บทที่๑
หนึ่งปีแล้วั้แ่นางแสงจากไปบ้านไม้ยกสูงที่มีเพียง เขา นพ และคุณทัศน์ ชีวิตประจำวันของแก้วนั้นซ้ำซากและจำเจเช้าตื่นมาหุงหาอาหารเพื่อห่อให้นพและคุณทัศน์ไปทานในระหว่างวันหลังจากนั้นเป็เวลาของการทำความสะอาดบ้าน มือที่แห้งและหยาบของแก้วต้องคอยซักผ้าจับไม้กวาด รีดผ้าและทำทุกอย่างแม้แต่การตอกตะปูซ่อมเก้าอี้แม้นพจะเอ่ยปากไม่ให้เขาทำและคุณทัศน์ที่ไม่พูดอะไรมากรอเขาเผลอก็ยกของหนีไปถึงอย่างนั้นแก้วก็ยังอยากช่วยเท่าที่ช่วยได้ ซ่อมของแค่นี้เขาทำได้
โชคดีที่บ้านของนพมีน้ำบ่อเป็ของตัวเองแก้วจึงไม่ต้องเดินไปตักน้ำถึงลำเหมืองด้านหลังแม้จะดูเป็ชีวิตที่ลำบากแต่สำหรับเด็กกำพร้าพ่อแม่ที่ญาติรับไปเลี้ยงดูตามมีตามเกิดอย่างแก้วแล้วมันสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนอย่างเทียบไม่ติด
แก้วผสมเศษผักและรำข้าวในถังสีเก่าขนาดยี่สิบลิตรส่วนอีกถังเขาใช้น้ำผสมเศษข้าวและแกลบเตรียมเอาไว้เสร็จแล้วก็ยกถังใบแรกเข้าไปในเล้าไก่
พ่อไก่ในเล้าส่งเสียงร้องพร้อมกับตีปีกพึ่บพั่บทันทีที่มันเห็นแก้วเข้ามาให้อาหาร คุณทัศน์เลี้ยงไก่และเป็ดในเล้า ปล่อยเป็เวลาสาเหตุเพราะเ้าของที่ดินผืนข้างๆเลี้ยงสุนัขอยู่หลายตัวและเคยเกิดพิพาทระหว่างทั้งสองคนมาแล้วคราวนั้นไก่ของคุณทัศน์ถูกสุนัขกัดตายไปนับสิบอีกฝ่ายก็ไม่ยอมชดใช้กระทั่งเื่ถึงผู้ใหญ่บ้านจึงได้ยอมจ่ายค่าชดเชย
เขาเก็บไข่ใส่ตะกร้าสานที่เตรียมมาด้วยเสร็จแล้วก็ไม่ลืมเปิดประตูทิ้งเอาไว้เพื่อให้พวกมันออกมาเดินเล่นได้ต่อจากเล้าไก่แก้วก็ทำเหมือนเดิมกับเล้าเป็ดไข่เป็ดวันนี้แก้วได้มาตั้งหกฟองซึ่งถือว่าเยอะมากปกติแก้วจะมีไข่ให้เก็บแค่สองสามฟองเท่านั้น
ก่อนหน้านี้แก้วไม่เคยได้กินอะไรนอกจากข้าวและผักอย่างดีหน่อยก็หัวปลาที่เนื้อร่อนจนแทบไม่เหลืออะไรวันไหนมีไข่ลุงกับป้าก็จะยกให้กับลูกๆ ของตัวเองเสมอส่วนเขาที่เป็แค่กาฝากก็ต้องกินข้าวกับน้ำแกงไม่ก็ผักลวกไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากนัก มาอยู่ที่นี่มีทั้งไข่ไก่ไข่เป็ดไม่ใช่แค่พอกินแต่เหลือกินเสียด้วยซ้ำ
