมจะลองดูก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวเขมจะโทรหาพ่อเลี้ยงค่ะ พ่อเลี้ยงคงกลับดึกพี่แก้วก็อยู่ช่วยเท่าที่อยู่ช่วยได้ก่อนก็ได้ ถ้าจะกลับแล้วมาบอกเขมได้เลยนะคะ” เขมิกาบอกพี่แก้วออกไป เวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง พี่แก้วก็เดินทางกลับบ้านไปเพราะพรุ่งนี้มีธุระต้องจัดการั้แ่เช้า แถมท้องฟ้ากำลังส่งเสียงดังเพื่อเตือนให้ฟังว่ากลัวจะมีพายุเข้า
“กริ๊ง กริ๊ง เขมิกาพูดค่ะ อาวพ่อเลี้ยงหรอค่ะ” เขมิการับสาย
“ใช่ผมเอง ตอนนี้ในเมืองฝนตกหนัก ที่ไร่ฝนตกหรือยัง ถ้าตกแล้วคุณย้ายของเข้าไปตอนกับธาราได้เลยนะ เดี๋ยวธาราจะมีอาการฝันร้าย คุณนอนเป็เพื่อนธาราในห้องได้เลย” พ่อเลี้ยงกล่าวออกมาเสียงเครียด กลัวลูกสาวจะมีอาการกำเริบ
“ได้ค่ะ ที่ไร่ฝนกำลังจะตก แต่ยังไม่ตกค่ะ พี่แก้วกลับบ้านไปแล้วพ่อเลี้ยงมีอะไรอีกไหมคะพอดีเขมจะไปเช็ดตัวให้ธาราต่อค่ะ”
“ไม่มีอะไรแล้ว ถ้าคุณดูแลไม่ไหวให้รีบโทรบอกผมนะ” พ่อเลี้ยงสั่ง
“ไว้เดี๋ยวถ้าเขมไม่ไหวจะรีบโทรไปค่ะ” เขมิกากดวางสายพร้อมกับลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวมานอนเฝ้าไข้คนป่วย เมื่อชำระล้างร่างกายเสร็จก็กลับเข้ามาดูธาราต่อ
“แค๊ก แค๊ก ขอน้ำหน่อยค่ะ ปะป๊า” หนูน้อยธาราเอ่ยออกมา
“นี้น้ำค่ะธารา พี่เขมจะนอนเป็เพื่อนนะคะวันนี้ ปะป๊ายังไม่กลับมาธารานอนกับพี่ก่อนนะ แล้วถ้าปะป๊ามาแล้วเดี๋ยวพี่จะให้ปะป๊ามานอนแทนนะจ๊า” เขมิกากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
เวลาตอนนี้ประมาณเที่ยงคืนพ่อเลี้ยงหนุ่มยังเดินทางมาไม่ถึงในไร่เหตุเพราะมีฝนตกอย่างหนักทำให้การจราจรช้าลงกว่าปกติเป็อย่างมาก
“ครื๊ด ครื๊ด ปัง!! (เสียงฟ้าผ่า) ”
“ฮือ ฮือ อืม ช่วยด้วย แง๊ แง๊ ช่วยด้วย แค๊กๆ หายใจไม่ออก ฮือ ฮือ” ธาราละเมอออกมา
“โอ๊ โอ๊ พี่เขมอยู่นี้คะ ไม่ได้ทิ้งไปไหนคะ รีบนอนนะคะ โอ๊ โอ๊” เขมิการีบเข้าไปกอดปลอบพร้อมกับลูบหลังคนป่วยที่มีอาการไข้ขึ้นพร้อมกับละเมอจากอาการฝันร้าย
“อย่าไปค่ะ อย่าไป ย่าคะ ปู่คะ อย่าพึ่งไปไหนนะคะ อยู่กับหนูก่อน ฮือๆ ” ธารายกมือขึ้นไขว่คว้าอากาศเขมิกาจึงรวบมือของธาราเอาไวพร้อมกับกอดพร้อมไปเรื่อยๆ จนอาการสงบลง อาการละเมอและฝันร้ายของธารา วันนี้มีไม่มากเพราะพิษไข้ทำให้ร่างกาย้าพักผ่อนมากกว่าปกติ
