ด้วยระยะเวลาเพียงแค่สองชั่วยาม รถม้าตระกูลหนี่ก็มาถึงเขตของสำนักจักรพรรดิดารา ที่ซึ่งรายล้อมด้วยเชิงเขาสูงชันและมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
หากจะให้เปรียบเปรย เชิงเขาแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของปราณจิตวิญญาณเหนือกว่าทางเข้ามณฑลหนานถึงสามเท่า
แต่หากมิได้รับอนุญาตจากทางสำนักหรือไม่มีบัตรผ่านทาง จะไม่มีใครสามารถนำรถม้าขึ้นเขาลูกนี้มาได้
ขณะที่อาเหลียงกำลังกุมบังเหียนม้าเดินหน้า จู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น ทำให้ม้าร้องออกมาด้วยความตื่นตกใจ
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
การโคลงเคลงของรถม้าทำให้หนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนรีบคว้าหาที่จับไว้ทันทีด้วยความตกใจ
จางหลินยังคงนั่งนิ่งเหมือนหุ่นไล่กา หากแต่เหลือบตามองออกไปด้านนอกอย่างเฉยชา
หลังจากที่ม้าสงบลง ใบหน้าของหนี่ซวงก็บูดบึ้ง นางเปิดม่านออกไปถามอาเหลียงด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด “อาเหลียง เหตุใดถึงได้หยุดม้าอย่างกะทันหันเช่นนี้?”
อาเหลียงที่กำลังกุมบังเหียนม้าขมวดคิ้ว เขาตอบสั้นๆขณะจ้องมองไปข้างหน้า “คุณหนูน้อย คุณชาย มีรถม้าขวางทางพวกเราอยู่”
จากนั้นสายตาของหนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนมองออกไป และพบเข้ากับรถม้าที่คลุมผ้าสีทอง และมีคำว่า【โจว】ถูกเขียนอยู่
“ตระกูลโจว?” หนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนย่นคิ้ว
นั่นคือรถม้าของตระกูลโจว! หนึ่งในหกตระกูลชั้นนำของมณฑลหนาน!
ศัตรูมักจะพบกันในทางแคบจริงๆ!
ครั้นได้ยินชื่อตระกูลโจว จางหลินที่กำลังมองออกไปก็พบเข้ากับสายตาที่ไม่เป็นมิตรของสมาชิกตระกูลโจวนับสิบที่จับจ้องมา
พวกมันต่างก็มีอาวุธที่ครบมือราวกับว่าต้องการเปิดฉากการต่อสู้อย่างเต็มที่!
คล้ายว่าเป้าหมายของกลุ่มคนเหล่านี้จะไม่ใช่คุณชายและคุณหนูน้อยของตระกูลหนี่ แต่สายตาพวกนั้นกำลังจ้องเขม็งราวกับต้องการมองทะลุม่านของรถม้า!
ตระกูลโจวอยู่ที่นี่เพื่อจางหลินโดยเฉพาะ!
จากนั้นรถม้าของตระกูลโจวก็มีการตอบสนอง เมื่อม่านถูกเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดสีเทากระโจนลงมา
นั่นคือโจวหยวน ชายที่ถูกจางหลินกระชากลงจากหลังม้าเมื่อสองวันก่อน!
ดวงตาที่คั่งแค้นของโจวหยวนมองตรงไปยังม่านรถม้าตระกูลหนี่อย่างโกรธจัด “เจ้าทาสชั้นต่ำ! ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ข้างในนั้น! โผล่หัวออกมา!”
เสียงตะโกนของโจวหยวนได้ดึงดูดความสนใจของศิษย์นอกสำนักทุกคนที่กำลังเดินขึ้นเขา ให้จ้องมองเป็นตาเดียวกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
เนื่องจากว่าที่นี่เป็นเส้นทางหลักในการขึ้นสู่สำนักจักรพรรดิดารา ฉะนั้นรถม้าหลายๆคันที่กำลังจะวิ่งผ่านก็ได้หยุดลงอย่างกะทันหันเมื่อเห็นว่าสองตระกูลชั้นนำดูเหมือนจะมีความขัดแย้งกัน
หนี่ซวงมิอาจทนต่อความเย่อหยิ่งของโจวหยวนได้อีกต่อไป นางกระโจนลงจากรถม้าด้วยความบันดาลโทสะ “โจวหยวน! เจ้าคิดจะทำอะไร!?”
ครั้นเห็นหนี่ซวงปรากฏขึ้น โจวหยวนก็แสร้งทำเป็นสุภาพ “ศิษย์พี่เทพธิดา ตระกูลโจวไม่มีความขุ่นเคืองกับตระกูลหนี่ แต่ทาสชั้นต่ำในรถม้าที่มันบังอาจลบหลู่ข้าจำต้องได้รับบทเรียน!”
รูม่านตาของหนี่ซวงฉายแสงเย็นเมื่อเห็นว่าโจวหยวนยังไม่รามือจากเรื่องนี้ “โจวหยวน ตอนนี้เฟยหยางเป็นคนของตระกูลหนี่! การที่เจ้าพยายามจะทำร้ายเขาก็เท่ากับทำร้ายพวกเราตระกูลหนี่!”
มุมปากของโจวหยวนโค้งขึ้นอย่างมุ่งร้าย “ตระกูลโจวไม่เคยมีความขุ่นเคืองกับตระกูลหนี่มาก่อน หากศิษย์พี่กล่าวว่าทาสผู้นั้นเป็นคนจากตระกูลหนี่ย่อมหมายความว่า ตระกูลหนี่ได้ทำให้ตระกูลโจวขุ่นเคืองก่อน ท่านคิดจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไรในเมื่อคนในตระกูลของท่านมาทำร้ายข้าก่อน?”
“เจ้า!” ใบหน้าของหนี่ซวงแดงก่ำ คำพูดกลับกลอกของโจวหยวนทำให้นางรู้สึกโกรธจัด
แต่จู่ๆ บรรยากาศโดยรอบกลับเย็นลงราวกับว่ายามวิกาลมาเยือนอย่างฉับพลัน
หนี่เหิงเหยียนก้าวลงจากรถม้าภายใต้สายตาของฝูงชน อาภรณ์สีม่วงของเขาปลิวไสวกับสายลม ใบหน้าที่เรียบเนียนและหล่อเหลาสะกดทุกสายตาโดยพลัน รอบกายของเขามีแรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ขยายเป็นวงกว้าง
หว่อง!
การปรากฏตัวของหนี่เหิงเหยียนทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจ!
“นะ-นั่นคือศิษย์พี่เหิงเหยียน! ศิษย์พี่เหิงเหยียนอยู่ที่นี่!”
“เขาคือผู้ถือครองป้ายทองคำลำดับที่ 14 ใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง! ว่ากันว่าศิษย์พี่เหิงเหยียนได้ออกไปทำภารกิจของสำนักเมื่อหนึ่งเดือนก่อน การที่เขามาปรากฏตัวที่นี่ย่อมหมายความว่าเขาอาจจะทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว”
“.....”
การปรากฏตัวของหนี่เหิงเหยียนได้สร้างความโกลาหลให้แก่ฝูงชนอย่างไม่ต้องสงสัย และดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเขาจะทำให้ใครหลายๆคนต่างก็รู้สึกยำเกรงเป็นอย่างมาก
ใบหน้าของโจวหยวนแข็งค้างราวกับรูปปั้นหิน สีหน้าของมันดูกล้าๆกลัวๆเมื่อหนี่เหิงเหยียนปรากฏตัว “ศะ-ศิษย์พี่เหิงเหยียน!”
หนี่เหิงเหยียนยังคงความสุขุมและสุภาพ เขามองไปที่โจวหยวนก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “โจวหยวน เนื่องจากเจ้าเป็นเพียงแค่รุ่นน้อง เช่นนั้นข้าจะไม่ถือโทษเอาความ สิ่งที่เจ้าต้องทำคือไสหัวไปให้พ้น”
หัวใจของโจวหยวนเต้นแรงและมีเหงื่อไหลจากกลางหลัง เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้คาดหวังการปรากฏตัวของหนี่เหิงเหยียนมาก่อน
แต่ก่อนที่มันคิดจะยอมแพ้ จู่ๆ ก็มีเสียงของชายหนุ่มดังกึกก้องมาจากฟากฟ้า น้ำเสียงนั้นให้ความรู้สึกเย่อหยิ่งและทะนงตนเป็นอย่างยิ่ง “เหิงเหยียน คล้ายว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าการประลองในปีนี้เจ้าจะได้รับป้ายทองคำที่สูงขึ้นกว่าเดิมหรือไม่…”
ตามมาด้วยกระแสลมโหยหวนฉีกชั้นบรรยากาศมาแต่ไกล เผยให้เห็นหอกสีเงินที่พุ่งลงมากระแทกเข้ากับขั้นบันไดจนเกิดหลุมยุบแตกสลาย
พรึ่บ!
ก่อนจะปรากฏให้เห็นชายผู้หนึ่งลอยลงมาจากท้องฟ้า และเหยียบที่ปลายด้ามจับของหอกด้วยร่างกายที่เบาหวิว
ชายที่เพิ่งปรากฏขึ้นสวมชุดเกราะอ่อนสีเงิน ใบหน้าของร่างนั้นขาวซีด ดวงตาสีดำสนิทเผยให้เห็นถึงความเฉยชา ผมสีดำของมันปลิวไสวไปกับสายลมโชยอ่อนที่กำลังพัดมา
รูม่านตาคู่นั้นกำลังจับจ้องไปยังพี่น้องตระกูลหนี่ด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น!
วินาทีนั้นใบหน้าของหนี่ซวงก็ซีดลง ขณะที่คิ้วของหนี่เหิงเหยียนขมวดชนกันอย่างไม่สบอารมณ์ “โจวเหยาเซียน!”
การปรากฏขึ้นของชายผู้นี้ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง!
“นะ-นั่นคือศิษย์พี่เหยาเซียน! ศิษย์พี่เหยาเซียนเองก็อยู่ที่นี่!”
“เขาเป็นใคร?”
“เจ้าจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร? เขาคือศิษย์พี่โจวเหยาเซียน ผู้ถือครองป้ายทองคำลำดับที่ 8! และยังเป็นนายน้อยคนโตของตระกูลโจวอีกด้วย!”
“ผู้ถือครองป้ายทองคำลำดับที่ 8? นั่นไม่ได้หมายความว่าศิษย์พี่เหยาเซียนแข็งแกร่งกว่าศิษย์พี่เหิงเหยียนหรอกหรือ?”
“นายน้อยคนโตของตระกูลโจวและตระกูลหนี่กำลังจะเผชิญหน้ากัน นี่ถือได้ว่าเป็นภาพที่หายากอย่างยิ่ง”
“.....”
การเผชิญหน้าของผู้ถือครองป้ายทองคำ ทำให้ใครหลายๆคนอยากที่จะรอดูผลลัพธ์ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร