เอียนกับหน่วยองครักษ์ประจำการอยู่ในหมู่บ้านรอยด์หลายวัน
เนื่องจากชาวบ้านยังคงได้รับผลกระทบจากพวกโจรพวกเขาจึงรั้งอยู่ที่นี่ต่อเพื่อให้คนในหมู่บ้านรู้สึกปลอดภัย
‘ “ลูกี้”ปรมาจารย์แห่งหอกมีความกล้าหาญอย่างยิ่งแม้ศัตรูนับพันจะอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่กะพริบตาแม้แต่ครั้งเดียวเพราะเขาเชื่อมั่นในการคุ้มกันที่สมบูรณ์จากจอมเวทระดับหกที่ประเมินสถานการณ์จากระยะไกลและในที่สุด “หอกัลูคานิส” ก็ฟาดฟันรอบทิศขนสีแดงอันเป็เอกลักษณ์พลิ้วสะบัด...’
ใต้ต้นเซลโควา[1] ตรงมุมหนึ่งของหมู่บ้าน
นายทหารลูก้ายกหอกที่มีพู่ขนนกสีแดงมาวางไว้บนต้นขาเขากำลังเขียนนิยายที่แต่งขึ้นลงในสมุดพกพาของตน
“เดี๋ยวก่อน จะให้จอมเวทใช้อะไรดีล่ะในเมื่อการคุ้มกันคือเป้าหมาย อืมหรือว่าจะเป็หอกนํ้าแข็งที่ท่านเอียนแสดงให้ข้าดู ใส่เข้าไปเยอะ ๆ เลย นี่ ๆๆ...!”
“ก็พอได้นะ ข้าแสดงให้ดูดีไหม”
“อ๊ากกกก!”
ลูก้าร้องเสียงหลงหลังจากได้ยินเสียงพูดอันคุ้นหูดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เอียนยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
อีกฝ่ายมาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่กันนะ
“...ท่านจอมเวท?”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้เ้าใ ขอโทษด้วย”
“อา ไม่เป็ไรขอรับ ข้าไม่เป็ไร ฮ่า ๆ ๆ”
นี่เป็การหัวเราะที่ไม่ได้เป็เพราะรู้สึกขบขันจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าโล่งใจที่หลายวันมานี้พวกเขาสนิทกันมากขึ้น
ถ้าเป็ก่อนหน้านี้อาจจะฉี่ราดไปแล้วก็ได้
“หอกั ลูคานิส”
“...ใช่ขอรับ เอ๋?”
“มีขนนกสีแดงห้อยอยู่ด้วยใช่ไหม”
เอียนเอ่ยขึ้นขณะมองหอกที่มีพู่ขนนกสีแดงห้อยอยู่ของลูก้า
เขาส่งสายตาและพูดด้วยนํ้าเสียงขี้เล่นเหมือนเด็ก
อ่านแล้วสินะ...
เขายังไม่เคยเอาที่เขียนไว้ให้ใครอ่านเลยแถมยังไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนแรกที่ได้อ่านจะเป็ท่านจอมเวทด้วย
ลูก้าอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
ว่าแต่อ่านหนังสือออกด้วยสินะ
เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่เอียนอ่านหนังสือออก
ถึงจะเป็จอมเวทแต่ก็เพิ่งจะเป็ได้แค่เดือนเดียว ก่อนหน้านี้เป็ลูกชายของคนรับใช้ไม่ใช่หรือแค่จะเลี้ยงปากท้องก็น่าจะลำบากมากแล้วด้วยซํ้า
หรือว่าถ้าได้เป็จอมเวทแล้วก็จะรู้หนังสือไปเองหรือเปล่านะ
แม้แต่ลูก้าเองก็ใช้เวลาหลายปีกว่าจะอ่านออกเขียนได้
แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบคำศัพท์กับไวยากรณ์ที่ไม่รู้ก็ยังมีอีกมาก
“อะ...อ่านหนังสือออกด้วยหรือขอรับ”
ลูก้ารวบรวมความกล้าหากอีกฝ่ายทั้งรู้เวทมนตร์และอ่านหนังสือออกจริง ๆ นี่คงเป็ข้อมูลที่น่าทึ่งมาก
“แน่นอน ก็ข้าเป็จอมเวทนี่นา”
“ถะ...ถ้าเป็จอมเวทแล้วก็จะอ่านหนังสือออกด้วยหรือขอรับ”
“แน่นอนอยู่แล้ว จอมเวทนั้นยอดเยี่ยมที่สุด”
“จริงด้วย...!”
