เฉินเหมียวเหมี่ยวนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้าและเปลี่ยนเป็ส่ายหน้า “ไม่ เขาไม่ใช่ศัตรูของข้า เขา...หม่าจิ๋งอวี่...เป็ศัตรูของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยว”
เสี่ยวเหมียวเหมี่ยว?
ม่อเสวียนิผงะไปกับชื่อเรียกที่น่ารักของเฉินเหมียวเหมี่ยว ก่อนจะหลุบตาลง พลางใช้แขนข้างหนึ่งกอดนางเอาไว้แนบอก ส่วนมืออีกข้างก็ป้อนโอสถเม็ดหนึ่งให้แก่นาง
“จะแก้แค้นก็ต้องสร่างเมาก่อน”
โอสถนี้มีรสชาติขมเล็กน้อย เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงขัดขืนเบา ๆ แต่ร่างของนางไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ จึงทำได้เพียงใช้ลิ้นเล็ก ๆ ดันออก ทำให้ปลายลิ้นสีชมพูของนางเลียเข้าที่ปลายนิ้วของม่อเสวียนิ แต่นางกลับไม่รู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป นางพึมพำออกมา
“พี่กล้ามโต โอสถนี่ขมจัง...ไม่กินได้หรือไม่?”
ร่างกายของชายหนุ่มพลันแข็งค้าง แม้แต่ขนก็ลุกเกรียวขึ้นพร้อมกัน หลังจากสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ แล้ว ก็มุ่งมั่นยัดโอสถใส่ปากของนางต่อ พลางเอ่ยเสียงแข็ง “ไม่ได้!”
เฉินเหมียวเหมี่ยว “…”
เฉินเหมียวเหมี่ยวทำหน้ายู่ ก่อนจะกลืนโอสถเม็ดนั้นลงไปด้วยหน้าตาน่าสงสาร
โอสถออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว สายตาของนางก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น
ม่อเสวียนิราวกับผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาก็มิปาน ทำให้เวลานี้ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้ายิ่งนัก
เขาวางร่างเฉินเหมียวเหมี่ยวลงบนเตียง ก่อนจะสะบัดมือเบา ๆ หม่าจิ๋งอวี่ที่สลบราวกับสุนัขที่ตายแล้ว ก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าของเฉินเหมียวเหมี่ยว เฉินเหมียวเหมี่ยวขยับแขนไปมา ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่พอใจ “พี่กล้ามโต เ้า...”
“ม่อเสวียนิ”
“เอ๊ะ?” เฉินเหมียวเหมี่ยวเข้าใจได้ทันที นี่คงเป็นามของเขา
นางพิจารณาเขาเงียบ ๆ รูปร่างสูงใหญ่ดั่งภูผา ท่าทางสง่างามสูงส่งราวกับหิมะที่อยู่บนยอดเขา ม่อเสวียนิงั้นหรือ ช่างเป็ชื่อที่เหมาะสมกับเขายิ่งนัก
“อืม ม่อเสวียนิ เ้าปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวชี้ชุดขาวที่อยู่บนกาย
เมื่อครู่ทันทีที่เขาปรากฏตัว ชุดขาวบนกายของนางจู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็ผ้าห่ม หากบอกว่าไม่เกี่ยวกับเขา นางไม่มีทางเชื่อแน่นอน!
ม่อเสวียนิชะงักไปเล็กน้อย และแสร้งเอ่ยเสียงเรียบ “ประโยคนี้เ้าไม่ควรถามข้า นี่เป็อาวุธเวทของเ้า มันห่อเ้าเอาไว้ก็เพื่อปกป้องเ้า อยากจะควบคุมมันนั้นง่ายมาก เ้าแค่หยดเืทำสัญญากับมันก็พอแล้ว”
ชุดขาว “???”
นี่รังแกกันเพราะเห็นว่าชุดขาวพูดไม่ได้งั้นหรือ!
ไม่เช่นนั้นมันคงะโออกมาต่อว่าแล้ว!
นี่ไม่เหมือนที่คุยกันเอาไว้ตอนแรกนี่นา มันไม่้ารับนางเป็นาย ไม่เอา ๆ ๆ ๆ ๆ!
ชุดขาวกำลังคิดจะหนีไปจากเฉินเหมียวเหมี่ยว ทว่ากลับถูกแววตาเย็นเยียบของม่อเสวียนิสะกดเอาไว้ และแผ่ไอพลังออกมา จนมันต้องอยู่นิ่ง ๆ
เฉินเหมียวเหมี่ยวยังคงงุนงงอยู่ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “อาวุธเวทของข้างั้นหรือ?”
