“คราวหน้าคราวหลังก็อย่าเผลอพุ่งเข้ารถคนอื่นแบบนี้อีกนะครับ เห็นผลที่ตามมาแล้วใช่ไหม มันเดือดร้อนคนอื่นเขา..” เฟยกล่าวหลังจากวางเฟิร์นบนรถเข็นก่อนจะลูบหัวราวกับว่าเธอเป็เด็กน้อย..
“ย่ะ! ส่วนนายก็อย่าทำอะไรที่มีพิรุธแบบนั้นอีกล่ะ อีกอย่าง.. ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะยะ” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง เฟยที่เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะลูบหัวเธออีกครั้ง และเดินจากไปท่ามกลางสายตาของหญิงสาวที่มองค้อนใส่..
หลังที่เฟยเดินจากไป หญิงสาวที่ยังคงติดอยู่ห้วงอารมณ์แห่งความคิด รูป ลักษณ์ กลิ่น เสียงมันยังคงตราตรึงอยู่ในหัวของเธอไม่หาย และจู่ๆความรู้สึกแปลกๆมันก็เกิดขึ้นมาในหัวใจของเธอ ตอนนี้เธอรู้สึกใจหาย เคว้งคว้าง โหวงๆในอกแบบแปลกๆ เธอจะพยายามส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดพวกนี้ออกไป แต่มันก็ยังคงอยู่..
“อย่าให้เจอกันครั้งนะ แม่จะเล่นให้คว่ำเลยคอยดูเถอะ.. ว่าแต่นายนั่น ชื่ออะไรนะ?.. บ้าจริง! นี่เราไม่ได้ถามเขาหรอกเหรอเนี่ย..เฮ้อ..” เฟิร์นกล่าวออกมา แม้ว่าคำพูดของเธอจะเหมือนจะแค้นกับชายคนนี้เป็อย่างมาก แต่ในส่วนลึกๆจากคำพูดของเธอ มันดูเหมือนว่าเธออยากที่จะเจอกับเขาอีกครั้งหนึ่ง แต่มันก็คงจะกลายเป็เื่ที่ยากเย็นเสียแล้ว เพราะแม้แต่ชื่อของเขาเธอยังไม่รู้เลยในตอนนี้..
‘อ้าว! ไม่ได้รู้จักกันหรอกเหร๊อ..’ รปภ.กล่าวคิดในใจ แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เื่ที่เขาจะต้องใส่ใจ เขาแค่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองในดีที่สุดเท่านั้นก็พอ อีกอย่างขืนเขาพูดอะไรที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ไม่พอใจมีหวังได้ตกงานกันพอดี และเมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เข็นเธอไปส่งที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที..
กลับมาทางด้านของเฟยที่เดินตรงมาที่ห้องฉุกเฉิน ซึ่งคาดว่าเป็สถานที่ที่ครอบครัวของเขาอยู่ แต่เมื่อเขาเดินมาจนถึง เขาก็พบเหตุว่าพ่อกับแม่รวมถึงน้องสาวของเขากำลังพูดคุยกับหมอที่เคยดูแลพ่อ เฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปสอบถามเื่ราวที่พวกเขากำลังคุยกัน
“มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ..” เฟยกล่าวถามออกไป ซึ่งทุกคนที่ได้ยินเสียงก็หันกลับมามองที่เฟย ก่อนจะเป็หมอที่เอ่ยตอบกับเขา..
“คือหมอกำลังจะพาตัวพ่อของคุณไปตรวจเพิ่มเติมน่ะครับ แต่ว่าเื่ค่าใช้จ่ายไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ ทางโรงพยาบาลจะออกค่าตรวจ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลของคุณผู้หญิง และน้องสาวคนนี้ด้วยครับ”
พลกล่าวเพื่อให้อีกฝ่ายทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เฟยก็ไม่ได้เข้าใจตามที่หมอพูดกล่าวเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาแค่ให้ครอบครัวของเขามาตรวจร่างกายแค่ภายนอก และทำแผลที่าเ็เท่านั้น แต่ที่หมอกำลังพูดอยู่เหมือนกับว่ากำลังจะพาพ่อของเขาไปตรวจภายในร่างกายอย่างไรอย่างนั้น..