ก่อนจะสายและอากาศร้อนไปมากกว่านี้แก้วรีบรดน้ำแปลงผักเล็กๆหลังบ้านให้เสร็จ ต้นพริก กะเพรา โหระพารวมถึงตะไคร้ออกดอกผลสวยงามนอกจากบ้านวิปภาจะตั้งอยู่ในทำเลดีแล้วดินยังดีอีกด้วย
พอแดดเริ่มร้อนแก้วก็หลบมาอยู่ในถุนเรือน
“ร้อนจัง”ฤดูแล้งปีนี้อากาศร้อนจนแก้วไม่สามารถทนอยู่บนเรือนได้เขานั่งเหยียดขาบนแคร่ไม้มองลูกเจี๊ยบตัวน้อยเดินตามแม่ของมันเป็ขบวน
ร้อนขนาดนี้ไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะเป็อย่างไรบ้าง
หลังจากยายแสงตายไปแก้วก็เคยเอ่ยปากจะเข้าไปช่วยงานที่สวนที่นากับทั้งสองแต่นพกลับไม่ยอมให้ไป ชายหนุ่มกล่าวว่างานที่นั่นทั้งหนักและร้อนพอมาคิดดูแล้วทั้งนพและคุณทัศน์เก่งมากทีเดียว ทำทั้งนา ทำทั้งสวนไหนจะเลี้ยงสัตว์ ทั้งวัวทั้งควายก็มีอยู่หลายตัววันไหนอากาศดีหน่อยก็พาออกไปกินหญ้าแต่เช้าเย็นๆ ถึงจะไปพากลับ
“แก้ว” เสียงของนพดังขึ้นเรียกสติของแก้วให้กลับมา เ้าตัวรีบวิ่งไปเตรียมน้ำให้คนทั้งสอง
“พี่นพเป็อย่างไรบ้าง”ถามไปมือก็เช็ดเหงื่อให้
“วันนี้ร้อนนัก ข่างนา [1] ได้เดี๋ยวเดียวก็ต้องกลับมาแล้ว”แก้วพยักหน้า แดดแรงจนไอร้อนขึ้นบนดิน โชคดีที่ไม่มีใครเป็ลมเป็แล้งไปก่อน
“พี่นพต้องระวังนะ ลูกจ้างของสวนข้างๆไม่กี่วันก่อนก็พึ่งเป็ลมไป”
“มีแก้วคอยห่วงเช่นนี้ร้อนแค่ไหนก็ทำอะไรพี่ไม่ได้”
“พี่นพ...”พออีกฝ่ายป้อนคำหวานก็พาลทำเอาแก้วหน้าแดง
ทัศน์เหลือบตามองทั้งสองพูดคุยกะหนุงกะหนิงแล้วเบือนหน้าเดินหนีไปอีกทาง
ตกดึกแก้วออกจากห้องพร้อมกับตะเกียงเ้าพายุที่อยู่ในมือเป็เพราะหัวค่ำดื่มน้ำมากเกินไปถึงได้ปวดฉี่กลางดึกแบบนี้
ดวงตาดุจพลอยเหลือบมองซ้ายทีขวาทีแก้วเป็คนกลัวผีจะเข้าห้องน้ำทีก็ต้องปลุกนพมาด้วยเสียทุกครั้งทว่าครั้งนี้ปลุกเท่าไหร่นพก็ไม่ยอมตื่น เขาที่ทนไม่ไหวจึงต้องออกมาเอง
ขณะขาก้าวลงบันไดไม้ใจก็ตุ้มๆ ต่อมๆภาวนาขออย่างให้เห็นอะไรที่ไม่ใช่คน โดยเฉพาะแสงสีขาวปนเขียววูบไปวูบมาแก้วขออย่าให้ได้เห็นเลย
“ลงมาทำอะไรดึกดื่น”
“!”
