“นนท์ แล้วน้องเปียโนล่ะ ยกอาหารมาแบบนี้แล้วน้องจะทานอะไร”ไม่ว่ายังไงละอองดาวก็ยังมีความเป็ห่วงน้องสาวของตนเองอย่างเต็มเปี่ยมก็คนมันผูกพัน เพราะได้ดูแลปุณสิริมาั้แ่ตัวเล็กๆ
“ถ้าไม่มีปัญญาลุกมาทานเองก็ปล่อยไปเถอะขิม น้องสาวของขิมไม่ใช่เด็ก 2-3ขวบนะ น้องเปียโนอารมณ์ร้อนอารมณ์ร้ายแบบนี้นนท์ว่าน้องเขาไม่เหมาะกับการเป็หมอหรอกถึงเป็ได้ก็เป็หมอไม่ดี ไม่มีคุณภาพ” ณนนท์กล่าวตามความคิดของเขา
“หยุดนะ ห้ามพูดแบบนี้เด็ดขาด ถ้าน้องเปียโนเข้ามาได้ยินจะเสียใจรู้หรือเปล่า”ละอองดาวตาขวาง รีบออกโรงปกป้องน้องสาวทันที
“เออ...เออนนท์ขอโทษ นนท์จะไม่พูดอีกแล้ว ขิมยกโทษให้นนท์ได้มั้ย” ว่าที่คุณหมอใจเสีย รีบชูนิ้วก้อยเกี่ยวก้อยสัญญา
“อืม ถ้านนท์สัญญาว่าจะไม่พูดอีกก็ดีแล้วเดี๋ยวขิมยกผัดไทยไปให้น้องเปียโนอีกรอบดีกว่า นนท์ก็ทานของนนท์ไปนะ” นิ้วก้อยของคุณหมอชูค้างคากลางอากาศนอกจากสาวเ้าจะไม่สนใจแล้วยังเดินถือจานผัดไทยไปในทิศทางเดิมที่เพิ่งจากมา
“เฮ้อ...ถ้าพี่ๆของนนท์ เป็ห่วงนนท์เหมือนที่ขิมเป็ห่วงน้องก็คงจะดีสินะ”ณนนท์ถอดถอนใจ มือก็จ้วงตักผัดไทยเส้นนุ่มตึงเข้าปากทีละคำ
เมื่อละอองดาวย้อนกลับมาศาลาหลังบ้านน้องสาวของเธอก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว กลายเป็ว่าต้องถืออาหารไปเคาะเรียกถึงหน้าห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“น้องเปียโนอยู่ข้างในหรือเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อยพี่เอาผัดไทยของโปรดมาให้นะ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“...” ไร้เสียงโต้ตอบกลับมา
“มีอะไรหรือเปล่าน้องขิมลูก” เสียงดังทำให้คุณหญิงปัทมาที่งีบกลางวันอยู่ตื่นขึ้นมาดู
“เออ...เออน้องเปียโนโกรธขิมแล้วไม่ยอมทานข้าวค่ะคุณแม่” ละอองดาวบอกตามความจริง
“มาจ้ะ เราลงไปข้างล่างกันดีกว่านะลูกนะ” คุณหญิงเข้าไปโอบลูกสาวหน้าเศร้าของตนเอาไว้
“แล้วน้องล่ะคะคุณแม่” ใบหน้าเด็กสาวมีแต่ความกังวลมันเพิ่มขึ้นไม่ลดลงเลย ละอองดาวคิดว่าครั้งนี้เป็เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดแล้วเท่านี้เคยเกิดขึ้น
“ปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวสักพักเถอะลูกเดี๋ยวพอน้องใจเย็นน้องก็คงลงมาทานข้าวเอง แต่ถ้าน้องกำลังโกรธอย่างที่บอกแม่จริงๆน้องขิมเรียกเท่าไหร่น้องก็ไม่ตอบหรอกจริงมั้ย” นิสัยของลูกๆต่างกันสุดขั้วนางเลี้ยงเองมากับมือทำไมจะไม่รู้
ตอนบ่ายของวันนั้นณนนท์เล่าเหตุการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรน้องสาวไม่น่าโกรธพี่สาวจนเป็เื่ใหญ่โตให้คุณหญิงปัทมาฟังทั้งหมดก่อนเขาจะขอตัวกลับบ้านก่อนเวลาเพราะไม่มีลูกศิษย์ให้ติว
“ขิมไม่โกรธนนท์ใช่ไหมครับ” เื่ที่เขาเองก็ปากไม่ดีไปว่าน้องสาวเธอเสียๆหายๆ
“ไม่โกรธ แต่นนท์สัญญากับขิมแล้วนะว่าจะไม่ว่าอะไรน้องเปียโนอีก” บิดามารดารวมถึงเธอไม่เคยมีใครกล้าดุน้องแบบนี้มาก่อนละอองดาวห่วงความรู้สึกของน้องสาวเหลือเกิน
“สัญญาแล้วครับ เออ...จริงสิ ตอนเย็นขิมยังอยากจะไปดูรายการอาหารที่เขามาถ่ายทำที่สวนสาธารณะอยู่มั้ย”เคยได้ยินหญิงสาวคุยกับป้าแช่มสาวน้อยสาวเเก่ตกลงปลงใจกันว่าจะชวนกันไปดูแต่เมื่อถึงวันจริงป้าแช่มดันติดธุระขึ้นมานี่...ละอองดาวยังตัดสินใจเหมือนเดิมอยู่ไหม
“ขิมก็ยังไม่รู้เลย” เอาจริงๆเธอไม่อยากจะออกไปไหนแล้วไปเที่ยวไปชมเขาทำอาหารก็ไม่มีความสุขหรอก หากน้องสาวยังโกรธกันอยู่แบบนี้
“อ่อ ไม่เป็ไร เดี๋ยวนนท์จะแสตนบายรอนะถ้าขิมไปนนท์จะไปเป็เพื่อนเองแต่ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็ไรครับ” ณนนท์ส่งยิ้มอบอุ่นก่อนเดินกลับไปยังบ้านเช่าหลังใหญ่ของตนเอง
“น้องขิมลูก วันนี้ไม่ต้องทำอาหารเผื่อทุกคนนะ คืออย่างนี้จ้ะคุณพ่อโทรมาบอกว่าวันนี้จะกลับบ้านดึก”
“กลับบ้านดึกอีกแล้วเหรอคะ หลายวันมานี้คุณพ่อกลับบ้านดึกๆทุกคืนเลยค่ะน้องขิมเป็ห่วงจัง” ใบหน้าของท่านก็เครียดๆ ไม่สู้ดีเลยด้วย
“ถ้าเป็ห่วงคุณพ่อก็ลองไปนวด ไปคุยเป็เพื่อนท่านดูสิลูกคุณพ่อชอบให้น้องขิมนวดให้จะตาย คุณแม่จำได้นะ” สาวใหญ่ลูบศีรษะอย่างแสนรัก
“จริงด้วยค่ะ คืนนี้ถ้าคุณพ่อกลับมาน้องขิมจะนวดให้คุณพ่อเองรับรองคุณพ่อหายเครียดแน่ๆ” ใบหน้าของละอองดาวแต่งแต้มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ
“เก่งจริงๆ ลูกสาวตัวน้อยของแม่คนนี้” สองแม่ลูกกอดกันแน่น
“แล้วคุณแม่กับน้องเปียโนล่ะคะจะออกไปทานข้าวข้างนอกกันเหรอ” ละอองดาวคิดว่าเป็เช่นนั้น แล้วก็ถูกต้องเมื่อมารดาพยักรับหน้า
“น้องขิมโกรธแม่ไหมคะ ที่พาน้องขิมไปด้วยไม่ได้”
“ไม่โกรธค่ะ ไม่โกรธเลย ถ้าน้องขิมไปด้วยน้องเปียโนคงไม่ยอมไปคุณแม่พาน้องไปทานข้าวเถอะค่ะ ถ้าเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นน่าจะดีสั่งแซลมอนเยอะๆนะคะ ของโปรดน้องเปียโนเลย” แค่รู้ว่าน้องได้ทานของโปรดก็สุขใจแล้วเธอไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไร ดีใจด้วยซ้ำ
“น้องขิมของแม่เป็พี่สาวที่เก่งมากเลยลูก แม่รักหนูนะคะ” หลายครั้งที่ต้องเอาใจลูกสาวคนเล็กแล้วละเลยบุตรคนโตแต่ทุกๆครั้งละอองดาวก็คือละอองดาวคนเดิม เด็กน้อยเป็ลูกสาวที่แสนดีน่ารักและเข้าใจนางเเละสามีเสมอมา
“น้องขิมก็รักคุณเม่ค่ะ รักคุณพ่อแล้วก็รักน้องเปียโนด้วย” ก็ทุกคนคือครอบครัวของเธอนี่น่า
“คุณแม่ขา ถ้าอย่างนั้นน้องขิมขออนุญาตไปดูเขามาถ่ายรายการอาหารที่สวนสาธารณะหน้าหมู่บ้านได้มั้ยคะ”ไหนๆก็ไหนๆ เธอจะได้ไม่ต้องอยู่บ้านคนเดียว
“เขาถ่ายเลิกค่ำๆไม่ใช่เหรอลูก ไปคนเดียวแม่เป็ห่วงแย่เลยป้าแช่มก็ไม่อยู่ด้วย” กลายเป็ว่าทั้งบ้านไม่มีใครว่างสักคน
“นนท์ค่ะ นนท์บอกน้องขิมว่าจะไปเป็เพื่อน”
“ถ้าไปกับณนนท์ก็แล้วไป ตกลงค่ะคุณแม่อนุญาตแต่ต้องกลับถึงบ้านก่อน 1ทุ่มเข้าใจมั้ย” ละอองดาวพยักหน้างึกงึกให้อ้อมกอดแสนอบอุ่นของมารดา
"ขิม รอนนท์ตรงนี้เเปบนึงนะนนท์มีอะไรจะให้ด้วย รอเเค่นาทีเดียวครับ" คนพูดวิ่งเร็วจี๋เข้าบ้านตัวเอง
เวลาใกล้ๆ 1 ทุ่มหลังจากที่เขาเเละเธอกลับจากสวนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน เร็งไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ ว่าที่คุณหมอก็วิ่งยืนหอบเเฮ่ก แฮ่ก มาอยู่เบื้องหน้าเด็กสาวในดวงใจ
"นี่ครับ นนท์ให้"
"หือ ให้ขิมทำไมเหรอนนท์" ละอองดาวไม่ยอมรับกล่องของขวัญเ้าหล่อนยังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำของขวัญก็มาอยู่ในมือเธอแล้ว เรียกให้ถูกคือเธอถูกเพื่อนบ้านยัดมันใส่มือต่างหาก
"ของขวัญวันเกิดนะ"
"วันเกิดเหรอ เเต่วันนี้ไม่ใช่วันเกิดขิมสักหน่อย" เด็กสาวคิดไปถึงสมาชิกในบ้านตนเองก็ยังไม่ตรงกับวันเกิดใครทั้งนั้น
"วันเกิดนนท์เองสุขสันต์วันเกิดตัวเองเเละขอให้นนท์กับขิมมีความสุขมากๆไง" เขายิ้มตายี้ มองเธออย่างเอียงอายณนนท์ไม่เคยทำเื่โรเเมนติกเเบบนี้มาก่อน มันก็จะขัดๆ แปลกๆ อย่างที่เห็น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นนท์นี่เเปลกจัง วันเกิดตัวเองเเท้ๆเเต่เอาของขวัญมาให้คนอื่นเเล้วยังอวยพรให้คนอื่นมีความสุขด้วย ขิมต่างหากต้องอวยพรให้นนท์ขอให้นนท์มีความสุขนะ อยากได้อะไรขอให้สมประสงค์ทุกประการนะจ๊ะ" นี่ถือว่าเป็คำอวยพรเเรกที่ณนนท์ได้รับตลอด3 ปีที่ผ่านมา ตั้งเเต่พ่อของเขาจากไป ณนนท์ก็ไม่เคยได้รับเค้กของขวัญ หรือคำอวยพรเเบบนี้จากใครอีกเลย ไม่ว่าจะเป็มารดา พี่สาว หรือพี่ชาย
พวกเขาเ่าั้ไม่เคยจดจำวันเกิดเขาได้
"ขอบคุณนะครับ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่นนท์อยากได้เเต่ไม่รู้ว่าจะสมหวังหรือเปล่า"เเสงไฟหน้ารถไกลๆ ละอองดาวจึงได้เห็นสายตาวิบวับของณนนท์ เห็นเขากลืนน้ำลายลงคอส่วนฝ่ายเด็กหนุ่ม เขาเห็นรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจ ที่นางฟ้ามอบมาให้อย่างชัดเจน
"นนท์เก่ง ต้องสมหวังอยู่เเล้วล่ะ ว่าเเต่มันคืออะไรเหรอ อื้ออออออ"ริมฝีปากน้อยถูกบดกลืน ฉกจูบดูดดื่มไม่กี่วินาที ว่าที่คุณหมอก็ถอนจูบเเรกแห่งวัยหวานอย่างอ้อยอิ่ง
ผลั้ว ร่างของณนนท์เซถอยหลังตามเเรงผลักของคนที่เขาเพิ่งขโมยจูบเมื่อสักครู่หนุ่มน้อยได้เเต่ยืนนิ่งมองนางฟ้าตัวน้อยวิ่งเข้าไปในบ้านสายตาละห้อย แต่เขาย้อนเวลากลับไปเเก้ไขความเผลอไผลของวัยคะนองไม่ได้อีกเเล้ว
"ขิมจ๋าอย่าโกรธนนท์เลยนะครับคนดี"
ปัง!
