"พวกเราเป็ศิษย์สายในของนิกายไท่ซาน และยังเป็ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในละแวกนี้อีกด้วย"
ซึ่งก็เป็อย่างที่พวกเขาพูดจริงๆ เพราะว่าส่วนใหญ่ระดับพลังอยู่ขั้น หยาดน้ำฟ้า ซึ่งถ้าจะอยู่ขั้นนี้ในอายุน้อยแค่นี้ได้นั้นต้องพึ่งทรัพยากรการบ่มเพาะ และความพยายามพอสมควร ไม่ก็ถ้าเป็คนธรรมดาก็ต้องมีพร์ั้แ่เกิด ซึ่งการที่ ฮาราน ไปถึงขั้น หลอมกระดูก ได้อย่างรวดเร็วนั้นก็เพราะดูดซับพลังที่มนุษย์ปกติไม่สามารถดูดซับได้ แถมยังมีแกนพลัง 2 แกนอีก
จากนั้นก็เริ่มมีกฎให้ที่ไม่ได้ระบุโดยเ้าสำนักปรากฏขึ้นในอากาศโดยเป็พลังของเ้าสำนักจากนั้นเ้าสำนักก็ได้กล่าวว่า
"กฎในการแข่งครั้งนี้คือการเอาชนะคู่ต่อสู้แบบ 1-1 และพวกเ้าสามารถเลือกคู่ต่อสู้เองได้"
เนื่องจากมีกฎแบบนี้ จึงทำให้ ฮาราน ตั้งใจจะเลือกคู่ต่อสู้ที่เก่งที่สุด เพราะจะทำให้เ้าสำนักภูมิใจในตัวเขาและจะทำให้เขาเองได้ประโยชน์ไปด้วย
แต่ก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือ ซุนยอง ที่ไม่ค่อยจะรู้เื่อะไรเลยเนื่องจากมาแดนมนุษย์เป็ครั้งแรก เขาจึงวางอุบายจะให้ ซุนยอง สู้กับคนที่เก่งที่สุดในนั้น
แล้วขอคิดอย่างงั้น ฮาราน ก็ใช้พลังที่ได้รวมกัน แล้วเรียกพลังนั้นว่า ปราณเวทย์
"วิชาเนตร เวทย์์"
ทันใดนั้นเขาก็เห็น 2 ใน 20 คนนั้นอยู่ขั้น กระดูกเหล็กขั้นต้น ซึ่งระดับพลังนี้ ฮาราน ตั้งสมมติฐานไว้ว่า น่าจะเป็อาจารย์ที่แฝงตัวไป แล้วตั้งใจจะให้พวกเรา 2 ใน 18 คน แพ้แบบไร้ทางสู้แล้วนำไปกระจายข่าว เพื่อจะสร้างข่าวลือว่าศิษย์ฝ่ายในแข็งแกร่งที่สุด
นั่นเป็แผนการที่ฉลาดมาก แต่
ทันใดนั้น ฮาราน ก็กล่าวว่า
"ถ้าข้า้าที่จะสู้เป็คู่ ข้าสามารถทำได้หรือไม่"
แล้ว ฮาราน ก็ชี้ไปที่ 2 คน ที่ดูท่าจะเป็อาจารย์แล้วกล่าวว่า
"ข้ากับคู่หูของข้า้าที่จะสู้กับสองคนนั้น"
ทันใดนั้นเ้าสำนักก็ใเล็กน้อยเนื่องจากอาจารย์สองคนนั้น ใช้พลังที่ปิดซ่อนระดับพลังที่แท้จริงไว้แล้ว น่าจะไม่มีใครรู้ได้ หรือว่าเด็กนั่นจะโชคร้าย
เพราะยังไง ระดับพลังเด็กพวกนั้นก็แค่ระดับ ผู้ฝึกลมปราณ (ซุนยอง) กับหยาดน้ำฟ้า (ฮาราน)
ใช้แล้ว ฮาราน ก็ปกปิดพลังเช่นกันซึ่งวิธีของ ฮาราน ซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะการปกปิดของเขา เขานั้นใช้พลัง ปราณเวทย์ ซึ่งเป็พลังที่ไม่มีใครมีใช้ปิดที่จุดตันเถียน และแกนเวทต์ทั้ง 2 แกน เพราะฉะนั้นจะทำให้ไม่มีใครตรวจจับเขาได้นอกจาก จะมีคนใช้พลัง ปราณเวทต์ อย่างเขานั้นเอง
