เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองก็มาทำงานตามปกติ พอถึงมื้อเที่ยง ริวลงมาด้านล่างพร้อมกล่องห่อข้าวเห็นคิมกำลังเดินเซเพราะกำลังยกกองกล่องเอกสารสูงเท่าหัวที่พนักงานฝากให้ยกขึ้นไปให้ที่้าริวเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปช่วยยกกล่องเอกสาร
คิม: อ้าว ไอ่ริว ขอบใจว่ะ
ริว: ของเยอะขนาดนี้ใครฝากมาเนี่ย
คิม: พวกพนักงาน้าอ่ะ
ริว: ทำไมพวกนั้นไม่มาช่วยกันยกขึ้นไปล่ะแย่จริงๆ
คิม: ไม่เป็ไรหน่า ชั่งเขาเถอะมีอะไรที่กูช่วยได้ก็ช่วยๆไป
ทั้งสองเดินยกกล่องเอกสารขึ้นไป้า
เมื่อมาถึงริวก็ชวนคิมเข้าไปเล่นเกมส์ในห้องทำงาน
ริว: เออมึง กูมีเกมส์ใหม่มานำเสนอ
คิม: เกมไรว้ะ
ริวหยิบมือถือออกมาเปิดเกมออนไลน์ให้คิมดู
คิม: เห้ย! เกมส์นี้กูก็เล่นไม่คิดว่ามึงจะเล่นเหมือนกันนะเนี่ย
ริว: จิงดิ่! งั้นมึงรีบเข้าเกมส์เร็วมาเล่นเป็เพื่อนกู
คิมจึงหยิบมือถือของตนออกมาแล้วเข้าเกมส์จากนั้นทั้งสองก็เล่นเกมส์ด้วยกันอย่างเมามันส์ จนริวได้ไอเท็มพิเศษในเกมส์ทำให้ทั้งสองรู้สึกดีใจเป็อย่างมาก
คิม: เห้ย! ไอ่ริวมึงได้ไอเท็มพิเศษในเกมด้วยว่ะ ไอเท็มนี้หายากมากเลยนะเว้ย
ริว: เชี้ย! จริงด้วย
จากนั้นทั้งสองก็เต้นแร้งเต้นกาด้วยกันอย่างดีใจแต่ขณะที่ทั้งสองกำลังเต้นอยู่ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อกๆๆ (ขออนุญาตค่ะ)
ริวกับคิมจึงรีบหยุดเต้นคิมรีบโยนโทรศัพท์มือถือออกจากมืออย่างรีบร้อนเพราะพนักงานของริวที่เพิ่งเคาะประตูนั้นรีบเดินเข้าในห้องริวรีบซ่อนมือถือแล้ววิ่งไปนั่งประจำที่ด้วยท่าทางเคร่งครึม
พนักงาน: ท่านคะช่วยเซนรับรองเอกสารตรงนี้ให้ด้วยค่ะ
ริว: ได้ครับ
เมื่อเซนเสร็จ ริวก็ส่งเอกสารคืนพนักงานหลังจากพนักงานเดินออกไปจากห้อง ทั้งริวและคิมก็กลับมาเต้นแร้งเต้นกาด้วยความดีใจกันต่อ ถึงแม้ต่อหน้าพนักงานริวจะดูเคร่งขรึมแต่เมื่ออยู่กับคิม เขากลับเป็ตัวขอตัวเอง …อย่างบอกไม่ถูก
เมื่อทั้งสองลงมาก็เดินไปหาที่นั่งกินข้าวด้วยกัน ริวยกห่ออาหารให้คิมดู
ริว: นี้ กับข้าวกูห่อมาเอง
คิม: ห๊ะ น่าอย่างมึงเนี่ยนะห่อข้าวมาแล้วมึงไม่ไปกินข้าวกับป้าแล้วก็พี่มึงหรอ
ริว: ไม่เป็ไร กูบอกพวกเขาไว้แล้วกูอยากมานั่งกินข้าวเป็เพื่อนมึงอ่ะ
คิม: โห่วเพื่อนน ขอบคุณมากนะมึงงั้นไปกินข้าวกัน ป๊ะ..
