แสงจันทร์คืนวันเพ็ญ สาดส่องเข้ามากระทบใบหน้าเด็กน้อย ที่กำลังหลับตาสวดมนต์ ท่านเ้าอาวาสพินิจดูแล้วจึงเอ่ยถาม
“แม่นางเป็ใครกัน”
“....”
“แม่นางมาจากที่ใดกัน”
“....”
“เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ในร่างของเด็กคนนี้” เ้าอาวาสถาม แม้ไม่แน่ใจว่าจะได้คำตอบหรือไม่
เด็กน้อยหยุดสวดมนต์ ลืมตาขึ้นมาสบตาผู้ทรงศีล
“มันคือสัญญาระหว่างข้าและแม่ของนาง ไม่เกี่ยวกับท่าน”
“อาตมาขอบิณฑบาตชีวิตเด็กคนนี้ได้หรือไม่”
“พันธสัญญาเกิดขึ้นแล้ว ไม่อาจลบล้างได้ จนกว่าจะถึงเวลาสิ้นสุด”
“หากแม่นางทำร้ายผู้บริสุทธิ์ บุญบารมีที่สั่งสมมาก็จะหายไป เป็ที่น่าเสียดายยิ่ง” เ้าอาวาสพยายามพูดเกลี้ยกล่อม
“ข้าจะไม่ทำร้ายผู้ใด หากไม่มีใครมาทำร้ายข้าและเด็กคนนี้ก่อน” นางปีศาจส่งสายตาแข็งกร้าว
“แม่นาง...”
“ท่านผู้ทรงศีล หากแม่ของเด็กประสงค์ให้ข้ามาสวดมนต์ที่นี่ทุกวันเพ็ญ ข้าก็ยินดี เพราะข้าจะได้สั่งสมบารมีเพิ่มขึ้นเช่นกัน...เมื่อถึงเวลา ข้าจะพาเด็กคนนี้ไปเป็บริวารตามพันธสัญญา” นางปีศาจหลับตาลง คล้ายจบการสนทนา นางกลับเข้าสู่ภวังค์สมาธิอีกครั้ง
เ้าอาวาสลอบถอนใจ การเจรจาไม่ง่ายอย่างที่คิด
วันรุ่งขึ้น ฟางเจียวซินเดินทางมารับลูกสาวกลับบ้าน เ้าอาวาสบอกเล่าเื่ราวเหตุการณ์เมื่อวานให้ฟัง
“อาตมาคิดว่า อย่างน้อยก็เป็เื่ดี ที่นางปีศาจยอมมาถือศีลที่นี่ โยมก็ไม่ต้องเป็กังวลเื่ที่นางจะพาลูกสาวไปทำร้ายใคร”
“แต่ถ้า....หนิงเอ๋ออายุครบยี่สิบปีแล้ว...เอ่อ...” ผู้เป็แม่ยังอดกังวลกับเื่นี้ไม่ได้
“ในระหว่างนี้พวกเราค่อยมาหาวิธีกัน อาตมาก็จะช่วยเกลี้ยกล่อมนางปีศาจให้ปล่อยลูกโยม”
“ขอบพระคุณท่านมากเ้าค่ะ”
ั้แ่บัดนั้นเป็ต้นมา ก่อนถึงวันเพ็ญฟางเจียวซินจะต้องพาลูกไปฝากไว้ที่วัดแห่งนี้
วันเวลาผ่านไป แม่ชีรู้สึกผูกพันเอ็นดูหนิงเอ๋อเป็อย่างมาก แม่ชีสอนให้เด็กน้อยอ่านเขียนหนังสือ จนกระทั่ง หนิงเอ๋ออายุย่างสิบปี ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตพลิกผัน
ซิ่วอิง ภรรยาของผู้ช่วยหมอหลวง อาการทรุดลงน่าใจหาย ฟางเจียวซินต้องคอยเฝ้าดูแลซิ่วอิงอย่างใกล้ชิด ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้นางไม่ได้พักผ่อน ร่างกายผอมโทรมตามคนป่วยไปด้วย จนหนิงเอ๋อเป็ห่วงผู้เป็แม่เป็อย่างมาก
“ท่านแม่ ...เวลากลางคืนให้ข้าคอยดูแลนางก็ได้ ท่านจะได้นอนพักผ่อน” หนิงเอ๋อเสนอตัว เพราะเป็ห่วงแม่
“ไม่ต้องห่วงแม่...เวลาที่นางนอน ข้าก็ได้นอนเหมือนกัน” ฟางเจียวซินส่งยิ้มแห้งให้ลูกสาว
ในที่สุดคืนวันเพ็ญก็มาถึงอีกครั้ง แต่คราวนี้ฟางเจียวซินไม่สามารถปลีกตัวไปส่งหนิงเอ๋อที่วัดได้เลย อีกทั้งตัวเองก็ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงที่จะเดินไปถึงที่วัด นางจึงใช้วิธีการขังลูกสาวไว้ในห้อง ไม่ให้พบปะผู้ใด
นางปีศาจแอบหัวเราะกับวิธีการของฟางเจียวซิน
“คิดจะขังข้าด้วยวิธีการนี้รึ...โง่เสียจริง”
รอยยิ้มชวนขนลุกปรากฏบนใบหน้าของหนิงเอ๋อ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเข้ามาใกล้...
“ซีห่าว...เ้ารนหาที่เองนะ” นางปีศาจแสยะยิ้ม
ประตูห้องถูกเปิดออก ซีห่าวส่งยิ้มเ้าเล่ห์ ก้าวเข้ามาประจันหน้า แกล้งถาม..
“แปลกจริง...ทำไมเ้ายังอยู่ที่นี่” ซีห่าวแอบสังเกตหลายครั้งแล้ว ทุกวันเพ็ญฟางเจียวซินจะพาลูกสาวออกไปนอนค้างที่บ้านญาติ คล้ายจะปกปิดอะไรบางอย่าง
“ปกติข้าอยู่ที่นี่...เ้าจะให้ข้าไปไหน” นางปีศาจแกล้งเฉไฉ
“ข้ารู้...ทุกวันเพ็ญเ้าจะไม่อยู่ที่นี่ พวกเ้าสองแม่ลูกต้องมีอะไรปกปิดพวกเราแน่ ๆ วันนี้ข้าจะต้องพิสูจน์ให้ได้” ซีห่าวยืดอกยิ้มเยาะ
“ยังไงล่ะ” นางปีศาจกอดอก หรี่ตามองเย้ยหยัน
ซีห่าวเห็นท่าทางหยิ่งยโสอวดดีเช่นนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ไม่ใช่หนิงเอ๋อคนเดิมแล้ว เขาจับที่ข้อมือนาง หยิบมีดพกออกมา
“เ้าทำบ้าอะไร!!” นางปีศาจในร่างหนิงเอ๋อตะคอกถาม ดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง