“ร้องไห้ทำไมหรือกรีด? ”
“เอ๊ะ? ทะ… ทำไม? ”
หลังจากผ่านศึกหนักกับหุ่นยนต์ปลาหมึกเฝ้ายาม เมดสาวเผ่าหนูตัวน้อยก็เริ่มหลั่งน้ำตาแห่งความเศร้าโศกทันที
เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเศร้า
เธอไม่รู้ว่าทำไมหุ่นอย่างเธอถึงหลั่งน้ำตาออกมา
แต่ที่เธอรู้อย่างหนึ่ง คือเธอกำลังคิดว่าศัตรูที่พึ่งทำลายไป [เขา] คนนั้นมีความเศร้าโศกที่ทำให้รู้สึกปวดร้าวใจเป็นอย่างมาก
และความรู้สึกนั้น มันถูกส่งมาถึงเธอ ผ่านทางข้อมูลสุดท้ายเธอไปเปิดอ่านมันขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ (... สร้างมาได้ดีเลยนี่) ”
[เอซ] บุรุษหนุ่มรู้สึกทึ่งที่หุ่นยนต์โบราณตรงหน้าสามารถหลั่งน้ำตาออกมาได้
แต่เขาเก็บอาการความรู้สึกประทับใจเอาไว้โดยไม่แสดงออกมาทางสีหน้า
“ (ถึงจะไม่รู้ว่าทำไม แต่… เวลานี้ผมควรเข้าไปปลอบโยนเธอสินะ?) ”
เขาไม่อาจทนดูสาวน้อยตรงหน้าหลังน้ำตาได้
ดังนั้นแล้ว
“เก่งมากกรีด”
บุรุษหนุ่มผิวคล้ำผู้นี้ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปลูบหัวเมดสาวเผ่าหนูด้วยความอ่อนโยน
ความอบอุ่นที่แผ่กระจายผ่านเส้นผมสีเงินอันอ่อนนุ่ม ผนวกกับน้ำเสียงที่เป็นมิตร รวมไปถึงสายตาที่มองเธอเปรียบดั่งคนสำคัญสำหรับตัวเขา
สิ่งเหล่านี้ ทำให้เมดสาวเผ่าหนูรู้สึกมีความสุขจนยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
“อะ… อืม! ”
มันได้ผลเป็นอย่างมาก
สาวน้อยเมดสามารถสลัดความเศร้า แล้วยิ้มร่าออกมาได้ในทันทีที่ถูกชายผู้นั้นลูบหัว
เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับความรู้สึกเศร้าของศํตรูที่กำลังโจมตีใส่เธอจนแน่นหน้าอก แต่อย่างน้อย เพราะได้บุรุษหนุ่มช่วยปลอบโยน เธอจึงสามารถหยุดน้ำตาอันไร้เหตุผลนี้ได้สำเร็จ
“พี่ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมถึงมาที่นี่ แต่พอดีฉันเองก็มีเรื่องที่ต้องทำเหมือนกัน เพราะงั้น ขอแยกตัวตรงนี้นะพี่”
แต่เวลาแห่งความสุขของเธอก็ต้องถูกขัดจังหวะเพราะน้องสาวผู้มีไฟหน้าอันยิ่งใหญ่
ภูเขาสองลูกที่น่าชิงชัง ได้แย่งสายตาจากวีรบุรุษหนุ่มสุดรักของเธอไปจนสิ้น
มองตามภูเขาลูกใหญ่ที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามการเคลื่อนไหวอย่างไม่ละสายตา
ผิดกับของเมดสาวเผ่าหนูที่มีอย่างน้อยนิดพอประมาณพอดีคำ
“... ผู้ชาย”
นี่ละ คือสันดานของสิ่งมีชีวิตเพศชาย
“เดี่ยว---”
บุรุษหนุ่มพยายามจะรั้งตัวน้องสาวผู้มีไฟหน้าอันยิ่งใหญ่เอาไว้
ทว่ามือที่เอื้อมออกไป มิอาจคว้าตัวสตรีผู้งดงามเอาไว้ได้ทัน
กลิ่นของเรือนร่างถูกทิ้งเอาไว้ ณ ตรงนั้น พร้อมที่ร่างของเธอเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