ทั้งสองเดินไปนั่งหลบแดดข้างบริษัท
คิม: มึงห่ออะไรมาอ่ะ
ริว: อาหารญี่ปุ่นอ่ะ
ริวพูดพร้อมกับเปิดกล่องข้าวให้คิมดูเป็หมูทอดทงคัสซึ
คิม: น่ากินสาดดด อิจฉามึงเลยง่ะ
ริว: แล้วของมึงอ่ะ
คิมเปิดกล่องข้าวให้ริวดูเป็ข้าวกับไข่ต้มธรรมดา
ริว: กินแค่นี้มึงจะอิ่มหรอวะ
คิม: มีแค่นี้ก็กินแค่นี้แหล่ะมึงข้าวไข่ต้มอร่อยจะตาย
ริวทนไม่ไหวจึงแบ่งหมูทอดทงคัตสึไปให้คิมโดยการใช้ตะเกียบคีบหมูจากกล่องข้าวของตนไปใส่ในกล่องข้าวของคิม
ริว: เอาหมูไปกินด้วย เดี๋ยวไม่อิ่ม
คิมทำหน้าดีใจ
คิม: หื้อ แต้งกิ้วมึง
คิมตอบพร้อมกับเคี้ยวอาหารไปด้วย
จู่ๆ คิมก็สังเกตเห็นที่ใบหูของริวว่ามีรอยเจาะ
คิม: ริวมึงเจาะหูั้แ่เมื่อไหร่ว้ะ
ริว: อ๋อ ั้แ่ตอนอยู่ที่อังกฤษอ่ะ
คิม: ไม่คิดว่ามึงจะกล้าเจาะนะเนี่ยเห็นตอนมัธยม ตอนมึงไปส่งกูเจาะหู มึงกลัวเข็มจะตาย มองยังไม่กล้ามองเล้ย
ริว: เออ กูก็ไม่คิดเหมือนกันว่ากูจะกล้าเจาะ
คิม: แล้วคิดยังไงถึงไปเจาะอ่ะ
ริว: ก็เห็นเขาฮิตกันน่ะเลยอยากไปเจาะบ้าง
(แต่จริงๆแล้วริวเจาะหูเพราะคิดถึงคิมตอนย้ายไปเรียนมหาลัยที่อังกฤษ)
วันต่อมาทั้งสองมานั่งกินข้าวด้วยกันอีกรอบนี้ริวเอาอาหารมาเผื่อคิมด้วยเพราะรู้ว่าเพื่อนคงห่อข้าวไข่ต้มมาเหมือนเดิม
ริวแอบย่องไปข้างหลังคิมที่กำลังทำงานอยู่แล้วแกล้งจ๊ะเอ๋ให้คิมใ
ริว: แบร่!!
คิม: เห้ยย! ใหมดไอ่ริวเล่นอีกแล้วนะมึง
ริว:นี้ขนาดกูย่องมาด้านหลังมึงยังไม่รู้ตัวเลย ถ้าเป็โจรขโมย มึงเรียบร้อยไปนานล้ะ
คิม: อย่าดูถูกกูนะเว้ยถึงกูจะตัวสูงไม่เท่ามึงแต่เื่การต่อสู้กูไม่ได้กระจอกนะโว้ย
ทั้งสองหัวเราะ
ริว: ป๊ะ... ไปกินข้าวกันวันนี้กูเตรียมกับข้าวมาเผื่อมึงด้วย
คิมทำหน้าประหลาดใจคิมยังคงห่อข้าวกับไข่ต้มมาเหมือนเดิม ริวเปิดกล่องข้าวของตนให้คิมดู
ริว: นี้ ซูชิสดๆจากร้านมึงอยากกินอันไหนก็กินเลยนะ
คิม: เห้ยย ให้กูกินด้วยจริงง่ะ กูนี้ขอบคุณๆๆๆมึงมากๆเลยนะมึง
คิมยิ้มดีใจพร้อมกับคีบซูชิขึ้นมากิน
ริว: เอาเลยมึงนี้วันนี้มึงขอบคุณกูกี่รอบแล้วเนี่ย
คิม: ฮ่าๆๆๆ ก็มึงใจดีนี้หว่า
หลายวันต่อมาริวชวนคิมไปเที่ยวที่โรงงานของริวหลังเลิกงาน ซึ่งเป็โรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์พวกเขาเดินทางทั้งๆที่ยังใส่ชุดทำงานอยู่เมื่อทั้งสองไปถึงริวก็อธิบายว่าเครื่องจักรแต่ละชนิดมีกลไกรการทำงานอย่างไรซึ่งเป็เื่ที่คิมสนใจอยู่แล้ว (สมัยที่เคยได้เรียนคิมเก่งวิชาคณิตศาสตร์เป็อย่างมากรวมถึงชอบและสนใจในเื่ของเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์นั้นเอง)ทั้งสองเดินมาถึงโซนด้านหลังโรงงานซึงเป็ที่เก็บซากรถยนต์ห่างจากตัวโรงงานค่อนข้างไกล ริวก็เล่าให้คิมฟังว่า
ริว:เมื่อก่อนโรงงานมันไม่ได้ใหญ่แบบนี้นะ แต่พ่อกับแม่กูเขาขยายจนมันใหญ่โตน่าเสียดายที่พวกเขาถูกยิงตายไปก่อน ตอนนั้นกูอยู่ที่อังกฤษ เลยไม่ได้อยู่กับท่านในนาทีสุดท้ายตอนนี้ก็ยังจับตัวคนที่ทำไม่ได้เลย ถ้ากูอยู่ด้วยตอนนั้นก็ดีกูจะได้ไปพร้อมกับพ่อแม่
คิม: เห้ยมึง อย่าพูดแบบนั้นดิว้ะมึงยังมีพี่กับป้า แล้วก็พนักงานอีกพันชีวิตที่ต้องดูแลนะถ้ามึงตายแล้วใครจะอยู่ดูแลพวกเขา อีกอย่างถ้ามึงตาย กูก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้วันนี้ที่นี้หรอก....ถ้ากูเป็พ่อแม่มึงนะกูคงภูมิใจมากๆเลยแหล่ะ มีลูกเก่งขนาดเนี้ยะ
ริว: (ริวหัวเราะเบาๆ) จริงหรอว้ะ
คิม: เออดิ่
ทันใดนั้นก็มีชายฉกรรจ์สามคนโผลมาจะจับตัวริว ริวรู้ทันทีว่ามีคนปองร้ายเขา ริวรีบะโบอกให้คิมวิ่งหนีไปพร้อมกันแต่เหมือนพวกชายฉกรรจ์จะวิ่งตามแค่ริว ทั้งสองวิ่งจนมาถึงทางตันมีทางเดียวคือะโข้ามรั้ว
คิม: ไอ่ริว มึงรีบเหยียบไหล่กูแล้วปีนข้ามกำแพงไปก่อน เร็ว..!
คิมบอกให้ริวเหยียบตนเองแล้วปีนข้ามรั้วไปอีกฝั่งริวอึกอักไปชั่วขณะหนึ่งแต่คิมก็ะโบอกแกมบังคับให้ริวปีนข้ามไป ริมจึงทำตาม
ริว: แล้วมึงล่ะ มึงปีนข้ามมาได้ไหม
คิม: มึงรีบวิ่งหนีไปก่อนเลยเดี๋ยวกูตามไป
คิมบอกให้ริววิ่งไปก่อนส่วนตนจะหาที่หลบแล้วจะตามไป เพราะข้ามไปไม่ทัน ริวทำตามที่คิมบอกคิมพอเห็นพวกชายฉกรรจ์มาก็รีบวิ่งหนีไปอีกทาง หวังจะล่อพวกนั้นให้วิ่งผิดทาง
แต่ดูเหมือนพวกนั้นจะไม่สนใจคิมเลยสนก็แต่ริวเท่านั้นพวกชายฉกรรจ์ที่วิ่งไล่มาปีนข้ามรั้วตามริวไปอย่างรวดเร็วเพราะมีหลายคนคิมรีบหาทางปีนข้ามรั้ว เมื่อปีนได้ก็วิ่งตามพวกชายฉกรรจ์ไปเพื่อจะไปช่วยริวด้านริวพอวิ่งมาสักพักก็มีชายอีกสองคนมาดักด้านหน้าริวไว้ถึงจุดๆนี้ริวจึงตัดสินใจสู้กับพวกมัน ขณะนั้นคิมมาถึงพอดี
เนื่องจากทั้งสองต่างมีทักษะการต่อสู้มาพอตัวเลยสามารถสู้กับพวกชายฉกรรจ์ได้ โดยคิมได้งัดการต่อสู้แบบยูโดออกมาใช้ส่วนริวโชว์สกิลแม่ไม้มวยไทยออกมาสู้ ขณะที่สู้อยู่ หนึ่งในพวกมันชักมีดออกมา พยายามจะแทงไปที่ริวคิมเห็นพอดีจึงเอาด้านข้างของตัวเองรับมีดแทนริว เพื่อป้องกันริวไว้ทำให้คิมถูกมีดฟันที่แขนริวใช้เท้าถีบคนที่แทงคิมกระเด็นและเห็นท่าว่าจะสู้พวกมันไม่ไหวตรงด้านข้างมีป่าพอดี