หัวใจของหลงเทียนเฟยพลันร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
คำพูดของชายหนุ่มปริศนาดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็คำกล่าวที่ราบรื่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม...ซึ่งนั่นน่ากลัวยิ่งกว่าการข่มขู่เสียอีก มันคือการประกาศอย่างชัดเจนว่า ‘ข้ารู้ทันเ้าทุกอย่าง’
ในเสี้ยววินาทีนั้น สมองของหลงเทียนเฟยทำงานเร็วยิ่งกว่าครั้งใด แผนการหลบหนีนับสิบผุดขึ้นมาในหัว แต่ทุกแผนกลับถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มผู้นี้นั่งรอเขาอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางป่าหมอกมายา ย่อมหมายความว่าเขามิได้หวั่นเกรงต่อค่ายกลหรืออสูริญญาเลยแม้แต่น้อย พลังของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ทว่าบนใบหน้าที่ดู ซื่อตรง (真诚) ของหลงเทียนเฟย กลับปรากฏเพียงความงุนงงอย่างสุดซึ้ง เขาเอียงคอเล็กน้อย กะพริบตาปริบๆ ราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจคำพูดที่ลึกซึ้งเกินไป
"ธูปหรือขอรับ" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ใสซื่อ "ท่านพี่กล่าวถึงสิ่งใดกัน ข้าน้อยเพียงแค่รู้สึกว่าอากาศในป่าแห่งนี้ช่างสดชื่นและบริสุทธิ์ยิ่งนัก จึงออกมาทอดน่องชมธรรมชาติเพียงเท่านั้น"
ชายหนุ่มในชุดบัณฑิตหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาไม่ได้ดัง แต่กลับกังวานใสราวกับเสียงน้ำไหลกระทบหิน "คุณชายหลงช่างมีอารมณ์ขันนัก อากาศที่นี่สดชื่นสำหรับท่าน แต่เหตุใดสัตว์ิญญารอบกายจึงพากันหลบหนีไปจนหมดสิ้นเล่า"
เขาไม่ได้ชี้ให้เห็น แต่คำพูดของเขากลับทำให้หลงเทียนเฟยตระหนักถึงความเงียบอันผิดปกติรอบกาย ใช่แล้ว...ไม่มีแม้แต่เสียงของแมลงหรือนกตัวเล็กๆ เลยแม้แต่น้อย
'แย่แล้ว เขามองทะลุทุกอย่าง!' สัญชาตญาณรักตัวกลัวตาย (怕死) ของเขากรีดร้องดังลั่น
"ข้าน้อยไม่เข้าใจจริงๆ ว่าท่านพี่กำลังพูดถึงเื่อันใด" หลงเทียนเฟยยังคงยืนกรานด้วยใบหน้าที่ดูสับสนและไร้เดียงสาอย่างที่สุด เขายกมือขึ้นเกาศีรษะ ทำท่าทางราวกับชาวบ้านผู้ซื่อบื้อที่ไม่เข้าใจบทกวีของบัณฑิต "บางทีอาจจะเป็เพราะบารมีของท่านพี่ที่สูงส่งกระมัง สรรพสัตว์จึงพากันหลีกทางให้"
คำยกยอที่ทั้งดูจริงใจและไร้สาระนั้นทำให้ชายหนุ่มปริศนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะกว้างขึ้น "คุณชายหลงช่างช่างเจรจานัก ข้าน้อยมีนามว่า ซูโม่ (苏墨) ยินดีที่ได้รู้จัก"
"ข้าเองก็ยินดีที่ได้รู้จักท่านพี่ซู" หลงเทียนเฟยรีบคำนับอย่างนอบน้อม ในใจกลับคิดว่า 'ซูโม่รึ ไม่เคยได้ยินชื่อนี้ในหมู่ตระกูลใหญ่เลย เป็คนของสำนักใดกันแน่'
"ข้าเพียงแค่รู้สึกทึ่งในตัวคุณชายหลงเท่านั้น" ซูโม่กล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน "ท่านไม่ได้ใช้พลังปราณในการเดินผ่านป่า แต่กลับใช้วิธีการที่ชาญฉลาดแทน... ช่างเป็แนวทางที่น่าศึกษาเสียจริง"
คำพูดนี้แทงใจหลงเทียนเฟยอย่างจัง เขารู้แล้วว่าการเสแสร้งต่อไปนั้นไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
ซูโม่ลุกขึ้นยืนบนโขดหินอย่างแช่มช้อย "การประลองในป่าหมอกมายาครั้งนี้ แท้จริงแล้วสำนักดาบเมฆาครามไม่ได้้าทดสอบพลังยุทธ์เป็หลักดอกขอรับ" เขามองตรงมาที่หลงเทียนเฟย ดวงตาที่เคยดูเป็มิตรพลันฉายแววลุ่มลึกขึ้นมา "ข้าได้ยินมาว่ารางวัลที่แท้จริงคือการตามหาคนที่มี 'เนตรแห่งจิต' (心眼) ต่างหาก ท่านเคยได้ยินเื่นี้หรือไม่"
ทุกอย่างที่หลงเทียนเฟยเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ถูกยืนยันจากปากของบุรุษผู้นี้!
ความรู้สึกอันตรายพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขาไม่รู้ว่าซูโม่มีเจตนาอันใด แต่การที่ความลับของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าบุคคลที่ลึกลับและคาดเดาไม่ได้เช่นนี้ คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
'หนี!' คำๆ เดียวดังขึ้นในหัว
ในเสี้ยววินาทีที่ซูโม่กล่าวจบ หลงเทียนเฟยไม่ได้ตอบคำถามแม้แต่คำเดียว แต่เขากลับเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน เขานำ 'ธูปอัคคีข่มขวัญ' ที่เหลืออยู่ออกมาสองดอก หักมันทิ้งอย่างไม่ลังเล แล้วโยนผงสมุนไพรลงบนพื้นเบื้องหน้า
"ระบบ! สังเคราะห์พลังงานความร้อนจากแก่นแท้เพลิงชาดเข้ากับผงสมุนไพรในบัดดล!"
[ การสังเคราะห์ฉุกเฉิน ]
[ ได้รับไอเทมชั่วคราว: 'ะเิแสงควันชาด' (朱烟光爆) ]
พรึ่บ!
ผงสมุนไพรที่พื้นพลันะเิออกเป็แสงสีแดงจ้าที่สว่างวาบจนแสบตา พร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นมาบดบังทุกสิ่งในรัศมีหลายเมตรทันที!
'ย่างก้าวเปลวเพลิง!'
หลงเทียนเฟยใช้ทักษะของตนเองอย่างเต็มกำลัง ไอพลังสีแดงที่ฝ่าเท้าของเขาะเิออก ส่งร่างของเขาทะยานหายเข้าไปในม่านหมอกหนาทึบอีกฟากหนึ่งของลำธารในทันที เขาหนีโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองแม้แต่น้อย
กลุ่มควันและแสงสีแดงจางหายไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างของซูโม่ที่ยังคงยืนอยู่บนโขดหินที่เดิม ดวงตาของเขามองไปยังทิศทางที่หลงเทียนเฟยหายลับไป รอยยิ้มของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
เขายกมือขึ้นปัดควันที่ลอยมาติดแขนเสื้อเบาๆ แล้วหัวเราะออกมาในลำคอ
"ช่างน่าสนใจยิ่งนัก...คุณชายหลงเทียนเฟย"
(จบตอนที่ 19)