“หายตัวไปอีกแล้ว ดิวซ์ น้องพี่…”
เขายืนมองดูแผ่นหลังของน้องสาวสุดรักที่จากไปพร้อมกับอสรพิษขนาดใหญ่ ด้วยแววตาของชายที่ถูกสตรีทอดทิ้ง
แต่กระนั้น เขากลับไม่วิ่งไล่ตามน้องสาวของตัวเอง
“... กรีด มาเถอะ”
เพราะเขาเลือกที่จะอยู่กับสาวเมดเผ่าหนูผู้น่ารักแทน
“ไม่ไล่ตามไปจะดีหรือ? ”
“... ผมรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้เธออยู่คนเดียว คงได้ก่อเรื่องวุ่นแน่ อีกอย่าง ต้องรีบหาร่างของพี่น้องเธอแล้วเอาไปซ่อมไม่ใช่หรือ? มาช่วยกันหาน่าจะเร็วกว่านะ”
“อืม! ”
สาวเมดเผ่าหนูตอบรับเขาด้วยรอยยิ้ม
ส่วนทางบุรุษหนุ่มนั้น เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ถ้าหากเป็นสมัยก่อน เขาคงรีบร้อนวิ่งตามน้องสาวของตัวเองไปแล้ว
แต่ทว่า… ทำไม
ทำไมเขาถึงเลือกที่จะอยู่กับสตรีตัวน้อยคนนี้กันนะ?
เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน
***ในเวลาเดียวกัน ทางกลุ่มของพวกลิลลี่ที่กำลังมุ่งหน้ากลับเมืองพร้อมกับเหล่าตัวประกันนับร้อย
ณ . เวลาช่วงบ่ายของวัน
“เห็นเครื่องบินแล้วดอง! ”
ในที่สุด ความช่วยเหลือก็มาถึงพวกเธอ
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ไอพ่น กับปีกเหล็กที่กางออกราวกับจะปกคลุมท้องฟ้า ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชนเผ่าสัตว์ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย
สัดส่วนของตัวประกันชนเผ่าสัตว์ที่ช่วยมาได้นั้น มีอยู่ถึงหนึ่งในสิบของตัวประกันทั้งหมดที่มีร่วมแปดร้อยกว่าชีวิตที่รอดกลับมาได้่
“เอ--- เพก ช่วยสั่งให้มันหยุดวิ่งก่อนดอง”
“ได้เลยเจ้าค่ะ คุณสล๊อต ระวังอย่าร่วงลงไปข้างล่างนะคะ”
“Zzzz”
กระต่ายดำ [เพกมาไทต์] ควบคุมอสรพิษผู้ขลาดเขลาให้มุ่งหน้าออกไปที่ทุ่งหญ้าโล่ง แล้วให้มันหยุดรอความช่วยเหลือที่กำลังจะมาถึง
ฝูงนกเหล็กยักษ์ทั้งยี่สิบลำเริ่มเคลื่อนตัวเชื่องช้าลง แล้วหยุดนิ่งลอยอยู่ใจกลางอากาศ
ใบพัดที่ติดอยู่ข้างในปีกทั้งสองเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
สายลมรอบตัวเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วดั่งน้ำวนที่ถูกดูดลงไปในรู
คลื่นลมและใบไม้ลอยละล่องพัดโหมปลิวรุนแรง ต้องปะทะใบหน้าจนมิอาจลืมได้เต็มตา
“รอดแล้ว! จะได้กลับบ้านแล้วดอง! ”
“กลับไปเพื่อเจอเรื่องวุนวายต่อ…”
“เห็นด้วยกับโฮปค่ะ”
“ปี้~”
พวกเขาดูร่าเริงกันมากขึ้น เมื่อเห็นว่าความช่วยเหลือมาถึงแล้ว
ในตอนนั้นเอง
“... คิดว่าร่างกายของฉันจะถูกจับไปวิจัยหรือเปล่าคะ? ”
ที่คำถามของโนอาร์ ทำให้บรรยากาศเริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
“เออ… หมายความว่ายังไงหรือ? ดอง...”