ริวจึงดึงมือคิมแล้วพาหนีเข้าป่าพวกเขาวิ่งเข้าไปในป่าค่อนข้างลึกและรีบเข้าไปซ่อนในป่าตรงพุ่มไม้โดยคิมนอนหงายอยู่ด้านล่าง ส่วนริวนอนคว่ำอยู่้า ทับตัวคิมไว้ทำให้หน้าของทั้งสองใกล้ชิดกันมาก ชั่วขณะนั้นคิมแอบเขินนิดหน่อย พวกชายฉกรรจ์ที่ตามมาหาริวและคิมไม่เจอ จึงถอยทัพกลับไป เมื่อริวเห็นเช่นนั้นก็พาคิมออกมาจากที่ซ้อน แต่ตอนนี้ริวกับคิมหลงป่าเขาเดินหลงมาได้สักพักก็เจอกับบ้านร้างหลังหนึ่ง จึงเข้าไปพักอาศัยเนื่องจากมือถือของทั้งสองแบตหมด จึงโทรขอความช่วยหลือไม่ได้
ริวก็ถอดเนคไทบนคอของตนมามัดปากแผลที่แขนให้คิมเพื่อห้ามเืไว้
ริว: คิม เดี๋ยวมึงรออยู่นี้ก่อนนะเดี๋ยวกูออกไปหาฟืนมาให้
ริวบอกให้คิมรออยู่ที่บ้านร้างส่วนตนจะออกไปหาฟืน เพราะฟ้าเริ่มมืดและต้องนอนในป่าจนกว่าจะเช้า เมื่อกลางคืนมาถึงทั้งสองจึงนั่งคุยกันท่ามกลางกองไฟ
คิม: ถ้ามีไก่ก็ดีนะ
ริวทำหน้าเซง แต่ไม่พูดอะไร
คิม: ทำไมพวกนั้นถึงไล่ตีมึงอ่ะมึงไปมีเื่กับใครไว้หรอ
ริว: เปล่าพวกนั้นเป็พวกที่ปองร้ายครอบครัวกูน่ะคิดว่าน่าจะเป็พวกเดียวกับคนที่ฆ่าพ่อแม่กู
คิม: เห้ย...แบบนี้มันเื่ใหญ่นะมึง กูว่ามึงแจ้งตำรวจเถอะ
ริว: กูเคยแจ้งแล้วแต่ตำรวจช่วยอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน อีกอย่างพวกตำรวจบางคนก็เป็พวกของมัน
คิม:แล้วมึงรู้ไหมว่าใครอยู่เื้ั
ริว: กูมีคนที่กูสงสัยอยู่ ชื่อวิสุเขาเป็คู่แข่งบริษัทพ่อกับแม่กู แต่เพราะไม่มีหลักฐานเลยทำอะไรมันไม่ได้ได้แค่สงสัย ลุงวิสุเป็นักธุรกิจ มีอำนาจใหญ่โต แถมมีพวกเป็ตำรวจ
คิม: เชี้ย!แบบนี้ก็ไม่มีใครช่วยมึงได้เลยอ่ะดิ่ มันอันตรายมากเลยนะไอ่ริว
ริว:กูก็พยายามระวังให้มากที่สุดนั้นแหล่ะ พวกมันคงกลัวว่ากูจะกลับไปแก้แค้นเลยหวังจะฆ่ากูด้วย ขอโทษที่ทำให้มึงเจ็บตัวไปด้วยนะเพื่อน
คิม: ไม่เป็ไรมึง กูจะอยู่ตรงนี้ข้างมึงเอง ถ้ามีใครจะมาทำร้ายมึงกูจะเตะแม่งให้กระเด็นไปเลย
ริว: ขอบใจมากว่ะมึง (ริวหัวเราะ)แล้วก็ขอบคุณมากๆที่ช่วยกูไว้
ทั้งสองหลับพักผ่อนกลางป่าเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาถึง ริวและคิมก็หาทางเดินทางออกจากป่าสำเร็จและต้องเดินกลับไปที่โรงงานซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวป่ามากนักเพื่อไปเอารถที่จอดทิ้งไว้พวกชายฉกรรจ์กลับไปกันหมดแล้ว ทำให้ทางสะดวกริวพาคิมไปส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาาแที่แขน เมื่อออกจากโรงพยาบาลทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ้าน คิมบอกให้ริวไปแจ้งความแต่ริวรู้อยู่แก่ใจว่าแจ้งความไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ริวก็ตัดสินใจไปแจ้งความไว้ซึ่งตำรวจก็ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน ริวจึงบอกให้ลูกน้องของตนออกสืบหาชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนแต่ก็ไม่พบเบาะแส
