"เป็ไปไม่ได้ เฉินฉางอันเหตุใดถึงแข็งแกร่งเพียงนี้! ทั้งที่อยู่ในขั้นโลหิตหลอมรวมปราณเหมือนกัน มีพลังเพียงครึ่งม้าก็นับว่าเก่งแล้วแต่ทำไมหมัดของเ้ากลับมีพลังถึง... ถึงสิบม้า!"
"ช่วย... ช่วยด้วย! ข้ายังไม่อยากตาย"
เฉินฉางอันราวกับก้าวเข้าสู่แดนไร้ผู้ต้าน อาศัยปราณโลหิตอันพลุ่งพล่านในกายพร้อมพละกำลังหนึ่งช้างจัดการกับกลุ่มองครักษ์สิบกว่าคน หากไม่ชกศีรษะคู่ต่อสู้จนแหลกละเอียดก็ซัดอวัยวะภายในจนะเิเป็จุณ
ทุกกระบวนท่าล้วนอำมหิต ดุดัน และตรงไปตรงมา ไม่มีความสงสารเลยแม้แต่น้อยและไม่แยแสต่อเสียงร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตราวกับจะขาดใจของอีกฝ่าย
หลังจากการเข้าเข่นฆ่าสังหารผู้ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้เหลือเพียงสองสามคนเท่านั้น ก่อนหน้านี้เขาถูกผู้ดูแลสามแทงทะลุอก แล้วยังถูกองครักษ์พวกนี้โยนศพทิ้งหน้าผา
ตัวการใหญ่คือผู้ดูแลสามนั้นไม่ผิด แต่พวกสุนัขรับใช้ที่ชอบวางอำนาจและรังแกผู้อื่นเหล่านี้ก็สมควรตายเช่นกัน ยามหิมะถล่มไม่มีเกล็ดหิมะใดที่ไร้ความผิด*[1]
ตลอดหลายปีมานี้เพื่อจะเก็บออมเงินซื้อโสมร้อยปี เฉินฉางอันต้องถูกคนพวกนี้ข่มเหงรังแกทั้งต่อหน้าและลับหลังมาไม่น้อย
เมื่อมีหัวใจเทาเที่ยและได้กลับมามีชีวิตใหม่ครั้งนี้ เฉินฉางอันจึงลงมือทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ไม่ละอายต่อใจตน อีกอย่างหากวันนี้เฉินฉางอันไม่สังหารองครักษ์เหล่านี้ ในวันหน้าเมื่อผู้ดูแลสามออกคำสั่งสุนัขรับใช้เหล่านี้ก็ต้องตามล่าสังหารเขาอย่างบ้าคลั่งอยู่ดีไม่ใช่หรือ?
"น้องฉาง... เฉินฉางอัน ไว้ชีวิตด้วย... ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!"
หัวหน้าองครักษ์ที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ เมื่อเห็นพี่น้องตายอย่างอนาถก็ขวัญหนีดีฝ่อไปนานแล้ว
ในหมู่องครักษ์เขามีฝีมือแข็งแกร่งที่สุดทว่าขี้ขลาดที่สุด เป็พวกชอบรังแกผู้อ่อนแอและเกรงกลัวผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
เขามองดูเฉินฉางอันที่ก้าวเข้ามาดุจเทพสังหาร หัวหน้าองครักษ์ตัวสั่นระริกดาบในมือร่วงหล่นลงพื้น ทันใดนั้นก็รู้สึกร้อนวูบที่เป้ากางเกงกลิ่นเหม็นโชยแตะจมูก เขารีบคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตด้วยความหวาดกลัว
"คนที่ฆ่าเ้าคือผู้ดูแลสาม คนที่โยน... โยนศพคือเ้าห้ากับเ้าเจ็ด ไม่เกี่ยวกับข้า! ไม่เกี่ยวกับข้าเลย น้องฉางอันได้โปรดไว้ชีวิตสุนัขอย่างข้าด้วยเถิดข้ายังมีคนแก่และเด็กที่ต้องดูแล..."
เฉินฉางอันมองดูหัวหน้าองครักษ์ที่คุกเข่าตัวสั่นดั่งสุนัขจนตรอกอยู่ตรงหน้า เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่แววตากลับยิ่งคมปลาบ
"ผู้ดูแลสามอยู่ที่ใด?"
แม้จะเป็การสังหารอยู่ฝ่ายเดียว แต่การต่อสู้ก็ดำเนินมาเกือบครึ่งก้านธูปแล้วย่อมเกิดเสียงดังไม่น้อย ทว่าั้แ่ต้นจนจบ ตัวการใหญ่อย่างผู้ดูแลสามกลับไม่ปรากฏตัวออกมาเลย เช่นนี้ย่อมมีคำอธิบายเพียงอย่างเดียวคือผู้ดูแลสามไม่ได้อยู่ในเรือนหลังนี้
องครักษ์เหล่านี้สมควรตายและผู้ดูแลสามยิ่งสมควรตายกว่าหลายเท่า!