“อืม”
เฉินเหมียวเหมี่ยวขยับร่างกายเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าชุดขาวคลายตัวได้จริง ๆ นางดีใจมาก รีบกัดปลายนิ้วของตัวเองให้เืหยดลงบนชุดขาวไม่รอช้า
วิ้ง
เสียงที่ดังมาจากจิติญญาพลันดังขึ้น ราวกับเสียงอันไพเราะที่สุด ดังก้องในหัวของเฉินเหมียวเหมี่ยวอยู่นาน
“์ชั้นเก้าเบื้องบน ท้องฟ้าอยู่เบื้องล่าง ดวงดาวเป็พยาน ตะวันและจันทราเป็ผู้ส่องสะท้อน ด้วยเืของเ้า ด้วยจิติญญาของข้า ตราประทับตลอดกาล เป็ตายร่วมกัน!”
เฉินเหมียวเหมี่ยว “???”
ช้าก่อน ไหนบอกว่านี่เป็อาวุธเวทของนางแล้วไม่ใช่หรือ?
แล้วสิ่งที่คล้ายกับการทำสัญญากับฟ้าดินนี่มันเื่อันใดกัน?
เฉินเหมียวเหมี่ยวรู้สึกว่าในหัวเกิดจิตบางอย่างเพิ่มขึ้น จึงเรียกออกมาเบา ๆ “ชุดขาว ใช่เ้าหรือไม่?”
ชุดขาวไม่เคลื่อนไหวใด ๆ ราวกับจะบอกว่า ‘ขอเพียงข้าแสร้งตายต่อไป เฉินเหมียวเหมี่ยวมนุษย์ธรรมดาอย่างเ้าก็ไม่มีทางรู้แล้วว่าข้าเป็ใคร’
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
เ้าแสร้งตายอยู่ใช่หรือไม่?
ทว่าอย่างไรเสียเฉินเหมียวเหมี่ยวก็เป็มนุษย์ที่เ้าเล่ห์และน่ารังเกียจ นางแสร้งหรี่ตาลงพลางเอ่ย “โอ๊ย ข้าช่างโง่เขลาจริง ๆ แค่ชุดขาวชุดหนึ่งเท่านั้นเอง ยังคิดว่ามันเป็สมบัติวิเศษที่มีสติปัญญาไปได้ อา ช่างเถอะ ๆ”
ม่อเสวียนิ “...”
ชุดขาวโมโหขึ้น!
ถูกนายท่านของตัวเองบังคับให้ทำพันธสัญญากับมนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเฉินเหมียวเหมี่ยวก็เกินจะทนแล้ว นางยังดูถูกมันอีกอย่างนั้นหรือ?
ชุดขาวเริ่มตัวสั่นเทา ราวกับกำลังร้องไห้ก็มิปาน
เมื่อเห็นชุดขาวสั่นเทาอย่างน่าสงสาร เฉินเหมียวเหมี่ยวก็เกิดความไม่สบายใจ จึงรีบเอ่ยปลอบ “ข้าขอโทษ ข้าแค่ล้อเ้าเล่นเท่านั้นเอง เ้าหยุดร้องได้แล้ว ขอบคุณเ้ามากที่ก่อนหน้านี้ปกป้องข้าเอาไว้ ต่อไปเ้าช่วยชี้แนะข้าด้วยได้หรือไม่?”
ชุดขาวโกรธจนเหาะขึ้นไปกลางอากาศอย่างกะทันหัน เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงลอยขึ้นไปด้วย จากนั้นมันลอยหมุนเป็วงกลมอย่างบ้าคลั่งบนอากาศ มองดูแล้วราวกับหญิงสาวกำลังเต้นรำอยู่กลางอากาศก็มิปาน
ม่อเสวียนิ “...”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเป็แค่คนธรรมดาคงไม่เข้าใจ แต่นางกลับรับรู้ถึงสิ่งที่ชุดขาว้าจะบอกได้ “ข้าไม่มีทางรับเ้าเป็นายง่าย ๆ หึ เ้าได้กายของข้า แต่จะไม่ได้ใจของข้า!”
หลังจากการแสดงละครใบ้จบลง ชุดขาวก็โรยตัวลงพื้น และแสร้งตายไม่ขยับเขยื้อน
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
ปกติเ้าสิ่งนี้มักมีนิสัยแปลกประหลาดเช่นนี้งั้นหรือ?
ม่อเสวียนิ “...”
