วันนี้เฟิ่งอิงฮวาตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปในป่าที่ลึกกว่าเดิมอีกสักหน่อย เพราะนอกจากจะหาผักป่าหรืออาหารแล้ว นางยังตั้งใจว่าจะหาสมุนไพรเพื่อนำไปขายให้กับโรงหมอในเมืองด้วย เผื่อโชคดีได้สมุนไพรล้ำค่าขึ้นมาไม่เท่ากับว่านางจะรวยในชั่วข้ามคืนหรอกหรือ?
"โอ้ววว!! นั่นมันตังกุยนี่" เฟิ่งอิงฮวารีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆและสังเกตุลักษณะตามที่นางเคยอ่านมาก็พบว่านี่คือต้นตังกุยจริงๆ ดังนั้นหญิงสาวจึงรีบเก็บใส่ตระกร้าด้วยความระมัดระวังก่อนจะออกเดินทางต่อด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง
เดินต่อไปได้อีกไม่ไกลนางก็พบเห็ดโคนเข้า "เก็บ เก็บ เก็บ เก็บไปให้หมดเลย ฮ่าาา!!!"
เฟิ่งอิงฮวาก้มหน้าก้มตาเก็บเห็ดโคนอย่างมีความสุข วันนี้นางได้ทั้งเห็ด ผักป่า สมุนไพรและยังมีผลไม้อย่างหลีจึ (ลูกแพร์) และปอหลัว (สัปรด)อีกด้วย ถือว่าวันนี้นางมีโชคอยู่มากทีเดียวที่ไม่ต้องกลับบ้านไปมือเปล่า
เมื่อได้ของจนเกือบจะเต็มตะกร้าแล้ว ต่อไปเฟิ่งอิงฮวาจึงตั้งใจจะมุ่งเน้นหาสมุนไพรไปขายเท่านั้น นางออกเดินไปตามป่าลึกชัดเข้าไปเรื่อยๆ ยิ่งเข้าสู่เขตป่าชั้นในแล้ว ต้นไม้ก็ยิ่งสูงใหญ่และหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ แม้ในใจจะรู้สึกกลัว แต่ความ้าและมุ่งมั่นที่จะหาสมุนไพรล้ำค่านั้นดันมีมากกว่า
ดังนั้นนางจึงข่มกลั้นความกลัวแล้วก้าวเดินเข้าไปในป่าลึกอย่างหมายมั่น เฟิ่งอิงฮวาสอดส่ายสายตามองหาไปตามเส้นทางที่นางเดินไปอย่างไม่ย่อท้อ อากาศในป่าก็ยิ่งเย็นลงเรื่อยๆเพราะแสงแดดไม่สามารถส่องผ่านมายังเบื้องล่างได้เพราะมีต้นไม้และใบไม้ใหญ่คอยบดบังเอาไว้
เสียงสัตว์ป่าส่งเสียงร้องไปทั่วป่าให้นางได้ยินอยู่เป็ระยะ 'นั่นมัน…ใช่เห็ดหลินจือหรือไม่?' เฟิ่งอิงฮวารีบเดินเข้าไปยังขอนไม้ผุๆที่อยู่ฝั่งซ้ายมือไม่ไกลจากจุดที่นางยืนอยู่เท่าไรนัก
"หลินจือแดงหรือ? ดอกใหญ่ขนาดนี้คงขายได้หลายตำลึงแน่ๆ" นางไม่รู้ว่าเห็ดหลินจือดอกใหญ่ถึงหกดอกตรงหน้านางนั้นจะมีอายุกี่ปี แต่ที่นางรู้อย่างแน่ชัดและมั่นใจมากนั่นก็คือ…เห็ดนี่จะต้องขายได้ราคาดีอย่างแน่นอน!!