“เดี๋ยวก่อนนะครับ.. ผมแค่ให้พ่อของผมตรวจร่างกายจากอาการาเ็เท่านั้น มันควรที่จะทำแผล จ่ายเงินแล้วก็กลับได้เลยไม่ใช่เหรอ แล้วมันเื่อะไรกันครับเนี่ย”
เฟยกล่าวถามไปตรงๆ ซึ่งพลที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ตัวของเขาแค่อยากได้ผลตรวจว่าอาการเส้นเืในสมองแตกของคนไข้รายนี้มันหายไปแล้วเท่านั้น เขาแค่อยากจะหาคำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน จึงไม่รู้จะบอกกับชายตรงหน้ายังไงดี พลหันมามองครอบครัวคนอื่นๆของผู้ป่วยด้วยสายตาปริบๆ เหมือนกับเป็การส่งสัญญาณว่าให้พูดอะไรกับชายคนนี้สักหน่อย..
“เอาน่าลูก.. หมอเขาก็แค่อยากจะตรวจเช็กให้แน่ใจว่าพ่อเราไม่เป็อะไรแล้วจริงๆ มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่พวกเขาจะตรวจร่างกายพ่ออย่างละเอียดอีกครั้งโดยที่ไม่เสียค่ารักษาพยาบาลเลยสักบาทเดียว อีกอย่างแม่ก็จะได้สบายใจด้วยว่าพ่อเราหายแล้วจริงๆ” แม่ไหมที่เห็นว่าหมอเริ่มไปไม่เป็ เธอจึงเอ่ยช่วยเขาเล็กน้อย ก่อนจะสะกิดลูกสาวให้ร่วมวงพูดด้วยอีกครั้ง
“เออ.. ใช่ๆค่ะพี่.. อีกอย่างค่ารักษาพยาบาลของแม่กับของหนูจะได้ไม่เสียเพิ่มเลยสักบาท เป็ข้อเสนอที่ดีมากเลยนะคะ” ฟางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า ซึ่งเมื่อเฟยได้ยินอย่างนั้นเขาถึงกับหรี่ตามองไปที่ทุกคนอย่างใจเย็น เหมือนเขาจะได้ยินอะไรบางอย่างที่มันไม่ค่อยจะเข้าหูสักเท่าไร..
“ข้อเสนอ?.. ข้อเสนออะไร?..” เฟยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ และมันทำให้ทั้งครอบครัวถึงกับชะงักตัวไปเลยทีเดียว แม่กับน้องสาวที่ได้ยินอย่างนั้นก็ส่งสายตาไปที่พ่อราวกับกำลังจะบอกว่ามันเป็คิวของพ่อแล้วที่ต้องพูดอะไรสักอย่างกับเฟย ผู้เป็พ่อที่ถูกกดดันด้วยสายตาก็ได้แต่ปลงๆก่อนจะเอ่ยปากพูดออกไป..
“ก็หมอเขาให้พ่อเซ็นเอกสารตรวจร่างกายของพ่ออย่างละเอียดก็เท่านั้นเอง อีกอย่างมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่เ้าเฟย นอกจากจะได้ตรวจฟรีแล้ว แม่กับน้องของแกก็ได้สิทธิรักษาฟรีอีก มันไม่ดีเหรอ..” พ่อภูมิกล่าวกับเฟย ซึ่งคำพูดนั้นเฟยก็หันไปกดดันหมอเพิ่ม และเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้..