ลูก้ายอมเชื่อมุกตลกของเอียนอย่างไร้ข้อกังขา
เอียนหัวเราะคิกคักกับท่าทางของอีกฝ่าย
ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่ผิดคนแน่
เอียนรู้จักลูก้า
ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือเอียนรู้จักหนังสือของเขาถึงจะไม่เคยอ่านแต่ก็เคยได้ยินชื่อมาบ้าง
ได้ยินเื่แบบนั้นมาจากตอนที่กลับบ้านเกิดแรกๆ
เอียนเป็ผู้ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในอาณาเขตม็อคเลียนแต่ก็มีอีกคนหนึ่งที่รํ่ารวยและมีชื่อเสียงพอ ๆ กัน
‘ลูก้า ลูก้า’
นักเขียนนิยายที่เล่าลือกันว่านั่งอยู่บนกองเงินกองทอง
เห็นได้ชัดเจนว่านามปากกาของอีกฝ่ายคือ ‘ลูก้าลูก้า’
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่านายทหารคนนี้ก็คือนักเขียนผู้นั้นแม้ว่าในตอนนี้งานเขียนของเ้าตัวจะยังไม่เป็ที่รู้จักก็ตาม
“ท่านจอมเวทอยู่นี่นี่เอง”
ในตอนนั้นเอง มีเสียงเรียกเอียนดังขึ้น
เขาคืออัศวินาุโเอริค
“พวกเราพร้อมกลับปราสาทเ้าเมืองแล้วขอรับ”
เอียนมองไปที่บ้านของเรดิโอ้เนื่องจากเป็หมู่บ้านเล็ก ๆ จึงมองเห็นได้ในผาดเดียว
ยังไม่ตัดสินใจอีกหรือ
เรดิโอ้บอกว่าขอเวลาอีกหน่อยตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะให้คำตอบได้แล้วนะ
“เช่นนั้นพวกเราก็เตรียมตัวกลับกันเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นจะออกเดินทางในอีกหนึ่งชั่วโมงนะขอรับ”
หมู่บ้านรอยด์สงบลงในระดับหนึ่งแล้วหมู่บ้านโซอิลที่ถูกโจมตีก็เช่นกัน
ทหารที่ถูกส่งมาประจำตระกูลแม็คฟาร์เดนก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
“ว่าแต่ลูก้า เ้ามาทำอะไรที่นี่”
เอริคพูดกับลูก้าหลังจากเสร็จธุระกับเอียน
“พะ...พักผ่อนครู่หนึ่งขอรับ...”
“ระหว่างที่เพื่อนร่วมงานกำลังเตรียมตัวกลับน่ะหรือ”
“ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรให้ทำเป็พิเศษ...”
“ไม่มีวินัยทหารเอาซะเลย”
“กระ...กระผมจะปรับปรุงตัวขอรับ!”
เอริคเป็ทหารที่มาจากครอบครัวสามัญชนซึ่งเป็กรณีที่หาได้ยาก เพราะเหตุนี้จึงเข้ากับทหารคนอื่น ๆ ได้ดี
แต่แน่นอนว่าเขาก็เป็คนที่รักษาระยะห่างอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน
คงจะต้องลำบากกันสักหน่อยสินะ
เอียนกลับหลังหันขณะที่ลูก้ากำลังครํ่าครวญถึงความยากลำบากของตนเองแล้วเดินไปแถว ๆ บ้านของเรดิโอ้
ยังตัดสินใจไม่ได้อีกหรือ
เอี๊ยดดดด...
