บทที่5.1 วิหารลอยฟ้าจิงหนาน
"ท่านรู้จักวิหารลอยฟ้าจิงหนานหรือไม่?"
"วิหารลอยฟ้าจิงหนาน?"
เจียวเฟิ่งอี้อยู่ๆก็ถามออกมาจนทำให้จิวเฉินต้องงงงวยเขาหารู้จักวิหารลอยฟ้าจิงหนานไม่ เจียวเฟิ่งอี้ชี้นิ้วไปบนท้องฟ้าทางทิศที่เมืองหนานกงตั้งอยู่จิวเฉินมองตามไปจนทำให้เห็นบางสิ่งบางอย่างสีดำขนาดเล็กเมื่อมองจากตรงนี้ แต่มันถึงกลับลอยอยู่บนท้องฟ้า!
"นั่นคือวิหารลอยฟ้าจิงหนาน มันปรากฏออกมาเมื่อสิบปีก่อนตรงจุดที่มันลอยอยู่นั้น อยู่เหนือเมืองหนานกงเขตตะวันออก ซึ่งเป็หมู่บ้านจิงหนานทุกคนจึงเรียกมันว่าวิหารลอยฟ้าจิงหนานมันอยู่สูงราวพันเมตร ั้แ่มันปรากฏออกมายังมิเคยมีผู้ใดขึ้นไปได้มาก่อน เนื่องเพราะมันอยู่สูงมากเกินไป"
"แล้วเ้ามาบอกข้าทำไม?"
เจียวเฟิ่งอี้พูดทุกอย่างเกี่ยวกับวิหารลอยฟ้าออกมาจิวเฉินต้องอดสงสัยมิได้ว่าเหตุใดนางถึงมาบอกกับตนเช่นนี้ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดออกมา
"ตอนข้าอายุแปดขวบนั้นข้าก็พบเห็นวิหารลอยฟ้าปรากฏออกมา และมันทำให้ข้าเกิดความฝันขึ้นว่าสักวันหนึ่งต้องขึ้นไปที่นั้นให้ได้และเมื่อตอนท่านปู่บอกว่าท่านแข็งแกร่งที่สุดในทวีปตะวันออก ข้าจึงเริ่มมีความหวังและคิดมาขอให้ท่านช่วยพาข้าไปสักครั้ง"
ที่แท้เจียวเฟิ่งอี้นั้น้าขึ้นไปสำรวจวิหารลอยฟ้าจิงหนานสักครั้งจิวเฉินเมื่อรู้จุดประสงค์ของหญิงสาวที่ตามมาแล้วทำให้เขาอดหัวเราะออกมามิได้
"ฮ่าฮ่าฮ่า! สาวน้อย! เ้าช่างมีความฝันที่ดีนัก ฮ่าฮ่าฮ่า!"
"ท่านหัวเราะอันใดกัน? ฮึ!แล้วก็อย่ามาเรียกข้าว่าสาวน้อย! ข้าอายุสิบแปดแล้วและมันก็มากกว่าเด็กอายุสิบห้าปีเช่นท่านด้วยข้ามิน่าเล่าให้ท่านฟังเลยจริงๆ"
เจียวเฟิ่งอี้ค้อนจิวเฉินวงหนึ่งข้อหาที่เขาหัวเราะเยาะความใฝ่ฝันั้แ่เด็กของนาง ก่อนจะถอดหายใจกับตัวเองเฮือกใหญ่เพราะคิดว่าความฝันของตนคงมิอาจเป็จริงแล้ว
'วิหารลอยฟ้ารึ?มันต้องเป็ของั้แ่ยุคาของข้าแน่นอน มันสมควรถูกสร้างโดยเทพบางตนเช่นนั้นแล้วบางทีมันอาจมีศาสตราวุธระดับสูงและสมบัติมากมายก็เป็ได้ ข้าสมควรไปดูสักครั้ง'
จิวเฉินเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าวิหารลอยฟ้านี้นั้นต้องถูกสร้างด้วยเหล่าเทพในยุคาแน่นอนเพราะมันมิใช่สิ่งที่เหล่ามวลมนุษย์จะสร้างขึ้นมาได้ จิวเฉินตัดสินใจว่าเมื่อระดับพลังของเขาเข้าสู่ระดับห้าเขตแดนมนุษย์แล้วเขาจะไปดูในทันที
"ก็ได้ๆพี่สาวคนสวยท่านควรปล่อยเด็กเช่นข้ากลับบ้านได้แล้ว ถูกหรือไม่ป่านนี้ท่านลุงกับท่านป้าของข้าคงเป็ห่วงกันแล้ว"
จิวเฉินพูดออกมาพลางทำหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสาเจียวเฟิ่งอี้เมื่อเห็นท่าทีของจิวเฉินนางถึงกลับควันออกหู เด็กน้อยผู้นี้ช่างกลิ้งกรอกยิ่งนักพลันนึกได้ว่าหากเขาเป็เด็กแล้วเื่ที่บอกว่าเป็นักหลอมโอสถมิได้โกหกหรือ? และยังมีหินผลึกิญญาและสมบัติมากมายที่นำมาขายอีกเขาไปได้มันมาจากที่ใด?
"ฮึ! หยุดทำเป็ใสซื่อได้แล้ว! ข้าไม่เชื่อท่านเด็ดขาดแล้วเื่ที่บอกว่าตัวท่านเป็นักหลอมโอสถคงโกหกสินะ"
"ข้าหาโกหกอันใดไม่ ทุกสิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็ความจริงแท้แน่นอน"
เจียวเฟิ่งอี้มิสีหน้าไม่เชื่ออย่างที่สุดเป็ไปได้หรือว่าเด็กอายุสิบห้าปีผู้หนึ่งจะเป็นักหลอมโอสถได้ นั้นมันเป็ไปไม่ได้เพราะนักหลอมโอสถที่อยู่สมาคมการค้าตระกูลเจียวเขตกลางที่นางพบนั้นเป็ชายชราอายุเกินร้อยปีไปแล้ว
"ข้าไม่มีทางเชื่อเด็กอย่างท่านเด็ดขาด!"
"ตามใจเ้าเถอะสาวน้อย! ข้าไปล่ะ"
พูดจบจิวเฉินก็ค่อยๆก้าวเท้าอย่างช้าๆตรงเข้าไปทางป่าลึกเจียวเฟิ่งอี้นั้นกระทืบเท้าหลายครั้งด้วยความไม่พอใจ ด้วยเวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีนางกับถูกเด็กอายุสิบห้าปีเรียกว่า'สาวน้อย'หลายครั้งทั้งที่นางอายุมากกว่าจะมิให้นางพอใจได้อย่างไร
'ฮ่าฮ่า!หยอกล้อเด็กสาวยุคนี้ก็สนุกดีมิน้อยเลย ฮ่าฮ่า!'
จิวเฉินยกมุมปากยิ้มคิดกับตนเองในใจอย่างสนุกสนานกับท่าทีของหญิงสาววัยแรกแย้มแต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวได้เกินก้าวที่สิบก็ต้องหยุดชงักเท้าเพราะคำพูดของหญิงสาวอีก
"ช้าก่อน! ท่านพักอยู่ที่ใด?"
"แถวๆป่ามรณะทมิฬ เอ๊ะ! หรือว่าสาวน้อยเ้าคิดจะไปหาข้าเวลาคิดถึง ฮ่าฮ่า!เ้าหลงรักข้าเข้าแล้วล่ะสิ ฮ่าฮ่า"
"พะ....พูดจาไร้สาระ! เด็กเช่นท่านมิได้อยู่ในสายตาข้าแม้แต่น้อย!"
เจียวเฟิ่งอี้นั้นเมื่อรู้ว่าจิวเฉินพักอยู่แถวป่ามรณะทมิฬก็ใมิน้อยเลยแต่คำต่อไปที่เขาพูดออกมาต้องทำให้นางกระทืบเท้าใส่หญ้าแถวนั้นอยู่หลายครั้งด้วยความไม่พอใจนี่เด็กน้อยผู้นี้จะล้อเล่นกับนางมากเกินไปแล้ว ส่วนจิวเฉินก็ได้แต่หัวเราะอย่างชอบใจกับท่าทีโกรธอันน่ารักของเด็กสาว
____________________________________________________________________
บทที่ 5.2 ข้อแลกเปลี่ยน
"เ้ายังอยากไปวิหารลอยฟ้าอยู่หรือไม่?"
"แน่นอนว่าข้าอยากไปแต่ก็คงมิมีทางเป็ไปได้"
จิวเฉินถามออกมาอย่างนึกได้ว่าหากนำพาหญิงสาวกับไปอยู่เป็เพื่อนท่านป้าของตนคงดีไม่น้อยคงทำให้นางร่าเริงขึ้นบ้างทันทีที่ฟังคำถามของจิวเฉินเจียวเฟิ่งอี้ต้องถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่มิได้ด้วยความท้อแท้เนื่องเพราะยังไม่เคยมีใครขึ้นไปได้แล้วนางจะขึ้นไปได้อย่างไร
"ข้าจะพาเ้าไปก็ได้นะแต่เ้าต้องมาตามรับใช้ข้าเป็เวลาหนึ่งเดือน! ว่าไงสนใจหรือไม่สาวน้อย?"
"เฮอะ!พูดจาเหลวไหลอันใดของท่าน!เด็กน้อยระดับสองเขตแดนมนุษย์เช่นท่านจะพาข้าไปได้อย่างไร ถ้าหากพาข้าไปได้จริงอย่าว่าแต่หนึ่งเดือนเลยต่อให้เป็สิบๆปีก็ยังไม่มีปัญหา"
เจียวเฟิ่งอี้พูดออกมาอย่างมิพอใจและประชดแดกดันเด็กหนุ่มเยาว์วัยผู้นี้ที่ล้อเล่นมิรู้จักจบจักสิ้นจิวเฉินยกมุมปากยิ้มและหัวเราะออกมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า!เ้าคงไม่เชื่อสินะ?"
"แน่นอนข้าไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!"
เจียวเฟิ่งอี้นั้นเริ่มลำคาญที่จะยุ่งเกี่ยวกับเด็กหนุ่มผู้นี้เต็มทนแล้วนางคิดจะพูดอำลาและจากไปจิวเฉนหยุดหัวเราะก่อนทำสีหน้าราบเรียบปกติเช่นเดิม
"งั้นมาดูกัน!"
ฟิ้วว์
จิวเฉินพลันใช้ทักษะระดับสูบ 'ทะยานผ่านท้องฟ้า' ในทันทีเส้นแสงสีฟ้าอ่อนๆปรากฏตรงฝ่าเท้าทั้งสองของเขาตอนนี้เขานั้นอยู่ในระดับที่สองเขตแดนมนุษย์ได้แล้วสมควรใช้พลังของมันออกได้มากถึงหนึ่งส่วนครึ่งได้แล้วและพลังของหนึ่งส่วนครึ่งนี้จะทำให้เขาเหยียบท้องฟ้าปืนป่ายขึ้นไปให้สมกับชื่อทะยานผ่านท้องฟ้าของมันจิวเฉินทะยานร่างขึ้นท้องฟ้าอย่างรวดเร็วและหยุดยืนอยู่บนท้องฟ้าใช่แล้วเขาเหาะอยู่บนอากาศจริงๆ!!
เจียวเฟิ่งอี้มองการกระทำของจิวเฉินคราที่นางเห็นจิวเฉินทะยานร่างขึ้นท้องฟ้านั้น หญิงสาวคิดว่าเขาคงตกลงมาเป็แน่แต่สิ่งที่นางคิดกับผิดมหันต์ เมื่อเขายืนอยู่บนอากาศได้!เจียวเฟิ่งอี้ตกตะลึงตาอ้าปากค้างเป็เวลานานนางขยี้ตาหลายครั้งเพื่อยืนยันว่ามันใช่เื่จริงหรือไม่?
"ทะ...ท่านเหาะได้!"
"เป็อย่างไรเชื่อข้ารึยัง? แล้วตอนนี้สนใจข้อตกลงของข้าหรือไม่?"