“ฉันนะ ถูกทางการของฝั่งคุณหมายหัวอยู่ค่ะ จริงอยู่ว่าต่อให้เอาร่างกายนี้ไป ฉันก็หนีย้ายข้อมูลความทรงจำทั้งหมดออกมาได้เสมอ แต่ตัวร่างกายนี้ มันเป็นร่างสำรองตัวสุดท้ายที่ฉันมีแล้ว ฉันไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือของทางการพวกคุณค่ะ”
“ตะ… แต่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เห็นเธอจะถูกไล่จับ---”
“นั่นเป็นเพราะว่าฉันทำสัญญาสงบศึกกับทางการของพวกคุณเอาไว้ค่ะ ความจริงแล้ว ทางการของพวกคุณอยากจับฉันไปวิจัยสุด ๆ ไปเลย ไม่รู้ตัวกันเลยหรือยังไงคะ? ”
ความจริงที่โนอาร์เล่าให้ลิลลี่ฟังนั้น ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเศร้าหม่อง
เพราะมันยิ่งตอกย้ำเธอ ให้รู้สึกถึงความบาดหมางที่มีต่อระหว่างสองทวีปมากยิ่งขึ้น
“ระ.. หรือว่าที่พวกกลัทโทนี่ย์ไม่ได้มาพร้อมกับพวกโฮป จะเป็นเพราะถูกจับไปแล้ว!? ดอง…”
“หืม? ”
“อ๊ะ? ”
“ดอง? ”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ระเบิดอีกลูกก็ถูกหย่อนทิ้งลงไปกลางวงสนทนา
โฮป พรุน ไฮเจน ทั้งสามคนหันหน้ามามองลิลลี่ด้วยความสงสัย
ส่วนโนอาร์นั้น กำลังหลุดแสดงสีหน้าตกใจออกมา
เธอรีบปกปิดความรู้สึก แล้วทำตัวเป็นแมวน้อยไร้เดียงสา ส่งสายตาเสมือนลูกแมวที่ถูกเจ้านายจับได้ว่าไปก่อเรื่องเอาไว้มาแทน
“พูดเรื่องอะไรของเธอนะลิลลี่? ”
“อ่าว? ไม่ใช่ว่าพวกกลัทโทนี่ย์ไปช่วยโฮปหนี ในตอนที่สนามแข่งถูกผู้ก่อการร้ายวางระเบิดหรือดอง? ”
“ไม่เห็นมีใครสักคนมาช่วยเลย… โนอาร์บอกเธอแบบนั้นหรือ? ”
“หรือว่า... บางทีพวกเธออาจจะถูกทางการเล่นงานก่อนก็เป็นไปได้ค่ะโฮป”
“ฉันเห็นด้วยกับพรุน”
“นั่นสินะ… ไฮเจนพูดถูก มันเป็นไปได้สูงเลยละ วันนั้นมันวุ่นวายน่าดูเลยนี่น่า”
ความจริงแล้ว เพราะตอนนั้นโนอาร์ยังตกอยู่ในความสับสนบ้าคลั่ง เลยสั่งเปิดฉากโจมตีทุกคนที่เธอมองว่าเป็นภัยต่อไพไรต์
ผลลัพธ์จากเหตุการณ์นั้น คือทำให้กลัทโทนี่ย์ เอ็นวี่ กับราธ ทั้งสามคนถูกทำลายพังพินาศไปแล้ว
ตอนนั้น เพื่อที่จะหลอกให้ลิลลี่ยอมมากับพวกไพไรต์ มาเป้นโล่เนื้อให้กับเจ้านายของเธอในยามจำเป็น โนอาร์จึงพูดโกหกหลอกเธอเอาไว้เช่นนั้น
เป็นโชคดีของโนอาร์ที่พวกโฮปกับลิลลี่ยังไม่รู้ว่าความจริงภายในใจของเธอคืออะไร
“เป็นแบบนี้นี่เองดอง~”
เลยทำให้เธอสามารถแถเอาตัวรอดมาได้
“แบบนี้ก็แย่นะสิ เอายังไงดีไพไรต์ พวกเรามาหาทางซ่อนตัวโนอาร์กันดีไหม? ”
“... อืม ผมเห็นด้วยกับลิลลี่ อีกอย่าง ผมยังไม่ล้มเลิกแผนการเดิมหรอกนะ เพื่อแผนการของพวกเรา ยังไงคงเลี่ยงไปที่เมืองของพวกเขาไม่ได้ ขอโทษด้วยนะโนอาร์”
“รับทราบค่ะ…”
โนอาร์ตอบแบบไม่ค่อยพอใจเท่าไหรนัก
ในตอนนั้นเอง---
“พะ… พบจิตสังหารรุนแรงค่ะ! ”
ที่เธอรู้สึกถึงอันตรายไปถึงขั้วกระดูกสันหลัง
พวกสาว ๆ ตรงหน้า กำลังเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเมดแมวน้อยด้วยแววตาที่หื่นกระหาย
ทั้งพรุน ลิลลี่ ไฮเจน เพกมาไทต์ จาวิส รวมไปถึงแม้แต่สล๊อตที่หลับมาตลอดทาง ก็ยังลืมตาตื่นมาร่วมวงนี้ด้วย
ในมือของพวกเธอ เต็มไปด้วย [อาวุธของหญิงสาว] ที่ไม่รู้ว่าไปหามาได้เช่นไร
มีเพียงแค่แฟตจากเผ่ามนุษย์มด ที่ไม่คิดจะมาร่วมวงไพบูลย์ด้วย
“ดะ… เดียวก่อนค่ะ ทำไมถึงมีอุปกรณ์แต่งหน้ากันครบทุกคนเลยละคะ? แถมความช่วยเหลือมาแล้ว ไม่น่าแปลงโฉมทันหรอกค่ะ! แล้วนั่น สล๊อต! ทำไมเธอถึงมาร่วมวงกันด้วยยะ! ”
“อุปกรณ์แต่งหน้ามันคืออาวุธของผู้หญิง ข้าน้อยไม่มีทางยอมให้ห่างกายหรอกเจ้าค่ะ”
“ความช่วยเหลือมาแล้ว? ไม่เลย แค่ [กำลังจะลงจอด] พวกเรามีเวลาอีกเยอะเลยละ~”
“ของสนุกแบบนี้ จะไม่คิดให้ฉันร่วมวงหรือคะ? อีกอย่าง ท่านโนอาร์ค่ะ ฉันรู้ความจริงทั้งหมดแล้วจากข้อความของราธ ถึงท่านจะดูเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ถ้ายังไม่อยากถูกฉันแฉความจริงต่อหน้าทุกคน จงมาเป็นตุ๊กตาให้ฉันแต่งหน้าเสียดี ๆ ค่ะ”
“ได้เวลาสนุกแล้วสิ~ ดอง~ ได้เวลาสนุกแล้วสิ~ ดอง~”
“ม่ะ มายยยยยยยย! ท่านไพไรต์ ช่วยฉันด้วยค่าาาาาา! ”
เหล่าสาว ๆ เริ่มรุมขย้ำโนอาร์ดั่งฝูงซอมบี้ที่หิวโหย
แมวตัวน้อยขนสีเงิน ผมสีเงิน ร่างกายตัวเล็กบอบบางราวกับแก้ว แถมยังมีใบหน้าหน้าน่ารักและผิวขาวผ่องประดุจหิมะ
วัตถุดิบชั้นเลิศขนาดนี้ มีหรือ ที่เหล่าสาวน้อยจะหักห้ามจิตใจตัวเองไหว
พวกเธอรุมตกแต่งใบหน้า ใช้กรรไกรตัดชุดเมดจนขาดเป็นชิ้น ๆ แล้วประกอบขึ้นใหม่เป็นชุดโลลิต้าที่ฟูฟ่อง