ในตอนนั้นเองประตูกระท่อมก็เปิดออก
“เอ๊ะ? ท่านจอมเวท?”
เอียนสบตากับดักลาสขณะนั้นเรดิโอ้ก็เดินตามออกมาพร้อมแบกสัมภาระใบใหญ่ ไม่ใช่แค่บนหลังเท่านั้นแต่ในมือก็เช่นกัน
“ตัดสินใจแล้วหรือยังขอรับ”
เรดิโอ้พยักหน้ารับคำของเอียน
“จะทำอะไรได้ล่ะขอรับ ก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อสิ”
เรดิโอ้ลูบผมดักลาสลวก ๆเขาตัดสินใจที่จะสู้เพื่อลูกชาย
“ท่านตัดสินใจได้ดีแล้ว”
“ท่านก็ต้องรักษาสัญญาด้วย”
“แน่นอน”
คู่อริในชาติก่อนที่โชคชะตานำพาให้มาเจอกัน
ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว
เป็การเริ่มต้นที่ไม่เลวทีเดียว
“ท่านได้ไปบอกลาคนอื่น ๆในหมู่บ้านหรือยังขอรับ”
“เมื่อคืนข้าไปดื่มกับผู้ใหญ่ในหมู่บ้านไม่กี่คนแต่ก็ดื่มได้ไม่นานเท่าไหร่ ถึงอย่างไร ข้าก็เป็เพียงคนต่างถิ่นที่ผลิตยาแปลก ๆสำหรับพวกเขา”
เรดิโอ้พูดด้วยนํ้าเสียงขมขื่น
แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความผิดของคนในหมู่บ้านเรดิโอ้ก็ไม่โทษพวกเขาเช่นกัน
“คะ...คือว่า...”
ไม่รู้ว่าเป็เพราะเข้าใจความรู้สึกของพ่อหรือเปล่าดักลาสจึงเข้ามาใกล้ก่อนจะพูดกับเอียน
ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวอย่างจอมเวทเขายังคงมีท่าทีระมัดระวัง
“มีทางรักษา...พ่อข้าจริง ๆ หรือขอรับ”
“ข้าสัญญา”
“จริง ๆ นะขอรับ”
“จริงสิ”
“เช่นนั้น...นับจากนี้ไปข้าจะปฏิบัติต่อท่านในฐานะหัวหน้า!”
“หืม?”
หัวหน้าอย่างนั้นหรือ
เป็การเลือกใช้คำของเด็กน้อยจริง ๆ
ทำไมเด็กคนนี้ในชาติก่อนถึงได้เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน
“ก็ได้ จะเรียกแบบนั้นก็ได้”
“รับทราบขอรับ! หัวหน้า!”
บทสนทนาระหว่างเด็กน้อยกับเอียนไม่ได้ดูเหมือนเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันเลย
หลังจากได้เห็นเหตุการณ์อันซับซ้อนเกินบรรยายนั้นเรดิโอ้ก็ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋า สิ่งนั้นก็คือขวดแก้วคอแคบขวดหนึ่ง
“แล้วก็นี่คือของขวัญสำหรับการทำสัญญาขอรับ”
เรดิโอ้ยื่นขวดนั้นให้เอียน
เอียนรับขวดมาและเขย่ามันหนึ่งครั้ง
“มีอะไรอยู่ข้างในสินะ”
ขวดแก้วนั้นบรรจุของเหลวที่ไม่อาจรู้ได้ว่าคืออะไร
หรือว่าจะเป็นํ้าอมฤตที่อีกฝ่ายผลิตขึ้นตลอดหลายวันมานี้แต่ปกติจะไม่ใส่นํ้าอมฤตในขวดแบบนี้นี่นา
“เหล้าขอรับ”
“เหล้าหรือ”
“เมื่อคืนข้าดื่มเหล้าจนเหลือแค่ขวดเดียว...”
แม้ว่าตัวเขาจะดูต่างจากคนธรรมดาแค่ไหนแต่ให้เหล้ากับเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกตนเองเนี่ยนะ
“มันไม่ใช่เหล้าหรอก ถึงมันจะเป็เหล้าก็เถอะคือว่า...จะเรียกมันว่าอะไรดีล่ะ”
“เหล้าที่ดีต่อสุขภาพหรือขอรับ”
ดักลาสกล่าวเสริมให้พ่อของตนเอง อย่างไรก็ตามนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เรดิโอ้้าจะสื่อเหมือนกัน
“เอาเป็ว่า...ข้าจะเรียกมันว่านํ้าครึ่งอมฤตก็แล้วกัน”
“นํ้าครึ่งอมฤต”
หมายความว่ามีนํ้าอมฤตผสมอยู่แค่ครึ่งเดียวอย่างนั้นหรือ
“ถึงมันดีต่อร่างกาย แต่รสชาติเหมือนเหล้า”
“ดื่มแล้วจะเมาไหม”
“ก็อาจจะเมาได้เหมือนกันขอรับ”
ถ้าอย่างนั้นก็คือเหล้าไม่ใช่หรือไง
“แต่มันก็ให้ผลดีต่างจากนํ้าอมฤตแบบดั้งเดิมที่คอยเสริมพลังอย่างต่อเนื่องสิ่งนี้แทบจะเห็นผลในทันที...”
เรดิโอ้พูดยาวขึ้น
นิสัยของอีกฝ่ายแตกต่างจากที่เคยเห็นโดยสิ้นเชิงไม่สิ บางทีนี่อาจจะเป็นิสัยที่แท้จริงของเรดิโอ้ก็ได้และเป็หลักฐานที่พิสูจน์ว่าจิตใจของเขามีความมุ่งมั่นอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านจอมเวท!”
ในตอนนั้นเอง ทหารนายหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเอียน
“เหมือนจะมีคนมาจากปราสาทเ้าเมืองขอรับ”
ทหารกล่าวขณะชี้ไปยังเนินเขานอกหมู่บ้าน
อย่างที่คาดไว้ใครบางคนกำลังขี่ม้ามาทางนี้โดยมีธงตระกูลม็อคเลียนแขวนอยู่ที่หลัง
กุบกับ! กุบกับ!
เสียงเกือกม้าค่อย ๆ ใกล้เข้ามา
เอียนเดินไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน ส่วนคนอื่น ๆก็ตามเขาไปเช่นกัน
“เย็น! เย็นไว้!”
คนส่งสารที่มาหาเอียนสั่งให้ม้าค่อย ๆ สงบลงดูจากลักษณะการแต่งกายแล้ว เขาคือทหารประจำปราสาทเ้าเมืองไม่ผิดแน่
“ท่านจอมเวท”
“พูดมาเถอะขอรับ”
“ดูเหมือนว่าท่านต้องรีบไปที่ปราสาทเ้าเมืองแล้วละขอรับ”
คนส่งสารที่ลงจากม้าพูดด้วยนํ้าเสียงเร่งรีบ
“มีปัญหาอะไรหรือ”
“องค์รัชทายาทข้ามแม่นํ้ากามาซมาแล้วขอรับ”
“แม่นํ้ากามาซ? มาถึงแล้วหรือ”
[1] ต้นไม้ขนาดกลาง สูงประมาณ 30 เมตรนิยมปลูกเป็ไม้ประดับ เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงใบจะมีการเปลี่ยนจากสีเขียวเป็สีเหลือง สีส้ม และสีแดงตามลำดับ