"ข้าจะไม่อดตายแล้ว!! ขอบคุณเ้าป่าเ้าเขาที่มอบสมุนไพรล้ำค่านี้ให้แก่ข้าเ้าค่ะ" พูดจบเฟิ่งอิงฮวาก็รีบลงมือเก็บเห็ดหลินจือทั้งหกดอกนั้นอย่างระมัดระวังและใช้ผ้าเก่าๆห่อเอาไปวางไว้ในตะกร้าอย่างทนุถนอม ใบหน้าที่ผ่ายผอมพลันยิ้มขึ้นมาอย่างมีความหวังที่จะมีชีวิตรอดในยุคโบราณที่ล้าหลังแห่งนี้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง
"วันนี้กลับบ้านก่อนดีกว่า" ด้วยความที่นางไม่ใช่คนที่โลภมากอยู่แล้ว วันนี้นางได้ของจนเกือบจะเต็มตะกร้าใบใหญ่แล้ว เช่นนั้นก็ควรจะพอก่อน หากเก็บกลับไปมากกว่านี้ก็ใช่ว่านางจะกินทัน ดันนั้นเก็บกลับไปแค่พอกินก็พอแล้วล่ะ
ขากลับนางก็ไม่ลืมแวะดูกับดักสัตว์ที่ทำสัญลักษณ์เอาไว้ด้วย และวันนี้ก็ช่างเป็วันที่นางโชคดีมากที่สุดแล้วั้แ่มาเกิดใหม่ในร่างนี้ กับดักที่นางวางเอาไว้ทั้งหมดเจ็ดอัน ดันมีไก่ป่าและกระต่ายป่ามาติดกับถึงห้าตัวใหญ่ๆเลยทีเดียว หลังจากปลดไก่และกระต่ายออกจากกับดักแล้ว นางก็จัดการวางกับดักเอาไว้เหมือนเดิมแล้วค่อยมาตรวจดูในวันพรุ่งนี้เช้าอีกที
เมื่อเดินมาถึงตีนเขาก็บังเอิญเห็นกลุ่มหญิงสาวในหมู่บ้านสองสามคนที่กำลังจะเดินกลับบ้านเช่นกัน ทั้งสามคนนั้นเอ่ยทักทายพูดคุยกับเฟิ่งอิงฮวาด้วยรอยยิ้มเป็มิตรทันที ก่อนที่หญิงสาวที่ดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าอีกสองคนจะพูดขึ้น "เ้าเองก็กำลังจะกลับบ้านเช่นกันหรือ?"
"ใช่แล้วเ้าค่ะ วันนี้ข้าโชคดีมีกระต่ายกับไก่ป่ามาติดกับดักหลายตัวเลยด้วย" เฟิ่งอิงฮวาพูดพร้อมกับชูมือข้างที่ถือสัตว์ป่าขึ้นมาให้พวกนางทั้งสามคนได้ดู ถึงแม้ไม่อยากพูดแต่ทั้งสามคนก็ย่อมมองเห็นอยู่ดีนี่นา
"ดีใจกับเ้าด้วย เ้าช่างโชคดียิ่งนัก"
"เ้าโชคดีแล้วล่ะ อีกอย่างเ้าเก่งมากด้วย ขนาดท่านพ่อและพี่ชายของข้ายังจับไก่ป่าหรือกระต่ายป่าไม่ได้เลย นานๆครั้งถึงจะจับกลับมาได้สักตัว แต่ก็นานมากเลยล่ะที่จะมีโอกาสได้กินนะ"
"่นี้อาหารเริ่มจะหายากแล้ว เ้าโชคดีได้ของป่ามามากเช่นนี้ก็สามารถเก็บเอาไว้กินได้อีกหลายวันเลย เช่นนั้นเ้าก็รีบกลับบ้านไปจัดการพวกมันเถอะ"
หญิงสาวทั้งสามคนพูดกับนางด้วยความยิ้มแย้ม ในสายตาของคนทั้งสามหาได้มีความอิจฉาริษยาเลยแม้แต่น้อย เฟิ่งอิงฮวายิ้มกว้างให้กับทั้งสามคนก่อนจะก้มมองไก่และกระต่ายตัวอวบอ้วนในมือแล้วมองไปยังหญิงสาวทั้งสามคนก่อนจะพูดขึ้นอย่างสบายๆ
