เย่ชิงชิงพยักหน้า“ยังบอกไม่ได้ว่าจะเอาเท่าไร คงต้องกลับไปถามท่านแม่ก่อน” สิ่งสำคัญคือกลัวว่าสิ่งนี้จะจัดการยาก เนื้อสัตว์ป่าทั่วไปมักมีกลิ่นสาบหากนางซูทำไม่เป็น ซื้อมากไปก็ใช่ว่าจะกินหมด
“ในมือนั่นอะไรน่ะ?” หูหลิ่วหมิงเหลือบไปเห็นไหที่นางถืออยู่
เย่ชิงชิงก้มหน้ามองแล้วยิ้ม“สาลี่ในน้ำเชื่อม ไม่เคยได้ยินใช่หรือไม่”
“อ๋า?” หูหลิ่วหมิงพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจเขาเอื้อมมือไปฉกไหไปจากมือนาง พลิกไปพลิกมาในอุ้งมือแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็เอาสิ่งนี้มาแลกก็แล้วกัน อีกประเดี๋ยวเจ้าค่อยมาเอาเนื้อไป”
“...”
เจ้านี่ไม่เกรงใจกันเลยสักนิดเย่ชิงชิงยังไม่ทันได้ตอบสนอง ไหดินในมือก็หลุดมือไปเสียแล้ว
ช่างเถิดเห็นแก่ที่เขาเคยช่วยนางมาก่อน และนางก็แบกมาตลอดทางแล้วด้วย เย่ชิงชิงกล่าวว่า“ไหทั้งสองนี้ข้าให้ท่านก็แล้วกันบ่ายนี้ข้าจะกลับมาซื้อเนื้อนะเจ้าคะ”
หูหยางหมิงที่เฝ้าสังเกตอยู่เงียบๆเขาเพียงแค่เหลือบมองไหดินด้วยความสงสัย อะไรกันของพรรค์นี้จะเอามาแลกเนื้อเก้งอย่างนั้นหรือ?
“สาลี่ในน้ำเชื่อมหรือ?” ป้าหวังอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น“เหมือนกับแยมเฉ่าเหมยหรือไม่?”
นางนับถือนางซูและคนในบ้านของนางจริงๆพวกเขามักจะทำสิ่งใหม่ที่ผู้อื่นคาดไม่ถึงเสมอแยมเฉ่าเหมยรสเปรี้ยวอมหวานที่นำไปผสมกับน้ำนั้นอร่อยเลิศยิ่งนักหลานสาวตัวน้อยของนางกอดไว้ไม่ยอมปล่อยเลยทีเดียว
เย่ชิงชิงส่ายหน้าแล้วยิ้ม“ไม่เหมือนกันเจ้าค่ะ เดิมทีข้าตั้งใจจะนำไปให้ผู้ใหญ่บ้านก่อนและบ่ายนี้จะนำมาให้ท่านป้าได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ด้วย”
ป้าหวังรีบโบกมือ“เช่นนั้นอย่าส่งมาให้เลย ของพวกนี้ล้วนต้องขายเป็นเงินทั้งนั้น”
“เพียงแค่หนึ่งหรือสองไห จะเป็นอะไรไปเล่าเจ้าคะหากท่านป้าชิมรสแล้วรู้สึกว่าอร่อย ในภายหน้าจะไม่มาซื้อกับพวกเราหรือ?”
ป้าหวังหัวเราะร่วน“ข้ากำลังจะมาซื้อแยมเฉ่าเหมยอีกสองไหอยู่เลย!และปลาหมักหม้อดินนั่นก็ด้วย ทุกคนชอบกินกันมาก!”
ในปัจจุบันเพื่อนบ้านมักจะแวะเวียนไปที่เรือนน้อยเพื่อดูเหล่าแม่บ้านบรรจุไหและพูดคุยกันอย่างสบายใจก่อนจากไปก็มักจะซื้อกลับไปด้วยหลายไห วิธีทำเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินและปลาหมักหม้อดินหลายคนก็เรียนรู้ไปแล้ว แม้จะทำออกรสชาติไม่เหมือนกัน และเครื่องปรุงก็แตกต่างกันไปแต่สำหรับกินเองในบ้านก็ถือว่าดีแล้ว
สาลี่ในน้ำเชื่อมของเย่ชิงชิงถูกยึดไปกลางทางนางจึงกลับบ้านมือเปล่าแล้วนำผลไม้ในน้ำเชื่อมอีกสองไหไปมอบให้ผู้ใหญ่บ้านกับป้าเจียงบ้านหวงขาเป๋มีเขาเพียงคนเดียว จึงมอบให้หนึ่งไหพวกเขาทั้งหมดมักจะคอยดูแลนางอยู่เสมอ เย่ชิงชิงจึงไม่ละเลยใครเลย
ในช่วงบ่ายหูหยางหมิงนำเนื้อเก้งมาส่งอาจเป็นเพราะความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับเย่ชิงชิงเมื่อหลายปีก่อนหลังจากที่เขาโตขึ้นก็ไม่ค่อยได้แวะเวียนมาทางนี้ และไม่เคยทักทายใครเลย
ในขณะนี้เห็นได้ชัดว่าเขามาตามคำสั่ง ใบหน้ายังคงแสดงออกว่าไม่พอใจเล็กน้อยเขาวางเนื้อลงในลานบ้านพลางกล่าวว่า “นี่สำหรับพวกเจ้า”
นางซูกำลังยุ่งอยู่จึงให้เย่ชิงชิงไปนำเงินมาให้เขา
เย่ชิงชิงถาม“นี่ทั้งหมดกี่ชั่งหรือ?”
