บทที่ 34 เสือถึงร้ายก็ไม่กินลูกตัวเอง (รีไรต์)
หยางผิงเผลอปากพล่อยเอ่ยออกมา เขาจึงรีบยกมือขึ้นปิดปากตนเอง
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว ทุกคนในที่นี้ต่างได้ยินคำพูดของเขา
“หยางผิง ในเมื่อเจ้ายอมรับแล้วว่าเป็นคนเอาของข้าไปขาย ก็จ่ายเงินมาซะ หกร้อยตำลึง”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่ดวงตาแดงก่ำของนางก็ปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงไว้ไม่ได้
นั่นเป็นของแทนใจที่สามีของนางมอบให้ แต่กลับถูกขายไปในราคาถูกเช่นนั้น
“พี่หญิงใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอโทษ ทุกอย่างเป็นความคิดของเฉียนเหมย”
“ขอท่านเห็นแก่เฉิงอัน ยกโทษให้ข้าด้วยเถิด ข้าไม่มีเงินหกร้อยตำลึงจริง ๆ”
หยางผิงเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงอ่อนลง เพื่อขอความเห็นใจ
พอได้ยินชื่อของเฉิงอัน สีหน้าของแม่เฒ่าฉินก็เย็นชาลงทันที คนเลวน่ารังเกียจเช่นนี้ยังกล้าพูดถึงเฉิงอันอีก งั้นก็อย่าได้โทษว่านางใจไม้ไส้ระกำก็แล้วกัน!
“หยางผิง เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าเฉิงอันตายไปแล้ว”
“และเจ้าก็บอกว่าพวกเราตัดญาติขาดมิตรกันแล้ว คำว่า ‘พี่หญิงใหญ่’ นี้ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก!”
“เอ่อ…นั่น…ก่อนหน้านี้ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น” หยางผิงเบิกตากว้างอย่างลุกลี้ลุกลน ไม่กล้าสบตาแม่เฒ่าฉิน
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว แน่นอนว่าต้องเป็นเจ้าเด็กนั่นที่ส่งอันธพาลพวกนี้มาปล้นบ้านเขา
ตอนนั้นเขาน่าจะเผาเจ้าเด็กนั่นให้ตายไปซะ!
“ล้อเล่นหรือ”
“หึ ล้อเล่นเช่นนี้น่าขำนักหรือไง เอาลูกตนเองมาล้อเล่น!” แม่เฒ่าฉินพูดด้วยเสียงเย็นชา
“ข้าจะถามเจ้าแค่ประโยคเดียว ใครเป็นคนจุดไฟเผาเฉิงอัน”
“แล้วชุนอวิ๋นน้องสาวของข้าตายด้วยเหตุใดกันแน่”
แม่เฒ่าฉินก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว เรื่องบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่ การทวงความยุติธรรมให้หลานชายและสืบหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของน้องสาวนั้นสำคัญยิ่งกว่า
สายตาของแม่เฒ่าฉินทำให้หยางผิงรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง เขารู้สึกว่าเรื่องชั่วร้ายที่เขาพยายามปกปิดกำลังจะถูกเปิดโปง
“หยางผิง ตาแก่อย่างข้าก็อยากรู้ความจริงก่อนตายเช่นกัน”
“นางผูกคอฆ่าตัวตาย พวกท่านก็รู้ เหตุใดจึงต้องถามอีก”
“อ้อ ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าต้องรับสินบนจากโจรพวกนั้นแน่ พวกเจ้าต้องการฆ่าข้าให้ตายใช่หรือไม่?!”
หยางผิงไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวที่กำลังจะถูกเปิดโปงหรือเหตุผลอันใด คำพูดของเขายิ่งฟังดูลุกลี้ลุกลน
“เฉิงอัน ออกมาถามในสิ่งที่เจ้าสงสัยสิ ให้เขาตอบคำถามเจ้า”
แม่เฒ่าฉินเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของหยางผิง หัวใจของนางยิ่งเย็นชา ยิ่งมั่นใจว่าการตายของน้องสาวต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่
ทันใดนั้น ชายร่างสูงในชุดชาวนา สวมหมวกฟางก็เดินออกมาจากฝูงชน รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขาดูชัดยิ่งขึ้นภายใต้แสงแดด
เด็ก ๆ ที่อยู่ตรงนั้น ต่างพากันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นใบหน้าของเขา
“หัวหน้าหมู่บ้าน ผู้อาวุโสสาม ท่านป้า” หลังจากเอ่ยทักทายแล้ว ฉินเฉิงอันก็เงยหน้ามองชายที่ตนเรียกว่าท่านพ่อ ก่อนที่จะเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ท่านพ่อ ท่านบอกว่าท่านแม่ผูกคอตาย แต่เหตุใดตอนที่ฝังร่างท่านแม่ แขนขากับนิ้วมือท่านแม่ถึงแข็งทื่อ บนหลังมือยังมีรอยช้ำอยู่ด้วย”
“และร่างของท่านแม่ยังมีกลิ่นแปลก ๆ อีก”
“เหตุใดท่านจึงรีบร้อนฝังร่างท่านแม่เช่นนั้น แม้แต่เวลาที่จะรอโลงศพสักใบก็ยังไม่มี”
“เหตุใดท่านจึงขังข้าไว้ในห้อง”
“เหตุใดที่อื่นจึงไม่ถูกไฟไหม้ มีเพียงห้องของข้าเท่านั้นที่ถูกไฟไหม้”
คำถามรัว ๆ ของฉินเฉิงอันราวกับระเบิด ทำเอาชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันแตกตื่น
สายตาที่มองไปยังหยางผิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ชาวบ้านอย่างพวกเขาต่างให้ความสำคัญกับธรรมเนียมปฏิบัติ แม้ว่าตอนมีชีวิตอยู่จะทำผิดอะไรมา แต่เมื่อตายไปแล้ว ธรรมเนียมปฏิบัติก็ต้องมี
ชาวบ้านบางคนที่ช่วยจัดการงานศพในตอนนั้นก็อดนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้
“ตอนนั้นร่างของชุนอวิ๋นมีกลิ่นแปลก ๆ จริง อีกทั้งร่างกายก็แข็งทื่อ แม้กระทั่งนิ้วมือยังแข็ง”
“ใช่ ๆ ข้าก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ตอนนั้นข้าก็รู้สึกว่ามันแปลก ๆ แต่คนตายไปแล้ว ก็ไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ ๆ เพราะนี่เป็นการไม่เคารพต่อผู้ตาย”
หยางผิงและเฉียนเหมยได้ยินชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ ใบหน้าของทั้งสองซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดพรายบนหน้าผากไม่หยุด
“พวกเจ้ากำลังใส่ร้าย! คนตายแล้วมีกลิ่นเป็นเรื่องธรรมดา มีคนตายที่ไหนบ้างที่ไม่มีกลิ่น!”
“แต่ตอนนั้นเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศยังเย็นอยู่ คนเพิ่งตายไปไม่น่าจะมีกลิ่นเร็วขนาดนั้น เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้เช่นไร”
ผู้อาวุโสรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ จึงถามอย่างเฉียบขาด
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในหมู่บ้านที่เขาดูแล จะเกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ขึ้น เดิมทีเขาเคยคิดว่าที่เฉิงอันย้ายไปอยู่บ้านเก่าหลังหมู่บ้านเพียงลำพังเป็นเพราะเขารู้สึกอับอายกับบาดแผลบนใบหน้า แต่ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวเบื้องหลังนั้นจะซับซ้อนถึงเพียงนี้
“หยางผิง เจ้าควรจะอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน หากเจ้ายังบ่ายเบี่ยง ข้าจะส่งตัวเจ้าไปให้ศาลตัดสิน!”
เฉียนเหมยได้ยินว่าผู้อาวุโสจะส่งตัวพวกเขาไปที่ศาล นางก็ตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก รีบกล่าวไปว่า “ไม่นะ! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า เขาเป็นคนฆ่านาง!”
คำพูดของเฉียนเหมยทำให้ชาวบ้านในที่นั้นแตกตื่น ชาวบ้านที่มาดูต่างก็คาดไม่ถึง เดิมทีแค่อยากมาดูเพื่อความสนุก ไม่นึกเลยว่าจะเจอคดีฆาตกรรม
“นังหญิงชั่ว! เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใดออกมา?!”