ร่างของเจียวเฟิ่งอี้สั่นสะท้านด้วยความมิเชื่อเด็กอายุสิบห้าปีสามารถเหาะได้ทั้งที่อยู่แค่เพียงระดับสองเขตแดนมนุษย์เพราะคนที่สามารถย่างกายถึงท้องฟ้าได้นั้นล้วนแล้วแต่สามารถทำได้ในระดับเขตแดนพระเ้าและจนบัดนี้ยังมิเคยมีผู้ใดไปถึงได้มาก่อนในทวีปตะวันออกแม้ระดับเขตแดนราชันย์จะสามารถย่างกายถึงท้องฟ้าได้เช่นกันก็ตามแต่มันก็มิอาจไปถึงวิหารลอยฟ้าจิงหนานได้ และที่ทำให้นางตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือเขาเสนอเงื่อนไขให้กับนางอาจบางความฝันของนางอาจมีทางเป็จริงแล้ว จะมิให้นางตอบตกลงในเช่นไร
"ตกลง!ข้าตกลง!"
"ดีมาก"
จิวเฉินยิ้มอย่างพอใจในคำตอบของหญิงสาวก่อนลอยลงสู่พื้นดินเจียวเฟิ่งอี้มิลังเลแม้แต่น้อยนางคิดว่าที่เด็กคนนี้สามารถเหาะขึ้นไปบนฟ้าได้ต้องเป็ทักษะระดับสูงแน่นอนหากเขา้าพานางขึ้นไปเขามีแต่ต้องสอนทักษะแก่นางเท่านั้น นี่จะเป็การได้ทั้งทำความฝันให้เป็จริงและได้รับทักษะระดับสูงอีกด้วยเจียวเฟิ่งอี้มั่นใจเช่นนั้นแต่หารู้ไม่ว่าจิวเฉินไม่ได้มีความตั้งใจจะสอนนางแม้แต่น้อย
เจียวเฟิ่งอี้ขอตัวไปเก็บข้าวของของตนเพื่อตามจิวเฉินไปจิวเฉินรอหญิงสาวอยู่ราวหนึ่งชั่วยามนางก็กลับมาจิวเฉินและเจียวเฟิ่งอี้จึงออกเริ่มออกเดินทางไป
อีกด้านหนึ่งที่หน้าสมาคมการค้าตระกูลเจียวนั้นมีชายชราผู้หนึ่งมองออกไปยังท้องฟ้าด้วยสายตาเหม่อลอยเจียวหวงอดเป็กังวลมิได้ที่ชายวัยกลางคนผู้นั้น้าให้หลานสาวของตนไปรับใช้หนึ่งเดือนแต่เขาก็ตื่นตระหนกกับสิ่งที่หลานสาวเขาเล่ามากว่าชายผู้นั้นสามารถเดินบนอากาศได้นั้นจึงสมควรทำให้ร่างของชายชราสั่นด้วยความตื่นตระหนกยิ่งตัวตนระดับเขตแดนพระเ้าถึงกับปรากฏตัวที่ทวีปตะวันออกแล้วหากผู้ใดไปทำให้เขาโกรธทวีปทั้งทวีปคงจมลงสู่มหาสมุทรเป็แน่!
เจียวเฟิ่งอี้นั้นรีบร้อนเก็บข้าวของด้วยความดีใจและมิได้บอกใจความสำคัญแก่เจียวหวงเท่าใดนางบอกแค่ว่าเขายอมช่วยนางและให้นางตามรับใช้หนึ่งเดือนเมื่อปู่ของนางรู้ว่าความฝันของหลานตนมีทางเป็จริงเขาก็ไม่คิดจะห้ามหลานสาวตนแม้แต่น้อย
จิวเฉินและเจียวเฟิ่งอี้นั้นมิได้เร่งเดินทางเท่าใดนักทั้งสองพักบ้างเป็ครั้งคราวระยะทางร้อยกิโลเมตรจากเมืองหนานกงถึงเขตป่ามรณะทมิฬนั้นมิเป็ปัญหาต่อหญิงสาวแม้แต่น้อยเนื่องด้วยระดับของนางอยู่ถึงระดับสองเขตแดนิญญาไม่ถึงสามชั่วยามพวกสามชั่วยามพวกเขาก็มาถึงที่หน้าทางเข้าสู่บ้านไม้ของสองสามีภรรยาจิวเฉียนจิวฮวา
ยามนี้เป็ยามค่ำแล้วดวงอาทิตย์เริ่มลับจากขอบฟ้าไปสองสามีภรรยากำลังเข้าครัวอย่างพร้อมเพียงเพื่อทำอาหารค่ำวันนี้จิวเฉินของตัวออกไปฝึกวิชาพวกเขาจึงไม่ได้ทำอาหารมากนัก
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น จิวฮวาที่อยู่ในครัวจึงรีบรุดมาดูว่าผู้ใดมากันเพราะปกตินั้นไม่เคยมีผู้ใดมาเยือนบ้านไม้ของพวกเขาบ่อยนักและแทบจะไม่มีผู้ใดมาเลยด้วยซ้ำนางเปิดประตูออกก็ต้องตาอ้าปากค้าง เนื่องด้วยมีเด็กสองคนอยู่เบื้องหน้านางเป็เด็กสาวและเด็กหนุ่ม เด็กสาวดูไปอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีนางสูงกว่าเด็กหนุ่มเล็กน้อยใบหน้าของนางและผิวพรรณสวยสดงดงามเป็อย่างมากส่วนเด็กหนุ่มนั้นเป็คนที่นางรู้จักเป็อย่างดีเขาคือเฉินน้อย!
"เฉินน้อย!เ้าพาผู้ใดมาด้วย เ้าคงไม่ได้ไปลักพาตัวลูกสาวบ้านไหนมาใช่หรือไม่?"
"ท่านป้าจะใช่ได้อย่างไรพี่สาวท่านนี้บอกว่านางอยู่ระหว่างเดินทางและตอนนี้ก็ค่ำมืดแล้วนางเลย้าที่พักเผอิญตอนนั้นข้ากำลังฝึกฝนอยู่แถวที่นางเดินทางมาพอดี นางเลยถามข้าว่าแถวนี้มีที่พักหรือไม่ข้าเลยพานางกลับมานี้แหละ"
จิวเฉินอธิบายทุกอย่างอย่างสมเหตุสมผลไม่มีส่วนที่มีพิรุธแม้แต่น้อยจนทำให้จิวฮวาเชื่ออย่างสนิทใจว่ามันเป็เื่จริงนางจ้องมองหน้าเด็กสาวอย่างสงสัยว่าเหตุใดนางถึงเดินทางคนเดียวแต่นางก็ไม่ได้สนใจจะไต่ถาม จึงให้เด็กสาวเข้ามาพักด้วย
____________________________________________________________________
บทที่5.3 หลอมโอสถกำเนิดพลัง!
รุ่งเช้าวันที่ห้าได้มาเยือนจิวเฉินดูจะพอใจกับการที่พาเจียวเฟิ่งอี้มามิน้อย มันทำให้จิวฮวาสดชื่นขึ้นอย่างผิดหูผิดตาหญิงสาวทั้งสองสนิทกันโดยใช้เวลาไม่นาน หลังจากรับประทานอาหารเช้าอย่างพร้อมเพียงกับทั้งสามคนแล้วจิวเฉินก็ขอตัวออกมาส่วนเจียวเฟิ่งอี้นั้นนางอยู่เป็เพื่อนคุยกับจิวฮวา
จิวเฉินเดินเข้ามาในป่าลึกหลายกิโลเมตรพอเขาเจอสถานที่ที่เหมาะสำหรับการหลอมโอสถโดยไม่ให้มีผู้ใดรู้ จิวเฉินนั่งลงที่แผ่นหินที่เป็แนวราบเรียบเขาเอาดอกไม้เจ็ดสี หยดน้ำค้างจากต้นตื่น์ ดวงจิตสัตว์อสูรระดับสามเขตแดนมนุษย์ออกมาทั้งหมดด้วยจำนวนวัตถุดิบมากถึงอย่างล่ะสามสิบชิ้นจะทำให้เขาหลอมโอสถได้ถึงสามสิบเม็ดเลยทีเดียว
'โอสถกำเนิดพลัง!'
จิวเฉินคิดสิ่งนี้ั้แ่เขาได้ซื้อวัตถุดิบเหล่านี้มาแล้วว่าเขาจะหลอมโอสถกำเนิดพลัง!โอสถกำเนิดพลังนั้นมันสามารถช่วยเพิ่มระดับพลังได้อย่างถาวร ที่มันถูกเรียกว่ากำเนิดพลังก็เพราะว่ามันสามารถช่วยให้ระดับพลังของผู้ใช้เพิ่มสูงขึ้นหลายระดับได้ในพริบตามันอาจจะเหมือนกับยาต้องห้ามที่มีกันในยุคปัจจุบันนี้ แต่สำหรับโอสถของจิวเฉินที่เคยเป็นักหลอมโอสถผู้ยิ่งใหญ่มันจะมิส่งผลร้ายต่อผู้ใช้เท่าใด
'หากข้าหลอมโอสถกำเนิดพลังจำนวนมากได้ก็จะสามารถปกป้องตนเองได้เมื่อพบกับผู้คนที่มีระดับสูงกว่าไม่กี่ระดับได้'
ด้วยวัตถุดิบที่จิวเฉินซื้อมานี้มันสามารถหลอมโอสถกำเนิดพลังระดับสามได้ ซึ่งหากจิวเฉินกลืนกินโอสถเข้าไปมันจะทำให้ระดับพลังของเขาพุ่งขึ้นไปสู่ระดับสูงขึ้นอย่างแน่นอนเช่นตอนนี้เขาอยู่ระดับสองเขตแดนมนุษย์ หากเขาใช้โอสถกำเนิดพลังนี้ทั้งหมดมันจะทำให้ระดับพลังของเขาพุ่งสูงถึงระดับสองเขตแดนิญญาเลยทีเดียว
จิวเฉินจุดเปลวเพลิงสีขาวขึ้นที่มือของตนเปลวเพลิงเหล่านี้เรียกว่าเปลวเพลิงพิสุทธิ์ มันสามารถใช้หลอมโอสถหรือใช้โจมตีผู้อื่นได้เปลวเพลิงพิสุทธิ์เหล่านี้มันมีทั้งหมดเจ็ดสี ขาว ส้ม แดง เขียว ฟ้า ม่วง ทอง ระดับของสีเปลวไฟจะแข็งแร่งขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้จิวเฉินสามารถใช้ได้เพียงสีขาวเท่านั้น
'เริ่มหลอมโอสถ'
จิวเฉินนำวัตถุดิบทั้งสามมาหลอมรวมไว้ที่เบื้องหน้าของตนทั้งหมดเขาซึ่งมาจากยุคาย่อมต้องมิใช้เตาหลอมโอสถ จิวเฉินตวัดมือออกเปลวเพลิงพิสุทธิ์สีขาวก็ลุกโหมขึ้นอย่างมากเข้าหาเหล่าวัตถุดิบมากมาย จนวัตถุดิบทั้งหมดลอยขึ้นสู่อากาศโดยพวกมันถูกหุ้มไว้ด้วยเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์
ฟู่วว!
ฟู่วว์!
วัตถุดิบต่างค่อยๆหลอมรวบเขาหากันจนเกิดเสียงเปลวไฟละลายวัตถุดิบถึงจิวเฉินในกาลก่อนจะสามารถหลอมโอสถได้ดุจพลิกฝ่ามือ แต่ในยามนี้การหลอมโอสถนับว่ายากเอากาลกับเขาอยู่มิน้อยปรากฏเม็ดเหงื่อมากมายหลั่งไหลออกมาทั่วตัวของเขา จิวเฉินต้องใช้สมาธิอย่างมากในการหลอมโอสถซึ่งเขาจะให้มันผิดพลาดแม้กระบวนเดียวไม่ได้ไม่เช่นนั้นโอสถจะไม่สามารถแสดงพลังของมันออกมาเต็มที่เมื่อใช้
บึ้ม!
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามก็เกิดะเิขึ้นจากการหลอมโอสถของจิวเฉิน นี่ย่อมเป็สิ่งยืนยันว่าเขาหลอมโอสถสำเร็จแล้วไม่นานหลังจากฝุ่นควันหายไปก็มีโอสถเรืองแสงสีฟ้าพร่างพราวลอยลงมาที่กล่องเก็บโอสถที่จิวเฉินเตรียมไว้พวกมันมีทั้งหมดสามสิบเม็ด! ไม่มีเม็ดใดเสียหายแม้แต่น้อย จิวเฉินล้มตัวลงนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าในทันทีที่สิ้นสุดการหลอมเขานั่งโคจรฟื้นฟูพลังลมปราณอยู่สองชั่วยามเต็มจนพลังคืนกลับมาห้าส่วน จิวเฉินหยิบเม็ดโอสถกำเนิดพลังเม็ดหนึ่งออกจากกล่องมาดูอย่างพึงพอใจ
'ฮ่าฮ่าแค่เพียงเท่านี้เหล่าผู้คนหรือสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับเขตแดนมนุษย์ก็มิใช่คู่มือของข้าแล้ว'
จิวเฉินปิติยินดีกับผลลัพธ์ที่ได้ยิ่งเขานำโอสถเก็บลงกล่องเช่นเดิมและนำมันเข้าเก็บไว้ในกำไลมิติ และเขาก็นำหินผลึกิญญาจำนวนห้าสิบก้อนออกมา ยามนี้เขาเลือกที่จะดูดกลืนพลังปราณจากหินผลึกิญญาก่อนจากนั้นค่อยดูดกลืนเม็ดยาโอสถกำเนิดพลังในภายหลัง
'ข้าต้องดูดกลืนมันให้เร็วที่สุดเพื่อเพิ่มระดับพลังของตนให้ไปถึงระดับที่ห้าเขตแดนมนุษย์ให้ได้'
จิวเฉินเริ่มดูดกลืนพลังของหินผลึกิญญาอย่างบ้าคลั่งหนึ่งก้อน สองก้อน สามก้อน สี่ก้อน ห้าก้อน.....ห้าสิบก้อน จนในที่สุดหินผลึกิญญาก็ว่างเปล่าไม่หลงเหลือพลังแม้แต่น้อยเพราะจิวเฉินดูดกลืนจนราบเรียบ
จิวเฉินเปิดเปลือกตาขึ้นดวงตาของเขาทอแสงสีครามเล็กน้อยจิวเฉินรู้สึกถึงพลังที่พุ่งพ่านอยู่ในร่างกายได้อย่างชัดเจน เขายกมุมปากยิ้มอย่างปิติยินดี
"ระดับหกเขตแดนมุนษย์!ข้าคิดผิดไปสินะมิคาดว่าหินผลึกิญญาจะทำให้มาถึงระดับหกได้ ข้านี้ช่างดวงดีจริงๆฮ่าฮ่า!"
จากนั้นจิวเฉินก็นำเอาเม็ดโอสถกำเนิดพลังทั้งสามสิบเม็ดออกมาโดยมิรอเช้าอันใด เขากลืนมันลงไปรวมขนมขบเคี้ยว เม็ดแล้ว เม็ดเล่าจนทั้งสามสิบเม็ดหายเกลี้ยงไปในพริบตาทั่วร่างของจิวเฉินพลันเปล่งแสงสีฟ้าครามออกมาอย่างบ้าคลั่งกลิ่นอายพลังของเขาต่างพุ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องไม่นานมันก็หยุดลงที่ระดับห้าเขตแดนิญญา!
"ระดับห้าเขตแดนวิญญาญฮ่าฮ่า! เพียงเท่านี้ข้าก็ไร้ผู้ต่อกรในระดับเขตแดนิญญาแล้ว!"
จิวเฉินพูดออกมาอย่างยินดีก่อนจะลุกขึ้นยืนเขาจัดแจ้งเสื้อผ้าให้เรียบร้อยสายตาทอดมองไปยังทองฟ้า เขามิเคยคาดคิดเลยว่าจะมาได้ถึงระดับเขตแดนิญญารวดเร็วถึงเพียงนี้หากมิใช่ว่าเขาไปพบเหล่าสมบัติมากมายนั่นแล้วล่ะก็เื่เช่นนี้คงมิมีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
"วิหารลอยฟ้าจิงหนาน! รอก่อนเถอะอีกหนึ่งเดือนข้าต้องไปสำรวจแน่นอน ข้าหวังว่ามันคงมีศาสตราวุธระดับสูงและสมบัติอยู่นะ"
จิวเฉินมิคิดว่าเขาจะได้เดินทางเร็วขนาดนี้หากเจียวเฟิ่งอี้รู้เข้านางคงต้องดีใจจนะโโลดเต้นแน่นอน จิวเฉินอดที่จะยิ้มออกมามิได้ที่จะได้เห็นท่าทีเช่นนั้นของหญิงสาวจิวเฉินออกจากป่าและมุ่งหน้ากับสู่บ้านพักของตนในทันที
การเดินทางที่แท้จริงของบุรุษหนุ่มนามจิวเฉินกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!
จบบทที่ 5