บทที่ 9 ไม่ไปเรียนแค่เดือนครึ่งเอง
รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมเย็น ๆ ที่เย้ายวนใจ ลอยมาแตะริมฝีปากของตัวเอง โดยเฉพาะหน้าอกอันอวบอิ่ม นุ่มเด้งของหลิวซือซือที่เบียดแน่นอยู่กับหน้าอกของเขา เฉินเซิงรู้สึกเหมือนสมองตัวเองช็อตไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี
เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะเกิดเื่น่าอึดอัดเช่นนี้กับอาจารย์ประจำชั้นสาวสวยที่เขานับถือ
ในใจแล้วหลิวซือซือก็เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ ๆ ของเขา เขากอดเธอไว้ในอ้อมกอด ใช้หน้าอกกำยำของตัวเองเบียดหน้าอกอวบอิ่มของเธอจนแบนราบ และจูบเธอโดยไม่ตั้งใจ
เขาไม่รู้จะทำยังไงดี
หลิวซือซือเองก็ใจนทำอะไรไม่ถูก
แม้ว่าเธอจะไม่ใช่เด็กสาวแล้ว แต่เนื่องจากชีวิตส่วนตัวที่เคร่งครัดและงานที่ยุ่งมากใน่สองปีที่ผ่านมาในการสอนที่มหาวิทยาลัย เธอจึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะออกเดต
บางทีคนอื่นอาจจะไม่เชื่อ แต่เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอเพิ่งเสียไปคือจูบแรกที่เธอเก็บรักษามาหลายสิบปี
เมื่อคิดได้ว่าจูบแรกของเธอไม่ได้มอบให้กับคนที่เธอรัก แต่กลับกลายเป็นักศึกษาของเธอเองโดยไม่คาดฝัน หลิวซือซือจึงทั้งอับอายและขมขื่น
เวลานี้เฉินเซิงก็รู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก ถ้าเขาปล่อยมือในตอนนี้ หลิวซือซืออาจจะล้มลงได้ แต่การกอดเธอต่อไปก็ดูเหมือนจะไม่เหมาะสม
สักพัก เฉินเซิงจึงเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อให้ปากของเขาออกจากริมฝีปากที่สวยงามและมีกลิ่นหอมเหมือนกลีบดอกไม้ของหลิวซือซือ แล้วพูดด้วยสีหน้าที่ดูจนปัญญาว่า “เมื่อกี้อาจารย์หลิว... ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“อืม” หลิวซือซือพยักหน้าอย่างเขินอาย ใบหน้าของเธอแดงก่ำ
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ชัดเจนมาก เฉินเซิงกลัวเธอจะล้มเลยเข้ามาประคองเธอไว้ก่อน เธอจึงไม่สามารถตำหนิเขาที่ขโมยจูบแรกของเธอไปได้
“อาจารย์หลิว ผมขออุ้มคุณเข้าไปข้างในนะครับ” เฉินเซิงพูดพร้อมกับอุ้มร่างที่บอบบางของหลิวซือซือขึ้นแนบอก
หลังจากได้เกิดใหม่ เฉินเซิงก็มีความคิดที่เป็ผู้ใหญ่มากกว่าชาติที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเจอกับเื่แบบนี้เขาจึงตั้งสติได้เร็วกว่าหลิวซือซือ
หากเขายังประคองหลิวซือซืออยู่ ท่าทางของคนทั้งคู่คงจะดูอนาจารเกินไป อีกอย่างการเสียดสีของร่างกายระหว่างเขากับเธออาจทำให้เกิดประกายไฟของความเสน่ห์หาปะทุขึ้นมาได้อีกครั้ง เขาเลยอุ้มเธอขึ้นมาซะเลย
แม้ว่ารูปร่างของหลิวซือซือจะสูงเพรียว แต่เมื่อเฉินเซิงอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน เขากลับไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของเธอเลย หลิวซือซือมีร่างกายที่เบามาก นอกจากหน้าอกและสะโพกที่มีเนื้อเยอะกว่าส่วนอื่น ๆ แล้ว ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเธอกลับผอมบางเกินไปด้วยซ้ำ เฉินเซิงถึงได้อุ้มเธอขึ้นมาได้อย่างสบาย
“เฉินเซิง เธอคิดดูสิว่าตัวเองไม่ได้ไปเรียนนานแค่ไหนแล้ว เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเธอยังเป็นักศึกษาที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยอยู่” พอมาถึงห้องเช่าและดื่มน้ำไปหนึ่งแก้ว อารมณ์ของหลิวซือซือ ก็ค่อย ๆ สงบลง
เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่มาที่นี่ เธอจึงเริ่มถามขึ้น
“ผมไม่ไปแค่เดือนครึ่งเอง” เฉินเซิงพูดด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
หลิวซือซือเคยได้ยินเื่ราวระหว่างเฉินเซิงกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์มาบ้าง เธอจึงใช้คำพูดในเชิงตักเตือนว่า “เฉินเซิง ตอนนี้เป็่เวลาที่เธอควรจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ความรักไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต เธอไม่ควรจะยอมแพ้เพราะความรักที่ผิดหวัง”
“อาจารย์หลิว ผมไม่ได้ยอมแพ้นะ ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ขอถามอาจารย์หลิวหน่อย ถึงผมตั้งใจเรียน ในอนาคตผมจะมีทางออกอะไร?” เฉินเซิงถามกลับ
“ในอนาคตเธอสามารถเรียนต่อในมหาวิทยาลัย หรือจะสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโทก็ได้ ตัวเลือกของเธอมีเยอะแยะ...”
เฉินเซิงส่ายหัวและพูดว่า “โควตาสำหรับเรียนต่อในมหาวิทยาลัยถูกจองไว้สำหรับนักเรียนที่มีเส้นสายแล้ว คนธรรมดาอย่างผมไม่มีโอกาสหรอก ทางออกสุดท้ายของผมก็แค่ไปทำงานในบริษัทสักแห่ง ถ้าเป็แบบนี้ ทำงานั้แ่เนิ่น ๆ ยังดีกว่า จะได้ประหยัดเวลาไปอีกหลายปี”
หลังจากเกิดใหม่ เฉินเซิงก็เริ่มปล่อยวางกับหลาย ๆ สิ่ง
ในชาตินี้ เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับใบปริญญาของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงสักเท่าไหร่ ปัจจุบันใบปริญญาบัตรของบัณฑิตมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้มีประโยชน์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ต่อไปสถานการณ์ก็จะยิ่งแย่ยิ่งกว่านี้ เฉินเซิง้าได้รับการยอมรับจากสังคมั้แ่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นดูถูกเมื่อเขาได้อยู่กับหลินเสวี่ยเอ๋อร์จึงยิ่งไม่สนใจการเรียน
“เฉินเซิง ทำไมนายถึงคิดแบบนี้ นายไม่มีแม้แต่ใบปริญญาบัณฑิตมหาวิทยาลัย ในอนาคตจะมีบริษัทดี ๆ ที่ไหนรับนายเข้าทำงาน ฉันมาหาในวันนี้ก็เพื่อมาบอกให้นายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยพรุ่งนี้ ถ้าหากนายยังกล้าขาดเรียนบ่อย ๆ อีก ฉันจะมาด่าถึงที่พักของนายทุกวันเลย...”
หลิวซือซือไม่รู้ว่าเฉินเซิงประสบความสำเร็จอย่างมากที่ ดิเอ็มเพอเรอร์ เอนเทอร์เทนเมนต์ซิตี เหตุผลที่เธอพูดกับเขาแบบนี้ก็เพราะว่าเธอเสียดายแทนต่างหาก
เมื่อนึกได้ว่าอาจารย์สาวคนสวยคนนี้หวังดีกับเขาอย่างจริงใจ เฉินเซิงก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย
“เฉินเซิง ไม่ว่าเธอจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม สัปดาห์หน้าจะมีงานประจำปีครั้งใหญ่ที่ฉันเป็คนจัดงาน เธอต้องไปให้ได้นะ” หลิวซือซือพูดต่อ
เฉินเซิงรู้ว่าหลิวซือซือเสนอแบบนี้เพราะอยากโน้มน้าวให้เขากลับไปเรียนต่อ ถึงแม้เขาจะไม่ได้คิดแบบนั้น แต่เมื่อนึกถึงความดีที่เธอเคยมีให้ เขาจึงตอบตกลงว่าวันแข่งกีฬาของมหาวิทยาลัย เขาจะไปแน่นอน
ระหว่างที่คุยกัน ชายหนุ่มสังเกตเห็นคิ้วที่สวยงามของหลิวซือซือขมวดเข้าหากันตลอดเวลา ร่างกายดูเหมือนจะไม่ค่อยสบาย เฉินเซิงจึงถามด้วยความเป็ห่วงว่า “อาจารย์หลิว เท้าของคุณเจ็บมากไหมครับ?”
