จากนั้นหลินจื่อเซียนก็ลุกขึ้นยืนเดินออกไปจากห้องนอน เซี่ยจินเย่ก็ลุกขึ้นมา แล้วหอบผ้าห่มที่ใช้ห่มออกไปตากแดดเพราะเก็บไว้ในหีบมานานจึงมีกลิ่นอับแต่เพราะเมื่อคืนไม่มีทางเลือกจึงต้องจำใจห่มไปก่อน ครั้นตากผ้าห่มแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตา
“จินเย่เสร็จหรือยัง?” หลินจื่อเซียนถาม เซี่ยจินเย่รีบบอก “เสร็จแล้วๆ”
นางรีบวางชามตักน้ำแล้วเดินออกไปก็เห็นพี่จื่อเซียนยืนบิดตัวอยู่หน้าเรือน
“มาๆข้าจะพาเ้าไปซื้ออาภรณ์ใหม่ ชุดนี้เหม็นเต็มทน” หลินจื่อเซียนกวักมือเซี่ยจินเย่รีบเดินไปหา “เ้าค่ะ”
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกไปส่วนม้าก็ปล่อยให้มันเล็มหญ้าอยู่ในบ้านนั้นแหละ
เมื่อไปถึงร้านขายอาภรณ์ที่ใหญ่โตร้านหนึ่งหลินจื่อเซียนกับเซี่ยจินเย่ก็ก้าวเข้าไปในร้านลูกจ้างในร้านกำลังจะอ้าปากเอ่ยต้อนรับลูกค้า แต่พอเห็นสารรูปของคนที่เข้ามาเขาก็ไล่ตะเพิดว่า “ไปๆ นังขอทาน ไปให้พ้นร้านข้านะ!”
หลินจื่อเซียนจึงบอกว่า“ข้าไม่ได้มาขอทาน ข้ามาซื้ออาภรณ์”
“เฮอะ! น้ำหน้าอย่างพวกเ้าจะมีปัญญาซื้ออาภรณ์ในร้านข้ารึ!? น่าขัน แม้แต่เศษผ้าในร้านข้าเ้ายังไม่มีปัญญาซื้อเลย ไปๆ”ลูกจ้างแค่นเสียงเหยียดหยาม ขับไล่อย่างไม่ไว้หน้า พลัน!เถ้าแก่ก็เดินออกมา “เอะอะอะไรกัน?”
“ข้ามาซื้ออาภรณ์”หลินจื่อเซียนเอ่ยน้ำเสียงสงบราบเรียบ เถ้าแก่มองั้แ่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัวมองจนคนถูกมองคงหน้าชาไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับหลินจื่อเซียน จะบอกว่าหน้าเธอหนาหรือว่าไร้ความรู้สึกดีล่ะ เถ้าแก่มองขึ้นมองลง มองลงมองขึ้น แล้วโบกมือไล่“ขอทานอย่างพวกเ้ารีบไปเสีย ก่อนที่ข้าจะให้คนตีพวกเ้าแล้วโยนออกไปร้านข้าไม่ต้อนรับขอทานอย่างพวกเ้า ไปๆ”
เซี่ยจินเย่หน้าแดงด้วยความอับอายเม้มปากเน้น แอบอยู่ด้านหลังพี่จื่อเซียน หลินจื่อเซียนก็ไม่ต่อปากต่อคำอะไรเพียงจับมือเซี่ยจินเย่เดินออกจากร้านไป ก็ในเมื่อเ้าของร้านไม่ต้อนรับลูกค้าคิดว่าเธอจะง้อเหรอ? เชอะ!
