“นี่ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์”
จ่าดับอุทานเสียงแห้ง ผู้กองวรุฑยักไหล่ ถึงแม้ลูกน้องคนสนิทจะไม่พูด เขาก็รู้อยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะผลงานที่ฆาตกรจงใจทิ้งเอาไว้สยดสยองเกินกว่าจะเชื่อว่าเป็ฝีมือของปุทุชนทั่วไป
“สัปดาห์นี้ปาเข้าไปรายที่สองแล้ว” จ่าดับเตือนความจำผู้เป็หัวหน้า “เป็ไปได้ไหมครับผู้กองว่าเธอถูกเสือหรือไม่ก็หมีขย้ำ”
“จ่าคิดว่าไงล่ะ ครั้งนี้แผลลึกแถมกว้างขึ้นกว่าศพก่อนหน้าเยอะเลย?” ผู้กองวรุฑหลุดแสดงท่าทีเดือดดาล เขารู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เพราะบริเวณพื้นที่ที่ตนเองดูแลมีคนถูกฆาตกรรมถึงสองศพในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
“เหยื่อรายแรกเราสันนิจฐานว่าเป็ฝีมือของพิตบลูหรือไม่ก็ร็อตไวเลอร์หลุดมาจากที่ไหนสักแห่ง แต่เมื่อออกสืบค้นตามบ้านเรือนต่างๆกลับพบว่ามีเพียงสุนัขสายพันธุ์เป็มิตรอย่างชิสุ ปั๊ก และโกลเดนท์ ไม่เห็นวี่แววของสัตว์ดุร้ายที่พอจะสังหารคนได้เลย” จ่าดับพูดก่อนควักบุหรี่ขึ้นมาสูบ อีกมวนถูกส่งให้กับผู้เป็นาย
“เอางี้!…จ่าลองโทรประสานงานกับทางสวนสัตว์ดูนะว่ามีสัตว์ตัวไหนหลุดออกมารึเปล่า ส่วนผมจะรีบไปให้สำภาษกับนักข่าวก่อน จะได้ถือโอกาสแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังตัวมากขึ้นด้วย”
“ครับผู้กอง”
เมื่อวรุฑสั่งงานเสร็จก็ปลีกตัวออกไปทันที ปล่อยให้ชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุทำหน้าที่สืบค้นวัตถุพยานต่อไป เพื่อใช้ในการแกะรอยผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ถึงแม้ว่าจะเป็สัตว์เดรัจฉานก็ตาม
สำนักข่าว หมอกเหนือ – สวัสดีคุณผู้ชมทางบ้านทุกท่านนะคะ ข่าวเด่นเย็นนี้นำเสนอคดีะเืขวัญที่เหล่าประชาชนในกรุงเทพต่างให้ความสนใจมากเป็พิเศษ นั่นเพราะว่าเมื่อสามวันก่อนได้เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นที่สวนจตุจักร สภาพศพที่พบคล้ายกับถูกสัตว์ทำร้ายจนเสียชีวิต และยังไม่มีความคืบหน้าว่าตำรวจจะสามารถตามจับตัวฆาตกรได้จนกระทั่งวันนี้ได้เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นอีกครั้งในบริเวณเดิม
และขณะนี้ ดิฉัน เพียงขวัญ ได้ลงพื้นที่สนามข่าวให้คุณผู้ชมได้เกาะติดสถานการณ์ไปพร้อมกัน
เมื่อเวลา 16:00 น. ที่ผ่านมา พบศพหญิงสาว ชื่อ ปัญจลักษณ์ เทวะมินตรา อายุ 28 ปี อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเนื่องจากเสื้อผ้าฉีกขาด ใบหน้าเป็แผลลึกยาวั้แ่ใบหูจรดคาง อกซ้ายถูกทะลวงเกือบทะลุด้านหลัง อวัยวะภายในหายไป
จากการสันนิจฐานของผู้กองวรุฑ สังกัดกองปราบปรามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปได้ว่าฆาตกรอาจเป็สัตว์ร้ายอย่างเช่น เสือ สิงโต หรือหมี ที่หลุดออกมาจากสวนสัตว์ในละแวกใกล้เคียง หรืออาจจะเป็ไปได้ว่ามีชาวบ้านแอบเลี้ยงเอาไว้แบบผิดกฎหมายก่อนที่จะหลุดออกมาทำร้ายผู้คนในที่สุด
และนี่ก็เป็รายงานบางส่วนจากการลงพื้นที่ของสำนักข่าว หมอกเหนือ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมทางเราจะรีบแจ้งให้ท่านผู้ชมทราบทันที เอาล่ะค่ะเชิญรับชมข่าวต่….