พี่รินและป้าอั๋นที่กำลังตามหาริวเห็นริวเมื่อถึงบ้านก็ดีใจเป็อย่างมากที่ริวปลอดภัยริวเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังถึงเื่ที่เจอทำให้ป้าอั๋นกับพี่รินรู้สึกขอบคุณคิมเป็อย่างมากที่ช่วยริวไว้
เช้าวันรุ่งขึ้นริวเดินทางมาทำงานตามปกติ แต่กลับพบว่าคิมไม่มาทำงานริวจึงรีบเดินทางไปที่หอพักของคิม
ริว: คิมมม ไอ่คิมม....
ริวะโเรียกคิม แต่ไม่มีเสียงตอบรับริวเริ่มไม่สบายใจ เอ๊ะ หรือว่าจะไม่อยู่ที่ห้อง ริวคิดในใจแต่ถ้าไม่อยู่หรือไปธุระก็ต้องโทรมาลางานสิ ริวจึงไปขอกุญแจห้องคิมจากเ้าของหอ
ริว: ขอกุญแจห้อง 208 หน่อยครับ ผมเป็เพื่อนของเ้าของห้องพอดีไปเรียกที่ห้องแล้วไม่มีใครตอบ ป้าพอจะเห็นเขาไหมครับ
ป้าเ้าของหอ: ป้ายังไม่เห็นเลยปกติจะเห็นเขาออกไปทำงานแต่เช้า แต่วันนี้ยังไม่เห็นเขาออกมาเลยพ่อหนุ่มลองเปิดเข้าไปดูให้หน่อยแล้วกัน ไม่สบายหรือป่าวก็ไม่รู้
ป้าพูดพร้อมยื่นกุญแจให้ริว
เมื่อริวเปิดห้องเข้าไปดูก็เห็นคิมนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
ริว: ไอ่คิม เห้ย ไออ่คิม ตื่นนตื่นสิว้ะ
ริวะโใส่หูคิมพร้อมตบหน้าคิมเบาๆเพื่อปลุกให้ตื่นแต่คิมนั้นแน่นิ่งไม่ตอบสนอง เมื่อมือริวัักับใบหน้าของคิมก็รู้ทันทีว่าคิมเป็ไข้เพราะพิษาแ
ริวจึงตัดสินใจอุ้มคิมขึ้นรถของตนแล้วขับกลับไปที่บ้านของตนทันที(เหตุผลที่ไม่พาคิมไปโรงบาลก่อนเพราะที่บ้านมีหมอส่วนตัวและดูแลดีกว่าที่โรงพยาบาลอีกทั้งริวคิดว่าถ้าอยู่โรงพยาบาลคงไม่มีเวลาไปเยี่ยม จึงพากลับไปที่บ้านตนจะได้มีเวลาเฝ้าไข้เพื่อน)
หมอที่เข้ามารักษาบอกริวว่าไม่ต้องห่วงตอนนี้คิมปลอดภัยแล้ว ที่คิมมีไข้เพราะพิษาแอักเสบตอนนี้หมอฉีดยาและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เรียบร้อย นอนพักอีกสักคืนอาการก็จะดีขึ้นทั้งริว พี่รินและป้าอั๋นได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจ
“กลับมาแล้วครับยาย”
“มาแล้วหรอหลานยาย มาๆมากินข้าวเร็ว วันนี้ยายทำขนมบัวลอยของโปรดคิมด้วยนะ”
“อร่อยมากเลยครับยาย”
คิมเดินไปนอนข้างๆยายที่กำลังนั่งเย็บผ้ายายร้องเพลงกล่อมคิมจนหลับ