ด้านหน้าร้านมีคนหยุดมองไม่น้อยเพราะเสียงของลูกจ้างกับเถ้าแก่ไม่เบาเลยคนมองๆ แล้วก็พูดคุยกัน
“เฮอะ! ไม่เจียมตัว”
“ดูสารรูปแล้วก็สมควรแล้วที่จะถูกไล่ออกมา”
“คนเช่นนี้จะมีปัญญาซื้ออาภรณ์ได้อย่างไรคงจะคิดเข้าไปขออาภรณ์ซินะ”
ฯลฯ
เซี่ยจินเย่ฟังคนพูดกันแล้วก็ยิ่งอับอายตาแดงๆ น้ำตาเจียนจะหยดให้ได้ หลินจื่อเซียนได้ยินเสียงสูดน้ำมูกจึงหันไปมองคนข้างกายแล้วปลอบว่า “มีเงินจะซื้อของร้านไหนก็ได้แต่ถ้าเ้าของไม่ต้อนรับลูกค้าแบบนี้ก็อย่าได้คิดที่จะเอาเงินของเราไปให้มันเข้าใจไหม?”
เธอสอนไปในตัวเพราะกบในกะลาข้างกายเธอยังต้องได้รับการสั่งสอนอีกมาก เซี่ยจินเย่พยักหน้ารับ
หลินจื่อเซียนพาเซี่ยจินเย่เดินไปร้านอาภรณ์อีกร้านแต่พอเถ้าแก่เห็นก็ออกปากไล่ทันที “ไปๆ นังขอทานสกปรก”
หลินจื่อเซียนจึงชะงักเท้าที่จะก้าวเข้าไปในร้านทันทีแล้วหมุนตัวเดินจากไปจนไปหยุดอยู่หน้าร้านอาภรณ์เล็กๆ ร้านหนึ่ง เธอกำลังยืนมองอาภรณ์จากนอกร้านเถ้าแก่มองเด็กสาวสองคนที่มายืนอยู่หน้าร้านครู่หนึ่งแล้วเดินออกมา “เชิญเข้ามาดูในร้านซิขอรับ”
หลินจื่อเซียนมองเถ้าแก่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “เ้าไม่ไล่ข้ารึ?”
“เ้าคง้าซื้ออาภรณ์ใหม่ร้านข้าขายอาภรณ์จะไล่ลูกค้าได้อย่างไร” เถ้าแก่ตอบหลินจื่อเซียนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น “ข้าเป็ขอทานจะไปมีปัญญาซื้ออาภรณ์ได้อย่างไร”
“ขอทานแบบใดกันที่มีแหวนเก็บของหลายวง?”เถ้าแก่เอ่ยออกมา หลินจื่อเซียนยกมุมปากขึ้นอีก คนๆ นี้ช่างสังเกตดีเธอกับเซี่ยจินเย่สวมแหวนเก็บของที่เอามาจากคนพวกนั้นไว้บนนิ้วมือเซี่ยจินเย่สวมไว้ 2 วง ส่วนเธอสวมไว้ 3 วง ในแหวนแต่ละวงล้วนเก็บทรัพย์สินไว้อย่างละเท่าๆ กันเธอจึงจูงมือเซี่ยจินเย่เดินเข้าไปในร้าน
“เชิญขอรับ”เถ้าแก่กล่าวต้อนรับ ยิ้มน้อยๆ หลินจื่อเซียนยิ้มตอบแล้วหันไปพูดกับเซี่ยจินเย่ว่า “เ้าเลือกตัวที่เ้าชอบซิ”
“เ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่พยักหน้ารับ แล้วมองดูอาภรณ์ที่แขวนเรียงรายเอาไว้หลินจื่อเซียนก็ดูอาภรณ์ไปเรื่อยๆ เมื่อเจออาภรณ์ที่เข้าตาเธอก็ชี้ให้เถ้าแก่หยิบลงมา“ตัวนั้น ตัวนู้น ตัวนี้...”