แม้ขอบเขตพลังของผู้ดูแลสามจะเหนือกว่าเขามาก แต่เฉินฉางอันผู้มีเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภามีปราณโลหิตบริบูรณ์และพละกำลังเหนืุ์ หากต้องสู้กันจริง ๆ ใครจะเพลี่ยงพล้ำก่อนนั้น… ก็ยังไม่แน่
บุรุษล้างแค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ทว่าเฉินฉางอันเป็คนใจแคบแค้นนี้ต้องชำระในคืนเดียว!
เขาต้องจัดการผู้ดูแลสามให้สิ้นซากก่อนที่เื่จะรู้ไปถึงหูคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียน มิฉะนั้นสถานการณ์จะหลุดลอยเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้
"คุณ... คุณหนูใหญ่กำลังจะเปิดเตาหลอมโอสถ จึงเรียกตัวผู้ดูแลสามไปเข้าพบกลางดึก"
หัวหน้าองครักษ์ยันตัวขึ้นอย่างสั่นเทา จากนั้นก็ตบอกตนเองพร้อมส่งยิ้มประจบสอพลอให้เฉินฉางอันกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"น้องฉางอัน ข้าไม่ปิดบังเ้าเลย ข้าเองก็ไม่พอใจผู้ดูแลสามมานานแล้ว ข้าจะพาเ้าไปหาเขา พวกเราพี่น้องร่วมมือกันย่อมต้องสังหารมันได้แน่นอน..."
กร๊อบ!
หัวหน้าองครักษ์ยังพูดไม่ทันจบ เฉินฉางอันก็ลงมืออย่างกะทันหันท่ามกลางสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของอีกฝ่าย เขาใช้วิธีที่รวดเร็วดุจสายฟ้าบิดลำคอของมันจนขาดสะบั้น เพียงพริบตาเดียวหัวหน้าองครักษ์ก็ล้มลงไปชักกระตุกอยู่บนพื้น
‘ร่วมมือกันสังหารผู้ดูแลสามอย่างนั้นหรือ?’
‘เหอะ! ข้าดูหน้าโง่ขนาดนั้นเลยหรือยังไง?’
เฉินฉางอันกวาดสายตามองไปรอบกาย เศษเนื้อและแขนขาขาดกระเด็นเกลื่อนกราดซากศพนอนระเกะระกะ เืสีแดงฉานไหลนองรวมกันเป็สายช่างเป็ภาพที่สยดสยองยิ่งนัก
เมื่อวันก่อนเขายังเป็เพียงข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยในขั้นขัดเกลากายา องครักษ์เหล่านี้คนใดคนหนึ่งก็สามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย ทว่าตอนนี้องครักษ์สิบกว่าคนรุมเข้ามาพร้อมกันเขากลับใช้เพียงหมัดเปล่าจัดการพวกมันทั้งหมดได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปประหนึ่งหั่นผัก
พลัง! นี่คือพลังอันเด็ดขาด
ในโลกใบนี้สิ่งอื่นใดล้วนไม่จำเป็และเป็เื่ลวงตา มีเพียงพลังเท่านั้นที่จะสามารถและตัดสินทุกสรรพสิ่งได้!