“อืม” หลิวซือซือพยักหน้า
เธอไม่คิดว่าเฉินเซิงจะอาศัยอยู่ในห้องเช่าที่ห่างไกลขนาดนี้ ในบริเวณบ้านเช่ามีเศษหญ้าและอิฐ เธอสวมรองเท้าส้นสูงจึงทำให้ข้อเท้าแพลงโดยไม่ตั้งใจ เธอพยายามอดทน แต่ก็รู้สึกว่าข้อเท้าเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ
“ถ้าข้อเท้าแพลงแล้วไม่รีบรักษา จะมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงนะครับ งั้นขอผมดูหน่อย” เฉินเซิงพูดด้วยความเป็ห่วง
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เฉินเซิงเรียนมวยสากลและมวยปล้ำ เขาได้รับาเ็ไปทั่วร่างกายอยู่บ่อย ๆ ต่อมาเขาได้เรียนรู้การนวดจัดกระดูกด้วยตัวเอง หลังจากได้เกิดใหม่ เขาไม่ลังเลที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เหมือนเมื่อก่อน จึงได้เสนอแบบนี้
“เอ่อ…” ใบหน้าของหลิวซือซือแดงขึ้นทันที
ส่วนที่เธอได้รับาเ็เมื่อครู่คือข้อเท้า ถ้าให้เฉินเซิงดู เขาจะถือโอกาสลูบไล้เท้าสวย ๆ ของเธอหรือเปล่า?
เมื่อนึกได้ว่าเขาเป็ลูกศิษย์ของเธอ สีหน้าของหลิวซือซือจึงเริ่มอึกอักเล็กน้อย แต่หลังจากที่เธอมองเห็นแววตาใสซื่อของเฉินเซิงเธอก็ตำหนิตัวเองในใจที่คิดมากเกินไป เฉินเซิงมีเจตนาดีชัด ๆ แต่เธอกลับคิดไปเอง
เธอจึงยกเท้าสวยของตนให้เขาตรวจดูอย่างเขินอาย
เฉินเซิงรีบถอดรองเท้าส้นสูงรัดส้นสวย ๆ ของหลิวซือซือออกทันที เมื่อเห็นเท้าเล็กที่สวมถุงน่องสีดำอยู่ หัวใจของเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย ถุงน่องบาง ๆ ผืนนี้ไม่สามารถปกปิดความงามที่แท้จริงของเท้าเล็ก ๆ ของหลิวซือซือได้ เธอมีเท้าที่สวยมากจริง ๆ
ถุงน่องสีดำที่สวมอยู่ที่ต้นขาของเธอ สัดส่วนต้นขาที่งดงามและยืดหยุ่น ทำให้เฉินเซิงรู้สึกหน้าแดงใจเต้น
เมื่อนึกถึงความไว้ใจที่หลิวซือซือมีต่อตนเอง แต่เขากลับแอบชื่นชมขาและเท้าสวย ๆ ของเธอ เฉินเซิงก็รู้สึกอับอายเล็กน้อย เขาจึงสงบสติอารมณ์ของตนเองแล้วพูดว่า “อาจารย์หลิว ก่อนอื่นผมต้องถอดถุงน่องออกก่อนนะครับ”
“อ๊ะ ต้องถอดถุงน่องด้วยเหรอ?” หลิวซือซือถามด้วยความเขินอาย
“ผมจะดูบริเวณที่บวมแดงให้คุณ ถ้าดูผ่านถุงน่องจะไม่ชัดเจนครับ”
“ให้ฉันทำเองดีกว่า” หลิวซือซือวางมือของเธอไว้ที่โคนขาแล้วค่อย ๆ ถอดถุงน่องยาวลงมาทีละนิ้ว เผยให้เห็นขาเรียวที่เรียบเนียนขาวนวลชวนน่าหลงใหลอยู่ตรงหน้าเฉินเซิง
เฉินเซิงรู้สึกว่าการที่เขามองขาของเธออยู่นั้นไม่ค่อยดีนัก เขาคิดจะหันหลังกลับ แต่ก็รู้สึกว่าการทำเช่นนั้นคงดูมีพิรุธ แสดงว่าในใจเขามีอะไรบางอย่างเขาจึงไม่ได้หันกลับ
