นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 349 คำถามที่ 4

        ตอนที่ 349 คำถามที่ 4

         

         

        ทั้งสามสุมหัวกันคิดคำถาม พวกเขามีโอกาสเพียง 3คำถามเท่านั้น ทั้งไลล่าและเลโอนั้นเคร่งเครียดกับการพยายามคิดว่าถามเช่นไรจะครอบคลุมที่สุดในขณะที่โฮโจนั้นหน้าแดงก่ำ

         

        ผู้สูงศักดิ์เฟกอลคืนกลับสู่สีหน้านิ่งเงียบเย็นชา เธอยืนนิ่งรอทั้งสามพูดคุยกันอย่างใจเย็น

         

        “ถามตรง ๆ ว่าจะหาได้จากที่ไหนเลยดีมั้ยคะ น่าจะตรงประเด็นที่สุดแล้ว” เลโอเสนอ ในเมื่อมี 3คำถาม งั้นก็ถามตรง ๆ ถึงสิ่งที่ต้องการตั้งแต่ข้อแรกจะได้เก็บข้อที่เหลือไว้สำหรับคำถามตามหลัง

         

        “ต้องคิดถึงในกรณีที่ผู้สูงศักดิ์ท่านไม่ทราบคำตอบด้วยนะคะ ไม่ว่าจะผู้ใดก็ย่อมมีสิ่งที่ไม่รู้” ไลล่ากล่าวเตือน ผู้สูงศักดิ์ย่อมไม่ทราบทุกสิ่ง หากเป็นสิ่งที่ผู้สูงศักดิ์เฟกอลไม่ทราบ พวกเขาจะเสียคำถามนั้นไปโดยเปล่าประโยชน์

         

        “งั้นถามว่าเทวทูตแห่งท้องฟ้าคืออะไรดีมั้ยครับ จะได้มีข้อมูลสำหรับนำไปสืบต่อด้วย เรื่องนี้ผู้สูงศักดิ์เฟกอลทราบแน่นอน” โฮโจเสนอ ก่อนหน้านี้ผู้สูงศักดิ์เอ่ยนามของเทวทูตแห่งท้องฟ้าออกมาเอง

         

        “ข้อสองค่อยถามเกี่ยวกับขนปีกก็ดีนะคะ อย่างเช่นสามารถหาได้จากที่ไหนในปัจจุบัน อย่างน้อย ๆ ก็พอจะได้เบาะแสเพิ่มด้วย”

         

        “งั้นข้อสามล่ะคะ คำแนะนำในการหาดีมั้ย?”

         

        ทั้งสามพูดคุยกันอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่จะได้ข้อสรุป โอกาสครั้งนี้ต้องใช้ให้คุ้มค่าสูงสุด หากไม่กลัวเรื่องมารยาท ไลล่าอยากจะติดต่อไปถามไพลิน ให้เธอเป็นผู้ถามเองผ่านศิลาส่งผ่านเสียด้วยซ้ำ

         

        “คำถามแรก เทวทูตแห่งท้องฟ้าคือสิ่งใดหรือครับ” โฮโจเป็นตัวแทนเอ่ยถามคำถามแรก คำถามแรกทั้งสามตัดสินใจถามสิ่งที่ผู้สูงศักดิ์เฟกอลตอบได้อย่างแน่นอน

         

        ในกรณีที่ผู้สูงศักดิ์เฟกอลไม่ทราบเกี่ยวกับวิธีการหาขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้า อย่างน้อยพวกเขาจะได้มีร่องรอยเพิ่มเติม

         

        “เทวทูตแห่งท้องฟ้าคือเผ่าพันธุ์จากยุคโบราณที่ถือกำเนิดขึ้นจากความบิดเบี้ยว” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลตอบเสียงเรียบ ท่าทางเข้มงวดของเธอทำให้เธอมีบรรยากาศของคณาจารย์แห่งสถานศึกษา

         

        “ในสมัยก่อนถูกเรียกขานว่า เผ่าซือบาสผู้ร่วงหล่น เกิดจากผู้ร้อยเรียงเผ่าซือบาสผู้หนึ่งในอดีตที่จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ชั่วนิรันดร์ สูญเสียสติสัมปชัญญะและปัญญาทั้งมวล กลายสภาพไปเป็นสัตว์ร้าย”

         

        “สัตว์ร้ายตัวนั้นได้กระทำตามสัญชาตญาณดิบ ขยายเผ่าพันธุ์โดยการแปรเปลี่ยนเผ่าซือบาสหลายต่อหลายคนให้คืนกลับสู่มหานทีรากวิญญาณ จนท้ายที่สุดแล้วจึงดำดิ่งจนถึงจุดที่กลายเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งในหมู่สัตว์อสูร” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว ราวกับสิ่งที่เธอทราบเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

         

        “ถือกำเนิดขึ้นจากเผ่าซือบาส? แต่ว่าในพระคัมภีร์นั้นเทวทูตแห่งท้องฟ้าได้พบกับบรรพชนก่อ…” โฮโจที่ลืมตัวเอ่ยคำถามต่อไปอย่างรวดเร็ว ไลล่าที่อยู่ข้าง ๆ ไหวตัวทันจึงรีบตะครุบปากของโฮโจไว้ก่อนที่เขาจะพูดเสร็จ

         

        ผู้สูงศักดิ์เฟกอลกระแอมแผ่วเบา ส่งสายตาชื่นชมให้แก่ไลล่า โฮโจที่รู้ตัวช้ากว่าคนอื่นเผยหน้าเหวอ รีบหุบปากของตนอย่างว่องไว

         

        “คำถามที่สอง ปัจจุบันนี้วิธีที่ดีที่สุดในการได้รับขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าคือวิธีใดหรือคะ” คำถามที่สองเลโอเป็นผู้ถาม ถือเป็นคำถามเจาะจงโดยเฉพาะสำหรับวัตถุดิบที่พวกเขาต้องการ

         

        ในเมื่อผู้สูงศักดิ์เฟกอลเอ่ยปากด้วยตนเองแล้วว่าเธอไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวเช่นนี้ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความลับใด ๆ อีก ขนาดเรื่องของโฮโจผู้สูงศักดิ์เฟกอลยังทราบ เช่นนั้นก็ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต้องระแวงอีก

         

        “ขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้า? พวกเจ้าตามหาสิ่งที่ก่อปัญหามากนักเชียว” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลเลิกคิ้วน้อย ๆ

         

        “ปัจจุบันนี้เทวทูตแห่งท้องฟ้านั้นเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปจนสิ้นมหาทวีปแล้ว หากยังมีหลงเหลือก็คงจะหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่สิ่งมีชีวิตอื่นไม่อาจหาพบ หรือไม่ก็เกาะอันห่างไกล”

         

        คำตอบของผู้สูงศักดิ์เฟกอลทำให้ทั้งสามอ้าปากค้าง นิทานต้องใช้สิ่งที่หายากถึงเพียงนั้น?

         

        หลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่สิ่งมีชีวิตอื่นไม่อาจหาพบ? แล้วพวกเขาจะไปหาพบได้อย่างไร? เกาะอันห่างไกล? จะให้พวกเขาออกไปผจญภัยล่องเรือเป็นโจรสลัดหรือ? สีหน้าของโฮโจนั้นซีดเป็นพิเศษ เขาต้องการนำข้อมูลส่วนนี้ไปมอบให้องค์หญิงไพลิน แล้วจะให้เขาไปบอกกับเธอว่าถ้าอยากได้ก็ให้ไปออกเรืองั้นหรือ?

         

        กว่าที่เขาจะมาถึงที่นี่ได้เขาต้องพยายามมากแค่ไหน ต้องติดต่อคนตั้งเท่าไรจึงจะขอเข้าพบผู้สูงศักดิ์เฟกอลได้สำเร็จ แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นเช่นนี้

         

        “เจ้ายังต้องฝึกจิตใจอีกมาก เพียงแค่นี้ก็ทำให้เจ้าถอดใจแล้ว?” ผู้สูงศักดิ์จ้องมองท่าทางของโฮโจแล้วจึงถอนหายใจเบา ๆ ราวกับอาจารย์ที่ผิดหวังในตัวลูกศิษย์

         

        “เพราะโลหิตของเทวทูตแห่งท้องฟ้านั้นทรงคุณค่าสำหรับเผ่าซือบาสบางคน มหาตระกูลใหญ่ของเผ่าซือบาสจึงได้ทำการเก็บซากของเทวทูตแห่งท้องฟ้าไว้สำหรับลูกหลานของพวกตน”