“เฮ้ออ.. คิดว่าวันนี้คงจะไม่ได้ถอนหายใจแล้วซะอีก ทำอะไรไม่เคยปรึกษากันเลยนะครับ พ่อกับแม่ไม่รู้เหรอว่าทำไมพวกเขาถึงขอตรวจร่างกายพ่ออย่างละเอียดอีกครั้งน่ะ ถ้าผมบอกว่ามันไม่จำเป็ก็ไม่ต้องกังวล ผมเป็คนรักษาพ่อกับมือนะครับทำไมผมถึงจะไม่รู้ว่าอาการของพ่อเป็ยังไง อีกอย่างห่วงทำไมกับเื่เงิน ต่อให้ค่ารักษาพยาบาลเล็กๆน้อยๆนี้จะแพงเท่ากับตึกของโรงพยาบาลทั้งหลังผมก็จ่ายไหว.. สิ่งที่ผมอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้คือพ่อเซ็นตกลงข้อเสนอกับหมอเขาไปหรือยัง..”
เฟยกล่าวเทศนากับครอบครัวอีกครั้ง ช่วยกันต่อเติมคำพูดดีนักก็ต้องโดนเทศน์กันให้ทั่วหน้า ในระหว่างเทศน์อยู่นั้นเองสายตาของเขาก็หันไปเห็นเอกสารที่พ่อน่าจะเซ็นไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็ต้องรอคำตอบจากใครอีกต่อไป..
“ช่างเถอะ! ถึงพวกเขาตรวจไปก็ไม่เจออะไรอยู่ดี ถ้าเพื่อความสบายใจของทุกคนก็ทำๆไปเถอะครับ ผมจะไปนั่งรอตรงนู้นก็แล้วกัน เสร็จแล้วก็มาเรียกนะครับ” เฟยกล่าวพร้อมกับหันหลังเดินจากไปทางที่เขาชี้ในทันที หมอพลที่ได้ยินสิ่งที่เขากล่าวออกมาเขาก็หรี่ตามองตามพลางขมวดคิ้ว..
‘เมื่อกี้เขาได้พูดออกมาเองหรือเปล่าว่าเขาเป็คนรักษาพ่อของเขาน่ะ.. เส้นเืในสมองแตกเนี่ยนะ รักษาได้ยังไงกัน เขาใช้วิธีไหน?!’
พลกล่าวกับตัวเองภายในหัว แต่เขาก็ต้องเลิกสนใจ เพราะเคสตัวอย่างที่สำคัญกำลังอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะบอกว่าเขาจะไม่เจออะไร แต่เขาเชื่อว่ามันจะต้องมีร่องรอยอะไรบางอย่างหลงเหลืออยู่แน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็เชิญตัวของคนไข้รายนี้ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดทันที
“แม่! หนูคิดว่าพี่เปลี่ยนไปมากเลยนะคะั้แ่พี่เขาผอมลงน่ะ..”
ฟางกล่าวในขณะที่กำลังเดินตามหลังพ่อของเธอไป ซึ่งเมื่อแม่ไหมได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักตัวราวกับมีพิรุธอะไรบางอย่าง เพราะเธอนั้นรู้อยู่เต็มอกถึงสาเหตุที่ลูกชายของเธอเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้อยู่แล้ว แต่จะบอกไปตรงๆก็คงจะไม่ได้ เพราะมันเป็เื่ที่ลูกขอร้องเอาไว้อีก..
“เออ.. แม่ว่าพี่ของลูกก็ปกติดีนะ ลูกอาจจะไม่ค่อยได้คุยกับพี่เขาหรือเปล่า พี่เขาก็เป็อย่างนี้มานานแล้วนะ ใช่ไหมคะคุณ..” แม่ไหมกล่าวตอบกลับฟางลูกสาว ก่อนจะโยนหินร้อนๆให้กับสามีของตัวเองช่วยยืนยัน
“อ่าใช่ๆ พี่แกก็เป็แบบนี้ตั้งนานแล้วนะ..” พ่อภูมิกล่าวตอบตามน้ำหินร้อนๆที่ภรรยาส่งต่อมา ฟางที่เห็นอาการของทั้งพ่อ และแม่มันทำดูเหมือนเหตุการณ์เมื่อครู่ยังไงชอบกล ทั้งคู่ดูเลิ่กลั่กราวกับมีอะไรปกปิดเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น บางทีเธอจะต้องหันมาสนใจพี่ชายของเธอให้มากขึ้นเสียแล้ว..