ประตูห้องนอนถูกปิดดังสนั่นรุนแรงแต่มันดังน้อยกว่าหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบดิ้นออกมาภายนอก
ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก
“คนบ้า มาจูบขิมทำไม ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ”
ละอองดาวมีแต่ความรู้สึกผิดต่อบุพการี เธอเสียจูบแรกให้เด็กหนุ่มบ้านตรงข้ามทั้งๆที่เราสองคนไม่ได้เป็อะไรกันด้วยซ้ำ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เด็กสาวที่ยืนสั่นรีบเช็คริมฝีปากเจ้อของตนเองยิ่งเช็ดมันยิ่งเจ้อ พอง ขึ้นอีกหลายเท่า ลิปปาล์มลามเลียติดทั่วคาง ทั่วแก้มไปหมดสาวน้อยใสะดุ้งเมื่อมีเสียงเคาะห้องเกิดขึ้น
ใคร ไม่มีใครอยู่บ้านนี่
แกร่ก แกร่ก กำลังสาละวนหาอาวุธป้องกันตัวไม่เจอประตูก็ดันถูกไขออกเสียก่อน
“คุณพ่อ คุณแม่” ละอองดาวร้องอย่างใก่อนเป่าปากออกอย่างโล่งอกแต่โล่งอกได้ไม่นานความรู้สึกใก็บังเกิดขึ้นมาอีกครั้ง
“ฮึก ฮึก ฮือ ฮือ ฮือ” พี่สาวพร้อมจะก้าวไปหาน้องสาวที่สะอื้นอยู่ในอกของมารดาด้วยความเป็ห่วง
“น้องขิม ตามพ่อไปที่ห้องทำงาน” ท่านปราณกล่าวเสียงเข้ม
“คุณพี่คะ ค่อยๆพูดค่อยๆจากับลูกนะคะ อย่าใช้อารมณ์” คุณหญิงปัทมารั้งมือสามีไว้เล็กน้อยก่อนที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะเดินหน้าเคร่งเครียดเข้าไปในห้องหนังสือ
“นี่มันเื่อะไรคะคุณแม่” ละอองดาวงงไปหมดแล้ว
“ตามคุณพ่อเข้าไปเถอะลูก เล่าทุกอย่างไปตามความจริงแล้วทุกอย่างจะดีเองน้องขิมเชื่อแม่นะคะ”
“ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ” เพียงเท่านั้นปุณสิริยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเก่าพี่สาวเผลอไปสบตาของน้องสาวเข้า...มันแดงกล่ำละอองดาวคงมองไม่ออกว่ามันเป็สายตาของความอาฆาตพยาบาทชนิดรุนเเรง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาติค่ะ คุณพ่อขาทำไมน้องเปียโนถึงร้องไห้แบบนั้นล่ะคะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นหรือเปล่า” เมื่อเติบโตขึ้นมาละอองดาวไม่เคยเห็นน้องสาวคนเก่งร้องไห้แบบนี้เลย จำได้ว่านานมาแล้ว ่ปุณสิริอายุ6-7 ขวบ แต่ตอนนั้นเป็การร้องไห้เเบบหลอกๆ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ซื้อตุ๊กตาให้หรืออยากได้ตุ๊กตาของเธอ
“น้องขิมถามพ่อเพราะว่าไม่รู้จริงๆเหรอลูก หรือถามเพราะพยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง”นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้หลักจิตวิทยาจำผิดผู้ต้องหา ณ ที่นี้คือบุตรสาวคนโตของท่านเอง
“น้องขิมไม่เข้าใจค่ะคุณพ่อ พยายามกลบเกลื่อนอะไรคะ” คิ้วน้อยหย่นเป็ปม
“ทุกคนเห็นหมดแล้วเมื่อสักครู่นี้ น้องขิมยืนจูบกับณนนท์หน้าบ้านน้องขิมไม่รู้เหรอ ว่าน้องเปียโนชื่นชอบเด็กผู้ชายคนนั้น” น้ำตาละอองดาวไหลซึมอัตโนมัติอย่างสุดจะกลั้นสีหน้าผิดหวังของบิดาทำให้ดวงใจดวงน้อยปวดร้าวรุนแรงเหลือเกิน
“มะ ไม่ใช่นะคะคุณพ่อ ฮึก ฮึก”
“น้องขิมกำลังจะบอกพ่อว่าหนูไม่รู้ใช่มั้ยลูก”
“น้องขิมไม่รู้มาก่อนจริงๆค่ะ แล้วอีกอย่างน้องขิมไม่ได้จูบนนท์ด้วย”ฮึก ฮึก มือขาวเนียนยกขึ้นปาดน้ำตาเป็พัลวัน บิดากำลังเข้าใจเธอผิด
ผิดทั้งหมด
“ละอองดาว" เสียงท่านดังกัมปนาท
"อย่าคิดจะมาโกหกพ่อเด็ดขาด พ่อเห็นกับตาตัวเองไม่ได้ฟังความมาจากใครคนใดคนหนึ่ง" หลักฐานชี้ชัดขนาดนี้แล้วยังกล้าเป็ผู้ร้ายปากแข็งอีก
“น้องขิมไม่ได้โกหกจริงนะคะคุณพ่อ มันไม่ได้เป็อย่างที่ทุกคนเห็นพวกเรากลับจากไปดูเขาถ่ายรายการอาหารพร้อมกัน พอถึงบ้าน นนท์ก็บอกให้น้องขิมรอเขาหน้าบ้านแล้วไม่นานนนท์ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกล่องของขวัญ วันนี้วันเกิดนนท์ค่ะน้องขิมไม่รู้มาก่อน นนท์เอาของขวัญมาให้น้องขิม แล้วน้องขิมก็แค่อวยพรวันเกิดเขากลับไปแล้วอยู่ดีๆหลังจากนั้น เออ...นนท์เขา นนท์...เออ”
“นนท์ก็เป็ฝ่ายรังแกน้องขิมใช่ไหมลูก” เเววตาเศร้าน่าสงสารของลูกผนึกกับคำเตือนของคู่ชีวิตเมื่อสักครู่เเล่นเข้ามาในหัว ท่านปราณยอมรับว่าตอนแรกท่านรู้สึกโกรธมากคำบอกกล่าวของบุตรสาวตรงกับคำพูดของภรรยาทั้งหมดน้องหญิงปัทมาแจ้งให้เขาทราบแล้วว่าเย็นนี้เด็กทั้งสองคนจะออกไปดูการถ่ายทำรายการอาหารด้วยกันและจะกลับให้ถึงบ้านก่อน1 ทุ่ม...ละอองดาวขออนุญาตเเละปฎิบัติตามคำสั่งของผู้ใหญ่เป็อย่างดี
“คุณพ่อขา คุณพ่อโกรธน้องขิมมากมั้ยคะ น้องขิมขอโทษต่อไปจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังอีกแล้วค่ะ ฮือ ฮือ” ละอองดาวไม่อยากให้บิดามารดาโกรธเกลียดเธอไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเข้าใจหรอกว่าชีวิตเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่ถูกเก็บมาเลี้ยงดูเป็อย่างไรแม้หัวไม่ดี เรียนหนังสือไม่เก่งแต่เด็กสาวก็พยายามอย่างเต็มที่เธอตื่นเช้าไปโรงเรียนทุกวัน ทำการบ้านส่งไม่เคยขาด รายงานทุกเล่มละอองดาวพิถีพิถันทำอย่างดีเพื่อให้คะแนนผ่านเกณฑ์เลื่อนระดับขั้น
หากเธอรู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่ น้องสาวชอบทานอะไร เด็กสาวจะตั้งใจเรียนรู้ฝึกฝนทำเมนูจานนั้นให้อร่อย
เธอฝึกนวดจากยูทูปเพื่อนวดให้บิดาผ่อนคลายจากการทำงานหนักเเละทุ่มเทดูเเลประชาชนพ่อคือฮีโร่ที่เธอเเสนจะภูมิใจ
เเต่เธอสนิทกับมารดามากกว่าบิดาเพราะอยู่บ้านด้วยกันตลอดวันหยุดหากท่านรู้สึกเหงาละอองดาวจะสรรหากิจกรรมต่างๆเพื่อให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายทั้งเล่นโยคะ ปลูกต้นไม้ ทำขนมจ่ายตลาด ทุกครั้งที่คุณพ่อคุณเเม่มีความสุขจะมีเธออยู่ข้างๆเสมอ
นางสาวละอองดาว ภักดีวิสูตร วัย 18 ปี มุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนการใช้ชีวิตอย่างดี...ทำทั้งหมดก็เพื่ออยากเป็ลูกที่ท่านรักแม้รู้ดีว่าความรักที่มีให้เธอมันย่อมน้อยกว่าปุณสิริก็ไม่เป็ไร
รักน้อยๆก็ไม่เป็ไร ขอแค่คุณพ่อคุณแม่อย่าเกลียดกันก็พอถ้าหากพวกท่านเกลียด พวกท่านไม่้าเธอแล้ว ชีวิตนี้จะมีความหมายอีกได้อย่างไร
“โธ่ น้องขิมลูกพ่อ ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้องแล้วนะเด็กดีของพ่อ” ั้แ่เล็กจนโตละอองดาวไม่เคยโกหกท่านสักครั้ง แล้วคำพูดเมื่อสักครู่สัณชาตญาณของนายตำรวจใหญ่ก็รู้ดีว่ามันคือความจริงทั้งหมด...เพราะความโมโหโทโสของท่านแท้ๆที่เป็เหตุให้ลูกน้อยร้องไห้เสียใจแบบนี้
“ฮึก ฮึก ฮึก คุณพ่ออย่าเกลียดน้องขิมนะคะ น้องขิมผิดไปแล้ว” สองมือน้อยพนมกราบแทบเท้า ผิดไม่ผิดก็ต้องขอโทษทุกคนไว้ก่อน…ละอองดาวกระทำเช่นนี้เสมอมา
“คุณพ่อไม่เกลียด ไม่โกรธนะครับ ไม่ร้องแล้วนะยัยเด็กขี้แยลูกพ่อ” สองพ่อลูกกอดกันตัวโยนกลางห้องหนังสือ กว่าละอองดาวจะเลิกสะอื้นไห้ก็ต้องใช้เวลาปลอบกันเสียนาน
“น้องขิมรับปากอะไรพ่อสักอย่างได้มั้ยครับลูก” เช็ดคราบน้ำตาให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยน
“ได้ค่ะ น้องขิมรับปากทุกอย่างเลย” เธอทำได้ทั้งนั้น ละอองดาวทำได้ทุกอย่างโดยไม่มีข้อเเม้
“น้องขิมต้องเลิกติดต่อกับณนนท์ทุกๆทางนะลูก ที่พ่อทำไม่ใช่เพื่อน้องเปียโนน้องเองก็ต้องห้ามยุ่งกับเด็กผู้ชายคนนั้นเด็ดขาดั้แ่พรุ่งนี้ไปจะไม่มีการติวหนังสืออีกแล้วพ่ออยากให้ลูกทั้งสองคนถอยออกมาจากเด็กคนนั้น” ก่อนที่สองพี่น้องจะผิดใจกันมากไปกว่านี้
“ได้ค่ะ น้องขิมสัญญากับคุณพ่อว่าจะไม่ติดต่อกับนนท์อีกแล้วถ้าเห็นที่ไหนน้องขิมจะหลบ ถ้านนท์มาชวนคุยน้องขิมจะวิ่งหนีให้ไกลเลยดีมั้ยคะ”เื่แค่นี้เอง เธอต้องทำได้แน่นอน
“วิ่งหนีเลยเหรอลูกพ่อ ก็ดีนะสิ ฮ่า ฮ่า” หากเด็กสองคนเป็เนื้อคู่กันต่อให้ท่านห้ามอย่างไร ละอองดาววิ่งหนีไปไกลเเค่ไหนก็คงไม่พ้นอยู่ดีนายพลปราณอยากให้บทเรียนครั้งนี้ได้พิสูจน์จิตใจทุกๆฝ่าย หากณนนท์รักบุตรสาวคนโตของท่านจริงๆก็ต้องอดทนได้แต่หากเด็กคนนั้นไม่ได้จริงจัง คิดจะเล่นๆก็ดีแล้วต่างคนต่างอยู่น่าจะเหมาะสมที่สุด ลูกสาวคนเล็กอย่างปุณสิริก็เหมือนกัน ท่านจะกีดกันไม่ให้เจอกับณนนท์อีกสายตาของณนนท์บ่งบอกว่าไม่ได้คิดกับปุณสิริเกินกว่าน้องสาว ถ้าปล่อยให้ถลำลึกต่อไปคนที่เสียใจมากก็คงไม่พ้นลูกๆของท่านอยู่ดี
"คุณพ่อขา น้องขิมนวดให้คุณพ่อนะคะ" ละอองดาวเริ่มต้นประจบเอาใจ
"เอาสิลูก พ่อเหนื่อยมาทั้งวันถ้าน้องขิมนวดก็คงดี"การงานที่เหนื่อยล้า ได้กลับมาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวมันดีอย่างนี้นี่เอง
มือน้อยกด บีบ ่ต้นคอของบิดา
"่นี้คุณพ่อกลับบ้านดึกทุกวันเลยค่ะ ทุกคนเป็ห่วงมากเลยรู้มั้ยคะ?"ชวนคุยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่เคยทำมาตลอด
"อืม...เื่นี้เป็ความลับน้องขิมอย่าเพิ่งบอกใครนะลูกเเม้เเต่คุณเเม่หรือน้อง สัญญากับพ่อได้มั้ย"สาเหตุหลักๆมันคือเื่นี้เเหละ
"สัญญาได้เเน่นนอนค่ะ"
"สิ้นเดือนนี้จะมีคำสั่งออกมา...พ่อ พ่อจะได้เลื่อนขั้น"
"ว้าววววว จริงเหรอคะ ฟอด ฟอด ฟอด ฟอด คุณพ่อของน้องขิมเก่งที่สุดในโลกไปเลยเย้ เย้" ก็บอกเเล้วว่าคุณพ่อคือฮีโร่ของเธอ
“ป้าแช่มครับเปิดประตูให้ผมหน่อย” วันนี้แปลกที่ประตูบ้านตรงข้ามยังล๊อคไว้ ทั้งที่เมื่อสักครู่เขาได้ยินเสียงรถของลุงตำรวจขับออกไปทำงานแล้ว
“เออ...คุณณนนท์มาติวหนังสือเหรอคะ” ป้าแช่มประดักประเดื่อทำหน้าไม่ถูกเหมือนกัน
“ใช่ครับป้า” ณนนท์ยิ้มให้ เขายังไม่ได้สงสัยอะไรจนเริ่มเห็นใบหน้าซีดๆของป้าแม่บ้านนั่นแหละถึงได้รู้ว่ามีบางอย่างแปลกไป
“ป้าครับ” นางแช่มมัวแต่ยืนนิ่งไม่ยอมเดินมาเปิดประตูสักทีว่าที่คุณหมอจำเป็ต้องเรียกซ้ำ
“ณนนท์” เด็กหนุ่มได้ยินเสียงนุ่มของคุณหญิงปัทมาดังแว่วออกมาจากหน้าประตูบ้านใบหน้าของท่านเรียบนิ่งเดินมาหยุดตรงหน้าเขา ห่างเพียงประตูรั้วกั้น
“คุณป้าครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ” สัญชาตญาณบอกเขาว่าต้องเกิดเื่...เื่ใหญ่ด้วย
“ป้าต้องขอโทษณนนท์ด้วยนะ แต่ต่อไปนี้จะไม่มีการติวหนังสืออีกแล้วจ้ะป้าขอตัวก่อนนะลูก” นางเห็นด้วยกับความคิดของสามีต้องตัดไฟเสียเเต่ต้นลม
“เพราะเื่เมื่อคือหรือเปล่าครับ คุณลุงคุณป้าเห็นที่ผมเออ...”