“นอนนะคะ พี่อยู่ตรงนี้แล้วไม่ไปไหนแน่นอนค่ะ นอนนะเด็กดี เอ๊ เอ้ น๊า หลับซะน๊า” เขมิกาเอ่ยปลอบเด็กน้อยให้อาการฝันร้ายดีขึ้น
เมื่อธาราได้ยินเสียงปลอบจึงมีอาการสงบลง เหตุเพราะพิษไข้ด้วยทำให้เธอสงบลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันหน้าเข้าไปหาไออุ่นที่ได้รับจากอ้อมแขนของเขมิกา เด็กน้อยรู้สึกอบอุ่นกว่าทุกครั้งั้แ่เธอสูญเสียคนสำคัญไป ก็ยังไม่มีกอดที่อบอุ่นและปรารถนาดีเท่ากอดนี้ อ้อมกอดที่เหมือนกับย่าของตนที่เลี้ยงดูเธอมา
“ย่าค่ะ อยู่กับธาราก่อนนะคะ ธาราเหงา ธาราคิดถึงย่ามากๆ เลยค่ะ ย่ากอดธาราแน่นๆ นะคะ” เด็กน้อยละเมอออกมาด้วยพิษไข้ คิดว่าอ้อมกอดนี้เป็ของย่าตน
“ไม่ไปไหนคะ พี่อยู่ตรงนี้ นอนซะนะเด็กดี” เขมิกาเอ่ยปลอบอีกครั้งเมื่อเด็กน้อยหลับไปเพราะความเพลียจึงทำให้เธอหลับตามไปเพราะความเหนื่อยล้าด้วย แต่เด็กน้อยก็ยังไม่ละจากอ้อมกอดที่เปรียบเหมือนย่าของตน
เวลาประมาณตี 1 กว่า พ่อเลี้ยงก็ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านด้วยท่าทีอ่อนเพลีย
“แอ๊ดดดดดดดดดดด” เสียงเปิดประตูห้องลูกสาวดังด้วยความแ่เบา
“อือ” เขมิกาสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกมีความเคลื่อนไปภายในห้อง
“อาว พ่อเลี้ยงกลับมาแล้วหรือคะ” เขมิกาลืมตาตื่นด้วยความงัวเงีย
“ย่า อย่าไปค่ะ” ธาราสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกว่าความอบอุ่นที่ได้รับกำลังจะหลุดลอยออกไป
พ่อเลี้ยงอดแปลกใจไม่ได้เมื่อได้ยินลูกสาวพูดถึงมารดาของตน เค้าไม่ได้ยินลูกสาวเอ่ยเรียกคำนี้ั้แ่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน
“ชู่ นอนลงเถอะ ผมแค่เข้ามาดูนะว่าธาราเป็อย่างไรบ้าง ถ้าเค้าไม่ฝันร้ายผมก็เบาใจ” พ่อเลี้ยงบอกเขมิกา
“คุณนอนเถอะเดี๋ยวผมไปอาบน้ำแล้วจะเข้ามาดูใหม่” พ่อเลี้ยงเดินออกไปด้วยความเงียบเหตุเพราะกลัวลูกสาวจะใตื่น เมื่อเดินออกมาจึงไปตรงเข้าไปยังห้องตนเองเพื่อชำระล้างร่างกายให้เกิดความสดชื่นขึ้น เมื่อใช้เวลาอาบน้ำสักพัก ก็เดินกลับเช้าไปที่ห้องของลูกสาวที่มีพี่เลี้ยงสาวอยู่ด้วยอีกครั้ง
“อือ เหมือนไข้จะขึ้นอีกแล้วนะ” พ่อเลี้ยงแอบวัดไข้ลูกสาว