เช้าวันต่อมาเมื่อคิมลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนนั้นฝันไป และไม่ได้นอนอยู่ที่บ้านแต่อยู่ในห้องนอนสุดหรูของใครก็ไม่รู้คิมใมากเพราะไม่เคยเห็นห้องที่ใหญ่และหรูขนาดนี้มาก่อนไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่ไหน และมาอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างไร ขณะที่กำลังนั่ง งงและ สับสนอยู่ ริวก็เปิดประตูห้องและเดินเข้ามาพอดี
ริว: ตื่นแล้วหรอไอ่คิม
คิม: อ้าว ไอ่ริวกูอยู่ที่ไหนว้ะเนี่ย แล้วกูมาอยู่นี้ได้ยังไง
ริว: กูนี่แหล่ะพามึงมา นี้บ้านกูเอง
คิม: แม่จ้าว...!บ้านมึงใหญ่ขนาดนี้เลยหรอว้ะเนี่ย แล้วมึงพากูมาทำไม
ริว: ก็มึงไม่มาทำงานกูเลยสงสัยว่ามึงหายไปไหน เลยไปตามที่หอมึง เรียกเท่าไหร่มึงก็ไม่ยอมตื่น ก็เลยเอามึงมารักษาที่บ้านกูเนี่ยมึงอ่ะเป็ไข้แล้วก็นอนสลบไม่รู้สึกตัวอยู่ที่หอมึงนั้นแหล่ะ นี้ถ้ากูไม่ไปตามนะป่านนี้มึงไป์แล้วมั้ง
คิม:จริงดิ่!!ทำไมกูไม่รู้สึกตัวเลยว้ะ
ริวส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ
คิม: โห่วว ขอบใจมากเลยนะมึงมึงช่วยกูอีกแล้วอ่ะ
ริว: โห่ว.. มึงเป็หนักขนาดนั้นกูก็ต้องช่วยสิว้ะ เพื่อนกูทั้งคน ความผิดกูด้วยแหล่ะมึงถึงโดนฟันจนแผลอักเสบเนี่ย
คิมยิ้มแบบเขิลๆ
คิม: มึงๆ พากูทัวร์บ้านมึงหน่อยดิ่เดี๋ยวพอดูบ้านมึงเสร็จแล้วกูกลับเลยก็ได้
ริว: ได้แต่มึงยังไม่ต้องกลับวันนี้หรอก นอนพักอยู่นี้สักคืนหนึ่งแล้วค่อยไปก็ได้
คิมยิ้มแล้วพยักหน้าหลังจากนั้นริวก็พาคิมเดินทัวร์บ้านของตัวเองคิมได้แต่ตลึงในความหรูหราและใหญ่โตมโหลานของบ้านริวในแบบที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต
เมื่อคิมเห็นโซฟาเขาก็ไม่กล้าเข้าไปนั่ง เพราะมันหรูมาก คิมจึงเลือกที่จะนั่งพื้นแทน
ริว: เห้ย มึง ลงไปนั่งบนพื้นทำไม ขึ้นมานั่งบนโซฟาดิ่
คิม: โซฟาบ้านมึงสวยมาก จนกูไม่กล้านั่งเลยว่ะ กลัวทำโซฟามึงเปื้อน
ริว: อย่าพูดแบบนั้นสิ โซฟามีไว้นั่งก็นั่งเลย ไม่งั้นกูจะซื้อมาทำไมมึงนั่งแค่นี้มันไม่เปื้อนหรอก ลุกขึ้นมานั่งเร็ว
คิมเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็ค่อยๆนั่งลงบนโซฟาอย่างประหม่า
คิม: โห้ว.. ไอ่ริวบ้านมึงหลังใหญ่มากอ่ะ นี้มึงอยู่กับใครบ้างว่ะเนี่ย
ริว: อยู่กับพี่แล้วก็ป้าอ่ะแล้วก็มีแม่บ้านกับพ่อบ้านอีกสามคน ส่วนคนสวนจะมาประมาณเดือนละสามถึงสี่ครั้ง
คิม: อ๋อ... กี่บาทว้ะ บ้านหลังนี้
ริว: สามร้อยล้าน
คิม: แม่เ้า!