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งเข้มข้นในยามนี้กลับทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด การได้ชำระแค้นอย่างสะใจและสามารถลิขิตโชคชะตาของตนเองได้ ความรู้สึกที่ได้เป็ผู้ควบคุมเช่นนี้ทำให้คนหลงใหลยิ่งนัก
"แย่แล้ว! ผู้ดูแลสามถูกคุณหนูใหญ่เรียกพบ มันต้องโยนความผิดทั้งหมดมาที่ข้าซึ่งเป็ ‘คนตาย’ ไปแล้วอย่างแน่นอน"
เมื่อนึกถึงคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนขึ้นมาเฉินฉางอันก็ขมวดคิ้วแน่น นางคือยอดฝีมือขอบเขติญญาผู้มีพลังอำนาจล้นฟ้า
มีความสามารถที่พลิกฟ้าคว่ำดินได้ ไม่ว่าเขาจะมีวาสนาพบเจอสิ่งวิเศษเพียงใด ไม่ว่าเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาจะฝืนลิขิตฟ้าแค่ไหน แต่หากคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียน้าจะบดขยี้เขาก็ทำได้ง่ายดายเหมือนบี้มดตัวหนึ่งเท่านั้น
ภายใต้คำโป้ปดของผู้ดูแลสาม ความผิดที่ถูกยัดเยียดให้ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยง เฉินฉางอันที่ต้องแบกรับความผิดต่อให้จะได้กลับมามีชีวิตใหม่ครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้นความตายอยู่ดี
การฆ่าผู้ดูแลสามนั้นง่าย เพียงแค่ซุ่มรออยู่ในเรือนหลังนี้เมื่อมันกลับมาก็หาโอกาสลอบสังหารเสีย ทว่าหลังจากฆ่ามันแล้วเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลจีและตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างต่อไปได้อย่างไร? นั่นต่างหากคือปัญหาสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่ายกลพิทักษ์สำนักอยู่ เฉินฉางอันที่เป็เพียงข้ารับใช้ แม้แต่ศิษย์สายนอกก็ยังไม่ใช่ย่อมไม่มีทางหนีออกจากตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างไปได้
หลังจากได้ลิ้มรสความรู้สึกของการเป็ผู้ควบคุมจากพลังอำนาจแล้ว เฉินฉางอันไม่อยากจะตายอีกเป็ครั้งที่สอง
เขา้าจะมุ่งสู่มหาเต๋าของโลกใบนี้ และเป็ผู้ลิขิตโชคชะตาด้วยตนเองที่ตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่าง
เมื่อลองทบทวนดูเพื่อจะทะลวงสู่ขั้นโลหิตหลอมรวมปราณ เขาถึงขั้นยอมเก็บออมเงินมาสิบปี อยู่ในระเบียบวินัยอย่างเจียมตัวหวังเพียงจะซื้อโสมร้อยปีสักต้นเพื่อเปลี่ยนลิขิตชีวิต ทว่าดาบนั้นของผู้ดูแลสามกลับทำลายความหวังจนสิ้น
ไม่เพียงเงินทองจะถูก่ชิงไป ทั้งยังถูกใส่ความว่าทำลายสวนสมุนไพร สังหารก่อนค่อยรายงานทีหลัง เื่ราวทั้งหมดนี้ เฉินฉางอันมีสิ่งใดที่ทำผิดหรือ? เขานี่แหละคือผู้เสียหายที่แท้จริง
"ในเมื่อหนีไม่พ้น เช่นนั้นก็..."
เฉินฉางอันตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขามองดูซากศพที่เต็มห้องครั้งหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดิมพันครั้งสุดท้าย
ในความทรงจำของคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนนั้น แม้จะเ็าดุจน้ำแข็งและวางอำนาจเหนือผู้ใด แต่นางก็ไม่ใช่คนที่ไร้ความเมตตาหรือไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดี มิฉะนั้นนางคงไม่ตั้งกฎให้ข้ารับใช้ตระกูลจีใช้ความสามารถในการ่ชิงโอกาสเพื่อหลุดพ้นจากฐานะทาสและเปลี่ยนลิขิตชีวิตตนเองหรอก
แต่สิ่งที่ไม่ต้องสงสัยก็คือ สำหรับยอดฝีมือขอบเขติญญาอย่างจีเฟิ่งเหยียนแล้ว ไม่ว่าจะเป็เฉินฉางอันหรือผู้ดูแลสาม ต่างก็เป็เพียงมดปลวกที่ไร้ค่าตัวหนึ่งเท่านั้น
ในเมื่อทั้งคู่ต่างก็เป็มด นอกจากจะตัดสินเื่ผิดชอบชั่วดีแล้ว สิ่งที่เฉินฉางอันต้องกระทำก็คือ… การพิสูจน์ว่าตนเองนั้นมีพละกำลังและมีคุณค่าเหนือกว่าผู้ดูแลสาม มิฉะนั้นเพียงแค่เื่ที่เขาสังหารองครักษ์ไปสิบกว่าคนนี้ ก็เพียงพอจะทำให้เขาตายได้นับร้อยนับพันครั้งแล้ว!
ลำดับต่อไป นอกจากหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวคือการได้รับความชื่นชมจากคุณหนูใหญ่แล้ว หนทางอื่นล้วนมีแต่ความตายสถานเดียว ในเมื่อจะตายเหมือนกัน เฉินฉางอันก็ไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวอีกต่อไป จะหดหัวหรือยืดอกรับดาบผลก็คือความตายเท่ากัน
หากเลือกใช้แผนการที่เสี่ยงอันตรายบางทีอาจจะพบหนทางรอดก็ได้ มุ่งสู่ความตายเพื่อแสวงหาชีวิต
เมื่อคิดได้ดังนี้เฉินฉางอันก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขามองซากศพในห้องอีกครั้งเตรียมจะจากไป…
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปนั้น ภายใต้การกระตุ้นจากกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งเต็มลาน หัวใจเทาเที่ยสีดำสนิทในร่างกายกลับเริ่มเต้นระรัวขึ้นอย่างกะทันหัน ความรู้สึกนั้นราวกับว่ามันไม่ยินยอมที่จะจากไปอย่างนั้นหรือ?