“อือ พ่อเลี้ยงมาแล้ว พ่อเลี้ยงจะนอนกับธาราไหมคะ เดี๋ยวเขมจะลุกออกไปนอนห้องตัวเองก็ได้คะ”
“ธารามีไข้อีกแล้วนะ คุณให้ทานยาไปเมื่อตอนไหน” พ่อเลี้ยงสอบถามรายละเอียด เขมิกาจึงเหลือบดูนาฬิกา
“ทานไปเมื่อประมาณ 3 ชั่วโมงก่อน เดี๋ยวเช็ดตัวลดไข้ไว้ก่อน เดี๋ยวไข้จะขึ้นสูงไปมากกว่านี้ค่ะ” เขมิกาอธิบายให้พ่อเลี้ยงฟังพร้อมกับขยับตัวจะลุกขึ้นไปเอาผ้าและอุปกรณ์มาเช็ดตัว
“อือ ย่า ธารากอดอยู่ ย่าอย่าขยับตัวซิคะ” ธาราละเมอออกมาเมื่อความรู้สึกเหมือนความอบอุ่นที่ได้รับกำลังจะหายไป
“คุณนอนเถอะเดี๋ยวผมจัดการเอง” พ่อเลี้ยงบอกให้เขมมิกาเอนตัวลงไปกอดลูกสาวเค้าไว้เผื่อไม่ให้ตื่นขึ้นมา เมื่อเตรียมอุปกรณ์เสร็จ ก็เข้าไปเช็ดตัวให้ลูกสาวด้วยความแ่เบาเพราะกลัวลูกสาวจะตื่นขึ้นมางอแงเหมือนทุกคราวเมื่อเช็ดตัวใกล้เสร็จ ธาราจึงแอบสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมามองคนที่กำลังเช็ดตัวให้ตนเอง
“อือ ปะป๊ามาแล้วหรอคะ ธาราหนาวคะ ปะป๊าขึ้นมากอดธาราหน่อย ธาราอยากกอดย่าและปะป๊าไปพร้อมๆ กัน” เด็กน้อยรู้สึกตัวเมื่อมีคนมาเช็ดตัว พอบอกปะป๊าไปก็หลับตาแต่มือยังคงจับแขนพ่อของตนให้ลงมานอนกับตัวเอง
เขมิกาแอบมองทุกการกระทำของสองพ่อลูกแต่ตัวเองไม่กล้าขยับตัวและไม่กล้าส่งเสียงดังเพราะกลัวจะทำให้ธาราตื่น จึงได้แต่นอนมองพ่อเลี้ยงเช็ดตัวให้ลูกสาวไปโดยไม่ได้พูดอะไร ได้แต่แอบคิดในใจว่า ดูอบอุ่นใจจัง ที่มีพ่อมาคอยเช็ดตัวดูแลลูกสาวด้วยความอ่อนโยน เขมิกาแอบประทับใจในตัวพ่อเลี้ยงโดยไม่รู้ตัว
เมื่อลูกสาวดึงมือพ่อเลี้ยงเอาไว้ให้ลงมานอนด้วยกัน พ่อเลี้ยงก็เหลือบตาขึ้นไปมองพี่เลี้ยงของลูกสาว ทำให้สบตากับพี่เลี้ยงโดยไม่รู้ตัว เขมิกา เมื่อสบตากับพ่อเลี้ยงก็ทำอะไรไม่ถูก จะลุกออกไปก็ไม่ได้จะหลบตาหนีก็ไม่ทัน จึงได้แต่ส่งยิ้มไปให้พ่อเลี้ยงด้วยความจำยอม
“พ่อเลี้ยงลงมานอนเถอะค่ะ เดี๋ยวธาราจะตื่นขึ้นมางอแง เรารีบนอนพักผ่อนกัน จะได้ลุกขึ้นมาเอายาให้ธาราทาน” เธอเอ่ยชวนให้พ่อเลี้ยงลงมานอนด้วยกันด้วยความไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าถึงยังไงตรงกลางก็มีธารานอนคั้นกลางอยู่ เธอคงไม่ได้เสียหายอะไร พร้อมกับเห็นใบหน้าที่อ่อนเพลียของพ่อเลี้ยงตนจึงไม่ได้กล่าวอะไรออกไปให้มากความ เธอคิดว่าเราควรพักผ่อนกันได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะได้ตื่นขึ้นไปทำงานกันต่อ