คิมถึงกับอุทานออกมาเมื่อได้รู้ราคาของบาท
คิม: ต้องเก็บเงินกี่ชาติว้ะเนี่ย ถึงจะซื้อบ้านหลังนี้ได้
ริว: กูไม่ได้ซื้อหรอก พ่อแม่กูต่างหากที่ซื้อ
คิม: โห้ว... กูก็พอจะรู้นะว่ามึงรวยแต่ไม่คิดว่ามึงจะรวยระดับมหาเศรษฐีขนาดนี้
ริวหัวเราะ
ริว: โอ้ย.. ไม่ขนาดนั้นหรอกมึง
หลังจากทัวร์บ้านเสร็จริวก็พาคิมไปกินข้าวที่ห้องอาหารพร้อมกับพี่รินและป้าอั๋น
ป้าอั๋น: คิม กินเยอะๆนะลูกนี้ป้าสั่งอาหารมื้อพิเศษมาขอบคุณคิมเลยนะเนี่ย ที่ช่วยตาริวเอาไว้
คิม: ขอบคุณมากๆเลยนะครับป้าอั๋นพี่ริน
คิมได้แต่พยักหน้ายกมือไหว้ขอบคุณทั้งสอง และนั่งเกรง ทำอะไรไม่ถูกกับอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าอาหารที่เชฟนำมาเสริฟให้ก็เป็อาหารฝรั่งซึ่งคิมนั้นไม่เคยกินมาก่อนในจานมีแต่ส้อมกับมีดและช้อนหลายรูปแบบให้เลือก คิมไม่รู้จะเริ่มยังไงจึงค่อยๆหยิบมีดและส้อมขึ้นมาแต่ก็นิ่งค้างไว้ไม่ขยันแล้วก็หั่นเนื้อสเต็กแบบตะกุกตะกักริวที่นั่งข้างคิมเห็นดังนั้นก็สะกิดแขนคิมแล้วก็สอนวิธีจับมีดและช้อนส้อมที่ถูกวิธีสอนวิธีการกินสเต๊ก คิมก็ค่อยๆทำตามอย่างตั้งใจ
พี่รินและป้าอั๋นมองคิมด้วยสายตาที่เอนดูในความน่ารักและใสซื่อของคิมป้าอั๋นและพี่รินต่างพากันถามที่มาที่ไปของคิมและอยากรู้จักคิมมากขึ้น
หลังคิมข้าวเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอนริวเข้ามาที่ห้องคิมเพื่อมาเล่นกับคิมประหนึ่งเหมือนเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานมาเยี่ยมบ้าน
ริว: คิมพรุ่งนี้เป็วันหยุดมึงไปเที่ยวกับกูไหม
คิม: ไปดิ่มึง (คิมตอบแบบตื่นเต้น) กูไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้วว่าแต่มึงจะไปไหนอ่ะ
ตัดภาพไปที่ห้างสรรพสินค้าทั้งสองเดินเที่ยวห้างด้วยกัน ริวเข้าไปช็อปนาฬิการาคาแพง กล้อง มือถือและเสื้อผ้า คิมได้แค่มองมือไม่กล้าจับเพราะกลัวทำของเสียหายแล้วไม่มีปัญญาใช้แต่ก็มีบางอย่างเช่นกล้องกับนาฬิกาที่จับดูแล้วก็วางไว้ที่เดิมแว่นตาที่นำมาลองใส่แล้วทำหน้าทะเล้นใส่กระจก แล้ววางไว้ที่เดิมเล่นของในร้านต่างๆที่ริวพาไปเสื้อผ้าที่ทำได้แค่เอามาทาบกับตัวแล้วแขวนไว้ที่เดิมริวมองคิมด้วยความเอนดูแล้วหัวเราะเบาๆในความซุกซน ริวเดินเข้าไปหาคิมแล้วถามว่า
ริว: อยากได้สักตัวไหมเดี๋ยวกูซื้อให้
