ก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่า
REST IN PEACE
CECILIA EVERLET
911 - 932
ชายหนุ่มเศร้าใจยิ่งนักที่เวลานี้ไม่อาจทำอะไรให้เธอได้เลย แม้แต่ป้ายยังเป็ชื่อของคนอื่น เขาจึงให้สัญญาว่าจะไม่ยอมให้หญิงคนนั้นถูกโทษปะาแล้วตายจากไปอย่างง่ายดายเพราะเธอจะต้องได้ัักับความทุกข์แสนสาหัสตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ให้สาสม
คฤหาสน์ตระกูลอาเบอร์ลีน
ดัชเชสอาเบอร์ลีนและเลดี้เมเบลเข้ามาช่วยเอเลนอร์เตรียมสัมภาระั้แ่เช้าตรู่ จัดหาข้าวของจำเป็ สมุนไพร ยารักษาอาการของเธอไว้ให้พร้อมเพราะกลัวว่าเธอจะลำบาก
“ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ นาธาเนียลถึงได้เปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้คะ หรือว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกเชื้อพระวงศ์ที่เราไม่รู้” เลดี้เมเบลเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังพูดกันเสียดิบดีว่าจะอยู่ดวาลินน์ต่อเพราะเป็ห่วงสุขภาพของภรรยา
“…” เอเลนอร์ไม่นึกหนักใจอะไรคิดแต่เพียงว่าหน้าที่ภรรยาของเธอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นย่อมต้องอยู่เคียงข้างสามี หากการตัดสินใจนี้เป็เพราะถูกบีบจากทางราชวงศ์ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เธอจะพยายามรักษาตัวเองให้แข็งแรงเพื่อที่เขาจะไม่ต้องกังวลเื่ของเธอเพิ่มขึ้น
“ไม่ต้องห่วงนาธาเนียลมากเกินไปหรอก ถึงอย่างไรก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ผ่านศึกามาตั้งเท่าไหร่ แค่ไปอยู่ดินแดนห่างไกลคงเหมือนออกไปเที่ยวนอกเมืองหลวงก็เท่านั้น” ดัชเชสอาเบอร์ลีนกุมมือหญิงสาวตรงหน้า สายตาห่วงใย “ห่วงก็แต่เอเลนอร์ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจรีบบอกนาธาเนียล แค่เห็นสีหน้ากังวลของเธอ เขาก็แทบคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว”
“ค่ะ ท่านแม่” เอเลนอร์ยิ้มให้ทั้งสองคนและขอบคุณที่มาช่วยจัดข้าวของในวันนี้เหลือแต่รออีกฝ่ายกลับมาแล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน
เอเลนอร์ไม่รู้ตัวเลยว่าบรรยากาศรอบ ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย เดิมทีนาธาเนียลมักถามไถ่และชวนเธอพูดคุยถึงเื่โน้นเื่นี้อยู่เสมอแต่เวลานี้กลับนิ่งเฉย สายตาเหม่อลอยออกไปนอกรถม้าและไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยคำใดตลอดทั้งการเดินทาง
“นาธาเนียล ทานของว่างสักนิดไหมคะ ท่านแม่กับท่านพี่สะใภ้ช่วยกันเตรียมให้พวกเราอยู่นานเลยค่ะ” น้ำเสียงห่วงใยเปล่งออกมา สีหน้ากังวลเล็กน้อยที่เขาดูไม่หือไม่อือจนเผลอคิดไปว่าการเมืองระหว่างราชวงศ์กับตระกูลดยุกอาเบอร์ลีนคงหนักหนาเสียจนไม่อาจปล่อยวางใจได้เลย
เอเลนอร์จึงทำตัวราวกับเป็อากาศ นั่งมองเขาตาไม่กะพริบเผื่อจะมีสักจังหวะได้สบตากัน แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่เธอยินดีรับฟังความกลัดกลุ้มใจของเขา
ั้แ่มาถึง เดอ ลีแวร์ ดินแดนทางตอนเหนือ นาธาเนียลยังคงทำเหมือนเธอไร้ตัวตนจนบางครั้งหญิงสาวนึกเ็ปใจโดยไม่รู้ตัว
อีกฝ่ายมีท่าทีห่างเหิน วันทั้งวันยุ่งงานเอกสารกองพะเนิน บางครั้งหายหน้าหายตาไปโดยไม่บอกกล่าวจนเธอนึกเป็ห่วง ร่างกายกำยำซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้เธอจึงลงมือทำอาหารให้เขาด้วยตัวเอง เลือกทำแต่สิ่งที่เขาชอบเผื่อว่าเขาจะรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาบ้าง