“เถ้าแก่ ข้าชอบตัวนี้ตัวนั้น ตัวนู้น...” เซี่ยจินเย่ก็ชี้ให้เถ้าแก่หยิบลงมาแต่พอหลินจื่อเซียนเห็นแล้วก็ส่ายหน้า “หรูหราหมาเห่ามาก”
คำพูดของเธอทำให้เซี่ยจินเย่กับเถ้าแก่ชะงักงันงุนงงกับคำๆนี้เป็อย่างยิ่ง เซี่ยจินเย่ก็ถามทันที “หรูหราหมาเห่ามากคืออะไรเ้าคะ?”
หลินจื่อเซียนจึงอธิบายว่า“ก็หมายความว่าดูสวยงามแต่ไร้ประโยชน์น่ะซิ”
“อ่อ”เซี่ยจินเย่พยักหน้ารับรู้ หลินจื่อเซียนจึงพูดต่อว่า “เ้าเลือกที่มันธรรมดาๆกว่านี้หน่อย แบบนี้จะเดินจะก้าวก็ไม่คล่องตัว ชายยาวลากพื้นแบบนี้เ้าจะไปกวาดถนนรึ?”
“ก็ข้าเห็นพวกฮูหยินพวกคุณหนูทั้งหลายก็ล้วนแต่ใส่อาภรณ์เช่นนี้กันทั้งนั้นนี่เ้าคะ”เซี่ยจินเย่บอกเสียงเบา หน้าเจื่อนจ๋อยเล็กน้อย นางก็อยากจะใส่อาภรณ์เช่นนี้บ้างหลินจื่อเซียนยิ้มบางๆ แล้วติชุดที่เซี่ยจินเย่เลือก “ข้อแรกอาภรณ์ที่เ้าเลือกชายยาวเกินไป ไม่เหมาะที่จะเดินเหินนัก ถ้าเ้าไม่คอยจับชายอาภรณ์ยกไว้เ้าเดินไม่เกินสองก้าวก็สะดุดล้มหัวแตกแล้ว ข้อสอง สีสันฉูดฉาดเกินไป ใส่แล้วดูเหมือนนกยุงรำแพนมากกว่าข้อสาม ขนาดใหญ่เกินไป”
พอได้ฟังคำติแล้วเซี่ยจินเย่ก็พูดไม่ออก นางจึงบอกว่า “เช่นนั้น ท่านพี่ก็เลือกให้ข้าเถอะ”
หลินจื่อเซียนยิ้มแล้วเงยหน้ามองอาภรณ์ที่แขวนเรียงรายมองจนทั่วรอบหนึ่งแล้วก็ชี้นิ้ว “ตัวนั้น ตัวนั่น ตัวนู้น ตัวริมสุดนั้น...”
“ขอรับๆ”เถ้าแก่ก็หยิบลงมานับสิบตัว เซี่ยจินเย่อ้าปากค้างไม่คิดว่าพี่จื่อเซียนจะเลือกเป็สิบๆตัวเช่นนี้ เถ้าแก่ก็ผายมือ“เชิญแม่นางทั้งสองเข้าไปลองในห้องขอรับหากหลวมไปจะได้ให้ช่างเย็บปักแก้ไขให้ขอรับ”
“อืม”หลินจื่อเซียนพยักหน้า แล้วจูงมือเซี่ยจินเย่เดินตามเถ้าแก่เข้าไปในห้องด้านใน
ภายในห้องมีสาวใช้สองคนคอยช่วยสวมใส่
หลังจากลองอาภรณ์ที่เลือกๆมาจนครบทุกตัวแล้ว หลินจื่อเซียนก็ซื้อทั้งหมดแล้วเอาของตัวเองใส่ไว้ในแหวนเก็บของส่วนของเซี่ยจินเย่ก็ให้นางเก็บไว้ในแหวนเก็บของบนนิ้วมือของนาง สองสาวก็สวมใส่อาภรณ์ตัวใหม่ส่วนตัวเก่าก็ถอดทิ้งไป
“โอกาสหน้าเชิญอีกนะขอรับ” เถ้าแก่ยืนส่งลูกค้าอยู่หน้าร้าน มองดูเด็กสาวทั้งสองเดินจากไป