“ใช่จ้ะ คุณลุงกับป้าเห็นทั้งหมด พวกเราคิดว่าณนนท์ไม่ควรมาบ้านหลังนี้อีกแล้วขอให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับละอองดาวและปุณสิริถาวรคิดเสียว่าป้าขอร้องก็แล้วกันนะลูก” เด็กตรงหน้าหรือแม้แต่ละอองดาวยังเด็กเกินไปที่จะคบหาดูใจกับใครสักคนในฐานะแฟนใครจะว่าท่านทั้งสองเป็คนหัวโบราณก็ได้นะเพราะความเป็จริงแล้วด้วยวุฒิและภาวะของเด็กยังไม่ถึงวัยจริงๆ
“ผมขอโทษครับคุณป้า ผมขอโทษที่ทำให้ขิมเสียหายขอโทษหากทำให้คุณป้ากับคุณลุงโกรธ แต่ผมจะไม่ไปจากขิมหรอกนะครับ ผมรักเธอ” เด็กชายนอกรั้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง คุณหญิงปัทมามองแต่ท่านไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน
“คุณณนนท์ขา ป้าขอเถอะค่ะ อย่ายุ่งกับคุณหนูขิมเลยพี่น้องเขาทะเลาะกันเพราะคุณเป็ต้นเหตุ แล้วรู้มั้ยคะ ว่าใครจะาเ็ที่สุดหากคุณยังเดินหน้าต่อ...ถ้ารักคุณหนูขิมของป้าจริงๆก็ปล่อยเธอไปเถอะค่ะ เธอน่าสงสารนะคะคุณณนนท์” แม่บ้านกล่าวทิ้งไว้แค่นั้นก่อนเดินกลับเข้าบ้านไปอีกคนณนนท์คิดตามความหวังดีของป้าแช่มก็พอจะเข้าใจว่าเื่ราวภายในบ้านภักดีวิสูตรตอนนี้เป็อย่างไร
ยิ่งรู้ว่าละอองดาวต้องเผชิญหน้ากับอะไรเขายิ่งคิดหนักยิ่งคิดหนักก็ยิ่งสงสารเข้าไปใหญ่ ยิ่งสงสารเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรักเธอมากขึ้นเท่านั้น
“นนท์ขอโทษนะครับ แต่นนท์จะรอขิม” จะรอจนกว่าเธอจะยอมให้อภัยว่าที่คุณหมอเดินคอตกกลับบ้านของตนเอง วันแรกของอายุ 19 ปีเต็มของเขาณนนท์ก็ต้องมาช้ำหนักกับความรักครั้งแรกเสียแล้ว
แกรก เเกรก ละอองดาวฉีกจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงเธอทิ้งทันทีที่ได้รับจากบ้านแช่มจดหมายลักษณะนี้เป็จดหมายฉบับที่ 4 ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา...จดหมายขอโทษและอยากเจอจากณนนท์ เธออ่านแค่ฉบับเเรกฉบับเดียวหลังจากนั้นไม่คิดอ่านอีกเลย
“จะส่งมาทำไมหนักหนา” เ้าหล่อนบ่นพึมพรำความเครียดค่อยๆก่อตัว ก่อนเปลี่ยนเป็ความไม่สบายใจ ปุณสิริยังไม่ยอมคุยไม่ยอมพูดจากับเธอั้แ่เกิดเื่ราวคราวนั้นละอองดาวกลัวว่าหากคุณพ่อคุณเเม่รู้เื่นี้เข้าอาจจะทำให้ท่านทั้งคู่ไม่สบายใจ
ฟึ่บส์ เศษกระดาษถูกทิ้งลงถังขยะก่อนหน้าที่บิดา มารดาเเละน้องสาวจะเดินเข้ามาในห้องรับแขก
“น้องขิมลูก ยังไม่แต่งตัวอีกเหรอ ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าวันนี้คุณพ่อจะพาเราไปทานอาหารนอกบ้านนะพรุ่งนี้ลูกสาวแม่จะกลายเป็นักศึกษาสาวสวยเต็มตัวแล้วทีนี้เเหละหนุ่มๆคงวนเวียนหัวกระไดไม่แห้งใช่ไหมคุณพี่” คุณหญิงปัทมาแซวแต่กลับแทงใจดำลูกสาวคนเล็กเข้าอย่างจัง
“นี่คุณพ่อต้องไว้หนวดเเล้วใช่ไหม ก็น้องขิมของเราสวยนี่คุณอย่าว่าแต่วันหน้าเลย วันนี้ผมยังเห็นณนนท์ยังด่อมๆมองๆอยู่เลยนะ ฮ่า ฮ่า” ท่านปราณก็เอ่ยแซวบุตรสาว พวกท่านทั้งสองขบขำ แต่ละอองดาวขำไม่ลง
“กรี๊ดดดดด” ปุณสิริกรีดร้องโวยวายอย่างขัดใจบิดามารดาไม่ให้เธอติวหนังสือกับพี่ชายคนเก่งก็เครียดมากอยู่แล้ว แต่พวกท่านยังกล้าแซวหยอกล้อจับคู่ให้ณนนท์คู่กับพี่สาวจอมโง่ของเธออีก...รับไม่ได้รับไม่ได้อย่างที่สุด
“น้องเปียโน/น้องเปียโนลูก” กลายเป็ว่า 2 สามีภรรยาต่างใกับอาการของปุณสิริอย่างมากบุตรสาวคนเล็กไม่เคยแสดงกิริยาก้าวร้าวออกมาให้ท่านเห็น
“น้องเปียโนเกลียดมัน คุณพ่อคุณแม่เลือกมาเลยว่าจะพาน้องเปียโนไปหรือว่าพามันไปถ้ามีน้องเปียโนจะต้องไม่มีมันเด็ดขาด” ท่านนายพลเบิกตากว้าง
“น้องเปียโนทำไมเรียกพี่ขิมไม่เพราะเลยล่ะลูก”
“มันไม่ใช่พี่ มันไม่ใช่ลูกของคุณพ่อคุณแม่ด้วยซ้ำ มันเป็แค่กาฝาก เปียโนเกลียดเกลียด กรี๊ดดดดดด” คนที่เป็ที่หนึ่งมาตลอดเกิดภาวะรับไม่ได้อย่างรุนแรงบวกกับสภาพจิตใจที่คิดริษยาพี่สาว ทำให้ปุณสิริอาละวาดอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ฝากน้องขิมด้วยนะคะ เดี๋ยวน้องจะตามน้องเปียโนไปเอง” คนหนึ่งวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องชั้นสอง อีกคนก็นั่งซีดสั่นสะอื้นน่าสงสาร
“น้องขิม หนูเป็ลูกสาวของคุณพ่อกับคุณเเม่นะลูก” ท่านนั่งลงใกล้บุตรสาวคนโตลูบศีรษะอย่างแสนรัก ปุณสิริเปลี่ยนแปลงจนทันตามไม่ทัน ในทางกลับกันนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กำลังคิดว่าลับหลังพวกท่านละอองดาวเคยโดนน้องสาวอาละวาดใส่แบบนี้มาก่อนหรือเปล่า
ครั้งนี้ อาจไม่ใช่ครั้งเเรก
“น้องขิมไม่โกรธน้องหรอกค่ะ คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะ” ลูกสาวห่วงความรู้สึกของบิดามากกว่าความรู้สึกของตนเอง
“ขอบใจนะลูก สักวันหนึ่งความดี ความน่ารักของน้องขิม น้องเปียโนจะต้องเห็นหนูเชื่อคุณพ่อนะครับ” ท่านได้แต่ปลอบเด็กน้อยละอองดาวกอดบิดาด้วยความอบอุ่น ความอบอุ่นของครอบครัวที่เธอหวงเเหนมาตลอดชีวิต