“โอเค เสร็จแล้ว” หลิวซือซือยกขาอ่อนและงดงามของเธอขึ้นเล็กน้อย ยื่นให้เฉินเซิงตรงหน้า
เมื่อได้ยินเสียงหวานของหลิวซือซือ เฉินเซิงก็รู้สึกตัวทันที เมื่อครู่เขาเหม่อมองไปที่เท้าเล็ก ๆ ที่ขาวใสและข้อเท้าที่บวมเล็กน้อยของเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอื้อมมือไปจับที่เท้างาม ๆ ของเธอ
ความเนียนนุ่มอันน่าทึ่งแผ่มาถึงฝ่ามือของเฉินเซิง
เฉินเซิงพยายามควบคุมความปรารถนาที่เติบโตเหมือนหญ้าป่าภายในใจของเขา สองมือออกแรงบิด ข้อเท้าของเธอกลับเข้าที่ในขณะที่หลิวซือซือร้องเสียงหลงออกมาเพราะความเ็ป
“อาจารย์หลิว ผมจะนวดให้คุณอีกนิดนะครับ คุณจะได้ลงจากเตียงได้เลย”
ขณะที่หลิวซือซือพยักหน้าอย่างเขินอาย รู้สึกว่าข้อเท้าของเธอไม่เ็ปทรมานเหมือนเมื่อครู่ แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว
ขณะที่เฉินเซิงนวดข้อเท้าของเธอ พลังลมปราณภายในร่างกายของเขาก็ไหลไปที่มือของเขาอย่างกะทันหัน ข้อเท้าที่แดงและบวมของหลิวซือซือก็หายเป็ปกติอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เฉินเซิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าพลังปราณอู๋จี๋ในร่างกายของเขาจะสามารถรักษาอาการาเ็ของคนอื่นได้ เมื่อเห็นว่าบริเวณที่บวมแดงของข้อเท้ากลับกลายเป็สีขาวอมชมพูและเหมือนเดิมทุกประการ เขาก็วางใจ
เนื่องจากหลิวซือซือนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเฉินเซิงคุกเข่าอยู่ที่พื้นค่อนข้างต่ำ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้น สายตาจึงลอดเข้าไปในกระโปรงสั้นของ หลิวซือซือโดยบังเอิญ เขาเห็น่ขาที่เนียนนุ่มจบลงด้วยกางเกงในลูกไม้สีชมพูของหลิวซือซือ
ไม่น่าเชื่อว่าหลิวซือซือหญิงสาวที่ดูไม่สนใจเื่แฟชั่นจะสวมกางเกงในที่เซ็กซี่แบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเฉินเซิงรู้สึกตื่นเต้นที่เขาแทบจะมองเห็นรูปร่างที่อวบอิ่มที่อยู่ระหว่างขาของหลิวซือซือ
หัวใจของเฉินเซิงเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เขาแอบดูใต้กระโปรงของอาจารย์ประจำชั้นได้ยังไง กระโปรงของผู้หญิงเป็สิ่งที่คนทั่วไปสามารถแอบดูได้ที่ไหน
สิ่งที่ทำให้เฉินเซิงรู้สึกละอายและอับอายยิ่งกว่านั้น คือสายตาของหลิวซือซือที่กำลังมองมาที่เขา
ทั้งสองดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง ทำให้หน้าแดงด้วยความเขินอาย บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนเป็ความกำกวมในทันที