หลินจื่อเซียนเดินจูงมือเซี่ยจินเย่เดินมุ่งหน้าไปทางจวนอ๋องเซี่ยตอนที่เลือกๆ อาภรณ์อยู่นั้นเธอก็ถามเถ้าแก่แล้วว่าจวนอ๋องเซี่ยอยู่ที่ไหนเถ้าแก่ก็บอกทางให้อย่างยินดี
เมื่อไปถึงหน้าประตูจวนอ๋องเซี่ยมีทหารยืนเฝ้าอย่างแข็งขัน ทั้งสองก็เงยหน้ามองป้ายเหนือประตู ‘จวนอ๋องเซี่ย’
เซี่ยจินเย่ตื่นเต้นจนมือกำแน่นความรู้สึกประเดประดังพลุ่งพล่านอยู่ในใจ ทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ ทั้งกังวล ทั้งกลัว
ยังไม่ทันทีนางจะเอ่ยปากทหารหน้าประตูจวนก็ตวาดว่า “ใคร! มีธุระอันใด?หากไม่มีธุระก็รีบจากไปเสีย”
“ขะ...ข้า...”เซี่ยจินเย่พูดตะกุกตะกัก ทหารก็มองอย่างเหยียดหยาม “ข้าๆอะไร ไปๆที่นี่ไม่ใช่ที่ให้เด็กอย่างเ้ามาวิ่งเล่น”
“ข้า...”เซี่ยจินเย่พูดไม่ออก หันไปกระตุกแขนพี่จื่อเซียน “ท่านพี่...”
หลินจื่อเซียนจึงเอ่ยปากแทน“นางคือคุณหนูสามเซี่ยจินเย่ ้าพบอ๋องเซี่ยผู้เป็บิดา”
“คุณหนูสาม? เฮอะ!” ทหารแค่นเสียงเยาะหยัน “คุณหนูสามอะไรกัน?พวกเ้าอย่าได้คิดแอบอ้างหน่อยเลย เห็นแก่ที่พวกเ้ายังเด็ก ข้าจะไม่เอาความรีบไปเสีย!”
“ข้าไม่ได้แอบอ้าง”เซี่ยจินเย่เถียงเสียงเบา ทหารขยับไปจะไล่เด็กทั้งสองไปให้พ้นๆ ยังไม่ทันก้าวขาไปก็มีเสียงะโจากด้านในว่า “เปิดประตู ท่านอ๋องเสด็จ”
ทหารจึงรีบไล่ “ไปๆรีบไปซะ”
“ข้าไม่ไป! ข้าจะพบท่านพ่อ!” เซี่ยจินเย่ะโ ทหารจึงผลักนาง“ไป!”
“โอ๊ย!” เซี่ยจินเย่ถูกผลักจนเซไปสองก้าวหลินจื่อเซียนจึงดึงเซี่ยจินเย่ไปหลบข้างหลังตัวเอง แล้วมองจ้องทหารคนนั้นสายตาเยียบเย็นจนทหารรู้สึกขนลุกชัน หนังหัวชายิบๆ อย่างหาสาเหตุไม่ได้แต่เพราะเห็นว่าคนตรงหน้าเป็แค่เด็ก เขาจะถูกเด็กคนหนึ่งทำให้กลัวได้อย่างไร! จึงชี้ดาบทั้งฝักใส่หน้าเด็กทั้งสอง ตวาดว่า “ยังไม่รีบไปอีก! ถ้ายังไม่ไป ข้าจะตีพวกเ้าให้ขาหัก!”
แอ๊ดดดดด...บานประตูเปิดออก ทหารคนนั้นจึงรีบผลักเด็กทั้งสองคนให้พ้นทางหลินจื่อเซียนจึงดึงเซี่ยจินเย่ถอยไปด้านข้าง รถม้าก็เคลื่อนออกมารถม้าเคลื่อนเลยไปนิดก็มีเสียงดังว่า “หยุด!”