เกร้ง เกร้ง เกร้ง นักศึกษาตัวน้อยเลื่อนปิดรั้วบ้านในเช้าวันใหม่
“อุ้ย!” ก่อนอุทานลั่นเมื่อเห็นบุคคลต้องห้ามยืนอยู่ด้านหลังของเธอ
“ขิม เื่วันนั้นนนท์ขอ...” ณนนท์อ้าปากค้างไม่ทันเอ่ยขอโทษละอองดาวก็เดินหนีเขาเสียแล้ว
“ขิม ขิม ขิม ฟังนนท์ขอโทษก่อน ขิมนนท์ขอโทษ นนท์ขอโทษนะ” เธอเร่งฝีเท้าเดินตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่ได้สนใจคำขอโทษตามหลังนั้นเลย
“ขิมหยุดก่อน” ณนนท์วิ่งไปดักรอด้านหน้า เธอเบี่ยงไปซ้ายเขาก็ซ้ายพอเธอหลบไปด้านขวาเขาก็ตามไปปิดทุกเส้นทาง ตลอดเวลาหลายวันเขาไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เธอเลยละอองดาวเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน ณนนท์เองน่ะสิจะเป็บ้าตายอยู่แล้ว วันนี้วันเปิดเทอมของเธอเขาจึงตื่นมาดักรอั้แ่เช้าตรู่
“หลีกไปเดี๋ยวนี้นะ” เสียงใสแต่ฟังดูโกรธจัดใบหน้าของเธอบึ้งตึงจนณนนท์เริ่มใจเสีย
“ขิม นนท์แค่อยากจะขอโทษ นนท์อยากขอโทษที่ทำให้ขิมเสียใจ”
“พูดจบแล้วยัง จบแล้วก็หลีกไป ขิมไม่อยากเจอนนท์ ไม่อยากเห็นหน้าอีกแล้ว”ผลั้ว ละอองดาวผลักเด็กหนุ่มสุดแรง เมื่อเห็นช่องทางหนี เธอรีบวิ่งไปหน้าปากซอยทันทีเพราะเขานั่นแหละเป็สาเหตุทำให้ปุณสิริเกลียดเธอ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ แล้วอีกอย่างละอองดาวก็ให้สัญญากับบิดาแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดใดกับอดีตเพื่อนข้างบ้านคนนี้อีก...เธอต้องรักษาสัญญาให้ได้
ณนนท์ทรุดลงกลางพื้นคอนกรีตเย็นในยามเช้า เขาหมดเรี่ยวแรงที่จะก้าวตามเด็กสาวไป
เพราะคำคำนั้น
ไม่อยากเจอ
ไม่อยากเห็นหน้าของเขาอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ
นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าอกหัก ว่าที่คุณหมอจุกเเน่นหน้าอก เขาเ็ปรู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในมันแตกหัก
ดวงใจของณนนท์แตกเป็เสี่ยงๆเพราะคำพูดของเด็กสาวใจร้ายละอองดาวใจร้ายกับคนที่รักเธอหมดหัวใจอย่างนี้นะเหรอ
1 เดือนผ่านไป ณนนท์เปิดเทอมแล้วเช่นกันเเน่นอนเขาต้องเรียนอย่างหนักหน่วง อ่านหนังสือดึกแล้วตื่นเช้าตรู่เพื่อไปเรียนมันวนๆซ้ำๆเเบบนี้ทั้งอาทิตย์
ใช่!
เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุดเพราะต้องรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนทำรายงานตามที่คณะอาจารย์มอบหมาย
“เอานี่โรค COPD ในส่วนของเรานะ”
“ทำเสร็จเร็วตามเคยนะณนนท์ แล้วนี่จะกลับบ้านอีกแล้วเหรอ” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยถามสมาชิกกลุ่มที่เก่งที่สุด ทำงานก็เสร็จเร็วที่สุดด้วย
“อืม แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะทุกคน บาย” ณนนท์กระชับกระเป๋าเป้ของตัวเองเดินออกจากห้องสมุดจุดหมายของเขานั่นก็คือ...บ้าน หลังจากวันนั้นที่โดนเด็กสาวใจร้ายพูดตัดเยื่อขาดใย
ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว
ณนนท์ยังพยายามตามตื้อเธออยู่เป็อาทิตย์ ผลลัพธ์ทุกครั้งก็เหมือนเดิมหากเธอเห็นเขาเธอจะเดินหนี ไม่เข้าใกล้ ไม่มองหน้า ไม่พูดจาเหมือนเขาเป็อากาศเธาตุเป็คนไม่มีตัวตนสำหรับเธอ เวลาค่ำคืนของคืนวันเ่าั้ หลายต่อหลายครั้งที่ณนนท์ต้องเ็ปนอนน้ำตาซึม ภาพเก่าล้วนฉายความทรงจำเก่าๆระหว่างเขาและละอองดาวซ้ำๆวนๆ…เขาเจ็บเหลือเกิน
ณนนท์ในเสื้อเจคเกต สวมหมวกแก็บใส่แว่นตาดำรีบไปแอบอยู่หลังป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้าน เมื่อเห็นเป้าหมายลงมาจากรถประจำทางที่ตามหลังรถตู้ที่เขาเพิ่งโดยสารมาละอองดาวมาพร้อมกับป้าแช่ม
“อากาศครึ้มๆไม่ร้อนด้วย เราเดินเข้าบ้านดีมั้ยคะคุณหนู”
“ก็ได้ค่ะป้าแช่ม” ละอองดาวในวันนี้ยิ้มร่า เธอรู้ว่าแม่บ้านเก่าแก่ไม่ชอบการซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซต์เอาเสียเลยทั้งขับเร็ว หวาดเสียวจนป้าแช่มเอามาบ่นให้ฟังบ่อยๆ
ณนนท์เดินตามหญิง 2 คน 2 วัย ที่หิ้วถุงพลาสติกของห้างสรรพสินค้าดังโดยมีเขาตามอยู่ห่างๆ วันนี้ช่างคุ้มค่าในการกลับบ้านของเขาเหลือเกินเพราะมีโอกาสได้ยินเสียง ได้เห็นหน้า ดีกว่าการมองหน้าต่างห้องของเธอเหมือนอาทิตย์ก่อนๆอยู่มากโขละอองดาวยังยิ้มหวาน ยิ้มสวยเปล่งปลั่งชวนให้ลุ่มหลง เธออ่อนโอนอ่อนหวานดังเดิมเธอเป็อย่างนี้กับทุกคน...ยกเว้นเขา
กริ๊ก
“อ้าว นนท์กลับบ้านอีกแล้วเหรอลูก” ณนนท์เลิกคิ้วกับคำถามของมารดาไม่เข้าใจว่าอยากให้เขากลับหรือไม่
“แม่ไม่ออกไปไหนเหรอครับ” ลูกชายถามกลับแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เห็นมารดาอยู่ติดบ้าน
“เบื่อๆเซ็งๆ ว่าแต่มีเงินให้แม่สัก 20,000 มั้ยนนท์เอามาให้แม่ก่อนแล้วเดี๋ยวแม่คืนให้” ไอ้ที่เบื่อเซ็งนะไม่ใช่อะไรหรอกไม่มีเงินแล้วต่างหาก ลูกดาราทั้งสองคนก็หายหัวไม่ค่อยกลับบ้าน โทรหาก็ไม่รับบางทีตัดสายนางทิ้งก็มี