"มากขนาดนี้ข้าคงกินไม่ทันหรอก เช่นนั้นข้าแบ่งให้พวกเ้าคนล่ะตัวก็แล้วกัน ที่เหลือข้าจะเก็บเอาไว้กินเอง" พูดจบเฟิ่งอิงฮวาก็ส่งกระต่ายป่าสามตัวให้กับหญิงสาวทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มจริงใจ
หวงเจียลี่ หวงเหมยและหวงอันพากันเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงที่เห็นเฟิ่งอิงฮวายื่นกระต่ายป่าตัวอ้วนมาตรงหน้าของพวกนางทั้งสามคน ทั้งสามคนหันไปมองหน้ากันไปมาด้วยความกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที
"จ่ะ..จะดีหรือ? เ้าเก็บเอาไว้กินเองเถอะ จะเอามาให้พวกข้าทำไมกัน?" หวงเจียลี่พูดขึ้นอย่างคนใยังไม่หาย
"นั่นนะสิ เ้าเก็บเอาไว้กินเถอะ ไม่ต้องแบ่งให้พวกเราหรอก พวกข้าไม่ได้ไปช่วยเ้าหามาสักหน่อยนี่ ข้าไม่อยากเอาเปรียบเ้าหรอกนะ" หวงเหมยเองก็พูดขึ้นมาตามที่นางคิดเช่นกัน นางไม่ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลืออีกฝ่าย แล้วจะให้รับกระต่ายป่านี่มาได้อย่างไร? หากท่านพ่อท่านแม่รู้เข้า มีหวังนางได้ขาลายเพราะไม่เรียวของท่านแม่อีกเป็แน่
"ขอบใจสำหรับน้ำใจของเ้า แต่พวกเรารับไว้ไม่ได้หรอก นี่มันเป็การเอาเปรียบเ้าเกินไป" หวงอันพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตรมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
"ข้าไม่ได้คิดว่าพวกเ้าเอาเปรียบข้าสักหน่อยนี่ กระต่ายนี่ข้าเต็มใจมอบให้ พวกเ้ารับไปเถิด อย่างไรก็คนในหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น" เฟิ่งอิงฮวาพูดจบก็ยัดกระต่ายป่าทั้งสามตัวใส่ตระกร้าสะพายหลังของพวกนางทีล่ะคนไปอย่างรวดเร็วทันที
"เฮ้ออ!!! เช่นนั้นพวกข้าก็ขอขอบคุณเ้ามากนะ ข้าชื่อหวงเจียลี่ ปีนี้อายุสิบหกปี ส่วนนี่หวงเหมยอายุสิบห้าและหวงอันอายุสิบหกปีเท่ากันกับข้า ต่อไปนี้พวกเราก็มาเป็สหายกันเถอะ หากมีเื่อะไรให้พวกเราช่วยเหลือ เ้าก็มาหาพวกข้าที่บ้านได้เลย หากไม่รู้จักบ้านของพวกข้าเ้าก็ถามเอากับพวกชาวบ้านก็ได้" หวงเจียลี่พูดขึ้นด้วยความจริงใจ ในสายตาที่มองมาที่เฟิ่งอิงฮวาก็เต็มไปด้วยความขอบคุณและซาบซึ้ง
"ได้เ้าค่ะ ต่อไปพวกเราเป็สหายกัน ข้าชื่อเฟิ่งอิงฮวาเ้าค่ะ ข้าอายุน้อยกว่าพวกท่าน ปีนี้ข้าอายุสิบสี่ปี เช่นนั้นข้าเรียกพวกท่านวว่าพี่สาวได้หรือไม่เ้าค่ะ?"