จนแล้วจนเล่า หญิงสาวได้แต่รอเก้อ ทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่าเย็นนี้จะรีบกลับแต่ดันโผล่หน้ามาให้เห็นใน่เช้าสามวันต่อมา
“ใช้ชีวิตสุขสบายดีเลยนี่” น้ำเสียงที่เธอไม่ได้ยินหลายวันเอ่ยพึมพำ ในใจเขาคิดแค่ว่าผู้หญิงคนนี้หน้าด้านเกินไปแล้ว อาการป่วยไม่ถูกกับหน้าหนาวก็คงจะเป็เื่หลอกลวงให้เขาตายใจด้วยเช่นกัน
ทั้ง ๆ ที่ทำลายชีวิตคนอื่นไปถึงขนาดนั้น แต่กลับยิ้มระรื่นไม่รู้สึกผิดบาป “แพศยา”
“…” ดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์จ้องมองคนตรงหน้า คิดว่าเธอได้ยินอะไรบางอย่างแต่เขากลับนิ่งเฉย เห็นสีหน้าหม่นหมองยังนึกเป็ห่วง “ทานอะไรสักนิดไหมคะ หรือว่าจะอาบน้ำก่อน ฉันจะให้คนเตรียมน้ำอุ่นให้”
“…” สีหน้าเรียบเฉยแต่สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เอเลนอร์ไม่เคยเห็นมาก่อนจึงทึกทักไปเอง
“นาธาเนียล เหนื่อยมากเลยเหรอคะ ถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้คุณได้บ้างบอกมาได้เลยนะคะ” ความห่วงใยของเธอเหมือนส่งไปไม่ถึงเพราะเขาไม่แยแสเลยสักนิด
“คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” อีกฝ่ายแสยะยิ้ม เพราะเวลานี้เขา้าเพียงแค่ให้คนรักหวนกลับมา
“คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าต้องทำยังไง” เอเลนอร์ตั้งใจฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด “นาธาเนียล ฉันเป็ห่วงคุณนะคะ”
“มีอะไรก็ไปทำเถอะ ผมจะพักผ่อน อย่าเข้ามารบกวน” ชายหนุ่มบอกเธอไปอย่างนั้นแล้วเดินหนีเข้าห้องทันทีปล่อยให้เธอเศร้าใจอยู่คนเดียวเพราะั้แ่กลับมาจากฮันนีมูน ทั้งคู่แยกห้องนอนกันจนเธอคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดจึงพยายามถามเขาไปตามตรงแต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าไม่มีอะไร
ยิ่งย้ายมาอยู่ดินแดนตอนเหนือ ความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่น่นั้นหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ความเงียบเหงาอ้างว้างเริ่มแทรกซึมเข้ามาในใจเอเลนอร์ทีละนิด
ลับหลังนาธาเนียล ไม่ใช่ว่าเธอแข็งแรงอะไรนักหรอก หญิงสาวคนนี้ดื่มสมุนไพรและยาไปตั้งเท่าไหร่เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้อบอุ่นเพราะเกรงว่าจะป่วยไข้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้เป็สามี
บางคืนแทบไม่ได้หลับนอนเพราะหนาวเจ็บไปถึงกระดูก แม้จะมีเตาผิงที่จุดไฟตลอดเวลาแต่กลับไม่ช่วยสักเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นเธอยังคงอดทนหวังว่าสักวันหนึ่งจะเอาชนะมันไปให้ได้
วันเวลาล่วงเลยไปสองเดือน ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเหมือนอย่างเคย ห่างเหิน ไร้ชีวิตชีวา ภาพลักษณ์แตกต่างจากที่ใครหลายคนเห็นในวันแต่งงานจนสาวใช้พูดถึงไม่เว้นแต่ละวัน
ทั้งคำพูด สายตา การกระทำ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่รักกันปานกลืนกิน จนพวกเขานึกสงสัยว่าหลังจากฮันนีมูนครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สองสามวันมานี้ เอเลนอร์อยู่ในคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์เพียงลำพัง สายตาเหม่อมองไปยังประตูใหญ่ด้านหน้ารอคอยว่าเมื่อใดสามีของเธอจะกลับมา