เสียงทักที่ทุ้มเข้มดังขึ้นแก้วหัวใจแทบหยุดเต้นขาอ่อนแรงจนทรุดตัวนั่งบนบันไดจะส่งเสียงร้องยังร้องไม่ออก กระทั่งอีกฝ่ายเดินขึ้นมาจนใกล้ถึงได้เห็นหน้าชัดๆ
“คุณทัศน์” เสียงของแก้วเบาหวิวหัวใจยังไม่หายสั่น ขวัญหล่นหายไปไกล
“จะไปไหนหรือ”ทัศน์ถามย้ำพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้แก้วไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อต้านทัศน์เหมือนแต่ก่อนแล้วคงเป็เพราะอยู่บ้านเดียวกันมาหนึ่งปี ภาพจำในอดีตนั้นยังไม่ได้หายไปแต่สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวคุณทัศน์อีก
แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นแต่คุณทัศน์ที่พูดน้อยและมีท่าทีตีตัวออกหากก็ทำให้แก้วไม่ค่อยกล้าคุยด้วยอยู่ดี
“แก้ว...แก้วจะไปห้องน้ำแล้วคุณทัศน์...” แก้วมองคุณทัศน์แย่งตะเกียงในมือของตนไปมืออีกข้างก็จับต้นแขนพยุงเขาให้ลุกขึ้น
“คุณทัศน์...เออ...คือ”แก้วไม่รู้จะพูดอะไร
ส่วนทัศน์เองก็มองท่าทางนั้นของแก้วแล้วจึงเป็ฝ่ายพูด“จะไปห้องน้ำก็ไป”
เขาเดินนำลงบันไดมือที่จับต้นแขนเปลี่ยนมาจูงมือของแก้วแทนห้องน้ำอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนัก ทัศน์แขวนตะเกียงไว้ด้านในแล้วปล่อยให้แก้วเข้าห้องน้ำไปโดยตัวเองยืนรออยู่หน้าประตู
แก้วที่ปลดเบาเสร็จแต่กลับไม่กล้าออกไปเสียทีเพราะเริ่มรู้สึกอายที่ต้องให้อีกฝ่ายมาส่งเข้าห้องน้ำแบบนี้
“คุณทัศน์”เขาเรียกอีกฝ่ายเพื่อดูว่าทัศน์ยังรออยู่หรือไม่
“หืม”
พอได้ยินเสียงตอบรับแก้วก็กัดปากหยีตารู้สึกอายกว่าเดิมเสียอีก
“คะ คือคุณทัศน์ไม่ต้องรอแก้วก็ได้ครับ”
“หนักหรือ”
คราวนี้แก้วแทบอยากเอาหน้ามุดโอ่งน้ำกับคำถามที่ได้ยินยืนทึ้งหัวอยู่เองไม่นานแก้วจึงตัดสินใจเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับทัศน์อีกฝ่ายสวมเพียงกางเกงผ้าเมืองท่อนบนเปลือยเปล่าเห็นแบบนั้นแก้วจึงได้หลุบตามองพื้นดินพื้นหญ้า
ส่วนทัศน์ก็ขยับเข้าใกล้คนตัวขาวที่สูงเพียงอกจนช่องว่างระหว่างทั้งสองแคบลงเรื่อยๆทำให้แก้วต้องถอยหลังสองสามก้าวแต่คุณทัศน์ก็ยังขยับตามมาจนแก้วเผลอกลั้นหายใจกำมือแน่น
“ไปได้แล้ว” ทัศน์พูดขึ้นเขาหยิบตะเกียงที่แขวนทิ้งไว้ในห้องน้ำมาถือเอาไว้แล้วเดินนำแก้วกลับขึ้นบ้านไป
กลับเข้ามาในห้องแก้วล้มตัวนอนข้างนพที่นอนหันหน้าเข้ากำแพงเขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วกอดอีกฝ่ายจากด้านหลังซบหน้าผากกับแผ่นหลังที่ตนจะต้องใช้พึ่งพิงไปตลอดทั้งชีวิต
“ร้อน”นพพึมพำก่อนจะตวัดผ้าห่มออกไปให้พ้นตัวแล้วขยับหนีห่างออกไปแก้วเม้มริมฝีปากมองแผ่นหลังที่อยู่ห่างออกไปแค่เอื้อมมือแต่เขากลับไม่กล้าขยับมือเข้าไปหาอีกจึงได้แต่กอดผ้าห่มเอาไว้แล้วหลับตาลง
พายุฤดูร้อนลูกใหญ่ใกล้เข้ามาแก้วที่ไปช่วยชาวบ้านเก็บผักเฮือดมาทั้งวันรีบย้ำเท้ามุ่งหน้ากลับบ้านแข่งกับลมแรงก่อนฝนห่าใหญ่จะตก
ดอกหญ้าลู่ไปตามแรงลมท้องฟ้ามืดครึ้ม จนน่ากลัวว่าจะไม่ถึงบ้านก่อนฝนลงเม็ด
จากย้ำเท้าเร็วๆเปลี่ยนเป็วิ่งจนหอบเหนื่อยฝนหยดแรกลงบนหัวพอดีกับเท้าที่แตะถึงบันไดไม้ได้ทันเวลา
เสียงฟ้าคำรามและสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไร้ทิศทางทำเอาชานบันไดและชานบ้านเปียกชุ่มอย่างรวดเร็ว
“ฟู่~” แก้วถอนหายใจโล่งอกหลังจากปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยแล้ว
เสียงฝนด้านนอกดังสลับกับเสียงของคนสองคนที่คล้ายกำลังมีปากเสียงแก้วทำหน้าฉงนวางตะกร้าผักลงแล้วเดินตามเสียงนั้นไปอย่างเงียบเชียบ
แต่ยังไม่ทันจะถึงจุดหมายประตูหลังบ้านก็ถูกเปิดอย่างแรงเป็นพที่เดินตึงตังเข้ามาด้านในสายตาสองคู่สบกันแก้วกำลังจะเอ่ยปากถามแต่อีกฝ่ายกลับเดินผ่านตัวเขาแล้วตรงเข้าห้องนอนปิดประตูพร้อมกับลงกลอนเสียงดังทำเอาแก้วหน้าเสีย
“ตากฝนมาหรือ”ทัศน์ที่เดินตามหลังนพเข้ามาเอ่ยถาม
“ไม่ครับ แก้วถึงก่อนฝนลงพอดี”อีกฝ่ายพยักหน้ารับ แล้วมองตะกร้าผักที่วางอยู่หน้าประตู
“ไปเปลี่ยนผ้าเปลี่ยนผ่อนก่อนเถอะ”ทัศน์บอกกับคนตัวขาวที่ปากบอกว่าถึงก่อนฝนแต่หัวกับไหล่นั้นเปียกเกือบชุ่ม
เขามองแก้วที่เคาะประตูเรียกนพส่วนตัวเองก็หยิบตะกร้าผักบนพื้นไปที่ครัว
ลมแรงฝนสาดทำเอาจุดไฟลำบากทัศน์จุดเตาทิ้งไว้ให้คนตัวขาวเพราะเขาไม่รู้ว่าแก้ว้าทำเอาผักในตะกร้าไปทำอะไรเมื่อครู่ก็ไม่ทันได้ถามคนตัวใหญ่ที่ไม่มีอะไรทำแล้วจึงได้แต่นั่งมองฝนห่าใหญ่ที่ลงกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา
ฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดๆมักจะตามมาด้วยพายุลูกใหญ่ พรุ่งนี้เขาต้องเข้านาไปดูว่าต้นข้าวเสียหายมากแค่ไหน
กระทั่งเสียงเดินอันเบาหวิวของแก้วใกล้เข้ามาทัศน์จึงได้หันกลับไปมองดวงตาและจมูกอีกฝ่ายแดงเล็กน้อยเขาเดาว่าแก้วคงเปลี่ยนผ้าเสร็จนานแล้วแต่มีเื่ที่ต้องคุยกับนพถึงได้ออกมาช้า
แก้วมองเตาที่ไฟลุกโชนแล้วหันไปมองคนตัวใหญ่ที่นั่งหันหลังอยู่ในมุมสลัว
“คุณทัศน์อยากกินแบบแกงหรือยำครับ”
ทัศน์ได้ยินคำถามก็นึกแปลกใจทำไมแก้วถึงไม่ถามนพก่อนออกมาปกติแก้วจะทำอะไรมักจะถามนพก่อนตลอด
“ไม่ถามนพมาล่ะ”
แก้วยิ้มบางๆแต่กลับกลั้นน้ำตาเอาไว้แทบไม่อยู่ “พี่นพบอกว่าจะไม่กินข้าวเย็นแก้วเลยจะทำให้คุณทัศน์”
“เอาแบบที่เธอชอบกิน ฉันกินได้หมด”
สุดท้ายแล้วแก้วจึงทำตามที่อีกฝ่ายว่าเขาตำกระเทียม หอมแดง พอให้ละเอียดแล้วใส่กะปิกับปลาร้าลงไปโขลกไปมาอีกไม่กี่ทีก็ใช้ทัพพีตักใส่ในน้ำต้ม ตามด้วยเกลือเล็กน้อยระหว่างนั้นตาก็เหลือบมองคุณทัศน์เป็ระยะคนตัวสูงไม่ได้กลับเข้าไปด้านในแต่นั่งเอนหลังสูบบุหรี่มองสายฝนเงียบๆ
แก้วใส่ผักเฮือดที่ได้มาเป็อย่างสุดท้ายแล้วจัดการปิดฝาหม้อหลังจากนี้ก็รอแค่ให้ผักสุกนิ่มก็กินได้
ระหว่างที่รอแก้วหมุนซ้ายหมุนขวาจะกลับเข้าไปรอด้านในก็ยังไม่อยากเห็นหน้านพจะรออยู่ตรงนี้ก็ประหม่าคุณทัศน์ สุดท้ายจึงตัดสินใจไปนั่งเล่นที่ชานหน้าบ้านนั่งมองสายฝนไปเท้าก็ถูกน้ำสาดจนเปียก
มื้อเย็นมีเพียงเขาและทัศน์สองคนชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วนแก้วนั่งหลังตรงตัวเกร็งจนกระทั่งทัศน์กินอิ่มแล้วลุกขึ้นเดินจากไปแก้วถึงได้หายใจหายคอสะดวกขึ้น
สุดท้ายแล้วต่อให้ไม่อยากเห็นหน้าแต่อย่างไรแก้วก็ต้องกลับเข้ามานอนในห้องดวงตาสีน้ำตาลมองชายที่กำลังนั่งพับผ้าลงกระเป๋าเบ้าตาก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“แก้ว” ชายหนุ่มเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนแล้วลุกขึ้นเดินมาหา
เขาดึงตัวแก้วเข้ามากอดไว้
“แก้ว พี่ขอโทษเข้าใจพี่นะพี่ไม่อยากให้แก้วลำบาก ไปกับพี่วันข้างหน้าจะอดมื้อกินมื้อหรือเปล่าพี่ก็ไม่รู้แก้วอยู่บ้านรอพี่สักสองสามปี พี่สัญญาพี่จะมารับแก้วไปอยู่ด้วย”
“แก้วไม่ได้กลัวลำบากเลยนะพี่นพแก้วเป็เมียพี่พี่จะเข้ากรุงเทพฯไปหางานแก้วก็ต้องไปด้วย”
“พี่ไม่อยากให้แก้วไปลำบาก”
“แล้วพี่จะไปลำบากทำไมอยู่ที่นี่ช่วยคุณทัศน์ไม่ดีตรงไหนเงินที่ได้มาคุณทัศน์ก็แบ่งให้ตลอด ทำไมพี่ไม่ทำต่อ พี่จะทิ้งไปหางานในเมืองทำไม”แก้วพูดไปตามที่คิด เงินที่ได้มาแต่ละครั้งไม่ใช่น้อยๆแม้แต่ค่าเช่าที่คุณทัศน์ก็ยังแบ่งให้ หากเก็บดีๆ ก็พอให้ชีวิตนี้สุขสบายดีไม่ดีคงมีเงินไปลงทุนเสียด้วยซ้ำ
ใบหน้าของนพไม่พอใจนักที่แก้วพูดถึงทัศน์ขึ้นมาเขาดันตัวของแก้วออกแล้วมองใบหน้าคนรักนิ่ง
“แก้วจะไปรู้อะไรล่ะ”นพเผลอบีบต้นแขนเล็กจนแก้วนิ่วหน้า เขาจึงได้คลายแรงออก
“แก้วเชื่อฟังพี่นะอยู่ที่นี่รอพักสักสองสามปี พี่จะมารับ”
“แต่แก้วอยากไปกับพี่”แก้วก็ยังยืนกรานจะไปด้วยให้ได้ เขาไม่เข้าใจทำไมนพถึงไม่พาเขาไปด้วยส่วนนพก็เริ่มหงุดหงิดที่แก้วเอาแต่ดื้อดึงจึงขึ้นเสียงใส่ “แก้ว!”