รถม้าหยุดลงมีเสียงถามดังออกมาจากในรถม้า “เอะอะอะไรกัน?”
ทหารรีบหันไปกุมมือคารวะรถม้า“ทูลท่านอ๋อง เด็กสองคนนี่อ้างว่าเป็ธิดาท่านพะย่ะค่ะ”
“ลูกข้า?”เสียงจากในรถม้าดังอีกครั้ง หลินจื่อเซียนรู้สึกได้ว่ากำลังถูกคนในรถม้ามองมาจึงก้าวไปยืนด้านข้างของเซี่ยจินเย่ แล้วพูดว่า “นางคือคุณหนูสามเซี่ยจินเย่้าพบอ๋องเซี่ย”
“หึ! สวะไร้ค่า” เสียงเดิมแค่นเสียงเหยียดหยาม เซี่ยจินเย่กัดปากจนห้อเืสองมือกำแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ แล้วเสียงเดิมจากในรถม้าก็ดังว่า “ไล่ไปซะข้าไม่มีลูกเป็สวะไร้ค่า”
ทหารรับคำสั่งทันที“พะย่ะค่ะ”
แล้วก็หันไปไล่เด็กสาวทั้งสองว่า“พวกเ้ารีบไปซะ นี่ถือว่าท่านอ๋องทรงเมตตาไม่เอาผิด หากยังกล้าแอบอ้างอีกต้องถูกตัดหัว!”
“ไป”เสียงจากในรถม้าสั่ง รถม้าก็เคลื่อนจากไป ประตูจวนก็ปิดสนิทอีกครั้งหลินจื่อเซียนจึงจูงมือเซี่ยจินเย่ “ไปเถอะ”
เซี่ยจินเย่เดินตามไปราวกับหุ่นไม้จิตใจแตกสลายเป็ผุยผง ความหวังที่จะมาอาศัยพึ่งพิงบิดาพังทลายลง
ไม่รู้กลับมาถึงเรือนตอนไหนไม่รู้แม้กระทั่งว่าเดินกลับมาอย่างไรหลินจื่อเซียนก็ปล่อยให้นางนั่งซึมกะทืออยู่ในห้องส่วนตัวเธอก็เดินออกไปหาซื้อของกินของใช้
เมื่อกลับมาก็ยังเห็นเซี่ยจินเย่ยังนั่งซึมกะทือเช่นเดิมเธอเดินไปตรงหน้าเซี่ยจินเย่ ยื่นซาลาเปาใส้เนื้อไปให้ แล้วพูดว่า “ข้ารู้ว่าเ้าเสียใจแต่เ้าก็ต้องทำใจนะ ผู้ชายเลวๆที่ทอดทิ้งลูกเมียมีเยอะแยะ เป็พ่อแล้วยังไงเขาก็ทิ้งเ้ามาั้แ่เ้าเล็กๆ แล้วนี่นา จะต้องไปใส่ใจกับพ่อแบบนั้นทำไมมีก็เหมือนไม่มี แทนที่จะมานั่งเสียใจอยู่ เอาเวลาไปฝึกฝนตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ?คนไร้ค่าพรรค์นั้นไม่ควรเอามาใส่ใจแม้แต่น้อย”
“พี่จื่อเซียนฮือออออ....” เซี่ยจินเย่โผกอด ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตานองหน้าหลินจื่อเซียนจึงได้แต่กอดๆ ลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจ
เซี่ยจินเย่ร้องไห้อยู่นานมากจนในที่สุดก็ค่อยๆ หยุดร้อง พูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า“ทะ...ท่านพี่...อึก...อึก...ยะ...อย่าทิ้งข้า...นะ”
“เลิกร้องได้แล้วข้าไม่ชอบดูคนร้องไห้” หลินจื่อเซียนบอกน้ำเสียงอ่อนโยนเซี่ยจินเย่จึงพยายามหยุดร้อง ยกมือเช็ดน้ำตา หลินจื่อเซียนดันตัวเซี่ยจินเย่ออกแล้วยื่นซาลาเปาให้ “กินซิ กินเสร็จแล้วจะได้เริ่มฝึกฝน อยากแข็งแกร่งไม่ใช่เหรอ?ข้าไม่อาจปกป้องเ้าได้ตลอดไปหรอกนะ”
เซี่ยจินเย่รับซาลาเปามามองหน้าพี่จื่อเซียน แล้วก็กัดซาลาเปาจนเหมือนกับจะยัดซาลาเปาทั้งลูกเข้าปาก
เมื่อเซี่ยจินเย่กินหมด1 ลูก หลินจื่อเซียนก็ยื่นให้อีกลูก “เอ้า กินให้อิ่มเ้ายังต้องใช้แรงอีกเยอะ”
เซี่ยจินเย่รับมากัดกร๊วมๆ
หลังจากกินเสร็จแล้วหลินจื่อเซียนจึงใช้ให้เซี่ยจินเย่ไปตักน้ำใส่ตุ่มหลังจากตักน้ำใส่ตุ่มเสร็จก็พาเซี่ยจินเย่ไปวิ่งในสุสาน
“เ้าต้องฝึกวิ่งยิ่งเ้าวิ่งได้ไว เ้าก็จะหนีศัตรูได้ไว อีกทั้งยังบุกจู่โจมได้ไวด้วย”หลินจื่อเซียนบอกเหตุผล เซี่ยจินเย่ฟังแล้วก็พยักหน้า “เ้าค่ะ”
จากนั้นทั้งสองก็วิ่งไปด้วยกันแรกๆ เซี่ยจินเย่ก็วิ่งสุดแรง นำหน้าหลินจื่อเซียนแต่วิ่งไปได้แป๊บเดียวก็เหนื่อยจนหอบหายใจ หลินจื่อเซียนวิ่งเหยาะตามมาทันก็พูดว่า“มาๆ รีบมา อยากแข็งแกร่งก็ต้องอดทน”
เซี่ยจินเย่เม้มปากฮึดสู้แล้ววิ่งตามไป นางวิ่งๆ หยุดๆ จนเหงื่อท่วมตัว ในใจก็คิดว่าหากนางสวมใส่อาภรณ์ที่เลือกเองคงเดินได้แค่ก้าวเดียวก็สะดุดล้มแล้วอาภรณ์ที่ท่านพี่เลือกให้ข้าช่างดียิ่งนัก
นางวิ่งจนวิ่งไม่ไหวแล้วเหนื่อยจนคลานแล้วลงไปนอนแผ่บนผืนหญ้า หอบหายใจจนตัวโยนหลินจื่อเซียนยืนดูอยู่ใกล้ๆ ยืนกอดอกมอง ทอดสายตาออกไปไกลเซี่ยจินเย่เห็นพี่จื่อเซียนไม่มีเหงื่อท่วมตัวเหมือนตัวเองก็พูดว่า“เมื่อไหร่กันนะที่ข้าจะวิ่งได้เหมือนท่านพี่”
“ฝึกทุกวัน”หลินจื่อเซียนดึงสายตากลับมามองนาง แล้วพยักหน้า “ไป กลับบ้านกันเถอะ”
“เ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่ยันตัวลุกขึ้นมา สองขาสั่นระริก แต่ก็พยายามฝืนก้าวขาเดินตามกลับเรือน
หลังจากอาบน้ำกินอาหารแล้ว เซี่ยจินเย่ก็หลับเป็ตาย หลินจื่อเซียนเห็นเซี่ยจินเย่หลับไปแล้วเธอก็เดินไปยังห้องนอนอีกห้อง เดินไปนั่งอยู่หน้ากระจกแล้วเอาสิ่งของที่ซื้อมาออกมาวางเรียงบนโต๊ะ จากนั้นก็จัดการลอกใบหน้าปลอมบนหน้าตัวเองออกเมื่อลอกออกมาแล้วก็เผยใบหน้างดงามบนกระจก มือก็จัดการกับใบหน้าปลอมที่ลอกออกมาเธอหาซื้อสารเคมีที่คุ้นเคยไม่ได้ คงต้องผสมเองเสียแล้วบางทีในโลกใบเล็กของราชันย์โอสถอาจจะมีสสารที่เธอ้าอยู่ล่ะมั้งเห็นทีเธอคงต้องเดินสำรวจโลกใบเล็กของท่านอาจารย์ผู้เย่อหยิ่งเสียหน่อย ฮี่ๆๆๆ
เมื่อจัดการใบหน้าปลอมเสร็จแล้วเธอก็ใส่กลับเข้าไปกลายเป็ใบหน้าสุดแสนธรรมดา กระด่างกระดำดังเดิม เมื่อจัดการหน้าตัวเองเสร็จแล้วเธอก็เดินไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงเข้าไปในห้วงสติ หรือที่เรียกว่าห้วงจิตนั้นแหละปากก็เรียกหา “อาจารย์ๆๆๆ”
เงาราชันย์โอสถปรากฏขึ้น“ปีศาจน้อย”
หลินจื่อเซียนกุมมือคารวะแล้วบอกจุดประสงค์ของตัวเองทันที “ข้า้าสารบางอย่างไม่รู้ว่าในโลกใบเล็กของท่านมีไหม? ถ้าท่านจะกรุณาก็ให้ข้าเข้าไปในโลกใบเล็กของท่านได้ไหม?”
“ของอะไรที่เ้า้า?”ราชันย์โอสถถาม หลินจื่อเซียนก็ตอบว่า “ข้าต้องดูเอง บอกไปอาจารย์ก็ไม่รู้จักหรอก”
“ฮึ! มีอะไรบ้างที่ข้าไม่รู้จัก” ราชันย์โอสถแค่นเสียงอย่างเย่อหยิ่งหลินจื่อเซียนจึงบอกชื่อสารที่เธอ้าออกมา “........ฯลฯ”
“เอ่อ...”ราชันย์โอสถอ้าปากค้าง เพราะสิ่งที่เ้าปีศาจน้อยเอ่ยออกมา เขาไม่รู้จักเลยจริงๆพอสบตากับเ้าปีศาจน้อยที่ทำหน้ารอคอยอยู่เขาก็ไออกมาสองที “แค่กๆเ้าไปดูเองเถอะ”
หลินจื่อเซียนจึงออกจากห้วงสติลืมตาขึ้นก็เห็นรอยแยกเล็กๆ ตรงหน้า แล้วจิตเธอก็ถูกดูดเข้าไปในโลกใบเล็กอีกครั้งจากนั้นเธอก็เดินสำรวจหาสิ่งที่เธอ้า ราชันย์โอสถก็เดินตามอยู่ข้างๆหลินจื่อเซียนเดินสำรวจไปพลางเก็บสิ่งที่เธอ้าไปด้วย มีทั้งพืช ดิน หิน แร่หลากหลายชนิด จนราชันย์โอสถต้องเอากระบุงมาให้นางใส่ของเ่าั้
เมื่อได้ของที่้าจนครบแล้วหลินจื่อเซียนก็หันไปพูดว่า “อาจารย์ ท่านมีเตา มีหม้อ มีมีดไหน?”