“นายท่านคงมีงานด่วนจริง ๆ จึงไม่ได้แจ้งนายหญิงไว้ก่อน อย่าคิดมากไปเลยนะคะ” เอมี่ สาวใช้ของเธอกล่าวปลอบใจเ้านายตนเองเพราะเห็นสีหน้าไม่สู้ดีมาหลายวันแล้ว อีกทั้ง่เวลาที่เคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่อยู่ยังอาการย่ำแย่ลงไปอีก
“ฉันแค่เป็ห่วงนาธาเนียล หวังว่าเขาจะไม่เป็อะไร” เธอยิ้มกว้างให้สาวใช้ตรงหน้า แต่รอยยิ้มนั้นไม่สดใสเหมือนอย่างเคย
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าคืนนั้น ร่างกายของเอเลนอร์จะทรุดหนัก เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มใบหน้าเนื้อตัว สีหน้าริมฝีปากซีดเซียว หายใจติดขัดเ็ปทั่วกาย
เอมี่ได้ยินเสียงโอดครวญจึงผลักประตูเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยพลันได้เห็นว่าเืจำนวนมากไหลกองตรงหว่างขาของเธอ เปรอะเปื้อนที่นอนสีขาวจนพาลทำอะไรไม่ถูก
เมื่อเห็นว่าเอเลนอร์กุมท้องนอนขดด้วยความทรมาน เสียงร้องของนางพลันกระตุ้นเรียกสติของเอมี่กลับมา เธอะโเรียกคนให้ไปตามหมออย่างเร่งด่วนพลางวิ่งเข้าไปประคองคนตรงหน้า
ร่างกายเคาน์เตส เดอ ลีแวร์เริ่มไร้ไออุ่นจนความกังวลพลุ่งพล่าน สาวใช้เขย่าตัวเรียกสติเธอและสั่งให้ใครสักคนนำเื่นี้รายงานเคานต์ เดอ ลีแวร์
เอมี่คิดในใจ ไม่รู้จะแจ้งข่าวกับเ้านายอย่างไรเพราะไม่มีใครรู้เลยว่าเขาหายไปที่ไหน ทำไมต้องเกิดเื่แบบนี้ขึ้นตอนที่เขาไม่อยู่ด้วย
ไม่นานนัก หมอประจำเมืองจึงมาถึงคฤหาสน์ ตรวจตรานายหญิงอย่างละเอียดพลางมองใบหน้าหลับใหลเพราะฤทธิ์ยา เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พูดกับหัวหน้าสาวใช้และพ่อบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เคาน์เตส เดอ ลีแวร์ร่างกายอ่อนแอมาก ทั้งยังแพ้อากาศหนาวเป็ทุนเดิม แม้จะดื่มสมุนไพรชั้นดีแต่ร่างกายกลับไม่สามารถฟื้นฟูได้เท่าที่ควร ส่งผลให้สูญเสียเด็กในท้องไป”
“…” หัวหน้าสาวใช้และพ่อบ้านมองหน้ากันด้วยความตะลึงงัน สงสารนายหญิงที่นอนหลับไม่รู้เื่อะไร
ระหว่างรอเ้านายกลับมาจึงทำได้แค่เพียงดูแลเธออย่างดีที่สุด ทั้งที่ในใจไม่รู้เหตุผลที่เขาเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ การสูญเสียลูกไปในครั้งนี้จะทำให้เคานต์ เดอ ลีแวร์ตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ไหมย่อมไม่มีใครรู้
ห้าวันผ่านพ้นไป นาธาเนียลกลับมายังคฤหาสน์ ััได้ถึงบรรยากาศหม่นหมอง พ่อบ้านรีบเข้าไปรายงานเื่ราวให้เ้านายได้ทราบทันที
หากแต่เขากลับไม่สะทกสะท้านใด ๆ ทั้งสิ้น เดินตรงไปยังห้องของเอเลนอร์จนใครหลายคนคิดว่าเขาคงะเืใจมากแน่ ๆ
ห้องนอนกว้างใหญ่เงียบสงบเพราะหญิงสาวเพิ่งหลับไปได้เพราะฤทธิ์ยา แม้จะสะลึมสะลือรู้สึกตัวอยู่บ้างแต่ไม่มีแรงพอลืมตามองว่าแขกผู้มาเยือนเป็ใคร
กระนั้น เธอยังคงจำน้ำเสียงทุ้มได้เป็อย่างดี เสียงของคนรักที่เธอรอว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ คำพูดมากมายดังก้องในหัวอยากขอโทษที่ดูแลลูกของเราเอาไว้ไม่ได้พลันหัวใจเจ็บแปลบราวถูกเหล็กเสียดแทงกระหน่ำเพราะน้ำเสียงเยือกเย็นของเขา
“ดีแล้วล่ะที่เป็อย่างนี้ เด็กคนนั้นคงไม่อยากเกิดมามีแม่อย่างเธอนักหรอก”