ครั้นเห็นคนรักใไหล่เล็กเริ่มสั่นนพจึงหลับตาสงบสติแล้วดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดปลอบ
“พี่ขอโทษ พี่ก็แค่เครียดเกินไปแก้วเป็เด็กดีเชื่อฟังพี่นะ พี่สัญญาพี่จะเขียนจดหมายมาหาแก้วทุกเดือน พออะไรๆเริ่มเข้าที่พี่จะมารับแก้วไปอยู่ด้วย”ถึงใจจะค้านแต่สุดท้ายแก้วก็รู้สึกเหมือนกับถูกบีบบังคับให้ตกลงเขาพยักหน้าขึ้นลงทั้งที่น้ำตามันไหลออกมา ส่วนนพก็เอาแต่พูดว่าเด็กดีไม่ได้สนใจความรู้สึกเขาเลยสักนิด
ทัศน์นอนหนุนแขนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนพายุฝนผ่านไปแล้ว เหลือเพียงสายลมเย็นและเสียงแมลงร้องเรไร
บ้านไม้ไม่ได้ถูกสร้างมาให้เก็บเสียงได้ดีนักเขาไม่ได้ตังใจจะแอบฟังแต่ก็ได้ยินที่สองคนในห้องคุยกันเกือบทั้งหมด
ควันบุหรี่ถูกพ่นออกจากปากทัศน์นึกย้อนไปถึงเื่เมื่อเย็น เขารู้อยู่แล้วว่านพ้าอะไรที่ไม่ยอมจากไปพร้อมมารดาก็พร้อมยังหวังว่าเขาจะแบ่งสมบัติและที่ดินให้ส่วนหนึ่ง
ถึงอย่างนั้นหลายปีที่ผ่านมานพก็ไม่เคยแสดงออกมาให้เห็นมากเท่าวันนี้ชายหนุ่มถึงขนาดออกปากขอแบ่งที่ดินกับเขา ก่อนจะยกเื่ของแก้วขึ้นมาอ้างนั่นทำให้เขาโกรธจนมีปากเสียงกันใหญ่โต
แต่เดิมคิดว่านพจะมีความจริงใจให้กับแก้วบ้างถึงขนาดเทียวจีบอยู่เป็ปีใครจะคิดว่านพจะตัดเยื่อตัดใยอีกฝ่ายได้หน้าตาเฉยราวกับที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีความรู้สึกอะไรให้แก้วเลย
เสียงประตูเปิดออกฝีเท้าที่เบาหวิวทำให้รู้ได้ว่าคนที่ก้าวขาออกมานั่นคือแก้ว
“คุณทัศน์ยังไม่นอนเหรอครับ”น้ำเสียงของคนที่ยืนอยู่หน้าประตูย่ำแย่จนเขาไม่อยากหันกลับไปมอง
“ฉันยังไม่ง่วง”
“งั้นเหรอครับ”
ทัศน์รู้สึกว่าคนด้านหลังกำลังเคลื่อนไหวเขาพึ่งจะคิดได้ว่าแก้วอาจจะอยากใช้เวลาอยู่คนเดียวจึงตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปด้านใน
“คุณทัศน์ยังไม่ง่วงไม่ใช่เหรอ”แก้วสงสัยอีกฝ่ายพึ่งบอกเขาแท้ๆ แต่ตอนนี้จะกลับเข้าห้องเสียอย่างนั้นหรือเขามาทำลายบรรยากาศของคุณทัศน์กัน
“ฉันพึ่งคิดได้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปดูต้นข้าว”
“พรุ่งนี้..”แก้วมองหน้าอีกฝ่ายพอรู้สึกตัวถึงได้หลบตา “พรุ่งนี้คุณทัศน์จะไปส่งพี่นพไหมครับ”
“นพคงไม่อยากให้ฉันไปส่งเธอคงต้องไปส่งเขาเอง”
แก้วที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาคำหนึ่งราวกับกำลังประชด
“พี่นพไม่ให้แก้วส่งที่สถานีดีเหมือนกันครับไม่เหนื่อยด้วยพรุ่งนี้แดดคงร้อนน่าดู”น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าประชดทำให้ทัศน์หลุบตามองคนตัวเล็กเพียงอก
เขาไม่รู้จะเอ่ยคำพูดใดจึงกล่าวได้เพียง
“คืนนี้อากาศเย็นอย่านอนดึกล่ะ”
แก้วมองแผ่นหลังที่เดินจากไปเสียงประตูไม้ปิดลงพร้อมกับเสียงลงดาลคนตัวขาวถอนหายใจออกมายาวเหยียดคล้ายกับ้าให้ความหนักอึ้งที่อยู่ในใจถูกระบายออกมาพร้อมกัน
[1] ข่างนาคือการเปิดทางน้ำออกจากนา