ดัดเส้นผมให้เป็นเกลียวคลื่น ราวกับหลุดมาจากนางร้ายพิมพ์นิยมผู้เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีของชนชั้นสูง
จากเมดแมวตัวน้อยสาวชาวบ้านผู้น่ารัก ได้ถูกบันดาลให้กลายเป็นสาวผู้สูงศักดิ์ในบันดล
“แล้วจะทำยังไงกับขาที่ขาดไปดีเนี่ย? ”
“มีถ้ามีวัตถุดิบต้นแบบ ฉันคิดว่าสามารถสร้างของเลียนแบบต่อกลับเข้าไปได้นะดอง”
“งั้นใช้ขาของไพรด์ไหมละคะ? ฉันพึ่งจับเขาแยกส่วนเป็นชิ้น ๆ คิดว่าน่าจะใช้แทนกันได้ค่ะ”
“ขอบคุณมากจาวิส~ ดอง~”
“ม่ายยยยย! นั่นมันขาของผู้ชายนะ! ”
“เรื่องหยุมหยิมอย่าไปสนใจเลยเจา้ค่ะ~”
“ของแบบนี้ แค่จับถอนขนหน้าแข้งออกก็เป็นเรียวขาของผู้หญิงได้แล้วดอง~”
“มามะ อยู่นิ่ง ๆ เป็นเด็กดีหน่อยนะ~ แม่แมวน้อย~”
“กรี๊ดดดดดด! ฉันไม่ใช่ของเล่นของพวกเธอนะยะ! ”
***หลังจากนั้นผ่านไปราวสิบนาที
“โนอาร์สวยจัง”
“โทแพซจะเอาด้วยไหมดอง? ”
“มะ… ไม่ละ เกรงใจนะ”
ในที่สุดแมวน้อยก็ถูกแปลงโฉมจนจำเค้าเดิมไม่ได้
เธอได้กลายร่างเป็นมนุษย์สาวแมวตัวน้อยที่สวมชุดโลลิต้าสุดน่ารัก มีหางแมวกวัดแกว่งใต้กระโปรงที่ฟูฟ่องอย่างน่าหลงไหล มีใบหูนุ่มฟูชวนให้รู้สึกอยากลูบไล้ และมีผมสีเงินเกลียวสว่านที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นลูกขุนนางระดับสูง
มิหนำซ้ำ ด้วยฝีมือการใช้พลังควบคุมมวลสารของลิลลี่ เธอจึงสามารถปรับโครงสร้างขาของไพรด์ ให้กลายเป็นเรียวขาของเด็กสาวอ่อนนุ่มน่าสัมผัสได้สำเร็จอีกด้วย
ส่วนต้นแบบของเรียวขานั้น เธอใช้อ้างอิงมาจากเรียวขาของจาวิสกับของตัวเองผสมเข้าด้วยกัน
“นะ… น่าร้ากกก! ”
“เค้าจะเอากลับบ้านดอง! ไพไรต์! ยกให้ฉันทีสิดอง! ”
ดูท่าพวกสาว ๆ จะตื่นเต้นกันมากกับการแปลงโฉมของโนอาร์
“เออ... ขอโทษที่ขัดจังหวะสนุกนะครับ ตอนนี้ทุกคนขึ้นไปอยู่บนยานช่วยเหลือกันหมดแล้วนะครับ? ”
แต่แล้วความสนุกของพวกเธอก็ต้องจบลง
ชายเผ่ามนุษย์นกที่สวมชุดลายพรางสีเขียวเข้ามาทักพวกลิลลี่จากทางข้างหลัง
ดูเหมือนว่าพวกตัวประกันทุกคนจะถูกพาขึ้นไปอยู่บนยานกันครบแล้ว
พวกเธอ คือกลุ่มสุดท้ายที่ยังอยู่ข้างล่างตรงนี้
“อืม งั้นขึ้นไปกันเถอะ”
“ลาก่อนนะ เจ้างูยักษ์! ขอบคุณแกมาก! ดอง! ”
ได้เวลาที่พวกเขาต้องกลับบ้านกันแล้ว
“รบกวนชนเผ่าสัตว์แยกไปขึ้นอีกลำด้วยครับ”
“ได้”
ไพไรต์ตอบรับคำสั่งที่แปลกประหลาดนั้นอย่างไม่รู้สึกตกใจอะไร
เพราะเขาได้รับข่าวจากดิวซ์มาแล้ว ว่าที่เมืองของผู้รุกรานกำลังปฏิบัติกับชนเผ่ามนุษย์สัตว์เช่นไร
แต่จะหาเรื่องต่อต้านตอนนี้ก็ใช่ว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
ดังนั้นจึงมีแต่ต้องยอมทำตามคำสั่งที่แปลกประหลาดนี้เท่านั้น
“คนกลุ่มนั้นคือเพื่อนของฉัน รบกวนฝากด้วยค่ะ”
“เอ๊ะ? อะ! ครับ! ”
เพื่อให้มั่นใจว่าเพื่อนของตัวเองจะปลอดภัย แฟตจึงพูดเสียงดังที่มากพอจะให้ทหารทุกคนได้ยิน
สหายของแฟต ลูกสาวของราชินีแฟต ถ้ารู้แบบนี้แล้วยังกล้าลงมือทำอะไรไม่ดีอีก มันคงจบไม่สวยแน่
ไพไรต์หันมาก้มหัวขอบคุณแฟตทีหนึ่ง แล้วแบกโทแพซขึ้นหลังอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มเดินเคียงคู่กับโนอาร์ไปขึ้นยานวิหกหัวใจเหล็กขนาดยักษ์ตรงหน้า
เนื่องจากตัวยานนั้นมีขนาดใหญ่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะลงมาจอดบนเนินทุ่งหญ้าที่มีขนาดเล็กตรงนี้
นตอนนั้นเองที่มีแท่นจานบินขนาดเล็กถูกทิ้งลงมาจากท้องตัวยานในแนวดิ่ง
มันถูกทิ้งลงมาจอดอยู่ตรงหน้าพวกเขาพอดีราวกับเป็นการจงใจ
“ให้ขึ้นไปยืนบนนี้หรือครับ? ”
ไพไรต์รู้สึกกลัวเล็กน้อยต่อสิ่งที่ไม่รู้จัก
เขาขึ้นไปยืนบนแท่นนั้นอย่างกล้ากลัว
แล้วพริบตานั้น ร่างของเขาก็เริ่มลอยขึ้นสูงพร้อมกับแท่นจานบินโลหะ
สิ่งนั้น มันบินขึ้นไปตามเส้นทางแสงสีน้ำเงินที่ถูกเชื่อมด้วยโดรนขนาดเล็กที่บินรายรอบ
ดูเหมือนว่ามันจะใช้สนามแม่เหล็กที่แผ่ออกมาจากโดรน ในการควบคุมแท่นบินให้ลอยตัวได้
มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาด
ไพไรต์รู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนพื้นดินไร้น้ำหนัก ลอยตัวขึ้นไปอย่างเชื่องช้า พร้อมกับชมทิวทัศน์ของทวีปจากมุมที่หาดูได้ยากยิ่ง
แต่ความรู้สึกที่ประทับใจนั้น มันกลับจบลงอย่างรวดเร็ว
“มีแต่คนจับตามองมาที่โนอาร์ทั้งนั้นเลยเนอะ”
“แถมดูเหมือนจะไม่มีใครรู้ด้วยนะว่านี่คือท่านโนอาร์ เพทเจ้าของพวกเรานะ”
“... ค่ะ”
พวกเขาเข้ามาอยู่ในเครื่องบินกันแล้ว
ภายในเครื่องบิน คือพื้นที่กว้างมากกว่าหกเมตร และมีความยาวสุดลูกหูลูกตา
มีชนเผ่าสัตว์จำนวนมากนั่งอยู่ภายในยานตามพื้นกับผนังที่เย็นเฉียบ