จากนั้นเ้าสำนัก ไท่กวนิ ก็ได้ให้ ฮาราน กับ ซุนยอง คู่หูของเขาขึ้นไปที่ลานต่อสู้ พร้อมกับคู่ต่อสู้ ซึ่งในระหว่างที่ขึ้นก็มีเสียงของพวกศิษย์ภายในและคนที่มาสมัครใน 2-3 คนโห่ร้องไห้ออกไป เพราะพวกเขาเกลียดพวกอวดดี
แล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น ทันใดนั้นคนทั้งสองคนก็ได้กล่าวแนะนำตัว
คนแรก : "ข้าชื่อว่า ฮัวเหริน"
คนที่สอง : "ส่วนข้าชื่อ เฉินซู พวกเรามาสู้อย่างเป็ธรรมดีกว่า"
หลังจากที่พวกเขาพูดจบ พวกเขาก็โจมตีมาในทันที โดยที่ฝ่ายของ ฮารานและซุนยอง ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย แต่พวกเขาก็สามารถหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
ซุนยอง : "พวกแกไม่มีมารยาทเลยนะ"
จากนั้น ซุนยอง ก็ใช้เปลวเพลิงสีชาดมาโจมตีในทัน "ลมหายใจสีชาด"
ใช้ พวกเขาก็หลบได้ แต่เปลวเพลิงนั้น ถึงไม่โดนก็สามารถเผาเนื้อได้เหมือนกัน
ซึ่งคนที่อยู่ในละแวกนั้นก็สงสัยเหมือนกันว่า ระดับผู้ฝึกลมปราณ จะไปทำร้ายศิษย์ฝ่ายในได้อย่างไร
แต่คนที่ใที่สุดก็คือเ้าสำนัก เธอได้แต่สงสัยว่า 'ทำไม ทำไมกัน ทำไม ทำไมเ้าเด็กอวดดีนั่นถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ หรือว่าเด็กอวดดีนั่นเป็พวกเก่งกว่า ระดับขั้น'
ซึ่งการที่ ซุนยอง ก็เป็เพราะเป็สัตว์อษูรที่แปลงกายมา แต่ตันไปที่อีกคนหนึ่งที่กำลังสู้กับ ฮาราน อยู่ เฉินซู เขาค่อนข้างมีความสามารถในด้านดาบคู่พอสมควร ทั้งด้านความเร็วและพละกำลังและพลังฉีที่มาก เพราะเป็อาจารย์ถึงมีความสามารถขนาดนี้ แต่นี่มันอะไร
อาจารย์มีทั้งความสามารถมากมายขนาดนี้ไม่สามารถจับเด็กคนเดียวได้ ถึงแม้ ฮาราน จะปกปิดพลังที่แท้จริงไว้แต่พลังที่แท้จริงของเขาคือ หลอมกระดูกขั้นท้ายและมีความสามารถของ ปราณเวทย์และศัตรูของเขาก็เป็แค่นับขั้นกระดูกเหล็กต้น ระดับพลังมันไม่ต่างกันมากแต่ ฮาราน นั้นพลังที่เหนือกว่า เขาได้แยกมิติไปมาทำแล้วโต้กลับด้วยเข็มเล็กๆ ที่ควบแน่นจากอากาศ จึงทำให้เฉินซูค่อนข้างจะเสียเปรียบในการต่อสู้เพราะไม่สามารถโต้ตอบได้เลย
แล้วพอมาดูฝั่งของ ซุนยอง ที่สถานการณ์ค่อนข้างดีเลยเพราะว่า ฮัวเหริน นั้นเรียกว่าแทบอยากจะยอมแพ้เลย แต่ก็ยอมแพ้ไม่ได้เพราะเวลาที่จะพูดยอมแพ้ ซุนยอง ก็จะลอากาศแถวนั้นออกหมด ทำให้ไม่มีเสียงออกมา