"ได้เลยๆ เช่นนั้นก็ถือว่าเ้าเป็น้องเล็กของพวกเราแล้วนะ ข้าจะเรียกเ้าว่าเสี่ยวฮวาก็แล้วกัน" หวงเหมยพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีทันที
"เ้าค่ะ วันนี้พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ" เฟิ่งอิงฮวาก็พยักหน้าตอบรับด้วยความยินดีเช่นกัน ต่อไปนางก็จะมีเพื่อนๆเช่นเดียวกับคนอื่นแล้วนะ
จากนั้นทั้งสี่คนก็เดินพูดคุยกันมาอย่างถูกคอและสนุกสนาน จนมาถึงบ้านของเฟิ่งอิงฮวาที่อยู่ใกลู้เาที่สุด นางจึงบอกลาสหายใหม่ทั้งสามคนด้วยความยิ้มแย้มแล้วแยกตัวกลับเข้าไปในบ้าน ส่วนหวงเหมย หวงเจียลี่และหวงอันก็พากันเดินกลับบ้านของตนเองต่อไปเช่นกัน
เฟิ่งอิงฮวาวางตะกร้าใบใหญ่เอาไว้ในครัว ก่อนจะหยิบไก่ป่าขึ้นมาหนึ่งตัวแล้วเดินออกจากบ้านไปด้วยความรวดเร็วทันที ไก่ป่าตัวนี้นางตั้งใจจะนำไปมอบให้กับท่านป้าหู่ซื่อเพื่อตอบแทนน้ำใจที่อีกฝ่ายให้นางยืมเครื่องมือทำสวนคราวก่อน
ที่นางมอบกระต่ายป่าให้กับสหายไปนั้น นอกจากเพื่อผูกมิตรแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือนางไม่เคยกินเนื้อกระต่ายมาก่อนนั่นเอง ดังนั้นนางจึงตัดสินใจมอบมันให้กับสหายใหม่ทั้งสามคนน่าจะเป็การดีกว่านั่นเอง
"ท่านป้าหู่ซื่ออยู่บ้านหรือไม่เ้าค่ะ!!" เฟิ่งอิงฮวาะโเรียกหาเ้าของบ้านเสียงดังและยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเงียบๆ
"อยู่ๆ กำลังไปแล้วรอประเดี๋ยว!!" เสียงตอบกลับออกมาจากในบ้านพร้อมกับร่างของนางหู่ซื่อที่เดินออกมาดูว่าใครมาเรียกหาตน
"อ้าว เสี่ยวฮวาเองหรือ? วันนี้เ้ามีเื่อะไรหรือไม่?" นางหู่ซื่อเอ่ยปากถามพร้อมกับส่งยิ้มมาให้อีกฝ่าย
"คือวันนี้ข้าโชคดีมีไก่ป่ามาติดกับดักของข้าหลายตัว เลยนำมาให้ท่านป้าด้วยตัวหนึ่งเ้าค่ะ" เฟิ่งอิงฮวาพูดขึ้นพร้อมกับยื่นไก่ป่าไปให้หญิงวัยกลางคนด้วยความจริงใจ อีกทั้งนางยังรีบพูดขึ้นอย่างใสซื่ออีกครั้งก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยปากปฏิเสธตนออกมา "อย่าปฏิเสธน้ำใจของข้าเลยนะเ้าค่ะ ไก่ป่านี่ข้าตั้งใจนำมาให้ท่านป่าทำอาหารอร่อยๆจริงๆนะ หากวันนี้ท่านป้าไม่รับไว้ ครั้งหน้าข้าจะกล้าแบกหน้ามอมแมมๆเช่นนี้มาขอความช่วยเหลือจากท่านอีกได้อย่างไร"
นางหู่ซื่อที่กำลังจะอ้าปากปฏิเสธออกไปถึงกลับต้องหุบปากฉับทันทีที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย อีกฝ่ายพูดมาเช่นนี้แล้วจะให้นางปฏิเสธออกไปเช่นไรเล่า "เช่นนั้นก็ขอบคุณน้ำใจเ้าแล้ว หากมีเื่ให้ช่วยเหลือเ้าต้องรีบมาหาป้าเป็คนแรกเลยนะ คราวหน้าไม่ต้องนำมาให้ป้าแล้ว เสี่ยวฮวาเก็บไว้กินเองที่บ้านเถอะ"
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะเ้าค่ะ" เฟิ่งอิงฮวายิ้มรับคำก่อนจะเอ่ยลาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มสดใส
"เดี๋ยวก่อนๆ เ้ายืนรออยู่ตรงนี้สักครู่" พูดจบนางหู่ซื่อก็รีบเดินกลับเข้าไปในบ้านก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับไข่เป็ดอีกหกเจ็ดฟอง "ไข่เป็ดนี่แม้จะไม่มีราคาแต่ที่บ้านป้าก็มีไม่ขาดเลย เ้านำกลับไปกินที่บ้านด้วยนะ"
"ขอบคุณเ้าค่ะ"