คนที่มีบาดแผล หรือแขนขาพิการ จะถูกพาไปนอนบนเตียงอันอ่อนนุ่ม พร้อมกับแพทย์ทหารคอยดูแล
ทุกคนบนยานหันหน้ามามองดูกลุมคนใหม่ที่มาเยือน แล้วพร้อมใจกันจับจ้องไปที่โนอาร์โดยไม่อาจละสายตาไปได้
พวกเขาไม่รู้ว่าเธอผู้นี้คือโนอาร์ เป็นเทพเจ้าของพวกเขา
แต่ด้วยความงามสุดบรรยายที่ถูกแปลงโฉม จึงทำให้ทุกคนต่างหลงเสน่ห์
อาจกล่าวได้ว่าทุกคนที่อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ทั้งบุรุษและสตรีเพศ ต่างถูกความงามของโนอาร์แย่งชิงหัวใจไปอย่างสมบูรณ์แบบเป็นที่เรียบร้อย
“ตรงนั้น… นักรบของเผ่าอสูรกายหรือ? ”
ที่มุมของสุดปลายสายตา คือตาข่ายเหล็กขนาดใหญ่ ที่เอาไว้กั้นพื้นที่ออกระหว่างพวกเขา กับห้องนักบิน
ทหารเผ่ามนุษย์จำนวนมาก ต่างถือปืนกลสังหาร และยืนเฝ้าสถานการณ์ด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด
สายตาของพวกเขาที่จับจ้องมาทางชนเผ่ามนุษย์สัตว์ คือสายตาของผู้คุมที่กำลังระแวดระวังเหล่านักโทษ
เป็นสายตาที่ให้ความรู้สึกที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหรนัก
“... นายท่านไพไรต์ มันมาแล้วค่ะ”
“ฮืม? ”
ระหว่างที่ไพไรต์กำลังสับสนกับสิ่งแวดล้อมใหม่ โนอาร์ก็เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป
เธอมองผ่านแผ่นกระจกตรงหน้าไปที่ใจกลางทวีป
ที่ข้างนอก กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
นภาอากาศแปรปรวน ผืนเมฆสีขาวถูกปัดเป่า ม่านทึบหนาถูกคลี่ออก ท้องฟ้าถูกเปิดกว้าง แสงอาทิตย์ทั้งสองดวงสาดส่องสู่แผ่นดินอย่างไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง ต้องกระทบทุ่งหญ้ากับผืนป่าหลากสายพันธุ์ แต่งแต้มเฉดสีสู่ผืนทวีป
แผ่นดินสั่นไหวรุนแรง สัตว์ป่ากรีดเสียงร้องคำรามตื่นตระหนก ฝูงนกโบยบินทะยานอากาศทั่วทั้งทวีปอย่างมิได้นัดหมาย
ผืนปฐพีนูนตัวขึ้นสูง ประดุจมีสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ผุดขึ้นจากผืนทราย
ณ เวลานั้น ขุนเขาปลายแหลมก็ได้จักปรากฏขึ้นจากผืนแผ่นดิน
มันเคลื่อนตัวแทงยอด พุ่งทะยานทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า
ขึ้นสูงมิหยุดยั้ง สูงขึ้นไปราวกับจะไปให้ถึงสรวงสวรรค์
ทะลุชั้นบรรยากาศ ขึ้นไปสูงยิ่งกว่า จนกระทั้งมิอาจมองเห็นปลายยอดแหลมของมันได้อีก
“นั่นมัน!? ”
เจ้าสิ่งที่จักปรากฏขึ้นมา มันเข้าแทนที่อดีตซึ่งเป็นที่ตั้งของหอคอยโนอาร์ ณ ใจกลางทวีป
เมืองหลวงร้างอันเป็นที่รักยิ่ง ถูกลบหายไปจากแผนที่ในชั่วพริบตา
ผิวที่ถูกหุ้มด้วยเปลือกหินหนา เริ่มกระเทาะออกหลุดร่วงหล่นจากสวรรค์
ผิวสีน้ำตาลเลือนหาย เผยให้เห็นผิวสีขาวที่มันเป็นเงา
ผิวสีขาวถูกย้อมด้วยแสงสีแดงของพระสุริยะ จนรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่
สิ่งที่ผุดปรากฏขึ้นมา ช่างให้ความรู้สึกเป็นดั่งเทพเจ้าที่ทรงประทับลงมาเยือนหยั่งแผ่นดินโลก
มีผิวเรียบ มีปลายแทงยอดทะยานขึ้นสู่สวรรค์
มีปีกโลหะสีดำอันแปลกประหลาดบินวนรายรอบผิวกาย ดั่งวงแหวนบริวารของดวงดารา
ถึงจะมีบางส่วนบุบสลายพังทลาย แต่มันก็ยังยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม
มันผุดขึ้น ผุดขึ้น แล้วหยุดลง ณ ตอนที่ผืนแผ่นดินของทวีปถูกทำลายไปถึงหนึ่งในยี่สิบ
นอกจากพื้นที่ใจกลางทวีปแล้ว ยังมีส่วนที่ดูคล้ายกับเป็นชิ้นส่วนบริวารซึ่งมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กันอีก ผุดขึ้นจากทั้งแปดทิศรายรอบตัวมันเองอีกด้วย
ความยิ่งใหญ่ของมัน ทำให้ทุกคนถึงกับอาปากค้างพร้อมกัน
แม้แต่การต่อสู้ระหว่างชนเผ่าสัตว์กับโกเลมยักษ์ในป่า ก็ยังหยุดลงไปชั่วขณะเพราะการปรากฏตัวของสิ่งนี้
“ดิวซ์ทำได้อย่างงั้นหรือ... ทั้งที่เป็นเอเลี่ยนแต่กลับหาวิธีเปิดเตาสุริยะแห่งสุดท้ายได้ เก่งกาจไม่เลวค่ะ”
โนอาร์กล่าวชื่นชมด้วยจิตใจที่เบิกบานดั่งทุ่งดอกไม้ที่บานสะพรั่ง
“โนอาร์ นั่นคือ...? ”
ไพไรต์ถามโนอาร์ด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัวเล็กน้อย
ถึงจะรู้คำตอบว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เขายังไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เพราะว่าสิ่งที่เห็นตรง มันออกจะดูทรงพลัง และยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาคิดจินตนาการณ์เอาไว้
โนอาร์หันมาทางเจ้านายของเธอ แล้วถอดสายบัวด้วยทวงท่าที่งดงาม พร้อมกับให้คำตอบด้วยรอยยิ้มว่า
“นายท่านไพไรต์ สิ่งนั้นคือ [ยานโนอาร์] ค่ะ”
ยานอพยพโบราณ [โนอาร์] ได้กลับมาคืนชีพอีกครั้งแล้ว