เฉินฉางอันหอบหายใจหนักหน่วง ยิ่งหัวใจเทาเที่ยเต้นเร็วเท่าใด ปราณโลหิตในกายก็ยิ่งพลุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น
เฉินฉางอันกลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและกระหายเืมากขึ้นเรื่อย ๆ
"หรือว่าสิ่งนี้… จะให้ข้า " เขากุมหน้าอก ความคิดที่น่าหวาดหวั่นสายหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัว ‘เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา’
เขานึกถึงเหตุการณ์ยามที่กลืนกินหมาป่าหิมะจันทร์เงิน เฉินฉางอันพยายามสื่อสารกับหัวใจเทาเที่ยสีดำในกาย พร้อมกับยื่นมือขวาออกไปอย่างสั่นเทา มุ่งหน้าไปยังซากศพสิบกว่าร่างเบื้องหน้า
ฟึ่บ!
หมอกสีดำปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าอีกครั้ง มันพุ่งเข้าพันรอบซากศพทั้งสิบกว่าร่างราวกับมีความคิดเป็ของตนเองเริ่มดูดซับปราณโลหิตแล้วส่งกลับมาบำรุงร่างกายให้เฉินฉางอัน
"แย่แล้ว หากดูดซับจนศพพวกนี้จนกลายเป็กระดูกขาว เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาต้องถูกเปิดเผยแน่นอน!"
เฉินฉางอันข่มใจต่อความยั่วยวนจากพลังอำนาจ สติที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้เฉินฉางอันตื่นตัวในทันที เขาสะบัดมือวูบเดียวหมอกสีดำที่ห่อหุ้มซากศพเ่าั้อยู่ หลังจากดูดซับปราณโลหิตไปได้เพียงบางส่วนก็รีบถอยกลับเข้าสู่ร่างกายของเฉินฉางอันอย่างรวดเร็ว
แม้เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาจะไม่ได้สูบกินจนองครักษ์เหล่านี้กลายเป็กระดูกขาว ทว่าต่อให้จะดูดซับไปเพียงบางส่วน ผลรวมของพลังปราณโลหิตที่มีอยู่ในร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นโลหิตหลอมรวมปราณสิบกว่าคนนั้นก็น่าหวาดหวั่นยิ่งนักอย่างน้อยก็เหนือกว่าหมาป่าหิมะจันทร์เงินเพียงตัวเดียวมากนัก
"อา… ความรู้สึกนี้มัน"
เมื่อพลังปราณโลหิตถูกเฉินฉางอันดูดซับเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกที่ได้เป็ผู้ควบคุมอย่างเด็ดขาดจากพลังอำนาจนั้นก็เข้าจู่โจมสมองอีกครั้ง ทำให้คนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น
หลังจากกลืนกินปราณโลหิตเข้าไปจนเพียงพอ พันธนาการที่มองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งเขารู้ดีว่าโอกาสในการทะลวงขอบเขตมาถึงแล้ว!
"จงพังทลายลงเสีย!"
พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง ภายใต้การสนับสนุนจากพลังปราณโลหิต กระดูกและเส้นเอ็นทั่วร่างกายของเฉินฉางอันั้แ่ภายในสู่ภายนอก ต่างก็เปล่งประกายสีสันประหลาดออกมา
‘ขั้นหลอมกายากระดูกเหล็ก ทะลวงสำเร็จ!’
"หากผู้ดูแลสามรู้ว่าข้าที่เป็คนตายไปแล้ว ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับสามได้มันจะรู้สึกอย่างไรนะ? และหากคุณหนูใหญ่รู้ว่าข้าทะลวงผ่านสามระดับได้ในวันเดียว นางจะตัดสินใจเลือกอย่างไร?"
ดวงตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า แสงสีทองสาดส่องไปทั่วเส้นขอบฟ้า
เฉินฉางอันยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย มุ่งหน้าตรงไปยังตำหนักที่พักของคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนทันที
ลำดับต่อไปเฉินฉางอันจะใช้ชีวิตของตนเองเป็เดิมพัน เพื่อทำการเสี่ยงโชคต่อเบื้องหน้าของคุณหนูใหญ่ เป็ไงเป็กัน!
หากไม่ตายก็ต้องยิ่งใหญ่ให้ถึงที่สุด ลุยกันสักตั้ง!
[1] เมื่อเกิดหายนะหรือความล้มเหลวครั้งใหญ่ ทุกคนที่มีส่วนร่วมเล็ก ๆ ล้วนต้องร่วมรับผิดชอบต่อผลลัพธ์นั้นไม่มีใครบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างแท้จริง