หูหยางหมิงส่ายหน้า“ไม่รู้พี่ชายของข้าบอกว่าให้เอาเจ้านี่มาแลกกับสาลี่ในน้ำเชื่อมของเจ้า”
เขาพูดจบก็หันหลังจะเดินออกไปเย่ชิงชิงรีบคว้าแขนเขาไว้ “ก็บอกแล้วว่าสาลี่ในน้ำเชื่อมนั่นข้าให้ท่านพี่ของเจ้าเอง”
“ทำไมต้องเอาให้เขาด้วยเล่า?” หูหยางหมิงถูกดึงแขนเสื้อไว้ก็จ้องมองนาง
“นั่นก็เพราะเขาช่วยเหลือข้าอย่างไรเล่า มีเหตุใดได้อีก?” เย่ชิงชิงนับเงินได้ราวหนึ่งร้อยอีแปะก็ยัดใส่มือเขาแล้วกล่าวว่า “ท่านพี่ของเจ้าชอบช่วยเหลือผู้อื่น เจ้าก็ควรเรียนรู้จากเขาบ้างนะ!”
คำพูดนี้ทำให้หูหยางหมิงถึงกับพูดไม่ออกในทันที“เรียนรู้อะไร? จำเป็นต้องให้เจ้ามาสอนข้าด้วยหรือ!”
เย่ชิงชิงเห็นท่าทางไม่ยอมแพ้ของเขานางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ข้ายังจำได้ว่าเจ้าเคยรังแกผู้คนอย่างไร”
ว่ากันว่าเด็กในหมู่บ้านหลายคนเติบโตมาภายใต้การข่มเหงของหูหยางหมิงเขามักจะอาศัยกำปั้นที่ใหญ่ของตนรังแกผู้อื่นเสมอฉายาเจ้าเด็กหัวโจกก็ไม่ได้มาแบบเลื่อนลอย แต่ปีนี้เขาอายุสิบสองปีแล้วถือว่าโตขึ้นมาก
“เงินนี้ข้าไม่รับ เจ้าต้องเอาไปให้เอง!” หูหยางหมิงทำหน้าบึ้งแล้วคืนเงินทั้งหมดให้นาง ก่อนจะวิ่งหนีไป
“เฮ้ย!”
หูหยางหมิงวิ่งไปอย่างเร็วโดยไม่หันกลับมามองไม่ว่าเย่ชิงชิงจะเรียกอย่างไร เขาก็ไม่ยอมหยุด ขนาดนี้แล้วนางคงทำอะไรไม่ได้
นางซูที่คอยเฝ้าดูอยู่ไม่ไกลถึงกับยิ้มออกมา “เด็กคนนั้นยังปากเสียอยู่แต่ก็ไม่ถึงกับด่าว่าเจ้าอีกแล้ว”
“ข้าไม่ได้หาเรื่องเขาเสียหน่อย ใครด่าข้าขอให้เป็นไอ้ลูกหมา” เย่ชิงชิงเกลียดพวกชอบหาเรื่องที่สุด เหมือนอย่างเย่ฝูหรงเป็นต้น
เนื้อเก้งที่หูหลิ่วหมิงให้นั้นมีถึงสามชั่งนางซูกล่าวว่าอย่างไรก็ต้องหาโอกาสนำเงินไปมอบให้หากป้าซิ่วผู้เป็นมารดาของเขาได้รู้เข้า ไม่แน่อาจจะเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีกเมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาทั้งสองบ้านคงไม่กล้าสู้หน้าใคร เช่นนั้นจะไปมีประโยชน์อันใด
เย่ชิงชิงพยักหน้านางรู้ดีว่าไม่ควรรับของโดยไม่สมเหตุสมผล
ในคืนนั้นเนื้อเก้งตุ๋นหอมกรุ่นถูกนำขึ้นโต๊ะ กล่าวกันว่าสัตว์กินเนื้อจะมีกลิ่นคาวสัตว์กินพืชจะมีกลิ่นสาบ เก้งเป็นสัตว์กินพืช ย่อมมีกลิ่นสาบติดตัวการตุ๋นเนื้อชนิดนี้จึงต้องทุ่มเทความพยายามไม่น้อย
นางซูนำพริกฮวาเจียว โป๊ยกั๊ก อบเชย ใบกระวาน และเปลือกส้ม มามัดเป็นถุงเครื่องปรุงแล้วนำไปตุ๋นกับเนื้อเก้งจนนุ่มเข้าเนื้อ จากนั้นนำขิงลงไปผัดในน้ำมันเมื่อผัดจนหอมได้ที่แล้วนางก็เติมเหล้าปรุงอาหารและซีอิ๊วลงไปเพื่อเพิ่มสีสันและลดความเค็มเท่านี้เนื้อเก้งตุ๋นจานใหญ่ที่นุ่มละมุนลิ้นก็เสร็จเรียบร้อย
“ฝีมือการทำอาหารของท่านแม่เก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ เลยนะขอรับ!” เย่จื้อเฟิงถือถ้วยข้าวพร้อมกับกล่าวด้วยความรู้สึกประทับใจ