“แม่” ณนนท์รู้แท้แล้วว่าทำไมท่านถึงอยู่บ้าน
“เอามาเถอะน่า ตอนแกสอนพิเศษยัยเด็กบ้านนั้นก็ได้มาเยอะเลยไม่ใช่เหรอ เอามาให้แม่หน่อยสิเอ้า หมื่นเดียวก็ได้นะ นนท์นะ นะลูกนะ” ยามแม่เห็นประโยชน์ก็เป็แบบนี้เสมอแล้วเขาก็ต้องให้ก่อนที่จะมีปัญหาใหญ่ตามมา
“ดีมากลูกรักของแม่ แต่วันนี้แม่ไม่ไปไหนหรอกนะเดี๋ยวจะทำกับข้าวตอนเย็นให้ลูกไง”นางดวงฤทัยทำดีด้วย เพราะแท้ที่จริงแล้ววันนี้สมาคมไพ่นกกระจอกของนางหยุดเล่นหนึ่งวันเนื่องจากสมาชิกของกลุ่ม 3 คนที่เหลือไม่ว่าง
“ถ้าอย่างนั้นนนท์ไปนอนพักสักแปบนะแม่” ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาได้นอนแค่วันละ4-5 ชั่วโมง ตามด้วยร่ำเรียนอย่างหนักตอนนี้สมองมันล้าไปหมดต้องนอนพักให้เต็มตื่นสักหน่อย
อาจเป็เพราะฝนตกหนักใน่ตอนบ่ายบวกกับความเพลียสะสม ทำให้ณนนท์หลับเป็ตายไม่รู้เนื้อรู้ตัวจนถึงเกือบ6 โมงเย็น
“เกิดอะไรขึ้นแม่” ลูกชายถามมารดาที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้านด้านนอกมีทั้งรถตำรวจ รถพยาบาลวิ่งให้วุ่นไปหมด
“แม่ไปถามเลียบๆเคียงๆมาแล้ว เ้าหน้าที่ตำรวจเขามาจับกุมพลตรีปราณคดีทุจริตอะไรสักอย่างนี่แหละส่วนไอ้รถพยาบาลน่ะเพราะว่าท่านช๊อคหมดสติระหว่างการจับกุมตัวนะสิแม่เห็นนอนนิ่งเลยนะ ตายหรือเปล่า ก็ไม่รู้” ดวงฤทัยเล่าเป็ฉากๆ
“แล้วขิมล่ะแม่ แม่เห็นขิมมั้ย” ณนนท์เขย่าแขนมารดาเร่งรัดเอาคำตอบ
“ทำไมจะไม่เห็นล่ะ ก็ร้องไห้ฟูมฟายตามพ่อมันไปที่โรงพยาบาลนั่นแหละ เฮ้ย ตานนท์นนท์จะไปไหน” ดวงฤทัยร้องเรียกลูกชายที่วิ่งเร็วจี๋ออกไปด้านนอกจะไปไหนของมันนะ จะออกไปดูเหตุการณ์ก็ไม่น่าจะใช่เพราะตอนนี้รถตำรวจกับรถพยาบาลก็ทยอยออกจากซอยหมดแล้ว
“คุณแม่เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมคนพวกนั้นต้องมาจับคุณพ่อด้วยคุณพ่อโกงจริงใช่มั้ยคะ แล้วแบบนี้น้องเปียโนจะมีหน้าไปโรงเรียนได้อย่างไง”ปุณสิริโวยวายอยู่หน้าห้องผ่าตัดเสียงดังเื่ราวเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอเร็วเกินไป
“น้องเปียโน คุณพ่อไม่ได้โกงนะ เ้าหน้าที่ตำรวจพวกนั้นเขาเข้าใจคุณพ่อผิดเดี๋ยวพอคุณพ่อฟื้นขึ้นมาท่านก็จะกลับมาเป็คุณพ่อคนเก่งคนเดิมของพวกเรา” ละอองดาวปลอบน้องสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆท่านกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วยซ้ำ
“แกมันโง่ ไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า ถ้าคุณพ่อไม่โกงแล้วตำรวจจะมีหมายจับได้อย่างไงถ้ามีหมายจับ แปลว่าพวกเขาต้องมีหลักฐานอยู่ในมือแล้วย่ะ ทีนี้เลิกโชว์โง่ได้แล้ว”ปุณสิริตวาดพี่สาวจนหน้าหงาย
“น้องเปียโนหยุด หยุดโวยวายก่อนได้มั้ย” คุณหญิงปรามบุตรคนเล็กวินาทีนี้เหมาะแล้วเหรอ ที่จะมาพูดจาฟาดฟันใส่พี่สาว
ผลัวะ ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก
“คุณหมอคะ สามีของดิฉันเป็ไงบ้างคะ”
“ท่านหมดสติเพราะเส้นเืในสมองแตกนะครับเกิดจากความเครียดและโรคความดันที่เป็อยู่ ตอนนี้การผ่าตัดเป็ไปได้ด้วยดีท่านพ้นขีดอันตรายแล้วแต่...แต่หมออยากให้ทุกคนทำใจ โรคนี้คนไข้จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้อีก”นายแพทย์พูดจาเพื่อให้ะเืจิตใจกับบรรดาญาติ น้อยที่สุด
“หมายความว่ายังไงคะหมอ บอกมาเถอะค่ะดิฉันพร้อมที่จะฟัง” คุณหญิงถามอย่างกล้าหาญ
“ท่านจะเป็อัมพฤกษ์และอัมพาตบางส่วนครับ”
“คุณพี่/คุณพ่อขา ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ” 3 คนแม่ลูกกอดกันร้องไห้ระงมอยู่หน้าประตูห้องผ่าตัดมีณนนท์ยืนหลบอยู่หลังผนังกั้นที่ห่างออกไปไม่ถึง 5 เมตรใบหน้าและดวงตาที่น้ำหยดใสไหลออกมาอย่างไม่ขาดของนางฟ้าตัวน้อย ทำเอานักศึกษาแพทย์หนุ่มน้ำตาคลอไปด้วย
“คุณแม่ขาทานข้าวสักหน่อยนะคะ” ละอองดาวคะยั้นคยอมารดามาสักพักแล้ว
“แม่ แม่ทานไม่ลงหรอกลูก” คุณหญิงนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย
“ทานสักหน่อยเถอะค่ะ ถ้าคุณแม่ป่วยอีกคน น้องขิมกับน้องเปียโนจะเสียใจนะคะ”ละอองดาวทำใจได้แล้วขอแค่บิดาพ้นขีดอันตรายก็ถือว่าปาริหาริย์แล้วสำหรับเธอ คุณพยาบาลในห้องไอซียูบอกเธอว่าคนไข้เข้มแข็งมากจึงรอดมาได้เพราะผู้ป่วยด้วยโรคนี้ส่วนใหญ่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์จะเสียชีวิตทันที
“ขอบใจจ้ะน้องขิมลูกแม่ คุณแม่ว่าน้องขิมกลับบ้านดีกว่านะลูกพรุ่งนี้ต้องไปเรียน” ปุณสิริกลับบ้านไปได้สักพักแล้วบุตรสาวคนเล็กมีการบ้านที่ต้องรีบกลับไปทำส่วนสามีก็ยังอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤตไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้จนกว่าจะถึง 8 โมงเช้าวันพรุ่งนี้
“ให้น้องขิมอยู่เป็เพื่อนคุณพ่อคุณแม่ที่นี่นะคะ” ชีวิตของละอองดาวไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าท่านทั้งสองคน