ซึ่งเ้าสำนักก็เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่า 'ห่าวหลานกับซุนยอง นั้นยังไม่ได้เอาจริงทั้งคู่ เพราะถึงแม้พวกเขาจะใช้วิชาเดิมการต่อสู้แปบเดิมซ้ำๆ แต่พลังของพวกเขาก็ใช้พลังฉีจำนวนมาก ยังไงก็ต้องหมดอย่างรวดเร็วสำหรับในระดับพลังของพวกเขา แต่นี่มันอะไรกัน เราก็ใช้ เนตรตื่นรู้ ไปหลายรอบแต่ทำไมระดับพลังพวกที่แท้จริงของพวกเขาถึงไม่โผล่มา'
'หรือว่าจะมีคนคอยช่วยกัน'
หลังจากที่เ้าสำนัก ไท่กวนิ คิดวิเคราะห์ไม่นาน ก็มีคนหมดสติ 2 คน ในสนามซึ่งก็คือ ฮัวเหรินกับเฉินซู จึงทำให้ ห่าวหลานกับซุนยอง ชนะมาได้แต่ก็มีเสียงไม่พอใจกับการกระทำของพวกเขา เนื่องจากเป็การดูถูกคู่ต่อสู้และไม่ให้เกียจเข้าสำนัก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ เนื่องจาก ฮัวเหรินกับเฉินซู มีความแข็งแกร่งที่เป็ของจริง จากนั้นการต่อสู้ของผู้สมัครกับศิษย์สายในก็เป็ไปตามปกติ แต่ผลสรุปก็คือผู้สมัครทุกคนนั้นแพ้ทั้งหมดเลย 16 คน ซึ่งก็เป็ไปตามที่คาดไว้
แล้วผู้สมัครทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ได้ออกไปจากลานกว่างนั้น ทิ้งให้เหลือแต่เ้าสำนักกับศิษย์สายในทั้งหมด และซุนยองกับห่าวหลาน หลังจากที่ผู้สมัครออกไปทั้งหมด เ้าสำนัก ไท่กวนิ ก็เริ่มบทสนทนา
ไท่กวนิ : รู้ไหมว่าพวกเ้าอะไรลงไป
ไท่กวนิ : พวกเ้าชนะอาจารย์ของสำนักเราได้
ไท่กวนิ : พวกเธอเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงแข็งแกร่งข้ามระดับได้
ห่าวหราน : พวกเราก็แค่พี่น้องที่ไม่ได้เห็นโลกภายนอกและไม่รู้อะไร
ห่าวหราน : การที่พวกเรามาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ของพวกเรา
การที่ ฮาราน พูดไปแบบนั้นก็เพื่อทำให้ทำเป็เหมือนเป็แค่เด็กไร้เดียงสา และสร้างภูมิหลังที่แข็งแกร่งซึ่งทำให้คนอื่นนั้นคิดมาก
การไม่รู้อะไรเป็สิ่งที่เลวร้ายมาก เพราะถ้าไม่รู้ก็จะคิดไปเองและเอาตัวเองเป็ตัวตั้งและหาคำตอบเองโดยที่อาจจะหาคำตอบได้แต่ก็ไม่ชัวว่าจะถูกไหม
นั่นจึงเป็กลยุทธ์ในการปั้นจิตใจ ด้วยรอยยิ้มที่พูดมาด้วยความไร้เดียงสาและคำพูดที่ไม่มีอะไรแฝงและไม่คลุมเครือ จึงทำให้คนอื่นไม่คิดอะไร
จากที่เ้าสำนักคิดอยู่นานก็คิดจะให้เป็ศิษย์สายในแค่ในนามไปก่อน เพราะถ้ามีใครที่สืบค้นมาก ก็จะสืบไปจนรู้ว่าคนที่สู้ด้วยเป็อาจารย์นั่นจึงทำให้เ้าสำนักไม่ค่อยมีทางเลือก
แล้วจากนั้นก็ให้พวกศิษย์สายในพาไปที่ห้องพักของพวกเขา
พอตอนเย็นพวกคนที่สมัครก็ได้กลับมาจากป่าหมอก ซึ่งสภาพแต่ละคนดูแย่มากๆ เลย มีทั้งตายไป พิการและาเ็ แต่ที่มีผลประเมินนั้นก็มีคนที่ผ่านการสอบนี้ 156 คน ไม่รวม ห่าวหลานกับซุนยอง