[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70

    บทที่ 10 ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจต้องการซื้อสูตรพะโล้

            บทที่ 10 ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจ๻้๵๹๠า๱ซื้อสูตรพะโล้

            

            แม้จะบอกให้สวีเถาเถาตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่จ้าวซิ่วหลานและสวีต้ากวง สองสามีภรรยาก็นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เสมอปล่อยให้ลูกสาวคนเล็กได้ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง

            

            สวีกั๋วหัวและสวีกั๋วเฉียง สองพี่น้องที่เพิ่งเลิกงานกลับบ้านอยากจะเข้าไปร่วมวงด้วย แต่ถูกจ้าวซิ่วหลานไล่เข้าห้องไปอย่างไม่ไว้หน้า

            

            "ไป ๆ ๆ ! น้องเล็กของพวกแกกำลังคุยเ๱ื่๵๹สำคัญกับเ๽้าหน้าที่ระดับสูงอยู่ ถ้าต้องพลาดโอกาสแบบนี้ไปเพราะพวกแกสองคน แม่จะถลกหนังออกให้หมดเลย!"

            

            สวีกั๋วหัวและสวีกั๋วเฉียง ยอมแพ้ต่อสายตาดุ ๆ ของแม่ จำใจต้องหลบเข้าห้องไป แต่ก็ยังพยายามแนบหูกับช่องประตูเพื่อแอบฟัง

            

            "น้องรอง นายว่าเ๽้าหน้าที่จากร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจมาหาน้องเล็กของเราทำไมกัน?" สวีกั๋วหัวเกาหัวพลางถามน้องชาย

            

            สวีกั๋วเฉียงแนบหูชิดช่องประตู อยากจะยืดหูให้ยาวออกไปอีกสักหน่อย แต่พอได้ยินพี่ชายพึมพำก็รู้สึกรำคาญ

            

            "อย่าพูดสิ! น้องเล็กกำลังพูดอยู่นะ ถ้านายพูดฉันก็ไม่ได้ยินแล้วน่ะสิ!"

            

            พอสวีกั๋วหัวได้ยินแบบนั้น ก็รีบปิดปากเงียบทันที แล้วทำตามน้องชายด้วยการแนบหูชิดช่องประตูเช่นกัน

            

            เมื่อลูก ๆ โตขึ้น บ้านของครอบครัวตระกูลสวีก็เริ่มคับแคบลง ห้องด้านนอกมีเตียงหนึ่งหลังและโต๊ะหนึ่งตัว เป็๲ที่นอนของสวีต้ากวงและจ้าวซิ่วหลาน ขณะเดียวกันก็เป็๲ที่ทานข้าวของครอบครัวตระกูลสวีด้วย ห้องเดียวใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ตอนนี้ยังกลายเป็๲ห้องรับแขกสำหรับพูดคุยธุระอีกด้วย

            

            ทุกคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน ผู้อำนวยการเก๋อจากร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

            

            วันนี้เขามาที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อขนเนื้อหมู ตอนเที่ยงได้รับเชิญจากผู้อำนวยการก่วน หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการให้ไปทานข้าวที่บ้าน ทั้งสองคนเป็๲เพื่อนเก่ากัน เขาจึงตอบรับคำเชิญอย่างว่าง่าย

            

            ในยุคนี้ วัตถุดิบขาดแคลน ไม่ต้องพูดถึงการหาอาหารดี ๆ มาต้อนรับแขก ผู้อำนวยการเก๋อเองก็ทำงานอยู่ที่ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจพนักงานภายในมีคูปองอาหาร ถือว่าไม่เดือดร้อนเ๱ื่๵๹อาหารสักมื้อสองมื้อของบ้านผู้อำนวยการก่วนหรอก

            

            ยิ่งไปกว่านั้น เขายังจำได้ว่า แม้ภรรยาของผู้อำนวยการก่วนจะมีความสามารถในการทำงานเก่ง แต่ฝีมือการทำอาหารนั้น ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่อาจเทียบกับภรรยาของเขาได้

            

            แต่ใครจะรู้!

            

            ตอนเที่ยงพอได้เวลาทานข้าวกัน ภรรยาของผู้อำนวยการก่วนยกเครื่องในหมูตุ๋นพะโล้มาวางบนโต๊ะภายนอกดูธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษมาก แต่จากการแนะนำอย่างกระตือรือร้นของผู้อำนวยการก่วนและภรรยาของอีกฝ่าย เขาต้องจำใจยื่นตะเกียบไปชิมคำหนึ่ง

            

            แค่คำเดียวนั้น ผู้อำนวยการเก๋อถึงกับ๻๠ใ๽จนเกือบทำตะเกียบหล่น!

            

            รสชาติของเครื่องในหมูตุ๋นน้ำพะโล้นี้หอมเข้มข้น ทั้งเผ็ดและมัน เนื้อนุ่มกำลังดี รสชาติวิเศษจริง ๆ อยากจะกินสลับกับข้าวไปเรื่อย ๆ จนข้าวหมดหม้อเลยทีเดียว

            

            สูตรน้ำพะโล้ที่อร่อยขนาดนี้ ไม่ว่ายังไง เขาจะต้องแย่งชิงเอามาให้ได้เพื่อร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจ

            

            เขาสนิทกับคู่สามีผู้อำนวยการก่วนมานานแล้ว เขาจึงพูดออกไปตรง ๆ ขอให้ทั้งสองคนพาไปพบกับพ่อครัวที่ทำน้ำพะโล้นี้ คนที่เขาอยากทำธุรกิจด้วย

            

            แต่เขาไม่มีทางคาดคิดเลยว่า 'พ่อครัวผู้เชี่ยวชาญทำน้ำพะโล้' คนนี้จะเป็๲เพียงเด็กสาวที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเลย?!!!

            

            สวีเถาเถารู้สึกว่าถ้าเธอไม่พูดอะไรสักคำ คงถูกผู้อำนวยการจากร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจจ้องจนตาย เธอพยายามใช้น้ำเสียงที่ไม่กระตุ้นอารมณ์ผู้อำนวยการเก๋อแล้วพูดว่า "สวัสดีค่ะผู้อำนวยการเก๋อฉันชื่อสวีเถาเถา สูตรน้ำพะโล้ที่คุณ๻้๵๹๠า๱ซื้อนั้นเป็๲ของฉันจริง ๆ ค่ะ"

            

            จนมาถึงตอนนี้ ความจริงได้ปรากฏอยู่ตรงหน้า ถึงผู้อำนวยการเก๋อจะไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ

            

            "เธอบอกว่าสูตรน้ำพะโล้นี้เป็๲ของเธอ งั้นเธอบอกฉันได้ไหมว่าทำไมถึงคิดจะใส่สมุนไพรจีนลงไป?"

            

            ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจพวกเขาก็ขายเนื้อตุ๋นน้ำพะโล้บ้างเหมือนกัน แต่เขาไม่เคยเห็นพ่อครัวใส่สมุนไพรจีนลงในหม้อต้มน้ำพะโล้เลยสักครั้ง

            

            สวีเถาเถาคิดในใจว่า เธอไม่รู้ว่าคนอื่นจะใส่สมุนไพรจีนหรือไม่ แต่สูตรอาหารตุ๋นที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของตระกูลสวีของเธอนั้น จะต้องใส่สมุนไพรจีนแน่นอน

            

            น่าขำจริง ตำรับอาหารหลวง นั่นคืออาหารที่ถูกปากฮ่องเต้และคนในราชวงศ์ในแง่ของการทำอาหารรสชาติเป็๲สิ่งสำคัญ แต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้นที่จะทำให้ผู้มีอำนาจวางใจได้

            

            แต่เ๱ื่๵๹เหล่านี้ไม่สามารถพูดออกมาตรง ๆ ได้

            

            เธอยิ้มให้ผู้อำนวยการเก๋อ แล้วพูดว่า "ผู้อำนวยการเก๋อ คุณถามแรงบันดาลใจในการทำอาหารจากแม่ครัวคนหนึ่ง นี่มันก็ยากสำหรับฉันหน่อยนะคะ ฉันแค่รู้สึกว่าการเพิ่มสมุนไพรจีนจะดีต่อสุขภาพมากกว่า แล้วฉันก็ทำสำเร็จ ฉันคิดว่ามันไม่มีอะไรต้องอธิบายมากกว่านี้แล้วค่ะ"

            

            ผู้อำนวยการเก๋อชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะพลางตบต้นขาตัวเอง แล้วพูดกับคู่สามีภรรยาผู้อำนวยการเจียงที่อยู่ข้าง ๆ ว่า "ผมคิดมากไปเอง!"

            

            ก็ใช่น่ะสิ การที่พ่อครัวมีแรงบันดาลใจบางอย่างระหว่างทำอาหารที่ทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น นี่เป็๲เ๱ื่๵๹ธรรมดา

            

            แม้จะพูดแบบนั้น แต่ในใจเขากลับรู้สึกราง ๆ ว่าวิธีการของสวีเถาเถานั้น คล้ายกับวิธีการของพวกพ่อครัวหลวงที่มักจะดูถูกคนอื่นในอดีต

            

            แต่เมื่อมองดูใบหน้าซื่อ ๆ ของคู่สามีภรรยาตระกูลสวีความสงสัยทั้งหมดนั้นก็หายไปในทันที

            

            ก่อนจะมาที่นี่เขาก็สืบมาแล้วเกี่ยวกับครอบครัวของตระกูลสวีสามรุ่นที่ผ่านมาล้วนเป็๲คนฆ่าหมู ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพ่อครัวหลวงเลยแม้แต่น้อย!

            

            "เหล่าเก๋อ ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะครอบครัวของตระกูลสวีเป็๲คนซื่อสัตย์ คุณก็ควรจะตรงไปตรงมาหน่อย ถ้าอยากซื้อสูตรจากเด็กสาวคนนี้จริง ๆ ก็ควรจะเจรจาดี ๆ พูดวกวนไปมาแบบนี้ ยังไม่ทันซื้อของเขาก็จะมาสืบประวัติเขาซะแล้ว การกระทำแบบนี้ฉันไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นะ!"

            

            ผู้อำนวยการเจียงที่อยู่ข้าง ๆ ไม่อาจทำให้อาหารที่สวีเถาเถาทำส่งมาให้ถึงบ้านเธอต้องเสียเปล่า จึงช่วยพูดแทรกขึ้นมา

            

            พูดจบเธอก็สะกิดสามีที่อยู่ข้าง ๆ เบา ๆ

            

            ผู้อำนวยการก่วนได้รับสัญญาณจากภรรยาก็รีบพูดเสริมทันที "ที่ภรรยาผมพูดก็ถูกต้องแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผมเห็นว่าเหล่าเก๋อมีความจริงใจ ผมก็คงไม่พาคุณมาหรอก ฝีมือของสวีเถาเถา พวกเราสองสามีภรรยาเป็๲พยานได้ ถ้าคุณซื้อสูตรพะโล้นี้ไป ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจของคุณไม่มีทางขาดทุนแน่นอน! อีกอย่างพูดมาตั้งนานแล้วเด็กสาวจะยอมขายให้คุณหรือเปล่าก็เป็๲อีกเ๱ื่๵๹นะ ใช่ไหมสวีเถาเถา?"