‘มันต้องมีอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้อยู่แน่ๆ..’ ฟางกล่าวคิดในใจ
กลับมาที่ทางด้านของเฟยหลังจากที่เขานั่งลงที่โซฟาแถบห้องโถงชั้น 1 เพื่อรอครอบครัวของเขาอยู่ได้สักพักหนึ่ง ในระหว่างที่กำลังเล่นมือถืออย่างเพลินๆเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงอาฆาตแค้นบางอย่างใกล้ๆ และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามองต้นเหตุ เขาก็ต้องหัวเราะคิคิออกมาด้วยความสะใจ..
มันเป็เพราะว่าเ้าแรงอาฆาตที่ว่านั้น มันมาจากคุณหมอสาวสวยที่เขาเพิ่งจะพบเจอเมื่อครู่ที่ผ่านมา และสภาพของเธอในเวลานี้คือต้องเข้าเฝือกที่ขาขวา ใบหน้าของเธอเวลามองเข้าไปมันก็ยิ่งทำให้ตลกเข้าไปใหญ่ แน่นอนว่าคุณหมอคนสวยที่โดนหัวเราะใส่ก็ไม่ยอม เธอค่อยๆขยับตัวโดยใช้มือของเธอเลื่อนล้อรถเข็นมุ่งตรงมาทางทิศที่เฟยอยู่ในทันทีทันใด..
“หัวเราะอะไรอยู่ไม่ทราบ.. โอ๊ย! ทำไมวันนี้ฉันถึงได้ซวยอย่างนี้นะ เห็นหน้านายล่ะฉันจะอารมณ์เสีย” เฟิร์นกล่าวถามกับเฟย ก่อนที่เธอจะบ่นๆออกมาตามสไตล์ของเธอ
“อะไร?.. ผมกำลังดูคลิปตลกในมือถืออยู่ ผิดเหร๊อที่ผมจะหัวเราะเพราะมันตลกดีนะ” เฟยกล่าว
“ดู๊! ทำมาเป็พูดอ้างนู่นอ้างนี่ นายเงยหน้ามองมาที่ฉัน แล้วก็หัวเราะออกมา ไม่ใช่ว่านายหัวเราะใส่ฉันอยู่อย่างนั้นเหรอ.. เฮ้อ! ไหนเอามือถือมาดูสิ๊ มีคลิปตลกอย่างที่นายว่ามาจริงหรือเปล่า” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับทำสีหน้างอนๆ ก่อนที่เธอจะชะโงกหน้ามามองโทรศัพท์ของเฟยว่ามันมีคลิปตลกอย่างที่เ้าตัวว่ามาจริงๆหรือเปล่า ครั้งนี้เธอต้องเช็กให้มั่นใจก่อน ไม่งั้นได้หน้าแตกเหมือนครั้งก่อนแน่ๆ..
“ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย.. นาย! นายหัวเราะฉันอยู่จริงๆด้วย” เฟยที่เห็นว่าอีกฝ่ายอยากจะดูมากนัก เขาก็ยื่นโทรศัพท์ให้เธอดูสมใจอยาก ส่วนเฟิร์นที่มั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจหัวเราะใส่เธอ เธอก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟทันที ส่วนเฟยเองก็ได้แต่หัวเราะด้วยความชอบใจ..
“ก็รู้ตัวเองดีนี่นา.. ฮ่าๆ..” เฟยกล่าวตอบพลางหัวเราะเสียงดังลั่น..