         

        “หลายปีก่อน มหาตระกูลเอเทลได้ทำการกว้านซื้อซากเหล่านี้จากทั่วทุกสารทิศเพื่อนำไปมอบให้แก่ทายาทที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพวกเขา ข้าไม่อาจตอบได้ว่ามหาตระกูลอื่นนั้นยังคงครอบครองอยู่บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ไม่อาจนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างขนปีก”

         

        “แต่สำหรับมหาตระกูลเอเทล พวกเขาต้องครอบครองอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการได้รับขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้า ก็คือการติดต่อกับมหาตระกูลเอเทล”

         

        โฮโจสีหน้าดีขึ้นไม่น้อย หากก็เพียงไม่นานก่อนที่จะกลับไปหดหู่เช่นเดิม นครเฟเบิลแห่งนี้ทำให้ฐานะคุณชายของเขาเสียหายเสียเหลือเกิน เขายังเก็บอารมณ์ได้ไม่ดีพอ

         

        ไลล่านั้นนิ่งกว่าระดับหนึ่งในขณะที่เลโอนั้นสภาพดูไม่ได้เสียยิ่งกว่า เธอเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ด้วยกันกับนิทานและโฮโจนอกสุสานของขุนนางพันธุ์ผสมตอนนั้น

         

        ระหว่างนิทานและซอเด็ตนั้นไม่ชัดเจนนัก แต่ระหว่างมหาตระกูลเอเทลและองค์หญิงไพลินนั้นชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองอยู่ขั้วตรงข้ามกันอย่างชัดเจน

         

        เลโอไม่ทราบว่าองค์ชาย 2 ใช้วิธีใดให้มหาตระกูลเอเทลเข้าร่วมกับเขาอย่างสนิทสนมเช่นนั้น ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเช่นนั้นพวกเขาแทบไม่มีทางเข้าหามหาตระกูลเอเทลได้เลย

         

        “ทำไมต้องเป็นมหาตระกูลเอ.. หมายถึงว่า มหาตระกูลเอเทล…” เลโอหันไปกล่าวกับไลล่า เธอเกือบจะกล่าวในรูปแบบของคำถามเธอจึงเปลี่ยนวิธีพูดเล็กน้อย

         

        “โลหิตของเทวทูตแห่งท้องฟ้ามีประโยชน์สำหรับเผ่าซือบาสบางคน บางทีมหาตระกูลเอเทลคงจะกว้านซื้อเพื่อนำไปมอบให้กับปีกแห่งผืนฟ้าค่ะ” ไลล่าส่ายหน้า เรื่องนี้เดาได้ไม่ยากแต่อย่างใด

         

        “เราทำได้แค่ส่งต่อข้อมูลค่ะ หากเคลื่อนไหวกันเองมีโอกาสสูงมากที่จะไปเข้าตาฝักฝ่ายอื่น หากเรื่องที่องค์หญิงต้องการขนปีกหลุดออกไปเมื่อใด เมื่อนั้นโอกาสทั้งหมดก็จะหมดไปโดยสิ้นเชิง” ไลล่าขมวดคิ้ว

         

        เรื่องนี้ไม่อาจปล่อยให้หลุดออกไปได้โดยเด็ดขาด หากล่วงรู้ไปถึงกลุ่มการค้าเชียนเป่า มหาตระกูลเอเทล หรือองค์ชาย 2 ล่ะก็ พวกเขาโบกมือลาขนนกนั้นได้เลย

         

        นัยน์ตาของไลล่าส่องประกายวูบหนึ่ง เธอหันไปมองผู้สูงศักดิ์เฟกอลที่เฝ้ามองชนรุ่นหลังไขว่คว้าหาพลังด้วยสีหน้านิ่งเฉย

         

        “คำถามที่สาม หากเป็นท่าน ท่านสามารถนำขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้ามาให้พวกเราได้หรือไม่คะ” ไลล่าเอ่ยถาม สองตาจ้องมองผู้สูงศักดิ์เฟกอลโดยไม่หลบลี้

         

        ในดวงตาสีแดงของผู้สูงศักดิ์เฟกอลปรากฏประกายวูบหนึ่ง มุมปากของเธอฉีกยิ้มเล็กน้อย

         

        “ย่อมทำได้”

         