ม่อเสวียนิได้แต่สงสัยในตัวเอง การที่เขาให้เฉินเหมียวเหมี่ยวทำพันธสัญญากับชุดขาวเป็ความคิดที่ผิดหรือไม่
“อืม...” ม่อเสวียนิเป็ฝ่ายเปลี่ยนเื่ก่อน “สร่างเมาแล้วก็รีบแก้แค้นเถอะ”
หม่าจิ๋งอวี่เวลานี้นอนอยู่ที่พื้นไม่ขยับเขยื้อน มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายของเขาไว้เล็กน้อย หากมองดี ๆ ก็สามารถเห็นร่างกายผอมแห้งขาว ๆ ของเขาได้อย่างชัดเจน ช่างเสียสายตาจริง ๆ
เฉินเหมียวเหมี่ยวมุมปากกระตุกเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปและกำลังจะใช้เท้าเหยียบหม่าจิ๋งอวี่ แต่กลับถูกม่อเสวียนิดึงเอาไว้เสียก่อน
“เ้าจะทำอะไร?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่เข้าใจ ได้แต่มองเขาอย่างสงสัย
ม่อเสวียนิเอ่ยเรียบ ๆ “สวมรองเท้าก่อน”
“ฮะ?”
“สวมรองเท้าก่อน มันสกปรก”
เมื่อชูมือขึ้น รองเท้าที่ถูกเฉินเหมียวเหมี่ยวสลัดทิ้งไปก็มาอยู่ตรงหน้านาง
นางพึมพำออกมา “จะเื่มากเกินไปแล้วกระมัง”
นางใช้เท้าตัวเองเหยียบแผ่นหลังคนอื่น ยังไม่แน่ใจเลยว่าอะไรกันแน่ที่สกปรกกว่า
แต่เมื่อเห็นสายตาดึงดันของม่อเสวียนิ เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงยอมสวมรองเท้าแต่โดยดี รองเท้าคู่นั้นพลันห่อหุ้มฝ่าเท้าเล็ก ๆ เอาไว้อย่างแ่า จากนั้นนางจึงเหยียบลงไปที่แผ่นหลังของหม่าจิ๋งอวี่
ฝ่าเท้านี้ไร้ซึ่งความปรานีใด ๆ
“พรวด...”
หม่าจิ๋งอวี่กระอักเืทันที ก่อนจะได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
ทันทีที่ลืมตาก็เห็นใบหน้างดงามราวกับก้อนเมฆที่สดใส จึงชะงักงันไป ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความเ็ป “ผู้าุโ ผู้น้อยซื่อสัตย์ต่อท่าน เหตุใด…เหตุใด...”
“ซื่อสัตย์งั้นหรือ?” เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะออกมา ดวงตาหยิบหยี รอยยิ้มดุจบุปผาเบ่งบาน ทว่าคำกล่าวที่เอ่ยออกมากลับทำให้หม่าจิ๋งอวี่ราวกับตกลงไปในหุบเหว
“สามปีก่อนเ้าก็ซื่อสัตย์ต่อตระกูลเฉินเช่นนี้อย่างนั้นหรือ ถึงได้ใส่ร้ายสตรีตัวเล็ก ๆ ที่บริสุทธิ์ผู้หนึ่ง สามปีมานี้ตระกูลเฉินได้ให้สัญญาหลายอย่างกับเ้าใช่หรือไม่ บอกให้ข้าฟังหน่อยเป็อย่างไร?”
หม่าจิ๋งอวี่เอ่ยอย่างอึกอัก “ข้า...ข้า...ผู้น้อยไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดเื่อะไร...”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเดินเข้าไปต่อยเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณชายหม่า เ้ามองหน้าข้าให้ดี ๆ แล้วคิดดูซิว่าข้าเหมือนใคร”
เหมือนใคร?
นางเป็ถึงผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิด จะเหมือนใครได้เล่า!
หม่าจิ๋งอวี่ตัวสั่นเทิ้ม จ้องเขม็งไปที่ใบหน้างดงามและเยือกเย็นราวกับภาพวาดของเฉินเหมียวเหมี่ยว
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...
ทันใดนั้น!
ความคิดเหลวไหลผุดขึ้นในหัวของหม่าจิ๋งอวี่ ตัวของเขาเย็นวาบขึ้นอย่างฉับพลัน แม้แต่เืในกายก็คล้ายจะแข็งตัวเสียดื้อ ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “เฉิน...เฉิน...ไม่ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้!”
“เฉินเหมียวเหมี่ยว” เฉินเหมียวเหมี่ยวใจดี เอ่ยต่อแทนคำพูดของหม่าจิ๋งอวี่
“ใช่แล้ว ย่อมเป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว เฉินเหมียวเหมี่ยวตายอยู่ที่แม่น้ำกลืนิญญาไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ ข้าไม่ใช่เฉินเหมียวเหมี่ยว แต่ข้าเป็ผีร้ายที่กลับมาเพื่อล้างแค้นต่างหากเล่า...”