การรักษาขั้นแรกด้วยการฝังเข็มกระตุ้นเส้นประสาทของฉินอ๋องดำเนินไปอย่างเคร่งครัด ชิงเหยาและเสี่ยวเยว่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ใน
ห้องยาและห้องปฏิบัติการ เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรและอุปกรณ์แปลกใหม่ที่นางประดิษฐ์ขึ้น
อาการยิบ ๆ ที่ขาของหลี่จ้านเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็สัญญาณที่ดีที่แสดงว่าเส้นประสาทที่เสียหายกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความคืบหน้าคือ ภัยรอบด้าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ใน่เช้าของวันหนึ่ง ราชโองการ ก็ถูกส่งตรงมาถึงจวนฉินอ๋องอย่างกะทันหัน ไม่ใช่การเชิญไปงานเลี้ยง แต่เป็การส่ง คณะผู้ตรวจการพิเศษ เข้ามาในจวน
คณะผู้ตรวจการนำโดย
องค์ชายรอง และ ขุนนางใหญ่ ที่เป็พันธมิตรทางการเมืองของเขา ซึ่งเป็กลุ่มที่ไม่้าให้อ๋องกลับมามีอำนาจ พวกเขากล่าวอ้างอย่างเป็ทางการว่า: "ได้รับรายงานว่า
ชายาจ้าวชิงเหยา กำลังใช้ ยาพิษประหลาด ทำอันตรายต่อพระวรกายของฉินอ๋อง จึงต้องเข้ามาตรวจสอบและยับยั้งการกระทำนี้"
ชิงเหยารู้ทันทีว่านี่คือการเคลื่อนไหวเพื่อ
ขัดขวางและทำลายความพยายามในการรักษา
องค์ชายรองก้าวเข้ามาในห้องทำงานของหลี่จ้านด้วยรอยยิ้มที่แสนเสแสร้ง เขามองไปยังฉินอ๋องที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นอย่างสมเพช ก่อนจะหันไปทางชิงเหยา
“โอ้... ชายาจ้าว” องค์ชายรองเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ได้ยินว่าเ้าเป็ผู้มีทักษะทางการแพทย์ที่น่าอัศจรรย์ แต่เครื่องมือที่เ้าใช้... ดูประหลาดและน่าขันยิ่งนัก นี่หรือคือสิ่งที่เ้าใช้รักษา พระอนุชาผู้สูงศักดิ์ ของข้า?”
“ข้าใช้ความรู้เพคะ” ชิงเหยาตอบอย่างฉลาดหลักแหลมและไม่กลัวอำนาจหรือฐานะ “ย่อมแตกต่างจากตำราโบราณที่ท่านรู้จัก”
ขุนนางใหญ่ก้าวเข้ามาร่วมวงทันที “ท่านชายาจ้าว! ท่านกำลังใช้
เข็มแปลก ๆ เจาะเข้าไปในร่างกายของท่านอ๋องทุกวัน! เราได้รับข้อมูลว่านั่นคือ การปล่อยพิษร้าย ที่จะทำให้พระวรกายของท่านอ๋องทรุดโทรมลงอย่างช้า ๆ จนตายอย่างทรมาน!”
หลี่จ้านมองดูสถานการณ์อย่างเยือกเย็น สีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ แต่ภายในใจเขากำลังประเมินปฏิกิริยาของชิงเหยา
“พิษรึ?” ชิงเหยายิ้มอย่างดูแคลน “หากข้าจะวางยาพิษจริง ข้าคงไม่เลือกวิธีที่ต้องใช้ ความพยายาม และ ความสามารถ มากถึงเพียงนี้”
ชิงเหยาเดินตรงไปยังโต๊ะที่วางอุปกรณ์ของเธอ เธอหยิบ เข็มฝังเข็ม ที่ใช้ในการกระตุ้นเส้นประสาทขึ้นมาแสดงต่อหน้าคณะผู้ตรวจการ
“สิ่งที่ท่านกล่าวว่าเป็พิษ... มันคือเครื่องมือที่ช่วย ปลุกชีวิต ให้กับเส้นประสาทที่ตายด้าน” ชิงเหยาอธิบายอย่างเป็เหตุเป็ผล “หากท่านไม่เชื่อ... ท่านสามารถทดสอบกับ คนที่มีอาการขาพิการ คนอื่นได้ ข้าท้าให้ท่านตรวจสอบ!”