        “หากเป็นข้า เพียงเอ่ยปากแก่มหาตระกูลเอเทลก็มากเพียงพอ ไม่ว่าจะด้วยสถานะ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวข้าเองและเซเรบัน รวมถึงเหตุผล ข้าล้วนสามารถกระทำได้อย่างง่ายดาย” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลยิ้มน้อย ๆ

         

        ตัวเธอคือผู้สูงศักดิ์ อัครสาวกแห่งศาสนจักร เป็นสหายกับเซเรบัน เอเทล ผู้นำตระกูลเอเทล และเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องมันตราโบราณและเนื้อหาในคัมภีร์เปลือกไม้ชำระ ขอเพียงเธอเอ่ยปาก มหาตระกูลเอเทลย่อมไม่มีทางปฏิเสธ

         

        ขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้านั้นไร้ประโยชน์ต่อเผ่าซือบาส หากพวกเขาสามารถใช้มันเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับอัครสาวกได้ พวกเขาย่อมยินดียิ่ง

         

        โฮโจและเลโอนั้นได้ยินเสียงหัวใจของตนเต้นระรัว การกระทำเมื่อครู่ของไลล่าถือว่ากล้ามากทีเดียว อาจจะเรียกได้ว่าคาบเส้นกับคำว่าบ้าบิ่นเลยทีเดียว

         

        เธอพึ่งจะพยายามขอให้ผู้สูงศักดิ์เข้าร่วมสงครามการเมืองครั้งนี้! และยังเป็นผู้สูงศักดิ์ที่พึ่งจะเอ่ยปากด้วยตนเองว่าไม่คิดยุ่งเกี่ยว หากผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อยหรือผู้สูงศักดิ์เฟกอลไม่พอใจ สถานเบาคือความไม่พอใจของอัครสาวก สถานหนักอาจถึงขั้นปลดตำแหน่งผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรอง

         

        “ศาสนจักรคือขุมกำลังที่วางตัวเป็นกลางที่สุดในมหาทวีป ยินดีช่วยเหลือผู้ศรัทธาทั้งมวลไม่ว่าจะมาจากขุมกำลังใด และยังไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์แก่ผู้ศรัทธาทั้งมวล” ไลล่ากล่าวเสียงเบา

         

        “อย่างผู้สูงศักดิ์เอดันที่เป็นตัวแทนแห่งเผ่ามนุษย์ ผู้สูงศักดิ์เรรินที่เป็นตัวแทนแห่งเผ่าซือบาส ผู้สูงศักดิ์ทุกท่านมิเคยถูกผูกมัดด้วยสิ่งใด องค์สันตะปาปามิเคยกล่าวห้าม”

         

        “จุดมุ่งหมายมีเพียง ขอเพียงเข้าถึงมันตราและโอบอุ้มจิตใจอันดีงาม ดังที่องค์เดรฟัสมุ่งหวัง” ไลล่าหลับตาลง กล่าวท่องสถานะและบัญญัติแห่งศาสนาปฐมมันตรา

         

        “ความดีและความชั่วมิเคยถูกพิสูจน์ด้วยความคิดของคนหมู่มาก หากแต่เป็นความเชื่อในจิตใจที่ใสกระจ่าง ต่อให้เจ้าจะสังหารนับพัน หากแต่ทำไปเพื่อปกปักคนที่เจ้ารัก เจ้าจะสนใจคำครหาของคนอื่นไปเพื่อสิ่งใด?”

         

        “ต่อให้เจ้าจะช่วยชีวิตผู้คนมามากมายเพียงไร ท้ายที่สุดแล้วหากเจ้ายังจมดิ่งไปกับห้วงอารมณ์ หลงคิดว่าตนคือนักบุญทั้งที่จริงแล้วเจ้าเพียงทำไปเพราะเติมเต็มความสุขส่วนตัว สิ่งที่เจ้ากระทำเจ้ากล้าพูดเต็มปากหรือไม่ว่ามันคือความดี?”

         

        “ขอเพียงจิตใจใสกระจ่าง กล้าสาบานต่อฟากฟ้าว่าเจ้าภูมิใจในสิ่งที่ทำ กล้าสาบานต่อผืนดินว่าจิตใจเจ้ามิได้ถูกบดบังด้วยความบิดเบี้ยวหรือห้วงอารมณ์ กล้าสาบานต่อตนเองว่าสิ่งที่เจ้าทำมิใช่กระทำเพื่อตนเอง”

         

        “นั่นต่างหากคือความดี ความแข็งแกร่งและภาคภูมิที่มิอาจสั่นคลอนไม่ว่าจะต้องเผชิญกับภัยเพียงใด”

         

        ไลล่าสองตาทอแสงสีทอง เธอเอ่ยกล่าวมันตราโบราณส่วนหนึ่งออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ เสียงของเธอดังกังวานหากกลับนุ่มนวล ชัดเจนหากกลับเลื่อนลอย เต็มไปด้วยความมั่นใจหากแต่ก็เต็มไปด้วยความเมตตา

         

        “มันตรา แก่นที่ 17 สิ่งใดคือความดี” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลเอ่ยต่อเมื่อไลล่านั้นกล่าวจบ เธอยิ้มน้อย ๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

         

        “ไลล่ามั่นใจว่าองค์หญิงไพลิน อัคนี ไฟกัลป์คือผู้ที่ยึดถือในมันตราและคู่ควรกับความเมตตาขององค์เดรฟัส” ไลล่าเอ่ยชัดเจน ไร้ซึ่งความหวั่นไหวหรือไม่แน่นอนใด ๆ ราวกับสิ่งที่เธอกล่าวคืออีกหนึ่งมันตราที่ถูกบัญญัติ

         

        “อาณาจักรที่เธอปกครองย่อมเป็นอีกหนึ่งสวนสวรรค์บนดิน สิ่งมีชีวิตนับล้านจะพบกับความผาสุกและความดี ชนรุ่นหลังจะได้เติบโตในอาณาจักรที่มีผู้ปกครองอันยอดเยี่ยมค่ะ”

         

        “ผู้สูงศักดิ์เฟกอลคะ พวกเราต้องการการสนับสนุนจากท่านค่ะ”

         

        คำกล่าวอันตรงไปตรงมาของไลล่าทำให้โฮโจและเลโอมองหน้ากันด้วยหัวใจที่สั่นรัว ดวงตาของทั้งคู่สะท้านไหวอย่างรุนแรง เลโอไม่เคยเห็นพี่สาวของตนเป็นเช่นนี้มาก่อน

         

        “ไลล่าขอวิงวอน โปรดเข้าร่วมกับองค์หญิง สร้างสรรค์ดินแดนและมอบความสุขให้แก่สิ่งมีชีวิตนับล้าน” ไลล่าค้อมตัวลงกับพื้น หน้าผากแตะสัมผัสกับพื้นหินเยียบเย็นของมหาวิหาร

         

        กลางอกคือนิ้วมือที่แตะลงกลางฝ่ามือ เธอคือนักบวชแห่งศาสนจักร มหานักบวชน้อย และผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรอง แต่เธอก็ยังเป็นประชากรไฟกัลป์ด้วยเช่นกัน

         

        เธอนั้นรักบ้านเกิดของเธอไม่ต่างอะไรกับที่เธอรักในมันตรา เธอจึงเคารพทั้งสองสิ่งด้วยท่วงท่าการเคารพสูงสุด

         

        เลโอและโฮโจกระทำตามอย่างรวดเร็ว ทั้งสองรู้ดีถึงความสำคัญในวินาทีนี้

         

        “นั่นเป็นคำถามที่สี่แล้ว” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลเผยรอยยิ้มนุ่มนวล กระดิกหูของเธอเล็กน้อย ดึงร่างของทั้งสามให้ลุกขึ้นจากพื้น

         

        “เจ้าเติบโตขึ้นมากจริง ๆ ไลล่า มันตราในตัวแข็งแกร่งและมั่นคงขึ้นมาก คู่ควรกับตำแหน่งและเหมาะสมยิ่งกว่าผู้ใด” เธอลูบหัวของไลล่าอย่างแผ่วเบา ดวงตาของไลล่าเต็มไปด้วยความสุข เธอเงยหน้ามองผู้สูงศักดิ์เฟกอลอย่างคาดหวัง

         

        “แต่คำตอบยังคงเป็นเช่นเดิม ข้าไม่คิดยุ่งเกี่ยวใด ๆ”


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

นิยาย แฟนตาซี
103K 226
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
มังกรพลิกสวรรค์

มังกรพลิกสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
161K 121
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912