พ่อเลี้ยงเห็นเขมิกาเอ่ยออกมาเช่นนั้นก็ตัดความกังวลใจออกแล้วล้มตัวลงนอน พร้อมกับเอามือไปกอดลูกสาวไว้ แต่หลีกเลี่ยงที่จะถูกตัวพี่เลี้ยงของลูก เพื่อไม่ให้พี่เลี้ยงเกิดความไม่สบายใจ จากนั้นตนก็หลับไปด้วยความรวดเร็ว
“กริ๊ง กริ๊ง” เสียงนาฬิกาปลุกเตือนเมื่อถึงเวลาทานยาในรอบถัดไป เขมิกาตื่นขึ้นมาพร้อมกับเตรียมตัวจะลุกขึ้นไปหยิบยา จึงคิดที่จะแกะแขนเล็กๆ ของธาราออกจากตนก่อน
“อือ ไม่ต้องแกะหรอกเดี๋ยวผมไปหยิบเอง ไหนยาละ” พ่อเลี้ยงเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาก็ตื่นขึ้นมาด้วยเช่นกัน
“อ้อ ทางนี้เลยค่ะ อยู่บนหัวนอนทางด้านที่เขมนอนค่ะ” พ่อเลี้ยงเมื่อได้ยินดังนั้น จึงลุกขึ้นเอื้อมมือขึ้นไปหยิบยาลูกสาว
“ธาราครับ ตื่นมาทานยาก่อนลูก” ธาราเมื่อได้ยินเสียงเรียกก็ตื่นขึ้นมาทานยาพร้อมกับนอนต่อไปด้วยความรวดเร็วแต่ในอ้อมกอดก็ยังไม่ปล่อยพี่เสียงสาวออกไป พร้อมทั้งเอาหน้าซุกเข้าไปที่หน้าออกของพี่เลี้ยงเพื่อนให้คนเองได้รับความอบอุ่นกับอ้อมกอดที่นิ่มๆ ด้วย
“อือ” เขมิกาส่งเสียงออกมาเมื่อเธอรู้สึกจักจี้ พ่อเลี้ยงเห็นทุกการกระทำของลูกสาว เมื่อได้ยินเสียงพี่เลี้ยงจึงหันขึ้นไปมอง จึงสบตากับพี่เลี้ยง เขมิกาเมื่อเห็นพ่อเลี้ยงมองมาก็เกิดอาการหน้าแดงที่เธอเผลอส่งเสียไปด้วยความเสียวตอนที่ธาราหันมาซุกที่หน้าอกเธอ เธอจึงเอ่ยออกมาเก้เก้อว่า
“เรามานอนด้วยกันดีไหมคะ เอ่ย” เธอเผลอพูดผิดไป ทำให้ความหมายมันฟังดูแปลกๆ
“เรามานอนกันดีกว่าไหมคะ เดี๋ยวก็เช้าแล้วจะพักผ่อนกันไม่เพียงพอ” เขมิการีบแก้ตัวออกไปด้วยความเขินที่เธอเผลอพูดจากำกวมออกไป พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง
“อือ นอนเถอะ” พ่อเลี้ยงเมื่อได้ยินคำพูดที่มีความหมายกำกวมเกิดหัวใจกระตุกเมื่อคิดตามคำพูดนั้น พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงตามไปด้วย ก่อนที่เขมิกาจะแก้คำพูดใหม่ด้วยความเขิน พ่อเลี้ยงจึงไม่ได้พูดอะไรออกไปอีกเพราะกลับพี่เลี้ยงสาวจะใซะก่อน พ่อเลี้ยง เขมิกา และธานาจึงนอนหลับอยู่ในห้องเดียวกันจนถึงเช้า