หยางผิงโกรธจัดจนเตะเฉียนเหมยล้มลงกับพื้น แล้วทุบตีนางอย่างบ้าคลั่ง
แม่เฒ่าฉินส่งสายตาให้ฉินเหล่าซื่อ ฉินเหล่าซื่อเข้าใจความหมาย จึงรีบเข้าไปลากตัวหยางผิงออกมาแล้วโยนไปด้านข้าง
“ใครก็ได้ จับชายหญิงคู่นี้ไว้ให้ข้า แล้วพาไปที่ศาลบรรพชน”
ผู้อาวุโสสามโกรธจนตัวสั่น
ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่สองสามคนในหมู่บ้านเข้ามาจับตัวหยางผิงและเฉียนเหมยพาไปยังศาลบรรพชน
หยางเปียวเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาขัดขวาง แต่ถูกฉินเหล่าซื่อคว้าคอเสื้อเหวี่ยงไปอีกทาง
เสียงระฆังดังขึ้น ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านต่างพากันไปที่ศาลบรรพชน
มีผู้เฒ่าผู้แก่บางคนจำแม่เฒ่าฉินได้ จึงเข้ามาทักทาย
ส่วนคนรุ่นหลังล้วนไม่รู้จักแม่เฒ่าฉิน เพียงแต่สงสัยว่าเหตุใดวันนี้จึงต้องเปิดศาลบรรพชน
“หยางผิง เฉียนเหมย ความจริงแล้วฉินชุนอวิ๋นตายด้วยเหตุใด และฉินเฉิงอันถูกผู้ใดก่อเพลิงไหม้จนใบหน้ามีแผลเป็นเช่นนี้”
หยางผิงถูกชายฉกรรจ์สองคนกดคุกเข่าลงตรงหน้าป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ ทว่าสายตาของเขากลับจ้องมองไปที่แม่เฒ่าฉินและพรรคพวก รวมถึงฉินเฉิงอันด้วย
“…” หยางผิงไม่ได้ยินคำถามของผู้อาวุโสแม้แต่น้อย
“เฉียนเหมย เจ้ารู้เรื่องนี้บ้างหรือไม่”
ผู้อาวุโสสามหันไปถามเฉียนเหมย นางเพียงแต่ส่ายหน้าไม่เอ่ยวาจาใด ๆ
“เช่นนั้น ข้าย่อมต้องรบกวนให้ใต้เท้าผู้ทรงความยุติธรรมตัดสินแล้ว”
“มัดพวกเขาไว้! ส่งตัวไปให้ศาลในเมือง ให้ใต้เท้าผู้ทรงความยุติธรรมตัดสิน!”
เฉียนเหมยเห็นว่าลุงสามเอาจริง ในใจก็หวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ ขาอ่อนยวบทรุดตัวลงกับพื้น ปรากฏของเหลวสีเหลือง
‘โอ้โห เฉียนเหมยฉี่ราดเสียแล้ว ไม่ใช่ข้าคนเดียวแล้วที่ฉี่ราด’ ฉินเยาเยาดีใจ ดิ้นไปดิ้นมา นางลืมไปแล้วว่าตอนนี้นางยังเป็นแค่เด็กทารก
“ข้าจะสารภาพ ข้าจะสารภาพ! อย่าส่งข้าไปที่ศาลเลย!”
“ได้โปรดเห็นแก่ที่ข้ายอมสารภาพ ข้ายอมบอกความจริงทั้งหมดแล้ว อย่าส่งข้าไปที่ศาลเลย!”
เฉียนเหมยคุกเข่าอ้อนวอนลุงสาม ลูกชายของนางเพียบพร้อมขนาดนี้ ไม่ควรมีมารดาที่เคยติดคุก
“ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลย ฉินชุนอวิ๋นถูกหยางผิงบีบคอตาย เขายังให้ข้าหาคนมาแสร้งทำฉากชู้สาว ชายชู้ก็เป็นขอทานที่ข้าลากมาจากข้างทาง ขอทานผู้นั้นยังถูกหยางผิงฆ่าตายด้วย”
“แผลเป็นบนใบหน้าของเฉิงอัน หยางผิงก็เป็นคนทำ เขาแอบเอาน้ำมันมาทาที่ใบหน้าของเฉิงอันตอนที่เฉิงอันหลับ”
เฉียนเหมยหวาดกลัวจนเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา
ผู้อาวุโสสามโกรธจนตัวสั่น
“ถ้าเช่นนั้น ข้าขอถามเจ้า ตอนที่ฉินชุนอวิ๋นถูกคนแบกกลับมาจากเขา นางตายหรือยังมีชีวิตอยู่กันแน่”
“ตายแล้ว!”