ลำธารเชี่ยวกรากทะลักทลายออกจากรูปวาด พัดพาร่างของชายหนุ่มกระเด็นออกจากเรือนรับรอง แล้วตกลงบนสวนด้านล่าง ยังไม่ทันตั้งตัวฝูงปลาะโขึ้นจากน้ำเข้ากลุ้มรุม นกกระเรียนโฉบจากบนฟ้าเข้าจู่โจม
ชายชราในภาพคว้าดาบข้างกายะโลงจากเรือน อาศัยจังหวะที่หาได้ยากยิ่งเข้าประชิดตัว ตวัดดาบ ประกายแวววับผุดขึ้นแล้วจางหาย
จู่โจมต่อเนื่องตามกัน…
ลูกโซ่สังหาร
ศีรษะชายหนุ่มหลุดลอย...
จยิโกะคุหนึ่งในสี่ขุนพลเทพ ผู้นำหนึ่งร้อยแปดอสูรถูกสังหาร?
ก่อนศีรษะหล่นลงพื้นมีบางสิ่งพุ่งเข้ารับและคว้าศีรษะหายไป เสียงกระพือปีกได้ยินไปทั่วราวกับบนท้องฟ้ายามราตรีมีสัตว์ขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่
ทันใดนั้นฝูงนกกระเรียนที่เคยครองน่านฟ้าพลันตกลงมาดาวดิ้น ขนนกสีดำหลายสิบอันปักอยู่บนลำตัว จำนวนมากกว่าปักลงพื้น ทั้งนกและปลาต่างดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสลายหายเหลือเพียงน้ำหมึกซีดจาง มีเพียงนักดาบชราที่สามารถััอันตรายล่วงหน้า ประกายดาบปรากฏขึ้นแล้ววูบหาย ขนนกมากมายถูกตัดขาด
นักดาบชราสืบเท้าถอยหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นหว่างคิ้วขมวดแน่น มือขวาจับด้ามดาบ มือซ้ายใช้นิ้วโป้งดันดาบออกมาครึ่งนิ้ว สายตาสอดส่ายโดยรอบคล้ายมองหาสิ่งใด
ร่างไร้หัวของชายหนุ่มที่เคยนอนอยู่บนพื้นไม่อยู่แล้ว ไม่ทราบหายไปตอนไหน
ผู้คนรอบข้างต่างจับจ้องด้วยใจระทึก ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อเพียงชั่วพริบตาฝูงนกกระเรียนและฝูงปลาล้วนถูกสังหารสิ้น ความหวังล้วนฝากไว้ที่นักดาบชรา
เสียงอุทาน เสียงหวีดร้องดังระงม
มือขาวนวลเนียนทะลุโผล่กลางอกของนักดาบ ไม่รู้ชายหนุ่มมาอยู่ด้านหลังของเขาได้อย่างไร ชายชราทำหน้าใคล้ายไม่คิดว่าตนจะเสียท่าอย่างรวดเร็วเพียงนี้ จากนั้นร่างของเขาพลันสลายเหลือเพียงคราบหมึกสีดำเปรอะเปื้อนข้อมือขาวนวล
ปีศาจจิ้งจอกหกหาง บำเพ็ญเพียรมากว่าหกร้อยปีจะตายง่าย ๆ ได้อย่างไร?