“เ้าจะปรุงอาหารรึ?”ราชันย์โอสถถาม หลินจื่อเซียนพยักหน้า “คล้ายๆ อย่างนั้นแหละ”
“เช่นนั้นก็ไปที่เรือนข้าเถอะ”ราชันย์โอสถบอกแล้วก็เดินนำไป หลินจื่อเซียนเดินตามไปจนถึงเรือนไม้หลังหนึ่งราชันย์โอสถเดินนำเข้าไปแล้วกวักมือ “เข้ามาซิ”
หลินจื่อเซียนจึงก้าวเข้าไปราชันย์โอสถก็ชี้นิ้วไป “ครัวอยู่นั่น”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”หลินจื่อเซียนยิ้มแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว เป็ครัวแบบโบราณ มีเตาฟืนเครื่องครัวแบบโบราณ หม้อ ไห กระทะ จาน ชาม ถ้วย วางเรียงเป็ระเบียบอยู่บนชั้นวางเธอวางกระบุงลง แล้วหยิบของในกระบุงออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะ จากนั้นก็หยิบครกออกมาแล้วลงมือสกัดสสารจากพืช ดิน หิน แร่ ที่เธอเก็บมา
ราชันย์โอสถก็เดินมายืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะตัวใหญ่มองดูเ้าปีศาจน้อยปรุงอาหาร เขาสงสัยยิ่งนักว่าเ้าปีศาจน้อยจะปรุงอาหารอะไร?
ยิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจเห็นนางตำๆ บดๆ ก่อไฟ ตั้งกระทะ แล้วใส่ของที่นางบดลงไป ใส่นั่นนิด ใส่นี่หน่อยอืม...จะเป็อาหารแบบไหน?
หลินจื่อเซียนสกัดสสารตามความรู้เดิมจนเวลาล่วงเลยไปค่อนคืน เธอจึงสกัดสสารเสร็จ ยืนมองดูสสารต่างๆ อย่างภูมิใจราชันย์โอสถยื่นมือไปหยิบกระปุกที่ใส่น้ำที่ข้นกว่าน้ำมาดู “นี่คืออะไร?”
“กรีเซอร์ลีน”หลินจื่อเซียนตอบ ราชันย์โอสถขมวดคิ้ว “ใช้ทำอะไร?”
“ใช้เป็สารประกอบในยาสีฟันแชมพู สบู่ได้ เป็สารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารเคมีชนิดอื่นๆได้” หลินจื่อเซียนตอบราชันย์โอสถยิ่งขมวดคิ้ว ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ แล้วเขาก็ชี้ไปที่กระปุกอื่นๆถามทีละอย่าง หลินจื่อเซียนก็อธิบายสสารแต่ละตัวให้ฟังราวกับเป็อาจารย์เคมีที่กำลังสอนลูกศิษย์โข่งยังไงอย่างงั้น
เมื่ออธิบายจบราชันย์โอสถก็ยังทำหน้าเหรอหราไม่เข้าใจ หลินจื่อเซียนจึงโบกมือ“อาจารย์อย่าสนใจเลยว่ามันใช้ทำอะไรบ้างน่ะ”
“อืม”ราชันย์โอสถพยักหน้าอย่างง่ายๆ หลินจื่อเซียนก็ถามว่า “ตอนท่านสร้างโลกใบเล็กนี่ท่านสร้างยังไง?”
“ทำอย่างไรหรือ?ข้าก็เริ่มจากสร้างโลกขึ้นก่อน จากนั้นก็สร้างพื้นดิน ท้องฟ้า สายน้ำ เมื่อข้าเจอสมุนไพรอะไรข้าก็จะเอามาปลูกไว้ในนี้น่ะซิ”
“อ่อ”หลินจื่อเซียนฟังแล้วก็ครุ่นคิด อืม...น่าจะคล้ายๆกับสร้างบ้านคือสร้างโครงบ้านขึ้นมาก่อน จากนั้นใส่พื้น ใส่หลังคา ใส่ประตูหน้าต่างซินะ
หลังจากคิดแล้วเธอก็กุมมือคารวะ “เช่นนั้นข้าลาล่ะ”
“เ้าจะรีบไปไหน?”ราชันย์โอสถถาม หลินจื่อเซียนตอบว่า“ข้าจะลองไปคิดดูว่าข้าจะสร้างโลกใบเล็กแบบท่านได้อย่างไร”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