องค์ชายรองรู้สึกว่าถูกโต้ตอบอย่างชาญฉลาด แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
“ไม่จำเป็ต้องทดสอบกับผู้อื่น! เรา้าตรวจสอบ ยาและสมุนไพร ทั้งหมดในห้องของเ้า!” องค์ชายรองสั่ง
ชิงเหยาไม่มีทางเลือก ต้องยอมให้พวกเขาเข้าสู่ ห้องยาและห้องปฏิบัติการ ของเธอ องค์ชายรองและขุนนางใหญ่รีบเดินเข้าไปในห้องอย่างเย้ยหยัน แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นกลับทำให้พวกเขาชะงัก
ห้องนั้น
สะอาดและเป็ระเบียบ ขัดกับโรงหมอโบราณทั่วไป ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าหรือความสกปรก มีแต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรแห้ง และยาที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็หมวดหมู่ตามหลักการที่ไม่คุ้นเคย
“นี่คือสมุนไพรบำรุงเส้นประสาท และนี่คือยาสมุนไพรที่ใช้ในการลดการอักเสบ” ชิงเหยาชี้แจงอย่างแม่นยำ “ท่านสามารถให้หมอหลวงที่ท่านเชื่อใจมาตรวจสอบได้”
ขุนนางใหญ่คนหนึ่งหยิบสมุนไพรชนิดหนึ่งขึ้นมาดูอย่างไม่เชื่อใจ “นี่คือ หลินจือ ที่หายากยิ่งนัก! เ้าเอาสมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้มาใช้กับท่านอ๋องพิการได้อย่างไร?”
“เพราะการรักษาขาพิการของท่านอ๋องสำคัญกว่าสิ่งใด ๆ” ชิงเหยาตอบอย่างมั่นคง
ในระหว่างที่คณะผู้ตรวจการกำลังวุ่นวายกับการตรวจสอบสมุนไพรอย่างละเอียด หลี่จ้าน ก็ใช้โอกาสนี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเยือกเย็น
“พวกเ้ามาที่จวนของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและกล่าวหาชายาของข้าด้วยเื่ไร้สาระ หากยาของนางเป็พิษจริง... ร่างกายของข้าก็คือพยาน” หลี่จ้านมองตรงไปยังองค์ชายรอง “หากข้าเสียชีวิต... พวกเ้าก็จะได้สิ่งที่้า แต่หากข้าหายดี... พวกเ้าต้องรับผิดชอบต่อการ ิ่ประมาท ชายาของข้า”
คำพูดของหลี่จ้านเป็การ ปกป้อง ชิงเหยาอย่างมีชั้นเชิง เป็การเดิมพันที่ทำให้ศัตรูต้องหยุดคิด เพราะพวกเขาไม่สามารถเสี่ยงได้ หากชิงเหยาประสบความสำเร็จในการรักษา
ในที่สุด องค์ชายรองและคณะผู้ตรวจการก็ทำได้เพียงถอยกลับไปอย่างอับอาย โดยไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าเป็ยาพิษ
ทันทีที่ทุกคนออกไป หลิ่งเฟิง ก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขายังคงไม่เชื่อใจชิงเหยาอย่างเต็มที่ แต่การที่เธอใช้ความรู้และความจริงใจในการโต้ตอบกับศัตรู ทำให้เขาเริ่มยอมรับในความสามารถของเธอ
“เ้าทำได้ดี” หลี่จ้านกล่าวกับชิงเหยาเป็ครั้งแรก “แต่จำไว้... ศัตรูจะไม่หยุดแค่นี้”
ชิงเหยาพยักหน้า “ข้าทราบเพคะ พวกเขากำลังพยายามทำลาย ความเชื่อใจ ระหว่างเรา และขัดขวางการผ่าตัดที่จะเกิดขึ้น”
เธอเดินไปที่เก้าอี้รถเข็นของหลี่จ้าน แล้วก้มลงพูดอย่างแ่เบา แต่หนักแน่น
“ท่านอ๋อง ข้าไม่ได้เยียวยาเพียงแค่ขาที่พิการของท่าน ข้ากำลังเยียวยา
าแทางใจ และ ความไม่เชื่อใจ ที่ท่านมีต่อโลกและผู้คนรอบข้างด้วย การกลับมาเดินได้ของท่าน จะเริ่มต้นจาก
ความเชื่อใจ ของท่านที่มีต่อข้า ”
ความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองเริ่มมีใจให้กัน ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองนี้เอง เมล็ดพันธุ์ของความรักก็เริ่มงอกเงยขึ้นอย่างเงียบ ๆ