“ฮ่า ๆ เกือบไปแล้ว ค่ายกลป้องกันวังหลวงไม่ธรรมดาจริง ๆ” เสียงหัวเราะอย่างลำพองดังขึ้นจากบนท้องฟ้า
เหล่าผู้รอดชีวิตซึ่งก่อนนี้ต่างรู้สึกโล่งอก เข้าใจว่าตนรอดจากเภทภัย เพียงไม่กี่อึดใจกลับถูกลากตกจาก์มาอยู่บนพื้นโลกอันหนาวเหน็บ ไม่มีใครกล้าขยับตัว ความหนาวเย็นค่อย ๆ จับขั้วหัวใจพร้อมกับเสียงหัวเราะที่เคลื่อนเข้ามาใกล้
ศีรษะหล่อเหลาค่อย ๆ ร่อนลงจากฟ้า ตกลงบนสองมือที่รอรับอยู่เบื้องล่าง ร่างกายกับศีรษะต่อกันเรียบสนิทเหมือนไม่เคยเกิดาแมาก่อน ‘จยิโกะคุ นรกภูมิ’ ฉายานี้สมกับอสูรร้ายจากขุมนรก
ช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้
เด็กชายสองคนมองตากันแลกเปลี่ยนความคิด ถึงตัวอยู่ในข่ายเทพสายฟ้าแต่กลับไม่ได้รู้สึกปลอดภัยอีกต่อไป สาเหตุเพราะเวทวิชานี้ทำได้เพียงคุ้มครองไม่ใช่โจมตี ป้องกันไม่ใช่ต่อสู้ ถ่วงเวลาเพื่อรอกำลังหนุน ยันต์นี้อาจารย์มอบให้ป้องกันตัวไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ใช้จริง พระราชวังชั้นในวุ่นวายถึงเพียงนี้ หวังว่าเหล่าอาจารย์และศิษย์พี่จะรีบมาช่วยเหลือโดยเร็ว
เด็กทั้งสองเห็นความหวาดหวั่นในดวงตาของกันและกัน ลอบมองไปทางจักรพรรดินี หวังว่าพระองค์คงมีแผนรับมือบ้าง
จักรพรรดินีมาซาโกะดีใจได้เพียงครู่ สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอีกครั้ง พระนางไม่แน่ใจว่าเกราะป้องกัน ‘มันตระ’ ของพระแท่นจะคุ้มครองได้นานเท่าใด อันที่จริงกำลังหนุนควรมานานแล้ว เนิ่นช้าปานนี้แสดงว่าสถานการณ์ภายในวังชั้นในและชั้นนอกคงเลวร้ายเกินจะคาดคิด
ทหารองครักษ์ เหล่านักรบของตระกูลชั้นสูง องเมียวจิ กำลังหนุนเหล่านี้กลับไม่มีใครโผล่มาสักคน แสดงว่าการโจมตีคงมาทุกทิศทุกทาง เป็ไปได้ว่าเรือนขุนนางเองก็ถูกโจมตีเช่นกัน ยังดีที่ค่ายกลคุ้มกันพระราชวังทำงานแล้ว ขอเพียงยืดเวลาออกไปได้กำลังหนุนคงมาถึงในไม่ช้า
เสียงกรีดร้องดึงพระนางออกจากภวังค์ รอบข้างมีแต่ความสยดสยอง พระญาติแต่ละคนต่างยืนนิ่งคล้ายถูกสะกด ปีศาจจิ้งจอกเดินเข้าหาแต่ละคนอย่างผ่อนคลายไม่เร่งรีบ ค่อย ๆ เล่นสนุกกับชีวิตเหมือนกับมนุษย์เป็เพียงมดปลวก พระนางมองเห็นความหวาดกลัวสุดขีดในดวงตาของพวกเขา เฝ้ารอให้ความตายมาถึง คนแล้วคนเล่า แขนขาถูกฉีกกระชาก ศีรษะถูกปลิดปลง ร่างถูกเหยียบเป็เืเนื้อเลอะเลือน โลหิตเจิ่งนอง กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง
นรกในแดนดิน!