“ขอบใจนะลูกแม่” คุณหญิงปัทมาหลับตาอย่างเหนื่อยล้าให้กับวันนี้วันที่ชีวิตครอบครัวอาจพลิกผลันไปตลอดกาล
“เดี๋ยวน้องขิมไปซื้อโจ้กหมูสับของโปรดคุณแม่ให้นะคะ ทานร้อนๆน่าจะดีกว่า”บุตรสาวคนโตผละออกจากห้องพักผู้ป่วยที่มารดาตัดสินใจเปิดไว้สำหรับนอนพักผ่อนคืนนี้
ละอองดาวเกาะขอบกระจกมองดูเตียงคนป่วยที่มีสายเกี่ยวระโยงกระยางสำหรับบิดาตอนนี้ท่านยังเป็ผู้ป่วยวิกฤตอยู่ในห้องไอซียู
“คุณพ่อขา คุณพ่อต้องหายนะคะ น้องขิมรักคุณพ่อนะ คุณแม่ก็รัก น้องเปียโนก็รักคุณพ่อ”น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลไม่มีวันหยุด ภาพความทรงจำของฮีโร่ในดวงใจเเจ่มชัดในทุกความรู้สึกเเต่ตอนนี้ฮีโร่ของเธอกำลังป่วยก็เเค่นั้น ถึงเวลาเเล้วที่ลูกอย่างเธอจะได้ตอบเเทนบุญคุณยิ่งใหญ่ท่วมหัวบุญคุณที่ทดเเทนพระคุณบิดาอีกกี่เดือนกี่ปีกี่ชาติก็ไม่มีวันหมด
“คุณลุงต้องหายแน่นอน โรคนี้จริงๆแล้วสามารถรักษาให้หายได้” มันจริงตามทฤษฎี แต่วิธีปฎิบัติมันช่างยากเหลือเกิน
“จริงเหรอ” เด็กหนุ่มที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้ละอองดาวมีความหวังหรืออาจจะเป็เพราะว่าเธอกำลังอยู่ในอาการโศกเศร้าจนไม่มีแรงคิดจะวิ่งหนีบุคคลต้องห้ามตรงหน้าเหมือนทุกครั้ง
“จริงสิขิม นนท์จะคอยช่วยขิมเอง” เขาไม่มีวันทิ้งเธอมือหนาถูกยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าสวย
ละอองดาวยิ้มทีไรพลอยทำให้โลกของเขาสว่างไสวแต่ยามใดที่เธอร้องไห้โลกทั้งใบของณนนท์ก็มืดมิดในพริบตา
โกรก โกรก กรอก ละอองดาวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดใหม่สร้างความงุนงงให้แก่คุณหญิงปัทมาเป็อย่างมาก
“น้องขิมลูก ใกล้ 7 โมงเช้าแล้วยังไม่กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกเหรอลูกเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก” คุณหญิงตื่นขึ้นมาจากเตียง
“น้องขิมไปเรียนก็เรียนไม่รู้เื่หรอกค่ะขอน้องขิมได้อยู่ที่นี่ดูแลคุณพ่อกับคุณแม่นะคะ” ละอองดาวเข้าไปจับแขนมารดาหลวมๆใบหน้าดวงน้อยถูไถไปมาออดอ้อน
“ตลอดเลยน๊าเ้าลูกคนนี้” นางจำได้เมื่อครั้นที่นางเคยป่วยเป็ไข้เืออกเมื่อประมาณเกือบๆ5 ปีที่แล้ว เด็กหญิงละอองดาวตัวน้อยงอแงไม่ยอมไปโรงเรียนท่าเดียวอ้อนคุณพ่อคุณแม่จะอยู่เฝ้าไข้ให้ได้ และทั้งวันแม่พยาบาลตัวน้อยก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีคอยช่วยป้อนข้าว ป้อนยา เช็คตัวอยู่ไม่ขาด จนนางหายป่วยในเร็ววัน
“วันนี้ไม่ไปแต่พรุ่งนี้ต้องไปเรียนนะคะ” มารดาต่อรอง
“ดูอาการคุณพ่อสัก 1 อาทิตย์ไม่ได้เหรอคะ นะนะนะนะคะคุณแม่ขา” ต่อรองมาบุตรสาวต่อรองกลับคุณหญิงปัทมาล่ะเหนื่อยใจกับลูกสาวคนนี้จังเลย
วันถัดมาเกิดเื่ใหญ่กับครอบครัวอีกครั้ง ครั้งนี้เล่นเอาคุณหญิงปัทมาเซแทบล้มตั้งตัวไม่ทัน
“คุณแม่เห็นมั้ยคะว่าคุณพ่อทุจริตจริงๆ โดนไล่ออกจากราชการทันทีแล้วแบบนี้จะมียึดทรัพย์ตามมาหรือเปล่าก็ไม่รู้น้องเปียโนอายค่ะ ได้ยินมั้ยคะว่าอาย อาย อาย อายยยยยย” ปุณสิริโวยวายลั่นห้องพักที่ไร้ผู้ป่วย
“น้องเปียโนหยุดได้แล้วนะ คุณแม่ท่านเครียดพอแล้ว” ละอองดาวเสียงเข้มใส่น้องสาวเป็ครั้งแรกในชีวิตเธอต่อว่าไปด้วย ตัวก็สั่นไปด้วย
“แกนะหยุดไปเลย แกก็พูดได้สิ แกมันไม่ใช่ลูกท่านนี่ ฉันนี่ที่เป็ลูกแท้ๆของพวกท่านมีพ่อคดโกงเป็ข่าวดังไปทั้งประเทศ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะทำอย่างไงต่อไปดี”ปุณสิรินั่งลงอย่างหมดแรงล้า ไม่คิดว่าชีวิตของเธอจะต้องมัวหมองทั้งๆที่ทุกอย่างกำลังเป็ไปได้สวยแบบนี้
“น้องเปียโนลูก เชื่อคุณแม่นะคะว่าคุณพ่อไม่ได้ทำคุณพ่อไม่มีทางทำเื่พวกนั้นแน่นอนลูก” คุณหญิงมั่นใจในตัวคู่ชีวิตร้อยเปอร์เซนต์
“เชื่อคุณแม่ แล้วคนอื่นล่ะคะ ใครมันจะมาเชื่อพวกเรายิ่งตอนนี้คุณพ่อก็ยังไม่ได้สติ แก้ตัวแก้ไขอะไรก็ไม่ได้สักอย่างน้องเปียโนอายเข้าใจไหมคะว่า อาย อาย อาย” ปุณสิริวิ่งปาดน้ำตาออกจากห้องไปจริงๆแล้วเธอไม่น่ามาเหยียบที่โรงพยาบาลเลยด้วยซ้ำ
“น้องเปียโนลูก น้องเปียโน” ่เวลาที่ทุกข์เศร้าทุกคนอยากได้กำลังใจแต่ฉไนเลยลูกน้อยในอุทรณ์ถึงไม่ให้ความเชื่อมั่นครอบครัวเดียวกันสามีของนางเป็คนดี ซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด ไม่มีทางที่พลตรีปราณจะเอาตัวเองไปพัวพันกับเื่รับสินบนจากบ่อนรายใหญ่ระดับต้นของประเทศเด็ดขาด
ไม่มีวัน
“คุณแม่ขา ให้เวลาน้องหน่อยนะคะเดี๋ยวอีกไม่นานน้องเปียโนก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง” ละอองดาวอยู่ไม่ห่างมารดาตนเองสายตาคู่น้อยหันไปมองแผ่นกระดาษตราครุษด้วยความเศร้า...ก็ไหนคุณพ่อบอกว่าท่านกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วทำไมวันนี้ถึงกลายเป็คำสั่งไล่ออก
ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรมจริงๆ