ตอนที่ 20 ลักพาตัว (2)
เมื่อได้ยินคำชมเชยจากพ่อ เสี่ยวจือจือก็วิ่งไปหาคุณครูเพื่ออวดอย่างมีความสุข
“คุณครูขาๆ พ่อหนูบอกว่าหนูเก่งมาก สุดยอดไปเลยค่ะ”
หน้าท้องของหลี่โหย่วเหมยเริ่มเห็นชัดแล้วว่าตั้งครรภ์ ด้วยเหตุนั้นเอง ใบหน้าจึงมีกระขึ้นเล็กน้อย แม้จะไม่ได้งดงามนัก แต่กลับแสดงออกถึงความรู้สึกอบอุ่นของผู้เป็นแม่อย่างไม่ทราบสาเหตุ
“เหรอจ๊ะ งั้นหนูต้องขยันซ้อมต่อไปนะ”
“ได้เลยค่ะ คุณครู หลังจากนี้หนูต้องปาได้แม่นกว่านี้แน่นอนค่ะ”
เสี่ยวจือจือที่ได้รับกำลังใจ ก็กล่าวด้วยท่าทีกระตือรือร้น
โจวมู่ได้ฟังบทสนทนาถามตอบของคุณครูและลูกศิษย์...เมื่อครู่เขายังบอกให้เธอนับถือกันเป็นพี่ชายน้องสาวได้อยู่เลย หากแต่ในตอนนี้เขาอยากจะฆ่าหลี่โหย่วเหมยซะแล้ว โรงเรียนอนุบาลที่ไหนอนุญาตให้เด็กเล่นมีดได้ เขาส่งลูกสาวมาโรงเรียน ก็เพื่อหวังให้เสี่ยวจือจือสามารถเป็นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้ แต่ในตอนนี้...
เอาเถอะ มองดูภาพเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ที่กำลังปามีดใส่กำแพง อันที่จริงก็เหมือนเด็กคนอื่นสินะ!
สำหรับหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่ง ต่อให้โจวมู่จะโกรธมากแค่ไหนก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้
หลี่โหย่วเหมยพิงขอบประตูและกล่าวลาเสี่ยวจือจือ ซ้ำยังทำท่าสู้ๆ ให้กับเธอ
เด็กอ้วนเดินตามมาข้างหลัง เรียกชื่อจือจือหนึ่งครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ยินเขาจึงเรียกเสียงดังขึ้นกว่าเดิม “ลูกพี่จือจือ พรุ่งนี้ผมจะเอาขวานสับฟืนของที่บ้านมา เรามาเล่นด้วยกันนะ”
เพื่อนร่วมห้องหวังชุ่ยชุ่ยชอบหวังซานผิง ได้ยินว่าหวังซานผิงจะเอาขวานมา เธอจึงพูดอย่างตื่นเต้น “ฉันเอามีดทำครัวมา มีดทำครัวบ้านฉันคมมาก สับกระดูกแหลกได้เลยละ”
โจวมู่เบนสายตากลับไปมองเด็กอ้วนตัวน้อยที่ยืนโบกมืออย่างแรงภายใต้แสงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน เขากระชับลูกสาวในอ้อมแขนและรีบวิ่งกลับบ้านโดยเร็ว
ไม่ง่ายเลยกว่าจะกล่อมลูกสาวจนหลับได้ ก่อนจะมองขึ้นไปยังรูที่แน่นขนัดบนกำแพงบ้านของตน โจวมู่จึงวิ่งไล่ตีปราชญ์เฒ่าด้วยความโกรธ
แน่นอนว่าโจวมู่ไม่ได้ใช้กำลังรุนแรงกับเขา หากเขารุนแรงจริงๆ ก็สามารถทุบกะโหลกหมาป่าให้ตายได้ ต่อให้ปราชญ์เฒ่าจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
โจวมู่โกรธจัดแล้ว
“ไหนพูดซะดิบดีว่าจะสอนให้เป็นกุลสตรีไง ยังมีหน้ามาว่าผมว่าสอนเด็กไม่เป็น แล้วคุณล่ะ สอนเป็นหรือไง ตอนนี้ลูกสาวผมถูกสอนให้ปามีดจนคล่องแล้ว...”
ภายในลาน ปราชญ์เฒ่าวิ่งไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว สุดท้ายเขาก็ถูกโจวมู่จับไว้และตีไปเสียยกใหญ่ แน่นอนว่าโจวมู่ไม่ได้เอาเปรียบเขามากนัก ปราชญ์เฒ่ารู้แล้วว่าโจวมู่โกรธจัดและไม่ได้คิดจะทำร้ายตัวเองจริงจังอะไร จึงอาศัยจังหวะนี้สวนหมัด ต่อยไปที่หน้าของโจวมู่อย่างแรงสองสามครั้ง
ค่ำคืนนี้ บ้านเก่าที่มักจะเงียบอยู่ตลอด ไก่กลับสะดุ้งตีปีก สุนัขก็สะดุ้งกระโดด เสียงแปลกๆ “อ๊าก อัก” ดังลอยมาเป็นระยะๆ
อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านที่บังเอิญเดินผ่านมาเผลอคิดไปว่ามีผีสิงเสียแล้ว...
วันรุ่งขึ้น เสี่ยวจือจือตื่นนอน เมื่อพบกับใบหน้าหลากหลายสีสันของพ่อและปู่ก็ตกใจเป็นอย่างมาก
“คุณพ่อขา คุณปู่ขา เป็นอะไรกันคะ มีคนไม่ดีมาเหรอ”
โจวมู่และปราชญ์เฒ่าอับอายเกินกว่าจะบอกว่าทะเลาะกันเอง จึงทำได้เพียงเออออยอมรับไป
เสี่ยวจือจือมองท่าทีของพ่อและปู่ และกินข้าวเช้าอย่างเชื่อฟัง พร้อมความคิดตัดสินใจที่แน่วแน่ว่าจะฝึกซ้อมฝีมือมีดให้เก่งยิ่งขึ้น จะไม่ยอมให้คนไม่ดีมารังแกปู่และพ่อได้อีก
ร้านอาหารลี่หฺวา อำเภอจงซาน สุดปลายทางบนชั้นสองเป็นพื้นที่ของห้องสวีตสุดหรูห้องหนึ่ง ภายในนอกจากจะมีห้องนอนแล้ว ยังมีห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่ นับเป็นห้องพักที่ดีที่สุดในอำเภอนี้
ตอนนี้ชายในชุดคลุมอาบน้ำคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เบื้องหน้ามีคนหกถึงเจ็ดคนยืนอยู่
ชายคนนั้นหยิบซาลาเปาลูกหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะข้างหน้าอย่างเชื่องช้า กินไปพลาง พูดไปพลาง “ที่เรียกพวกแกมา เพราะมีเรื่องให้ทำ เอาตัวเด็กสาวคนนั้นมาให้ฉัน”
ชายคนที่ยืนอยู่หน้าสุดอึกอักครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “พี่หมานครับ ได้ยินว่าคนคนนั้นออกมาจากคุกซีไห่...”
“ดูท่าความกล้าของพวกแกจะใหญ่พอๆ กับกระต่าย สมองก็พอๆ กับหมู พวกแกไม่รู้จักเลือกช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่หรือไง ในบ้านก็จะเหลือแค่เด็กนั่นกับตาแก่ขาพิการ ขืนแค่นี้พวกแกก็ยังทำไม่สำเร็จ ก็อย่าอยู่วงการนี้เลย”
เพราะว่าใส่อารมณ์ในการด่า น้ำที่เป็นไส้ของซาลาเปาจึงไหลเยิ้มออกมา หยดลงบนเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดบนร่างเขา เพียงครู่ก็ซึมจนเป็นคราบน้ำมันวงใหญ่...