คิม: ขอบคุณมากมึงแต่ไม่เป็ไรของพวกนี้ไม่จำเป็เท่าไหร่ กูไม่อยากซื้อว่ะ (คิมตอบแบบเกรงใจ)
เมื่อริวซื้อของเสร็จก็พาคิมไปกินข้าวที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างแต่คิมไม่กล้าเดินเข้าไปในร้านเพราะเห็นราคาที่ค่อนข้างแพงของอาหาร(อาหารมื้อละร้อยถือว่าแพงมากสำหรับคิม)
ริว: เป็ไรมึง ทำไมไม่เข้ามา
คิม: มึง กูขอโทษนะแต่ขอเปลี่ยนไปกินร้านก๋วยเตี๋ยวด้านนอกห้างแทนได้ป่าว
ริวได้ยินเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าคิมไม่กล้าเข้าร้านเพราะอาหารแพง
ริว: ไม่เป็ไรเดี๋ยวกูเลี้ยง
ริวพูดพลางหัวเราะแล้วดึงร่างเล็กๆของคิมเข้าไปในร้านคิมไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่เดินตามริวไปนั่งที่โต๊ะ ด้วยความเกรงใจคิมจึงสั่งแค่ข้าวหน้าไก่ย่างถ้วยเล็ก ซึ่งเป็เมนูที่ถูกที่สุดในร้าน ราคา75บาท แต่ริวสั่งซาชิมิและหอยเม่นราคาแพงมาให้(ซึ่งถือว่าถูกมากสำหรับริว)
คิมกินอาหารเหมือนไม่เคยกินมาก่อนจนริวต้องมองด้วยความงุนงง
ริว: มึง ค่อยๆกินก็ได้เดี๋ยวติดคอนี้มึงไปหิวมาจากไหนเนี่ย
คิม:เกิดมากูก็เพิ่งเคยกินหอยเม่นครั้งนี้เป็ครั้งแรกในชีวิตเนี่ยแหล่ะอาหารพวกเนี่ยแพงจะตาย กูไม่มีปัญญาซื้อกินหรอก อย่างมากก็ทำได้แค่มองใบปลิวว่าแต่ที่เหลืออยู่ในถาดนั้นมึงอิ่มแล้วใช่ไหม งั้นกูขอนะ
ริว: เออๆ
ริวยื่นถาดอาหารที่เหลือให้คิมคิมรับมากินแบบหิวโหย
หลังจากกินข้าวเสร็จพนักงานร้านอาหารเดินมาเก็บบิลจากริวคิมแอบเห็นบิลแล้วก็ต้องใกับราคาค่าอาหารมื้อนี้
คิม: เชี้ย.....! มื้อเดียว สามพันสี่ร้อยเลยหรอว้ะกูอยู่ได้เป็เดือนเลยนะเนี่ย ราคานี้
ริว: หน่า นานๆที ถือซะว่าเลี้ยงขอบคุณที่มึงช่วยกูก็แล้วกัน
เมื่อออกจากร้าน ทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ้าน(คิมกลับบ้านของตนเพราะแผลและไข้หายดีแล้ว)
ตัดภาพมาที่ลุงวิสุที่กำลังดุด่าลูกน้องที่จัดการริวไม่สำเร็จ
วิสุ: พวกเวร ไปตั้งห้าคนเสือกจับคนๆเดียวไม่ได้
ชายฉกรรจ์: ขอโทษครับหัวหน้าพวกผมไม่คิดว่าจะมีคนมาช่วยมันอีกคน
วิสุ: ใคร
ชายฉกรรจ์: ไม่ทราบครับแต่ใส่ชุดยามคิดว่าคงจะเป็ยามที่เฝ้าเวนอยู่แถวนั้นครับ
วิสุ: ยามหรอ หึ..ชั่งเถอะครั้งนี้มันอาจจะรอด แต่ครั้งหน้าไม่รอดแน่ พวกมึง่นี้ก็ซ่อนตัวกันไปก่อนอย่าให้มันตามจับได้ รอเื่เงียบแล้วค่อยกลับมา
ชายฉกรรจ์: ครับนาย