ปิ๊บ
เสียงกดรีโมทดังขึ้นก่อนสัญญาณภาพของโทรทัศน์จะดับลง ใครคนหนึ่งพยายามเลี่ยงที่จะเสพข่าวะเืขวัญหรือไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังไม่สบอารมณ์ที่ได้ยินข่าวบิดเบือนจากความเป็จริง
“ไร้สาระ คิดว่าทั้งหมดนั่นแค่ฝีมือของสัตว์อย่างนั้นเหรอ?”
หนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มอุทานอย่างไม่พอใจ เขารินเครื่องดื่มบางอย่างใส่แก้ว กระแทกก้นขวดลงบนโต๊ะ ก่อนบรรจงลิ้มรสชาติของมัน
“อา…สดชื่นเป็บ้า”
มองเผินๆสีของมันคล้ายกับไวน์องุ่นชั้นเลิศ แต่สีเข้มกว่าและมีฝอยสีแดงสดคล้ายลิ่มเืเจือปน แน่ละ…เพราะสิ่งที่ผ่านลงคอของชายหนุ่มเมื่อครู่คือเืสดๆของมนุษย์หมักกับไวน์องุ่นในสัดส่วนพอเหมาะ ด้วยรสชาติที่ขึ้นชื่อในเื่ของความนุ่มในรสัั ทำให้ปัจจุบันมันกลายเป็ไวน์ชั้นเลิศที่เหล่าผู้ล่าชอบที่จะลิ้มรสมากที่สุด
“เธอจะดื่มด้วยไหมล่ะ สาวน้อย?”
เขาพูดพลางเดินถือขวดไวน์ไปยังเตียงที่อยู่ชิดผนัง ห้องแห่งนี้กว้าง 6 x 8 เมตร พื้นที่ใช้สอยมากพอที่จะใช้จัดงานปาร์ตี้ขนาดย่อม รอบห้องประกอบไปด้วยชั้นหนังสือที่ส่วนใหญ่มีแต่บันทึกสำหรับปรุงยาพิษ หมักไวน์ และกายวิภาค ส่วนพื้นที่ว่างเปล่าที่เหลือถูกวางด้วยโหลแก้วดองชิ้นส่วนมนุษย์ เป็งานสะสมที่ดูแล้วเพลินตาไม่เบา
“อ้อ! ลืมไป ฉันจะทำให้เธอพูดได้เดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มเทไวน์ลงบนเรือนร่างของหญิงสาวผิวขาวที่ถูกพันธนาการข้อมือและข้อเท้าด้วยโซ่ล่าม ปากถูกผ้ารัดด้วยเงื่อนตาย “คงอึดอัดมานานแล้วสินะ”
สิ้นสุดคำพูด ลิ้นสีชมพูระเรื่อของชายหนุ่มก็ขจัดคราบเปื้อนของไวน์บนร่างกายของหญิงสาว ไล่ั้แ่เนินสะดือ หน้าท้อง หน้าอก ไปจนถึงลำคอ ก่อนจะใช้ปากช่วยปลดผ้าที่พันธนาการออก
“ปล่อยฉันไปเถอะ ได้โปรด ฮือ…ฮือ…” เธอสะอื้นฟังแทบไม่ได้ศัพท์เมื่อมีโอกาสได้ขยับปาก หลายชั่วโมงแล้วที่เธอไม่ได้กินอาหาร คอแหกผากเพราะขาดน้ำชโลม ถูกปล่อยทิ้งให้เผชิญหน้ากับความหิวโหย โดยมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวก็คือ…
เธอต้องกลายเป็อาหารเสียเอง
ชายหนุ่มฝังเขี้ยวลึกลงบนลำคอของหญิงสาวโดยไม่พูดพร่ำ พลันสูบโลหิตของเธอออกจากร่างที่ซูบผอม ของเหลวขับถ่ายออกจากอวัยวะเพศอย่างห้ามมิได้ ร่างกายชักเกร็ง ตาเหลือก ก่อนเข้าสู่ห้วงภวังค์ที่ไม่มีวันหวนคืน