แม้นางข้าหลวงสองคนในสี่คนจะาเ็หนักแต่ยังไม่กระทบกำลังใจ เสียดายที่พลังต่อสู้ต่างกันมากเกินไป ไม่อาจต้านทานการจู่โจมได้แม้แต่น้อย ร่างเืเนื้อโถมเข้าไปแล้วเลือนหาย ไม่มีแม้เสียงกรีดร้อง
“ต่อไปคงเป็ข้ากับลูกแล้วสินะ” มาซาโกะโคโกวทอดพระเนตรบุตรีทั้งสองเป็ครั้งสุดท้าย
ภาพองค์หญิงมุเนโกะพยายามปลอบโยนน้องสาว เด็กชายลูกพ่อค้ามองปีศาจด้วยสายตาเคียดแค้น องค์ชายโมริฮิระกัดฟันแน่นหลับตาเนื้อตัวสั่นเทา ไม่อาจรับได้กับภาพสยดสยองตรงหน้า
“หลังเด็ดหัวคนทั้งหมดในที่นี้ นายท่านต้องให้รางวัลอย่างงามแน่ ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะด้วยความสะใจทำพระนางปวดแน่นพระอุระ
ขุนพลเทพทั้งสี่ต่างมีจุดเด่นแตกต่างกัน…
เท็งโกะคุถนัดวางแผน ฝีมือลึกล้ำ
เอ็นมะถนัดลอบสังหาร สืบข่าว
ไดโอแข็งแกร่ง ถนัดต่อสู้ระยะประชิด มีร่างะยากทำลาย
ยามที่จยิโกะคุกำลังหลงระเริงไปกับชัยชนะอันหอมหวาน อยู่ ๆ ััได้ถึงบางสิ่ง มันรีบถอยออกจากห้องจัดเลี้ยง ร่างโผขึ้นบนหลังคา หลบหนีในทันที
มันััได้ถึงบางสิ่ง ความไม่ผสมกลมกลืนของอายตนะรับรู้ ภาพกับกลิ่นไม่สัมพันธ์กัน
“นี่มัน!”
สมกับฉายานรกภูมิ ‘ชั่วช้าสามานย์ รอบคอบระแวดระวัง’ คือจุดเด่นของมัน
เมื่อยืนอยู่บนหลังคาจยิโกะคุรีบสงบใจคืนร่างจิ้งจอก จมูกงอกยาว หูตั้ง แขนกลายเป็ขาหน้า เท้ากลายเป็ขาหลัง หางงอกออกมาห้าหางหายไปหนึ่ง มีรอยแผลเรียบดุจรอยตัดเืสีเขียวแห้งกรัง
จิ้งจอกขาวร่างสูงใหญ่ปรากฏ
ยามนี้มันอยากหนีออกจากที่แห่งนี้อย่างยิ่ง ทว่าไม่สามารถออกไปได้
สมณะเหม็นเน่า ไร้ยางอาย เก่งกล้าสามารถก็ออกมา!
กรรรรร!
เสียงคำรามดังก้องสั่นะเืฟ้าดิน
เสียงคำรามทำหมู่เรือนโดยรอบสั่นะเื พื้นดินแตกแยกเป็ใยแมงมุม ทันใดนั้นภาพเรือนรับรอง สวนสวย ระเบียงคดเคี้ยวพลันแตกร้าว แล้วแตกกระจายเป็เศษซากดั่งผืนกระจก
เพล้ง!
เสียงสะท้อนดังขึ้นในใจของมัน ทว่าภายนอกกลับเงียบสงบ
จยิโกะคุยืนอยู่บนพื้นด้วยร่างจิ้งจอก บนพื้นหญ้าไม่ไกลนักมีเทงงูสามตนนอนอยู่ ร่างกายเป็มนุษย์ศีรษะเป็อีกา ที่แท้เสียงกระพือปีกก่อนหน้ามาจากเทงงูสามตนนี้เอง
จักรพรรดินี องค์ชาย องค์หญิง และพระประยูรญาติต่างรวมตัวกันในห้องข้าง พระแท่นถูกย้ายมาวางบนระเบียงทางเดิน ด้านหน้าพระแท่นมีพระภิกษุสวมจีวรเทาคลิปทองนั่งอยู่กับพื้น เคราขาวยาวจรดอก เค้าหน้าเมตตาการุญ ท่านกำลังนั่งสวดมนต์ เสียงสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณอบอวลอยู่ในอากาศ
โลกในกระจก!
แดนสุขาวดีแห่งมันดาลา!?