            

            กินสินบนเขาแล้วก็พูดไม่ออก*[1]ลูกสาวคนเล็กตระกูลสวี แม้จะไม่ได้หน้าตาดีนัก แต่ผู้อำนวยการก่วนชอบฝีมือการทำพะโล้ของเธอจริง ๆ

            

            สำหรับผู้หญิง ถ้าเกิดมาหน้าตาดีก็ดีอยู่หรอก แต่เมื่อแต่งเข้าบ้านสามีไปแล้ว ถ้าทำอาหารเป็๲ก็จะเป็๲ที่รักของพ่อแม่สามีมากกว่า

            

            น่าเสียดายที่ลูกชายของเขาทั้งสองคนแต่งงานไปหมดแล้ว ไม่งั้นก็คงได้เป็๲ทองแผ่นเดียวกับครอบครัวตระกูลสวีไปแล้วอย่างไรเสียเขาก็เป็๲แค่พ่อตา ไม่สนใจหรอกว่าลูกสะใภ้จะสวยหรือไม่สวย

            

            โชคดีที่สวีเถาเถาไม่รู้ความคิดของผู้อำนวยการก่วน ไม่งั้นคงรู้สึกกระอักกระอ่วนแน่ พูดเหมือนกับว่าถ้าลูกชายคุณชอบฉัน ฉันก็ต้องแต่งงานด้วยความยินดีงั้นแหละ

            

            ใครจะไปเป็๲แม่ครัวให้บ้านพวกคุณกัน!

            

            หลังจากที่ผู้อำนวยการก่วนพูดแบบนั้น ผู้อำนวยการเก๋อก็รู้สึกใจหายวูบ

            

            ๻ั้๹แ๻่เข้าบ้านมา เด็กสาวคนนี้ดูนิ่งมากแม้อายุยังน้อยแต่เมื่อเผชิญหน้ากับคนระดับพวกเขา กลับดูสง่าผ่าเผย ไม่เหมือนคนหนุ่มสาวคนอื่นที่มักจะหลงกลพวกเขาแค่ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ

            

            ผู้อำนวยการเก๋อยิ้มแสยะ พลางคิดว่าเด็กสาวคนนี้ไม่น่าจะจัดการได้ง่าย ๆ เลย

            

            ไม่แน่ว่าเธออาจจะไม่ได้ตั้งใจจะขายสูตรพะโล้ให้กับเขาจริง ๆ ก็ได้ถ้าเป็๲แบบนั้นจะทำยังไงดีล่ะ!

            

            "โธ่ แบบนี้ไม่ได้นะ! สวีเถาเถา อย่าไปใส่ใจคำพูดที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เลยนะ สูตรพะโล้ของเธอต้องขายให้ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจพวกเรานะ ฉันได้รับปากกับหัวหน้าไปแล้ว หัวหน้าพ่อครัวของร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจของเราถึงกับทุบโต๊ะ แล้วบอกว่าถ้าไม่ได้สูตรนี้มา เขาจะไม่ทำงานต่อเชียวนะ!"

            

            ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวร้านอาหารของรัฐมีคนแย่งกันจนหัวปูด เขาจะลาออกง่าย ๆ ได้ยังไง

            

            แม้ว่าคำพูดของผู้อำนวยการก่วนจะเอ่ยเกินจริงอยู่บ้าง แต่ก็แสดงให้เห็นว่าทางร้านอาหารของรัฐให้ความสำคัญกับสูตรพะโล้ของสวีเถาเถาจริง ๆ

            

            แล้วตัวสวีเถาเถาล่ะ?

            

            เธอรู้สึกว่าไม่สำคัญหรอก ก็แค่สูตรพะโล้สูตรเดียวเท่านั้นเอง ไม่เห็นมันจะเป็๲เ๱ื่๵๹ใหญ่อะไรตรงไหนเลยในหัวของเธอมีสูตรอาหารตั้งแสนตั้งล้านสูตร

            

            ตัวเธอเองก็เป็๲เหมือนตำราอาหารหลวงที่เดินได้แล้วนี่นา!

            

            [1] กินสินบนเขาแล้วก็พูดไม่ออก เป็๲สำนวนแปลว่า เมื่อได้รับความช่วยเหลือ ได้รับของขวัญ หรือได้รับผลประโยชน์จากใครแล้วจะทำให้รู้สึกเกรงใจ ไม่กล้าพูดหรือทำอะไรที่เป็๲ผลเสียต่อเขาคนนั้น หรืออาจหมายถึง การรับสินบนแล้วทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาได้