เหมันต์มาเยือนพื้นที่ป่าสนเต็มไปด้วยลมหนาวซึ่งพัดเอาเศษใบไม้ที่แห้งกรอบจากฤดูสารททับซ้อนกันกับหิมะที่โปรบปรายลงมาราวกับงานศิลปะจากธรรมชาติให้ความรู้สึกเงียบเหงาแต่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความหวังที่ชีวิตใหม่จะเริ่มขึ้นในวสันต์ฤดู
เงาร่างสายหนึ่งพลิ้วกายผ่านพื้นผิวหิมะโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ทุกการย่างก้าวดูทรงพลังแต่ไม่มีการใช้เรี่ยวแรงเกินความจำเป็ จุดที่ต้องะโก็ะโ จังหวะหยิบยืมพลังถ้าจำเป็ก็ทำอย่างเป็ธรรมชาติไม่นานนักเงาร่างสายนั้นก็มาหยุดอยู่กลางทุ่งกว้างขนาดใหญ่
เพียงไม่นานพื้นที่รอบด้านกลับปรากฏเงาร่างจำนวนมากรายล้อมเข้ามาเพียงแต่ว่ามาอย่างไม่งดงามเท่า ออกจะทุลักทุเลสักหน่อยเสียด้วยซ้ำไป
“หวงเหล่ย เ้าหนีไม่รอดแล้วส่งตะกร้าใบนั้นมาซะ!”
ในกลุ่มก้อนผู้คนที่รายล้อมทุ่งน้ำแข็งพลันปรากฎคนผู้หนึ่งสืบเท้าออกมาด้านหน้า ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานแค่มองดูจากภายนอกก็สามารถรู้ได้ทันทีว่ามิใช่ชนชั้นธรรมดาเสื้อคลุมสีขาวปักลายยวนยางกับเข็มขัดรัดเอวหัวมรกตเม็ดงามบ่งบอกถึงฐานะชนชั้นสูงในสังคม แม้ว่าใบหน้าที่หยาบกร้านดุร้ายจะไม่เข้ากันกับภาพลักษณ์ของเครื่องแต่งกายแต่ก็นับว่าเป็จุดต่างที่เติมเต็มรูปแบบให้แก่กัน
“…”
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมอย่างไม่หวาดหวั่น คือผู้ที่ถูกเรียกว่าหวงเหล่ย ใบหน้าคมคายดั่งถูกสลักเสลามาจากหยกงามชั้นดีสอดรับกับผมสีดำยาวพลิ้วไสวหยอกล้อเล่นกับสายลม ชุดคลุมสีเทาสลับลายเมฆาสีฟ้าอ่อนขลิบเงินของเขาไม่ปรากฎว่ามีหิมะหยาดใดตกใส่จนเปียกชื้นแม้แต่น้อยราวกับว่าแม้แต่เทพีเหมันต์ก็ยังไม่อยากทำลายความงดงามของเขาลง
“เ้ากล่าวผิดแล้ว ฉือ....” ชายหนุ่มเงียบไปสักพัก
“อืมม์...น่ารำคาญจริงจะชื่ออะไรก็ช่างเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยปากด้วยเสียงเ็าราวน้ำแข็ง ก่อนที่มือของเขาจะปรากฎกิ่งสนที่ไม่ทราบว่าเด็ดมาจากข้างทางตอนไหน
“ลงมือ!! อย่าปล่อยให้หวงเหล่ยมีอาวุธในมือ!!”
สิ้นเสียงคำสั่งเงาร่างจากสี่ทิศแปดทางพุ่งทะยานโรมรันเข้ามาด้วยสภาวะอันเผ็ดร้อนดูจากภายนอกเหมือนกับว่าทุกผู้คนมีความกระหายที่จะเชือดเนื้อเถือกระดูกหวงเหล่ยให้สิ้นซาก
พรึ่บ!!
เปรียบกับพยัคฆ์ร้ายที่รายล้อมไปด้วยฝูงลูกแมวหวงเหล่ยสะบัดกิ่งสนในมือใช้ออกซึ่งกระบวนท่าที่ดูไม่มีพิษภัยแต่กลับเปี่ยมประสิทธิภาพเป็อย่างยิ่ง เพียงแค่เขาชี้ไปยังศัตรูผู้ใดก็จะปรากฏหลุมลึกรูปวงกลมบริเวณหน้าอกขึ้นทันที ราวกับว่าเขาใช้กิ่งไม้ไร้พิษสงก้านนี้คว้านเอาจิติญญาของฝั่งตรงข้ามออกมา
ไม่จำกัดเพียงศัตรูที่ประหลาดใจกับท่วงท่าการลงมือระดับปีศาจแบบนี้ ยังมีดวงตาคู่น้อยซึ่งมองลอดออกมาจากตะกร้าสานที่ตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า
เด็กสาวตัวน้อยอายุราว ห้าขวบ ขดตัวกลมอยู่ในตะกร้าสานของยอดฝีมือหนุ่มหวงเหล่ยแววตาของเธอทอแววสับสนเป็อย่างยิ่งแม้ร่างกายจะเหมือนกับเด็กน้อยทั่วไปแต่จิติญญาด้านในกลับเป็หวังชิงสุ่ย ยอดนักกีฬายิงธนูสาวนั่นเอง
ระหว่างพักรักษาตัวจากอาการอัมพาตอันเนื่องมาจากเชื้อไวรัสมรณะ ชิงสุ่ยได้รับข้อเสนอจากกระทรวงกลาโหมในโครงการปลูกถ่ายความทรงจำเก็บไว้ในรูปแบบของนาโนแมชชีนที่สามารถวิวัฒนาการได้เพื่อรับมือกับความเสี่ยงในการสูญพันธ์ของมนุษย์ชาติ
ความทรงจำจะถูกส่งไปยังอนาคต ในร่างกายใหม่ที่ถูกจัดทำขึ้นโดยเทคโนโลยีในยุคสมัยที่มนุษย์เอาชนะไวรัสร้ายนี้ได้แล้ว
โครงการนี้ประสบความยากลำบากในการหาอาสาสมัครเข้าร่วมเพราะการปลูกถ่ายความทรงจำมีความเสี่ยงที่จะทำให้เซลล์สมองเสียหายและถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นก็หมายความว่าเ้าของร่างต้องตายนั่นเอง
แต่นี่คือฟางเส้นสุดท้ายสำหรับคนที่กำลังจมดิ่งลงในห้วงลึกแห่งความสิ้นหวังมันเป็เหมือนโอกาสสุดท้ายสำหรับเธอ ชิงสุ่ยไม่ลังเลที่จะคว้ามันเอาไว้
อย่างไรก็ตามไม่ว่าชิงสุ่ยจะคาดการณ์ไว้แบบไหนโลกอนาคตในความคิดของเธอมันต้องไม่ใช่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้านี้ ผู้ชายหนวดเครารุงรังใบหน้าหยาบเหมือนกระดาษทรายที่วิ่งกรูกันเข้ามาพร้อมมีดอีโต้ขนาดใหญ่? ที่พวกเราเรียกว่าดาบ นี่มันอะไรกันเธอมาอยู่ในสถานที่ซึ่งเหมือนกับายุคโบราณแบบนี้ได้อย่างไร
คนแบกตะกร้าที่เธอต้องนั่งอยู่ข้างในนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เขาเป็อะไร เพื่อนบ้านใส่ชุดรัดรูปสีน้ำเงินแดงที่แสนดีคนนั้น? ทหารซึ่งถูกฉีดเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์จนมีพละกำลังเหนืุ์? ไม่น่าใช่ดูแล้วมันแปลกประหลาดออกไปจากที่เธอเคยรับชมมา
“วะ.... แหวะ” ชิงสุ่ยรู้สึกวิงเวียนศีรษะจนคายของเก่าออกมาเปื้อนชุดสีเหลือปักลายดอกฝิ่นสีชมพูที่เธอสวมใส่อยู่ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วแม้ว่าเนื้อผ้าจะเป็ของชั้นดีแต่ดูโบราณชะมัด
การนั่งในตะกร้าของหวงเหล่ยก็เปรียบได้กับการโยนตัวเองลงไปในเครื่องเล่นดิสโก้บอลแล้วเต้นบัลเลย์โดยหลับตาไปพร้อมกัน นี่ยังไม่นับรวมถึงกลิ่นคาวเืที่ซึมเข้ามาตามช่องว่างของตะกร้าสาน...จะว่าไปแล้วทำไมชุดของหมอนี่ไม่เปรอะสักนิดกันล่ะทั้งที่ห่าฝนโลหิตโปรยปรายย้อมหิมะบนท้องฟ้าเป็คลื่นทะเลสีแดงฉานแบบนี้ !
“เพื่อแม่เ้า อดทนไว้” น้ำเสียงแข็งกระด้างดังขึ้นที่ข้างหูของชิงสุ่ยเธอไม่ทราบว่าคนผู้นี้ส่งเสียงกระซิบแบบนี้มาได้อย่างไรทั้งที่ยังเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ายขวาหมุนวนไปมา เด็กหญิงไม่สนสภาพโดยรอบอีกต่อไปแล้ว เธอคิดเพียงแต่อยากให้วังวนน่าอาเจียนนี้สิ้นสุดลงเสียที
นอกจากการที่ชิงสุ่ยฟื้นคืนสติมาในร่างของเด็กน้อยอายุห้าขวบจะน่าประหวั่นพรั่นพรึงมากสำหรับเธอแล้ว แต่การที่ต้องมาขดตัวอยู่ในที่สถานที่คับแคบโยกไปโยกมายิ่งสร้างความลำบากให้เธอเป็ร้อยเท่าพันทวี
ซู้ด...
ชิงซุ่ยพลันตั้งสติได้ท่ามกลางความตึงเครียดอาจเป็เพราะตัวเธอผ่านการแข่งขันแบบตัวต่อตัวในการแข่งขันยิงธนูคอมพาวด์มาหลายต่อหลายครั้ง
เด็กหญิงปรับเปลี่ยนท่านั่งเป็รูปแบบขัดสมาธิจากนั้นจึงเริ่มหายใจแบบซาเซน เพียงไม่นานนักก็จมอยู่ในภวังค์สมาธิเปลี่ยนเธอจากเด็กน้อยที่ตื่นกลัวกลับไปเป็หวังชิงซุ่ยผู้เปี่ยมความมั่นใจ
หวงเหล่ยสะบัดปลายเท้าตวัดเขี่ยศัตรูผู้หนึ่งลอยออกไปด้านข้างใบหูของเขากระดิกเล็กน้อยสังเกตถึงเหตุเปลี่ยนแปลงในตะกร้าสานด้านหลังั์ตาที่สงบนิ่งของเขาทอแววฉงนสงสัยก่อนจะกลับเป็ปกติใน่เสี้ยววินาทีกิ่งสนในมือเสือกแทงต่อไปปลิดปลงศัตรูที่รายล้อมให้จบสิ้นราวใบไม้ร่วง
หวังชิงสุ่ยครุ่นคิดในใจ ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้เธอก็เหมือนจะหายจากโรคร้ายแล้วอย่างสมบูรณ์การปรับอายุลดลงนั้นต้องมองว่าเป็โอกาสในการพัฒนาตนเองอีกครั้ง คนเรามีเวลาสำหรับเรียนรู้เพิ่มมาสิบกว่าปีนับเป็เื่ที่น่ายินดี อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้มีแต่รอให้พายุใหญ่ด้านนอกพัดผ่านพ้นไปหวังว่าคนที่แบกเธอไว้ผู้นี้จะไม่ถูกคมดาบรุมสับสังหารเป็กองเนื้อเลอะเลือนไปเสียก่อน
ด้านในตะกร้าเป็โลกน้อยใบหนึ่งที่เปิดช่องให้เด็กหญิงมีเวลาทบทวนเื่ราวแต่ด้านนอกกลับกลายเป็สมรภูมิเืทุ่งหิมะค่อยๆถูกหยาดโลหิตย้อมจนแดงฉาน หวงเหล่ยไม่ว่าจะเคลื่อนกายฆ่าฟันไปยังทิศทางใดแต่ในจังหวะสุดท้ายแล้วจอมยุทธ์หนุ่มยังคงหมุนวนกลับมายืนที่จุดเดิมทุกครั้งไปราวกับเป็ใจกลางของจังหวะแห่งความเป็ตายนี้
ชิงสุ่ยคิดว่ามันคือพายุที่พัดทำลายไปทั่วอาณาบริเวณแต่ในความเป็จริงแล้วหวงเหล่ยกลับเป็กระแสน้ำวนที่ดูดทุกสิ่งมายังจุดศูนย์กลางเพื่อทำลายให้พินาศ
ทุ่งกว้างยังคงเป็ทุ่งกว้าง ต้นสนซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะยังรายล้อมตามเดิมแต่ผู้คนที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทียังมีชีวิตและลมหายใจกลับกลายเป็กองูเาซากศพทับถมเกลื่อนกลาดกระจัดกระจาย
ชายผู้ซึ่งถูกเรียกว่า ฉือ..อะไรสักอย่างนั่น ตอนนี้เหลือผู้ติดตามข้างกายไม่ถึงสิบคนแต่เขายังไม่ตัดใจยอมแพ้การโรมราฆ่าฟันในรอบนี้ มือชั้นธรรมดาที่มีฝีมือไม่ถึงขั้นสี่จะส่งไปตายกี่คนก็ได้แต่รอบกายเขาตอนนี้ประกอบด้วยยอดฝีมือขั้นหกทั้งนั้น
“หวงเหล่ย ข้าไม่รู้หรอกนะว่าสตรีนอกรีตนั้นนางเป่าหูอะไรเ้ามา เ้าถึงได้ปกป้องลูกของนางขนาดนี้ แต่จำไว้เลยพวกเราสำนักศักดิ์สิทธิ์จะไม่ปล่อยให้เ้าและทารกกาลกิณีนั่น....”
ยังไม่ทันจะพูดจบเ้าของคำพูดกลับรู้สึกเบาหวิวอย่างแปลกประหลาด “นี่พวกเ้าทำไมยืนกลับหัวกัน...”
ใบหน้าดุร้ายพลันบิดเบี้ยว เขาไม่ทราบว่าศีรษะของตัวเองถูกปลิดปลงลงมากลิ้งกับพื้นั้แ่เมื่อใด
ควับ !!
ลูกกลมสีดำแปดลูกลอยขึ้นเหนือท้องฟ้าก่อนจะตกลงมากลิ้งกระเด็นไปคนละทิศละทาง หวงเหล่ยสะบัดกิ่งสนในมือกำจัดคราบโลหิตทิ้งไป จอมยุทธ์หนุ่มมองมันอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะตัดใจโยนทิ้งไปบนซากศพไร้ชีวิตที่ข้างกายและบรรจงวางตะกร้าซึ่งบรรจุเด็กหญิงไว้ภายในลง
“ออกมา” น้ำเสียงราบเรียบเ็าที่เหมือนจะไม่สนใจสิ่งใดในโลกนี้ออกมาจากปากหวงเหล่ยอีกครั้ง
ฝาตะกร้าถูกผลักจากด้านในจนแง้มขึ้นจากอย่างเชื่องช้า หวังชิงสุ่ยในร่างเด็กน้อยเหยียดกายออกมาเผชิญหน้ากับบุคคลผู้ที่แบกเธอฝ่าสมรภูมิเืโดยตรงเป็ครั้งแรก
“…อา โอปป้าเหรอเนี่ย”