เอ๋!! นี่เ้าไร้พลังเวทงั้นเหรอเนี่ย?”เ้าหน้าที่ตรงจุดลงทะเบียนะโเสียงดังลั่น
“คะ...ครับ” เมฆทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ที่จุดลงทะเบียนแข่งขันมีลูกแก้วสำหรับดูข้อมูลอยู่ด้วยลูกแก้วนี้เป็คนละลูกกับที่เมฆเคยลงทะเบียนที่หน่วยลงทะเบียนแต่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ลูกแก้วลูกอื่นได้โดยเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายเวทมนตร์
พอเ้าหน้าที่รับเอาใบสมัครจากเมฆไปและเช็คข้อมูลจากหน่วยลงทะเบียนของอาณาจักรดูพบว่าเมฆนั้นเป็ผู้ไร้พลังเวททำให้เ้าหน้าที่ใจนเผลอะโออกมาสุดเสียง
เมฆเหงื่อตก...ปกติแล้วข้อมูลแบบนี้มันสมควรเป็ความลับไม่ใช่หรือไงกันเล่นะโออกมาดังขนาดนี้มันก็ไม่ใช่ความลับแล้วสิ
“ข้าก็ได้ข่าวลือมาเหมือนกัน ว่ามีผู้มาเกิดใหม่เป็ผู้ไร้พลังเวทได้เจอตัวจริงแล้วสิ” เ้าหน้าที่พูดด้วยแววตาสดใส
“อย่าพูดเหมือนผมเป็คนดังกับไอ้เื่แบบนั้นได้ไหมครับผมไม่ได้รู้สึกภูมิใจเลยนะ”
“แต่ที่เ้าลงสมัครแข่งมาแน่ใจดีแล้วเหรอ?สำหรับเ้ามันดูอันตรายไปหน่อยไหม?”
“ก็ต้องขอบคุณคนแถวนี้นั่นล่ะครับ ที่ทำผมมีปัญหาแบบนี้น่ะ”เมฆพูดพร้อมกับมองหาไอซ์ แต่เ้าตัวบอกขอไปทำอะไรสักอย่างตอนมาถึงจุดลงทะเบียนเขาเลยหาไม่เจอ
“เราก็ไม่ได้มีกฎห้ามไม่ให้คนไม่มีพลังเวทลงแข่งด้วยสิในกรณีนี้เ้าก็ดันเป็คนแรกอีก อืม...คงไม่เป็ไรแบบนี้ทำข้าลำบากต้องจัดตารางให้เ้านิดหน่อยแฮะแล้วทีนี้ข้าจะจัดให้เ้าไปสู้กับใครที่ดีล่ะเนี่ย? คงต้องเป็คนที่พลังเวทไม่สูงสินะ”
เ้าหน้าทีก้มลงกรอกรายละเอียดก่อนจะอธิบายกฎ
“กฎการแข่งขันง่ายๆ ห้ามพกพาอาวุธหรือเครื่องมือใดเข้าสนามต่อสู้เอาชนะคู่ต่อสู้โดยการทำให้หมดสภาพหรือทำให้คู่ต่อสู้ออกจากเขตแดนสนามต่อสู้...แล้วก็นี่”เ้าหน้าที่ยื่นกระดาษใบหนึ่งให้
“อะไรน่ะครับ?” มันเขียนด้วยภาษาที่เมฆอ่านไม่ออกอีกแล้วทำไมไม่รู้จักแปลให้คนของโลกเดิมได้อ่านได้บ้างเนี่ย
“ใบเซ็นยิมยอมรับข้อตกลง ว่าตนยินดีรับความเสี่ยงซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตและร่างกายโดยหากเกิดสิ่งเ่าั้ขึ้นจะไม่เรียกร้องสิ่งใดจากผู้จัดการแข่งขันในครั้งนี้”เ้าหน้าที่พูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง
เมฆได้ยินแบบนั้นถึงกับต้องกลืนน้ำลาย
“มันเคยมีคนตายด้วยหรอครับ?”
“ไม่มีหรอก”
“แล้วจะทำหน้าจริงจังทำไมเล่า!” เมฆเผลอตบมุกจนได้
“เราเองก็พยายามให้ผู้แข่งขันไม่เอาชีวิตกันอยู่หรอกแต่บางทีก็มีเกินเลยไปบ้าง บางครั้งก็าเ็สาหัส ต่อให้เราจะมีหน่วยรักษาที่มีเวทฟื้นฟูเตรียมพร้อมไว้แล้วก็เถอะแต่าแฉกรรจ์มันรักษาด้วยเวทอย่างเดียวไม่ได้หรอกขอแนะนำให้เ้ารีบยอมแพ้ทันทีเมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้นะ”
‘โลกที่เห็นการต่อสู้ชนิดเอาเป็เอาตายเป็เื่ปกตินี่มันโลกยุคไหนกันเนี่ย? โลกแฟนตาซีนี้มันชักจะดาร์คเกินไปแล้วนะนี่มันเสี่ยงยิ่งกว่าเสี่ยงอีก’
เมฆคิดในใจได้แบบนั้น จึงไม่มีความลังเลที่จะถอนตัว
“ถ้าเป็ไปได้ผมจะถอนตัวตอนนี้เลยก็ได้นะผมไม่ได้อยากจะลงไปสู้กับคนที่มีพลังเวทหรอกนะครับ”
“หืม? จะถอนตัวก็ได้อยู่หรอก แต่เ้าสมัครมาแล้วนะทำไมมาเปลี่ยนใจตอนนี้ล่ะ?” เ้าหน้าที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเมฆจะถอนตัวทั้งๆ ที่สมัครมาแล้ว แถมยังมาลงทะเบียนแล้วด้วย
เมฆดีใจทันทีเมื่อพบโอกาสเพราะเขาแค่ลองเปิดประเด็นดู
ในที่สุดโอกาสก็มาถึงเขาต้องรีบถอนตัวเดี๋ยวนี้
“เื่นั้นช่างมันเถอะครับคิดใช่ไหมว่าการที่ผมจะลงไปสู้กับคนมีพลังเวทน่ะ มันเสี่ยงตายชัดๆ ตอนแรกผมก็แค่อยากได้ทุนครับแต่ตอนนี้ไม่เอาแล้ว ผมรักชีวิตตัวเองมากว่า และเพราะว่ามีคนสมัครให้ไปแล้วผมเลยต้องมาลงลงทะเบียนเพื่อแค่ไม่ให้โดนตัดสิทธิ์ในการเรียนเท่านั้นเองต่อให้ผมรู้สึกเสียดาย แต่ผมสู้พวกเขาไม่ไหวหรอกนะครับ” เมฆเล่นละครยาวเหยียดหวังจะให้เ้าหน้าที่เห็นใจ
เ้าหน้าที่กลับทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าเมฆพูดเื่อะไร
“ตัดสิทธิ์ในการเรียน? ที่จริงแล้ว...”
แต่ก่อนที่เ้าหน้าที่จะพูดจบก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกล
“แหม แหม แหม~ อะไรกันล่ะเนี่ยทำไมในงานแข่งขันแบบนี้ ถึงได้...มีคนไร้เวทมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ได้กันนะ”
มองตามเสียงไปจะพบเด็กหนุ่มผมทองซึ่งเป็เ้าของเสียงเขาเดินมาหยุดอยู่ห่างออกไปจากเมฆประมาณ 1่ตัว
สวมชุดทะมัดทะแมงแสดงว่าเป็ผู้เข้าร่วมแข่งขันอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้านหลังของเด็กหนุ่มเ้าของเสียง มีเด็กหนุ่มในวัยใกล้เคียงกันยืนประกบอยู่ด้วยอีก2 คน คนหนึ่งตัวดูผอมเพรียวหน้าตอบ อีกคนหนึ่งเป็คนรูปร่างใหญ่โต ชนิดที่ใครเห็นก็คงไม่อยากมีเื่ด้วยพวกเขาใส่ชุดผู้ลงแข่งขันเช่นเดียวกัน
เสียงของเด็กหนุ่มผมทองคนนั้นทำให้ทุกสายตาในบริเวณนั้นต่างจับจ้องมายังพวกเขา
มีเสียงคุยกันจากหมู่คนมุงโดยรอบ
‘เมื่อกี้ได้ยินว่าเ้าเด็กผมดำนั่นเป็ผู้ไร้พลังเวทนะ’
‘จริงเรอะ? บ้าน่าโลกนี้มันไม่มีคนไร้พลังเวทมาตั้งนานแล้วนะ’
เสียงนั้นดังพอที่เมฆจะได้ยินเขานึกในใจว่าความลับของตัวเองเริ่มแพร่กระจายออกไปจนได้ แต่ก็ได้แต่ทำใจยังไงวันหนึ่งทุกคนก็คงรู้กันอยู่ดี แล้วมันก็ไม่ใช่ความลับอะไรมากด้วย
เขาเลือกจะไม่สนใจเสียงเ่าั้และหันมาสนใจเื่ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
“ใครน่ะครับ?” เมฆหันมาถามเ้าหน้าที่
“นี่เ้าไม่รู้จักงั้นรึ ท่านมาคัส ซิกฟรีค เขาเป็บุตรคนโตจากตระกูลซิกฟรีคไงหัวหน้าตระกูลมียศเป็ถึงเคานต์เลยนะแถมได้ข่าวว่าตัวท่านมาคัสเองก็เป็ผู้มีพร์ทางเวทน้ำด้วย”
พูดมาถึงตรงนี้เมฆก็ไม่ได้เข้าใจว่าเคานต์เนี่ยมันเป็ยศที่ใหญ่แค่ไหนเพราะเขาไม่ได้รู้เื่ของระบบศักดินาเลย แต่ทำตัวเบ่งแบบนี้ก็คงใหญ่พอตัว
ผู้ติดตามทางด้านหลังที่มีรูปร่างผอมบางะโออกมาด้านข้างมาคัส
“ใช่แล้ว จงจำไว้ซะเ้าสามัญชน ท่านมาคัส ซิกฟรีคผู้นี้จะเป็ผู้นำตระกูลต่อไปในภายภาคหน้ายังไงล่ะ”
ทุกคนที่นั่นต่างเข้าใจดีว่าผู้ติดตามคนนี้กำลังทำอะไร
ระบบศักดินาสำหรับผู้คนจากต่างโลกนั้นเป็สิ่งที่ทรงพลังมากยิ่งมียศสูงก็ยิ่งมีพลังในการต่อรอง รวมไปถึงอิทธิพลปากเสียงในสังคม
คนที่เป็สมาชิกในตระกูลยศสูงๆจึงมักมีผู้ติดตามมากมายโดยผู้ติดตามเ่าั้หวังจะพึ่งพาอิทธิพลของผู้นำช่วยให้ตัวเองไต่เต้าได้สูงขึ้น
สิ่งที่ผู้ติดตามของมาคัสกำลังทำอยู่มองได้ว่าเป็การยกยอปอปั้นเพื่อเอาใจผู้เป็นาย
เมฆเองก็เข้าใจเื่ลูกกะจ๊อกที่ชอบติดสอยห้อยตามลูกพี่ไปไหนมาไหนดีของแบบนี้ในโลกเดิมเองก็มีถมเถ
“แล้ว...มีอะไรงั้นหรอครับ?” เมฆพูดกับมาคัสเข้าใจดีว่าชายคนนี้คงตั้งใจมาเบ่งใส่
เมฆไม่ชอบการมีปัญหานักตัดสินใจจะหลีกเลี่ยงเสมอถ้าทำได้
“ข้าได้ยินแล้วนะว่าเ้าเป็ผู้ไร้พลังเวทน่ะ กล้ามาลงแข่งแบบนี้คิดว่าจะเอาชนะผู้มีพลังเวทได้รึไง? หัดเจียมตัวซะบ้าง!”มาคัสพูดอย่างอวดดี
เมฆที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้โกรธนักที่โดนดูถูกเื่ที่ตัวเองไร้พลังเวท
คงเพราะตัวเองก็พึงระลึกในใจไว้อยู่แล้วว่าไม่มีพลังพอตอนโดนคนอื่นตอกย้ำก็ไม่ได้รู้สึกรู้สามากมาย เอาเข้าจริงกลับรู้สึกเฉยๆ ด้วยซ้ำ
อีกอย่าง ในโลกเดิมมันก็ไม่ได้มีเวทมนตร์แบบนี้มาั้แ่แรกแล้วมันเพิ่งจะมีตอนที่มันกลายเป็โลกใหม่ต่างหาก ตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกผิดแปลกจากชาวบ้านอะไรเลย
คนจากต่างโลกเอง ก็ไม่เคยมีใครมาพูดดูถูกแบบนี้เ้าหน้าที่คนนี้ยังดีใจด้วยซ้ำที่ได้เจอเขา
คงมีแต่พวกขุนนางวางก้ามเท่านั้นล่ะที่มาใส่ใจดูถูกดูแคลนคนอื่นกับเื่แบบนี้
เมฆทำหน้าหน่ายใจที่อยู่ดีๆ ก็ดวงซวยมาเจอคนนิสัยอย่างนี้จนได้
“คร้าบ คร้าบ ผมก็ไม่ได้บ้าพอจะไปสู้กับคนมีพลังเวทหรอกผมเลยจะถอนตัวอยู่นี่ไง...ฝากด้วยนะครับคุณเ้าหน้าที่” เมฆหันไปบอกกับเ้าหน้าที่
“ดะ...ได้สิ รอสักครู่นะ” เ้าหน้าที่กุลีกุจอทำเอกสารบางอย่างด้วยความร้อนรน
มาคัสหัวเราะ ยังคงถากถางเมฆต่อ
“หึๆ นั่นล่ะดีแล้ว ไอ้คนไร้ค่าแบบเ้าน่ะมันไม่เหมาะกับสถานที่แบบนี้สักนิดจำไว้ด้วย!”
เมฆที่ได้ยินแบบนี้เข้าก็เริ่มจะโกรธขึ้นมาบ้างเขาหันไปมองทางมาคัสอย่างขุ่นเคือง
เ้าหน้าที่เห็นอาการของเมฆที่เริ่มโกรธเลยต้องกระซิบเสียงเบา
“อย่าทำท่าทางแบบนั้นสิเ้าหนุ่ม อย่าคิดจะไปมีปัญหากับคนแบบนั้นเลยนะไปทำใจให้สงบก่อนดีไหม ข้าจะจัดการเื่เอกสารการถอนตัวให้เอง”
ขืนอยู่ต่อไปคงจะโดนมาคัสกวนประสาทไม่เลิกจนโกรธมากกว่านี้แน่เมฆคิดได้แบบนั้นเลยเลือกที่จะพยายามปล่อยวางแล้วหันหลังเดินหนี
มาคัสที่เห็นเมฆทำท่าจะเดินหนีไปเลยยิ่งได้ใจ
“หนีไปนั่นล่ะดี เหมาะแล้วกับคนไร้ค่าแบบเ้าน่ะ ฮ่ะๆๆ” มาคัสหัวเราะ
เมฆยิ่งฟังยิ่งชักยิ่งหงุดหงิดไม่รู้ว่าคนแบบนี้เติบโตมาแบบไหนถึงดูถูกดูแคลนคนอื่นที่ไม่มีมีความสามารถนัก
เขาหวังว่าจะออกไปจากตรงนี้โดยเร็ว
แต่มาคัสที่ยังได้ใจอยู่ยังคงราวีไม่เลิก และส่งเสียงดังตามหลังมา เพราะเมฆยังไม่ได้เดินออกห่างไปไกล
“อ้อ...แล้วข้าก็เห็นเ้ามากับเพื่อนคนหนึ่งสินะข้าล่ะช่างสมเพชเ้านั่นเหลือเกิน ที่มันต้องมาคบค้าสมาคมกับคนไร้ค่าแบบเ้าเนี่ย”
คำพูดนั้นทำให้เมฆหยุดเดิน คิ้วกระตุก
“อะไรนะ...สมเพช?” เมฆกำหมัดพร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มโกรธจริงจัง
เมฆค่อยๆ หันมาหามาคัส
เขาทนดูถูกว่าไร้เวทและไร้ค่าก็ยังทนไหว แต่บางอย่างในคำพูดของมาคัสนั่นทำให้เมฆตัดสินใจจะไม่ทนอีก
พวกของมาคัสเองเมื่อได้เห็นหน้าตากับแววตาของเมฆที่กำลังโกรธกลับเริ่มรู้สึกตระหนก
มาคัสเผลอถอยไปหนึ่งก้าวด้วยความตระหนกไม่นึกว่าจะมีคนกล้ามีปัญหากับตัวเองที่เป็บุตรคนโตของตระกูลซิกฟรีคซึ่งเป็ถึงตระกูลเคานต์
ทุกคนในที่นั้นได้เห็นเมฆที่ท่าทางแบบนั้นก็เข้าใจในทันทีว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังโกรธสุดๆ และพร้อมจะมีเื่กับคนตรงหน้า
เสียงคุยกันเล็ดลอดออกมาจากรอบข้าง
‘เฮ้ยๆ เ้าเด็กนั่นจะเอาจริงล่ะ’
‘แต่เด็กนั่นไร้เวทนะ อีกฝ่ายเป็ท่านมาคัสที่ลือว่าเป็ผู้มีพร์เชียวนะ’
‘คิดจะมีปัญหากับตระกูลซิกฟรีคจริงๆ หรอ? นั่นตระกูลเคานต์นะ’
ปฏิกิริยาของผู้คนโดยรอบทำให้มาคัสกลับมาเผยรอยยิ้มอีกครั้ง...ใช่เขายังไม่ลืมว่าครอบครัวตนเองมีศักดินาสูงแค่ไหน ปกติแค่ใช้มันขู่ก็ได้ผลเสมอ
“เ้าคิดจะทำอะไรน่ะ เ้ายังไม่ลืมใช่ไหมว่าข้าเป็ใคร? หากเ้าคิดจะมีปัญหากับข้า ตระกูลซิกฟรีคไม่ปล่อยเ้าไว้แน่”
แต่ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นเ้าหน้าที่กลับออกมาขวางระหว่างเมฆและมาคัสเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนสิเ้าหนุ่ม เ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ มันไม่คุ้มหรอก...ท่านมาคัสท่านมีการแข่งขันที่รออยู่นะขอรับ ได้โปรดปล่อยวางเื่นี้แล้วเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันจะดีกว่านะขอรับ”เ้าหน้าพูดกับเมฆ ก่อนหันไปโค้งคำนับให้มาคัส
มาคัสและผู้ติดตามที่ซูบผอมพากันยิ้มหัวเราะอย่างได้ใจเมื่อเห็นสิ่งเ้าหน้าที่คนนี้ทำ
อิทธิพลที่ตระกูลของตัวเองมี ยังคงใช้งานได้ดี
“ก็ได้ วันนี้ข้าจะยอมปล่อยผ่านเื่นี้ไป แต่เ้าจงจำไว้ด้วยล่ะถ้าไม่ได้เ้าหน้าที่นั่นร้องขอไว้ เ้าคงถึงฆาตไปแล้ว” มาคัสพูดใส่เมฆ
เมฆรู้สึกผิดทันทีที่เห็นเ้าหน้าที่คนนี้ถึงกับยอมก้มหัวให้กับมาคัสเพื่อช่วยเขาไว้
แต่ถึงอย่างนั้น มาคัสกลับไม่ได้ใส่ใจและยังคงดูถูกเ้าหน้าที่คนนี้อีก
“เ้าน่ะอบรมสั่งสอนไอ้ไร้ค่านั่นด้วย หัดให้มันเจียมตัวซะบ้าง”มาคัสหัวเราะร่าระหว่างหันหลังเดินจากไปทางสนามต่อสู้
เมฆยังคงมองแผ่นหลังของมาคัสด้วยความขุ่นเคืองคิดอยากหาวิธีอะไรบ้างที่จะเอาคืนเ้าคนอวดดีนั่น จนสายตาได้เหลือบเห็นสนามต่อสู้เข้ารอยยิ้มก็ได้ปรากฏขึ้นมาทันใด